การประลองที่จบไปนั้นได้ทำให้เกิดเสียงพูดคุยไปทั่วทั้งตะกลูแล้วในตอนนี้ .... หลังจากแข่งรอบแรกเสร็จแล้วจะมีเวลาให้พักก่อนเริ่มประลองรอบที่สอง 1 ชั่วยาม เพื่อให้รุ่นเยาว์ได้พักผ่อนและเติมเต็มพลังที่เสียไปก่อนประลองรอบใหม่
ผู้าุโสามมู่หลงเยี่ยนได้แอบบอกบ่าวรับใช้คนสนิทของเขาให้ไปตามมู่หลงห้าวมาพบเขาและเขาก็ได้แอบออกไปอย่างเงียบๆ มู่หลงห้าวคือผู้ชนะของกลุ่มที่ 1 สนามประลองที่ 10 เป็สนามเดียวกันกับมู่หลงชิง และเขาจะได้ประลองในรอบที่สองกับมู่หลงชิง
มู่หลงห้าวเป็อัจฉริยะอันดับที่ 2 ของตะกลูมู่เขาอยู่ในเขตแดนเปลี่ยนกระดูกระดับสูง ห่างจากอัจฉริยะอันดับหนึ่งมู่ซื่อเยี่ยนเพียง 1 ขั้นย่อยเท่านั้น และมีพลังสูงกว่ามู่หลงชิง 1 ขั้นย่อย จึงเป็ตัวเลือกที่ดีที่สุดในแผนการของเขา บ่าวรับใช้หายไปสักพักก่อนกลับมากับรุ่นเยาว์ผู้หนึ่งที่มีรูปร่างสูงเพียว หน้าตาดูเป็คนเ้าเล่ย์อย่างมากมีจมูกที่ยื่นยาวออกมาเหมือนเหยี่ยว เขาสวมไว้ด้วยชุดสีเขียวเข้มให้บรรยากาศที่ดูมืดมนเมื่อมองมาที่เขา เขาก็คือมู่หลงห้าวนั้นเอง
มู่หลงห้าวคาระวะผู้าุโสาม ไม่ทรามว่าผู้าุโสามเรียกผู้เยาว์มามีเื่อะไรให้ผู้เยาว์รับใช้อย่างนั้นหรือ ... มู่หลงห้าวกล่างออกมาก่อนจะก้มตัวลงเล็กน้อยเป็การเคารพผู้าุโสาม
มู่หลงห้าวข้ามีงานให้เ้าทำ ถ้าเ้าทำสำเร็จข้าจะให้ทรัพยากรในการบ่มเพาะและเหรียญทองอีกจำนวนมากจนทำให้เ้าใช้ไปได้ถึงเขตแดนผลัดเปลี่ยนกายเนื้อระดับสูงได้เลย
ได้ฟังสิ่งที่มู่หลงเยี่ยนเสนอมาก็ได้ทำให้มู่หลงห้าวตาเป็ประกายด้วยความยินดีทันที ต้องรู้ก่อนว่าการจะไปถึงเขตแดนผลัดเปลี่ยนกายเนื้อระดับสูงนั้นไม่ใช่เื่ง่ายเลย ทรัพยากรที่ต้องใช้นั้นมากมากมหาศาลอย่างมาก และมันต้องใช้ยาผสานกายเนื้อระดับสองช่วยด้วยในการทะลวงขึ้นไปในเขตแดนผลัดเปลี่ยนกายเนื้อ ยาผสานกายเนื้อระดับสองนั้นมีเก็บไว้ในตะกลูไม่มากนักเพราะต้องใช้นักปรุงยาระดับ 2 ขึ้นไปถึงจะสามารถปรุงมันออกมาได้ และในตะกลูมีเพียง 4 คนเท่านั้นที่สามารถปรุงยาผสานกายเนื้อออกมาได้ โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีมาอย่างง่ายๆแน่นอน
ไม่ทราบว่าผู้าุโสาม้าให้ข้าทำสิ่งใด ...
