คนทั้งกลุ่มไปทานอาหารกวางตุ้งที่ชั้นบนของห้างสรรพสินค้าซินซินที่เพิ่งเปิดใหม่บนถนนหนังจิงหยางซิ่วเฉิงจองห้องพิเศษไว้ล่วงหน้าแล้วเดินนำแขกที่มาด้วยกันทั้งหมดเดินเข้าไปในห้อง
ในห้องนั้นมีผู้หญิงแต่งตัวแต่งหน้าฉูดฉาดนั่งอยู่ก่อนแล้วเห็นพวกเขาเดินเข้ามา ก็วางนิตยสารลงแล้วลุกขึ้น
หล่อนใส่กี่เพ้าที่ทันสมัยขนาดพอดีๆกับตัว ไว้ผมสั้นหยักลอน เอวบางร่างน้อยเหมือนต้นหลิวสะโพกและหน้าอกที่อุดมสมบูรณ์ เหมือนกับผลลูกท้อกำลังสุกมีสีสันระเรื่ออายุของหล่อนพอๆ กับฝงซื่อเจินไม่มีกลิ่นอายของความเป็นักเรียนนักศึกษาหลงเหลืออยู่เลยเป็หญิงสาวที่มีความโมเดิร์นอยู่อย่างเต็มเปี่ยม หญิงสาวคนหนึ่งสวยขนาดนี้เดินตรงมายืนอยู่ตรงหน้าหล่อนเหมือนผลไม้สุกบนต้นไม้ที่หย่อนลงมาอยู่ต่อหน้าอย่างไรอย่างนั้น
อู่อวิ๋นฉือเดินไปอย่างทึกทัก จับมือหญิงสาวคนนั้นขึ้นมา จุมพิตไปที่หลังมือของหล่อน
“ไม่เจอกันแค่เดือนกว่าเองคุณตู้ดูสวยดึงดูดสายตากว่าเดิมได้ขนาดนี้นึกว่าดารานักร้องดังที่ไหนเข้ามาผิดห้องเสียอีกครับ”
“อวิ๋นฉือคุณเรียนโรงเรียนทหารแค่ครึ่งปีเอง ฝีปากที่แหลมคมเหมือนะุปืนก็ไม่ปานเลยนะ”ตู้หลานซินพูดขำขึ้นที่หูใส่ตุ้มหูแวววาวส่ายไปมาตามการเคลื่อนไหวส่องแสงระยิบระยับ ดวงตาที่มีเสน่ห์เหมือนกับแสงอาทิตย์สาดส่องลงมาบนหยดน้ำบนใบไม้เป็ประกายในฤดูใบไม้ผลิมองผ่านหน้าของหยางซิ่วเฉิง
สีหน้าของหรงฟังหลินแข็งทื่อไปพักหนึ่ง อวี๋จือฮุ่ยไม่แสดงปฏิกิริยาอะไรได้แต่มองจ้องไปที่มือของตู้หลานซินที่ใส่แหวนเพชรไว้ที่มือด้านซ้ายอย่างไม่ละสายตา
หลังๆ ตู้หลานซินเพิ่งสาดสายตามามองเห็นหรงเจียซั่งจึงทักทายแบบง่ายๆ ไป “เจียซั่ง คุณชายใหญ่สบายดีไหมคะ?”