ในรอบต่อไปเ้าจะต้องประลองกับมู่หลงชิงใช่หรือไม่ ....
ใช่แล้ว รอบต่อไปข้าต้องประลองกับนายน้อยมู่หลงชิง .....
ผู้าุโสามยิ้มออกมาก่อนจะพูดออกมาว่า .. ข้า้าให้เ้าทำให้มู่หลงชิงพ่ายแพ้ในรอบนี้ ทำให้เขาได้รับาเ็สาหัสจนไม่สามารถแข่งขันต่อไปได้หรือทำให้พิการไปได้เลยยิ่งดี ... ได้ยินสิ่งที่มู่หลงเยี่ยน้าให้ทำก็ทำให้มู่หลงห้าวใและลังเลขึ้นมาก่อนจะนิ่งคิดสักพักนึง
การทำเช่นนั้นจะไม่เป็การนำปัญหามาให้ผู้เยาว์เช่นนั้นหรอกหรือผู้าุโสาม ไม่เพียงแต่เป็การละเมิดกฎเท่านั้น แต่นายน้อยมู่ยังเป็หลานชายของผู้นำตะกลูอีกด้วย ผู้เยาว์กลัวว่าจะไม่สามารถรับสิ่งที่จะตามมาในภายหลังได้ ... มู่หลงห้าวไม่ใช่คนโง่เขลาที่จะโดนความโลภเข้าครอบงำเขามีความรอบครอบอย่างมาก
เื่นี้เ้าไม่ต้องห่วงไปหรอก การประลองย่อมมีความพลาดพลั้งกันได้ ถ้าการประลองของเ้าทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจนทำให้มู่หลงชิงได้รับาเ็ขึ้นมา ข้าก็สามารถพูดให้กับเ้าแทนได้ ว่าการประลองนั้นเป็เพียงอุบัติเหตุเท่านั้น ข้าจะเป็ผู้รับผิดชอบในเื่นี้เอง เ้าไม่ต้องห่วง .. ได้ยินถึงการรับรอบอย่างหนักแน่นของมู่หลงเยี่ยน เขาก็ลังเลอยู่สักพัก
ถ้าผู้าุโสามรับปากว่าจะรับผิดชอบเช่นนี้ ผู้เยาว์ก็จะเสี่ยงดูสักครั้ง .. แต่ถ้าหากผู้าุโสามไม่สามารถทำได้อย่างที่พูด ข้าจะเปิดเผยแผนการทั้งหมดต่อท่านผู้นำ ผู้าุโสามคงจะสามารถทราบถึงสิ่งที่ตามมาอย่างแน่นอนว่าจะเป็เช่นไร ... มู่หลงห้าวรู้ดีว่าถ้าเขาผิดพลาดไปในครั้งนี้ชีวิตเขาคงจบสิ้นอย่างแน่นอน ถ้าสำเร็จเขาก็จะร่ำรวยขึ้นมา แต่ถ้าพลาดพลั้งก็หมายถึงชีวิต แต่เขาจะไม่ยอมลงหลุมไปเพียงคนเดียวเท่านั้นแต่เขาจะลากผู้าุโสามลงไปด้วยอย่างแน่นอน
ผู้าุโจ้องมองมู่หลงห้านด้วยสายตาเ็าก่อนที่จะนำมีดสั้นเล่มนึงออกมาจากแหวนมิติของเขา แล้วยื่นให้กับมู่หลงห้าว .. มู่หลงห้าวรับมีดสั้นเล่มนั้นมาก็ต้องตกตะลึงขึ้นมาทันที เพราะมีดสั้นเล่มนี้มะระดับถึงระดับปราณฟ้าขั้นสูงเลยทีเดียว อาวุธที่มีระดับสูงเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่รุ่นเยาว์จะสามารถมีได้ มีเพียงผู้าุโของตะกลูเท่านั้นที่จะมีไว้ใน