“พ่อไปทำงานข้างนอกยังไม่กลับทุกอย่างเรียบร้อยดีครับ” หรงเจียซั่งตอบแบบถนอมท่าที
“นี่คือคุณตู้เป็คุณหนูรองของตระกูลธนาคารฟู่หมิน” หรงฟังฮว่ากระซิบอธิบายให้ฝงซื่อเจินได้รู้
ฝงซื่อเจินรู้ว่าคุณตู้คนนี้เป็ใคร หรงติ้งคุนหมายมั่นปั้นมือที่จะแต่งผู้หญิงคนนี้ให้ลูกชายคนโตเป็คนคัดเลือกภรรยามา ก็คือผู้หญิงคนนี้คนที่เป็ลูกเ้าของธนาคาร
ตู้หลานซินอายุเยอะกว่าหรงเจียซั่ง 3 ปีเป็คนที่มีชื่อเสียงแนวหน้าของเซี่ยงไฮ้ก็ว่าได้ คบค้าสานสัมพันธ์กันไม่ว่าอายุจะห่างกัน 3 ปี 5 ปีก็จะต้องถูกพามารู้จักกัน ถ้าหาก 2 ครอบครัวนี้ได้เป็ทองแผ่นเดียวกันละก็จะต้องมีผลประโยชน์ร่วมกันอย่างมากดังนั้นถึงแม้บ้านตระกูลหรงไม่ถือสาความเ้าชู้ของคุณตู้ ตระกูลตู้เองก็ไม่ได้เมินเฉยต่อความดื้อรั้นแข็งกร้าวของคุณชายตระกูลหรงที่มีอ้างได้ก็เพียงไม่ว่ายังไงจะต้องให้หรงเจียซั่งไปเรียนหนังสือเสียก่อนพูดแบบนี้ก็น่าจะฟังขึ้นหน่อย
แน่นอนว่าหรงเจียซั่งไม่อยากแต่งงานไม่อย่างนั้นละก็เขาคงไม่ยอมเรียนช้าจนถูกตราหน้าว่าเป็คนโง่อยู่อย่างนั้นแน่นอน
ก่อนหน้าที่กับข้าวจะมาเสิร์ฟนั้น สาวๆ ก็รวมกลุ่มคุยกันเื่เสื้อผ้าแฟชั่นอยู่ส่วนผู้ชายก็ยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างหน้าต่าง
“เป็ไง?” อู่อวิ๋นฉือยื่นบุหรี่มวนหนึ่งให้หรงเจียซั่ง“ฟังจากที่หรงฟังฮว่าพูดผู้หญิงคนนั้นมีความรู้ความสามารถจริงๆ มาสอนหนังสือจริงๆ จังๆ แล้ววันนั้นที่ซินตูฮุ่ยมันเป็ยังไงกันแน่?”
“หล่อนบอกว่าอีกหน่อยไม่ได้ไปอีกแล้ว” หรงเจียซั่งไม่สูบบุหรี่ถือไว้เล่นในมือ
ฝงซื่อเจินยืนอยู่ตรงอีกด้านหนึ่งของหน้าต่างกับหยางซิ่วเฉิงคุยกันต่อเื่สาขาการเรียนการสอนตามประสารุ่นพี่รุ่นน้องอย่างออกรสออกชาติยังคุยถึงเื่กับข้าวที่แสนเอร็ดอร่อยที่อาจารย์หญิงทำให้กินชวนให้ย้อนนึกถึงภาพวันวาน
หรงเจียซั่งยิ้มด้วยความเ็าแสดงสีหน้าด้วยหน้าตาที่หล่อเหลา “บอกว่าเป็ครูสอนพิเศษแต่กลับถนัดในเื่ต้อนรับขับสู้ แล้วยังชอบยุ่งเื่ไม่เป็เื่อีกมาที่บ้านได้แค่ 2 วันก็เข้าหาหวงซื่อกับน้อง 2 คนได้แล้วตอนนี้ยังจะตีสนิทกับหยางซิ่วเฉิงไปด้วยอีกคนครั้งนี้หวงซื่อรับคนแบบไหนเข้ามาเนี่ย?”
“หล่อนจะเข้าหาหยางซิ่วเฉิงก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับนาย” อู่อวิ๋นฉือพ่นควันบุหรี่ออกมา“ตัวหล่อนเป็ครูสอนพิเศษหาบ้านดีๆ ก็เพื่อชีวิตความเป็อยู่ มันก็ปกตินะ คัดเลือกมาไม่เป็ไปตามหวังมันก็เป็เื่ของแม่เลี้ยงนายที่ต้องรับผิดชอบ นายเอาแค่เื่เรียนของตัวเองก็พอผ่านอีกครึ่งปีนี้ไป ปีหน้าไปโรงเรียนทหารหวงปู้ก็โอเคแล้วพ่อนายจะกลับมาเมื่อไหร่?”