นี้หมายความว่ายังไงหรือผู้าุโสาม ... เขาถามออกมาด้วยความสงสัยว่าทำไมมู่หลงเยี่ยนถึงได้ให้อาวุธที่มีระดับสูงกับเขา
ไม่มีอะไรมากหรอก มีดสั้นระดับปราณฟ้าขั้นสูงเล่มนี้ ข้าให้เ้าเอาไว้ใช้ประลองกับมู่หลงชิง เพราะถ้าใช้อาวุธที่มัระดับต่ำคงไม่สามารถเจาะผ่านเกราะป้องกันของเขาได้แน่ นี้เป็เพียงสิ่งรับประกันไว้ว่าเ้าจะสามารถเอาชนะมู่หลงชิงได้ และถ้าเ้าทำสำเร็จมีดสั้นเล่นนี้ก็จะเป็ของเ้าด้วย .. มู่หลงเยี่ยนกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย ได้ฟังเหตุผลของมู่หลงเยี่ยนแล้วก็ทำให้ตาของเขาเป็ประกายขึ้นมาด้วยความโลภทันที ถ้าทำสำเร็จไม่เพียงแต่จะได้รับทรัพยากรในการบ่มเพาะเท่านั้น แต่ยังได้อาวุธระดับปราณฟ้าขั้นสูงไว้ในอีกด้วย
ข้าจะทำงานครั้งนี้ให้สำเร็จลุล่วงอย่างแน่นอน .. มู่หลงห้านกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจก่อนจะขอตัวจากไป
มองดูมู่หลงห้านจากไป มู่หลงเยี่ยนก็กลับมามีสีหย้าที่เ็าเช่นเดิม ก่อนที่ข้างเขาจะมีคนปรากฎตัวขึ้นมาอย่างเงียบๆ
ปล่อยไปเช่นนี้จะไม่เป็ไรเช่นนั้นหรือท่านพ่อ ... คนผู้นี้ก็คือมู่ซื่อเยี่ยนอัจฉริยะอันดับหนึ่งของตะกลูนั้นเอง มู่หลงเยี่ยนหันมามองลูกชายของเขาด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันกลับไปมองมู่หลงห้าวที่ค่อยๆหายไปจากสายตา
ไม่ต้องห่วงไปหรอกมู่หลงห้าวคนนี้ยังมีประโยชน์กับพวกเราอยู่ในตอนนี้ ถึงจะเป็คนที่ฉลาดยังไงก็ไม่อาจหนีพ้นจากความโลภไปได้หรอก แม้ว่าเขาจะไม่สามารถทำให้มู่หลงชิงพิการได้แต่เขาก็ยังสามารถทำให้มู่หลงชิงได้รับาเ็สาหัสและไม่สามารถแข่งขันต่อไปได้ เมื่อถึงตอนนั้นชื่เสียงทุกอย่างก็จะตกมาอยู่ที่เ้าอย่างแน่นอน ต่ำแหน่งนายน้อยก็จะมาหาเ้าเอง ส่วนมู่หลงห้าวที่รู้เื่นี้ข้าก็จะทำให้มันไม่สามารถพูดได้อีกตลอดกาล
การสนทนาอย่างลับๆนี้มีผู้รู้เื่เพียง 3 คนเท่านั้น ..................
และแล้ว 1 ชั่วยามก็ได้ผ่านพ้นไป การประลองรอบที่ 2 ก้ได้เวลาแล้ว ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 20 คนที่เหลือต่างก็ก้าวเข้าไปในสนามประลองของตนเอง ผู้คนรอบด้านต่างก็หยุดส่งเสียงดังและจับจ้องไปในสนามการประลองที่ 1 และสนามประลองที่ 10 เป็ส่วนมาก
สนามประลองที่ 1 จะเป็การประลองของมู่ซื่อเยี่ยนกับมู่เสี่ยวเสี่ยว นางเป็อัจฉริยะอันดับสามของตะกลู นางอยู่ในเขตแดนเปลี่ยนกระดูกระดับสูงและใกล้จะทะลวงไประดับสูงสุดแล้ว นางจึงเป็หนึ่งในตัวเกร็งที่มีโอกาสชนะอีกคนนึง
และสนามประลองที่ 10 นั้นก็คือการประลองของมู่หลงชิงและมู่หลงห้าว การประลองในคู่นี้อาจจะตัดสินคนที่จะเข้าสู่รอบชิงเลยก็เป็ได้ มู่หลงห้าวอัจฉริยะอันดับสองของตะกลูและมู่หลงชิงม้ามืดในการประลองในครั้งนี้ ถ้าคัยเป็ผู้ชนะก็มีโอกาสที่จะได้อันดับ 1 มาเป็อย่างมาก แต่ในกรณีนั้นเข้าจะต้องชนะมู่ซื่อเยี่ยนอัจฉริยะอันดับ 1 ของตะกลูได้เท่านั้น
ณ สนามประลองที่ 1
น้องสาวเสี่ยวเสี่ยว ไม่ได้พบกันนานเ้าเติบโตและสวยขึ้นอย่างมาก พลังบ่มเพาะก็ใกล้จะตามพี่ชายคนนี้ทันแล้ว อนาคตเ้าคงได้กลายเป็อัจฉริยะอันดับหนึ่งแทนพี่ชายคนนี้อย่างแน่นอน .... มู่ซื่อเยี่ยนกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มที่หวานซึ้งไปทางมู่เสี่ยวเสี่ยว ต้องรู้ด้วยว่ามู่เสี่ยวเสี่ยวมีอายุเพียง 16 ปีเท่านั้น นางมีหน้าตาที่สะสวยและน่าทะนุทะนอมเป็อย่างมาก หุ่นที่เพียวบางเอวที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งที่เข้ารูปหน้าอกที่กลมกลึงน่าััรูปปากที่ได้สัดส่วนมีสีแดงอมชมพูนิดๆเห็นแล้วน่าดูดดื่มเป็อย่างยิ่ง
นางเป็สาวงามอันดับหนึ่งของตะกลูมู่ เป็นางในฝันของรุ่นเยาว์ในตะกลูหลายๆคน แต่ไม่มีคัยกล้าที่จะเข้าใกล้นางได้เพราะนางเป็ลูกสาวของผู้าุโสี่มู่หลงหาน ผู้าุโสี่ขึ้นชื่อว่าห่วงลูกสาวอย่างมากยิ่งกว่าไข่ในหินซะอีก ผู้ชายรุ่นเยาว์คนใดที่เข้ามาตีสนิทกับนาง เป็ต้องโดนผู้าุโสี่จัดการหนีตะเลิดออกไปแทบไม่ทัน จึงไม่มีชายใดกล้าเข้าไปตีสนิทกับนางอีกเพราะกลัวผู้าุโสี่นั้นเอง ....
ขอบคุณพี่ใหญ่ซื่อเยี่ยนที่ประเมินเสี่ยวเสี่ยวไว้สูงเช่นนี้ แต่เสี่ยวเสี่ยวคงไม่สามารถก้าวข้ามพี่ซื่อเยี่ยนไปได้ง่ายๆหรอกจริงหรือไม่ ... นางตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวานและรอยยิ้มที่น่าหลงไหล ทำให้ผู้ที่ได้ฟังและเห็นรอยยิ้มนั้นแล้วรู้สึกจิตใจอ่อนไหวอย่างมากไม่เว้นแม้แต่มู่ซื่อเยี่ยน ที่ยืนอยู่ต่อหน้าของนาง