ฝงซื่อเจินกับหยางซิ่วเฉิงไม่รู้ว่าคุยกันไปถึงไหนทั้งเสียงพูดเสียงหัวเราะคิกคักลอยมา เสียงหัวเราะของฝงซื่อเจินฟังแล้วรื่นหูเหมือนได้กัดลูกพีชหวานหอม แต่สำหรับหรงเจียซั่งฟังแล้วกลับรู้สึกเข็ดฟัน
หรงเจียซั่งเก็บอารมณ์ที่แสดงออกทางสีหน้าบี้บุหรี่ในมือ ทิ้งลงในกระถางดอกไม้ “ใกล้แล้วมั้ง ”
อู่อวิ๋นฉือหัวเราะ“คุณหนูบ้านนายยังไม่ออกเรือนสักคนเลย พ่อนายก็ไม่กล้าที่จะยุ่งวุ่นวายเท่าไหร่เขาเป็คนที่รักษาหน้าที่สุดเลยไม่ใช่เหรอ? แต่หลังจากที่เขากลับมาแล้วเื่ของนายกับตู้หลานซิน ดูแล้วไม่น่าจะถ่วงเวลาต่อได้อีกแล้วละนายวางแผนไว้ยังไง? แฟนนายที่อยู่ฉงชิ่งคนนั้น ตัดขาดแล้วจริงๆ เหรอ?”
ฝงซื่อเจินหัวเราะคิกคักยิ่งทำให้หรงเจียซั่งยิ่งรำคาญ จนเก็บอาการไว้ไม่อยู่
จะให้พูดตามตรง เสียงหัวเราะของผู้หญิงคนนี้สะดุดหูมากเหมือนเสียงดีดของกู่เจิ้ง ไพเราะเสนาะหู รู้สึกน่ารักจริงใจ ไม่เสแสร้งแม้แต่น้อยแต่เขาได้ยินแล้วกลับรู้สึกเหมือนมีพลังบางอย่างที่ทำให้รู้สึกอึดอัดแต่กลับอธิบายออกมาเป็คำพูดไม่ได้ ความรู้สึกที่มันกระวนกระวายอัดอั้นไว้ในใจมันประดังออกมาอย่างหาสาเหตุไม่ได้ ความวุ่นวายใจมีแต่จะยิ่งทวีคูณขึ้นไปเรื่อยๆ
หยางซิ่วเฉิงฉลาดหลักแหลมมีไหวพริบแล้วยังมีความทะนงตัวเลือกคบคน ไม่มีทางที่จะไปตีสนิทคบหาสมาคมกับครูสอนพิเศษตัวเล็กๆอย่างนั้น นั่นเรียกว่าเป็การคุยถูกคอกันกับหล่อนงั้นเหรอ?
ผู้หญิงคนนี้มีแผนอะไรกันแน่นะ?หล่อนถูกใจตัวตนของหยางซิ่วเฉิง หรือว่าเข้าหาเพื่อผลประโยชน์อะไรบางอย่าง?
อู่อวิ๋นฉือยังไม่ทันนึกคำตอบออกหันหน้าที่กำลังครุ่นคิดกลับมา แต่กลับมองเห็นหรงเจียซั่งจ้องมองเขม็งไปที่ครูสอนพิเศษคนนั้นสายตานั่นเหมือนกับว่าจ้องที่จะเขมือบคนคนนั้นลงไปเสียเลยอย่างไรอย่างนั้น
อู่อวิ๋นฉือใในหัวคิดว่ามันแปลกมากและก็คิดว่ามันไร้สาระสิ้นดีอีกทั้งยังรู้สึกว่าเหลวไหลเป็ที่สุด ส่ายหัวแล้วรีบเดินออกห่างไป
เมื่อกินข้าวเสร็จคนทั้งกลุ่มไม่ไปดูภาพยนตร์แล้ว ลงไปชั้นล่างเดินช็อปปิ้งเลยทีเดียว
ในห้างสรรพสินค้าที่เปิดใหม่มีเครื่องหยกสวยงามมากมายมาจากประเทศต่างๆ ที่มีชื่อเสียงวางเรียงรายเต็มเคาน์เตอร์ดูละลานตาบรรดาคุณหนูกรูกันเข้าไปชมเหมือนฝูงผีเสื้อตอมดอกไม้อย่างไรอย่างนั้นมองอันนั้นทีมองอันนี้ทีอลหม่านไปหมด หยางซิ่วเฉิงและอู่อวิ๋นฉือเดินตามมาด้านหลังแต่ว่าหรงเจียซั่งกลับยืนล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่คนเดียว หาวออกมาด้วยความเหนื่อยหน่ายไม่มีทีท่าที่จะควักกระเป๋าไปจ่ายเงินแทนให้กับคู่หมั้นคู่หมาย
เขาตัวสูงขาวหน้าตาหล่อเหลาไม่มีที่ติ เพียงแค่ยืนชิลๆ อยู่ตรงราวจับบันไดก็สามารถดึงดูดให้เหล่าสาวแก่แม่หม้ายที่เดินผ่านไปมาต้องหันหัวกลับมามองอีกรอบ
ตู้หลานซินหันมามองหาหรงเจียซั่งโบกมือเรียก “เจียซั่ง คุณมาช่วยฉันดูรองเท้าตรงนี้หน่อย”
หรงเจียซั่งเหมือนโดนไฟช็อร์ตสะดุ้งมีสติขึ้นมาแล้ว พูดเสียงดังตอบกลับ “ครูฝงบอกว่าที่นี่เสื้อผ้าแพงเกินไปผมพาเขาไปดูที่ร้านอื่นก่อน”
พูดเสร็จก็คว้าเอาตัวฝงซื่อเจินที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวสาวเท้าเร็วเหมือนลื่นน้ำมันบนพื้นก้าวขึ้นบันไดเลื่อนไปเสียอย่างนั้น
ฝงซื่อเจินถูกคุณชายใหญ่หรงกระชากตัววิ่งตามถึง2 ครั้งภายใน 1 วัน เหมือนกับเกิดความเคยชิน เริ่มก้าวเท้าวิ่งตามได้ทันแล้ว
หรงเจียซั่งลากฝงซื่อเจินมาถึงชั้นล่างแน่ใจแล้วว่าตู้หลานซินมองไม่เห็นแล้ว ก็ผละมือออกจากฝงซื่อเจิน
ฝงซื่อเจินยิ้มอย่างเซ็งๆ ว่า“คุณชายใหญ่ทำอย่างนี้กลัวว่าคุณหนูตู้เขาจะไม่พอใจเอานะ”หรงเจียซั่งพูดอย่างห้าวหาญ“ผู้หญิงนี่วุ่นวายที่สุด เลือกของเป็ร้อยๆ ชิ้นเพื่อที่จะซื้อของอย่างหนึ่งสายตาซอกซอนรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นิดหน่อยก็เปรียบเทียบหมด เก่งขนาดนี้ทำไมไม่ไปเข้าหน่วยลาดตระเวนซะ?”
ฝงซื่อเจินอดไม่ได้ที่จะตักเตือน“คุณชายใหญ่ ฉันก็เป็ผู้หญิงนะ”
หรงเจียซั่งมองไปทางหล่อนที่ขำยอกย้อนด้วยความร้ายกาจ“พวกหล่อนชอบเลือกหลายแบบ ส่วนคุณผู้ชายก็ชอบต่อราคา มันต่างกันตรงไหน?”
ฝงซื่อเจินกระตุกยิ้มมุมปากท่องสะกดอารมณ์ไว้ในใจจะได้ไม่เผลอเอากระเป๋าสตางค์ในมือฟาดเข้าไปที่หน้าผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า
“ไปกันเถอะ”หรงเจียซั่งมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ทำเฉยๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น“ในเมื่อพูดแล้วว่าจะพาคุณไปดูเสื้อผ้า ถนนฝั่งตรงข้ามมีร้านยี่ห้อเก่าแก่อยู่ร้านหนึ่งช่างตัดเสื้อไม่เลวเลย”
ที่จริงแล้วฝงซื่อเจินไม่ได้อยากจะซื้อเสื้อที่แพงๆในที่แบบนี้ แต่ว่าหรงเจียซั่งเอ่ยปากพูดแล้ว หล่อนก็ได้แต่เดินตามไป