ถ้าข้ามีโอกาสได้ใกล้ชิดนางสักครั้ง ข้าจะทำให้นางตกเป็ทาสของข้าจนไม่สามารถหนีจากข้าได้อีกเลย เพียงแค่คิดก็ทำให้มู่ซื่อเยี่ยนมีความสุขขึ้นมาทันทีใบหน้าของเขาแสดงออกมาถึงแรงปราถณาในตัวของมู่เสี่ยวเสี่ยวอย่างเด่นชัด และปฏิกริยาของซื่อเยี่ยนน้อยก็ตอบรับแรงปราถณาของเขาทำให้ตรงว่างขาของเขานู้นขึ้นมาอีกเล็กน้อย
เห็นปฏิกิริยาของมู่ซื่อเยี่ยนที่แสดงออกมานั้น มู่เสี่ยวเสี่ยวมองดูเขาด้วยสายตาที่เย็ยชาและยิ้มออกมาเล็กน้อย ผู้ชายตะกลูมู่นี้ช่างเหมือนกันไปทั้งหมดจริงๆ มักมากในสุราและนารีไม่มีดีแม้แต่คนเดียว ในความคิดของนางมีเพียงผู้ชายแบบพ่อของนางเท่านั้นที่สมควรคบหาได้ ผู้าุโสี่เป็ผู้าุโเพียงคนเดียวที่มีภรรยาเพียงคนเดียวก็คือแม่ของมู่เสี่ยวเสี่ยวนั้นเอง แม้ว่าแม่ของนางจะเสียไปั้แ่นางอายุได้เพียง 5 ปีเท่านั้นแต่พ่อของนางก็ไม่เคยรับภรรยามาใหม่เลยแม้แต่คนเดียว
หลังจากกล่าวทักทายกันเรียบร้อยแล้วมู้เสี่ยวเสี่ยวก็เป็คนฝ่ายเริ่มก่อนนางนำกระบี่ออกมาจากแหวนมิติ กระบี่เล่มนี้มีสีฟ้าอ่อนมีแรงกดดันที่เย็นะเืแผ่กระจายออกมา กระบี่เล่มนี้เป็อาวุธระดับปราณฟ้าขั้นสูงเป็กระบี่ที่หลอมรวมกับจิตอสูรระดับปราณฟ้าขั้นสูงตนนึง นั้นก็คืออสูรวิหคเยือกแข็ง สัตว์อสูรธาตุน้ำที่หายากอย่างมาก กระบี่เล่มนี้เป็ผู้าุโสี่จัดหามาให้กับลูกสาวของตน เข้าได้ใช้จ่ายออกไปเป็จำนวนมากเพื่อให้ได้กระบี่เล่มนี้มา
เพียงแค่นำกระบี่ออกมาก็ทำให้อุณหภูมิโดยรอบลดลงอย่างรวดเร็ว มู่ซื่อเยี่ยนจ้องมองไปที่กระบี่เล่มนั้นและยิ้มออกมาเล็กน้อย .. สมกับเป็อาวุธระดับสูงจริงๆแค่แรงกดดันที่ปล่อยออกมาก็ทำให้ข้ามีอาการสั่นขึ้นมาได้ แต่เพียงแค่นี้คงไมาอาจเอาชนะข้าได้หรอก มู่ซื่อเยี่ยนได้นำดาบเล่มใหญ่เล่มนึงออกมาจากแหวนมิติของเขา แรงกดดันของมันนั้นไม่ได้ต่างจากกระบี่วิหคเยือกแข็งของมู่เสี่ยวเสี่ยวเลยแม้แต่น้อย
เพียงแต่กว่ามันมีขนาดที่ใหญ่อย่างมากเพียงแค่ปักลงไปที่พื้นก็ทำให้สนามประลองสั่นขึ้นมาได้ ดาบนี้เป็อาวุธระดับปราณฟ้าขั้นสูงเช่นเดียวกับกระบี่ของมู่เสี่ยวเสี่ยว แต่กลับแตกต่างกันตรงที่ดาบของมู่ซื่อเยี่ยนมีจิตอสูรของพยัคโลกันต์ซึ่งเป็สัตว์อสูรระดับปราณฟ้าขั้นสูงธาตุไฟ ซึ่งเป็ธาตุตรงข้ามกับวิหคเยือกแข็งอย่างสิ้นเชิง
เหล่าผู้ชมรอบด้านที่เห็นอาวุธของทั้งสองต่างก็ใเป็อย่างมากที่รุ่นเยาว์ทั้งสองสามารถอาวุธระดับสูงได้ ในตะกลูมีเพียงระดับผู้อาวูโสขึ้นไปเท่านั้นถึงจะมีอาวุธระดับสูงไว้ใน แต่ตอนนี้กลับมาอยู่ในมือรุ่นเยาว์ทั้งสองต่อหน้าพวกเขา แล้วจะไม่ทำให้หลายๆคนรู้สึกอิจฉาขึ้นมาได้อย่างไร
แม้แต่มู่หลงชิงยังมองไปที่พวกเขาด้วยสายตาอิจฉาเล็กน้อย เขามีเพียงกระบี่ปราณฟ้าขั้นกลางเท่านั้นเป็เพียงกระบี่ธรรมดาที่ไม่มีแม้แต่จิตอสูรหลอมรวมเข้าไปด้วย แต่ยังดีที่เขาสามารถฝึกวิชากระบี่ตัดสรรพสิ่งกระบวนท่าที่ 1 ตัดศิลาได้สำเร็จแล้ว ไม่เช่นนั้นแล้วเขาคงไม่สามารถต่อกรกับทั้ง 2 คนที่มีอาวุธระดับสูงไว้ในอย่างแน่นอน
ฮาๆๆ .... เสียงหัวเราะของมู่หลงห้าวดังออกมาจากด้านข้างเขา ได้เห็นสายตาที่มีความอิจฉาเล็กน้อยของมู่หลงชิงก็ทำให้เขายิ้มออกมาเล็กน้อย
นายน้อยมู่หรือว่าท่านไม่มีกระบี่ระดับสูงไว้ในเช่นนั้นหรือ ท่านเป็ถึงนายน้อยของตะกลูมู่แต่กลับไม่มีอาวุธระดับสูงเช่นนั้นหรือ ช่างหน้าขายหน้ายิ่งนัก มู่หลงห้าวยิ้มเยาะเย้ยออกมาก่อนที่จะนำมีดสั้นเล่มนึงออกมา มีดสั้นเล่นนี้ให้ความกดดันพอๆกับอาวุธระดับสูงทั้งสองที่นำออกมาก่อนหน้านี้ เพียงแต่ไม่มีพลังของสัตว์อสูรแผ่กระจายออกมา จึงทำให้รู้ได้ว่ามีดสั้นเล่มนี้ไม่ได้หลอมรวมกับจิตอสูรแต่เป็เพียงอาวุธระดับสูงธรรมดาเท่านั้น
นี้ ... ได้ยังไง .. ทำไมมู่หลงห้าวถึงมีอาวุธระดับสูงไว้ในได้ ... รุ่นเยาว์ผู้หนึ่งกล่าวออกมาด้วยความใและอิจฉา
มู่หลงชิงจองมองไปที่มู่หลงห้าวอย่างเ็าเขาพอจะเดาได้ว่าทำไมมู่หลงห้าวถึงได้มีอาวุธระดับสูงไว้ในได้ โผล่หางออกมาแล้วสินะผู้าุโสาม คิดจะจัดการั้แ่เนินๆเช่นนั้นหรือ เช่นนั้นข้าจะทำให้เ้าต้องเสียใจที่คิดจะกำจัดข้า เขาคิดได้ดังนั้นก็นำกระบี่ออกมา กระบี่ของเขาเป็เพียงอาวุธปราณฟ้าขั้นกลางเท่านั้น ได้เห็นอาวุธของมู่หลงชิงก็ทำให้มู่หลงห้าวยิ้มขึ้นมาที่มุมปากเล็กน้อย
นายน้อยมู่ท่านจะประลองกับข้าด้วยอาวุธระดับปราณฟ้าขั้นกลางเช่นนั้นหรือ นี้ท่านจะไม่ดูถูกข้าไปหน่อยอย่างนั้นหรือ .....
แค่อาวุธระดับปราณฟ้าขั้นกลาง ข้าก็สามารถชนะเ้าได้อย่างง่ายดายแล้ว ... มู่หลงชิงกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย เขาไม่ได้เห็นมู่หลงห้าวอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย ...
ดี ... ดีมากๆ นายน้อยมู่ข้าก็อยากจะเห็นเช่นกันว่าท่านจะหยิ่งผยองได้อีกไหม เมื่อพ่ายแพ้ให้แก้ข้า ..............