เสื้อผ้าในร้านยี่ห้อเก่าแก่ร้านนั้นตั้งอยู่ที่ถนนกวางสีข้างๆ เป็ร้านกาแฟของคนรัสเซีย
่หลังบ่ายๆ ของฤดูใบไม้ร่วงแสงแดดเบาบางเป็สีทองสาดส่องปกคลุมพื้นดิน ประตูบานใหญ่หน้าร้านกาแฟเปิดอยู่ ไม่ค่อยมีลูกค้าเครื่องเล่นแผ่นเสียงตรงข้างๆ บาร์น้ำเล่นเพลงภาษาอังกฤษอยู่ เสียงร้องที่ทุ้มใหญ่ของนักร้องหญิงร้องเพลงไพเราะรื่นหูทำให้่เวลาหลังบ่ายที่แสนจะี้เีนี้ได้เพิ่มชีวิตชีวาขึ้นมาหน่อย
เสียงของเพลงดังทะลุหน้าต่างกระจกร้านเสื้อผ้าดังมาถึงยังภายในร้าน
“คุณชายหรงมารับเสื้อผ้าหรือ?”เ้าของร้านรู้จักหรงเจียซั่ง ออกมาต้อนรับอย่างเป็มิตร “พอดีเลยจริงๆ เพิ่งทำเสร็จเมื่อกี้นี้กะว่าพรุ่งนี้ก็จะจัดส่งไปให้ที่บ้าน”
“งั้นผมขอลองหน่อย”จากนั้นหรงเจียซั่งก็ชี้มือมาทางฝงซื่อเจิน แล้วเอ่ยขึ้นว่า“ผมแนะนำคุณผู้หญิงคนนี้มารู้จักกับร้านของคุณ ให้เด็กๆ ในร้านช่วยให้บริการตัดชุดได้เลยครับ”
เ้าของร้านรีบเรียกพนักงานหญิงมารับรองฝงซื่อเจินส่วนตัวเองก็รับรองหรงเจียซั่งอย่างเป็มิตรพาเข้าไปลองเสื้อผ้าที่ห้องลองชุด
เงิน 10 หยวนที่วางอยู่ตรงนี้ยังไม่พอค่าชุดเลยฝงซื่อเจินเลือกผ้าสีเรียบๆ มา 2 ม้วน จากนั้นก็คิดไปคิดมา แล้วก็เลือกเอาผ้าพื้นสีขาวลายดอกไม้1 ม้วน คิดไว้ว่าจะเอาไปให้แม่ตัดชุดใหม่ใส่
ประตูห้องลองเสื้อผ้าเปิดออกหรงเจียซั่งสวมใส่ชุดใหม่เดินออกมา ยืนอยู่ตรงหน้ากระจก
เถ้าแก่ร้านหันมาเพื่อมองหรงเจียซั่งกล่าวคำชื่นชม แต่หรงเจียซั่งไม่ได้สนใจ หันหน้าไปถามฝงซื่อเจิน “ฉันดูเป็ไง?”
ที่จริงั้แ่ตอนที่เขาเดินออกมาก็ดึงดูดสายตาฝงซื่อเจินให้มองไปที่เขาคนเดียวอยู่แล้ว
นั่นเป็ชุดสูทผ้าซาตินสไตล์ตะวันตกลายทางสีเข้มที่ตัดเข้ากับขนาดตัวพอดีเนื้อผ้าสวมใส่สบายมาก การเย็บประณีต ใบหน้าของเขามีความอ่อนโยนบุคลิกดูเป็ผู้ชายโตเต็มวัยแล้ว อากัปกิริยายืนอยู่สง่างามรู้สึกได้ว่าเป็คนที่มีความฉลาดเฉียบคม อกผายเอวบาง ขาทั้งสองข้างเรียวยาวประกอบกับใส่ชุดสูทที่พอดี ดูหล่อกว่านายแบบชุดสูทที่อยู่บนโฆษณาเสียอีก
“ใครๆ ก็บอกว่าคนต้องมีการแต่งกายฉันเห็นว่าคุณชายใหญ่หุ่นดีขนาดนี้ แต่มันขัดๆ กับเสื้อผ้ายังไงก็ไม่รู้”ฝงซื่อเจินพูดทั้งขำ
หรงเจียซั่งเลิกคิ้ว“คำพูดของครูฝงน่าฟังอย่างนี้นี่เองไม่น่าล่ะปกติแล้วหยางซิ่วเฉิงดูแคลนคนอื่นขนาดนั้น แต่มาเจอคุณแค่ไม่ถึงครึ่งวันก็ถูกคุณหลอกล่อซะจนเคลิ้มไปเลย”
นอกจากนั้นฝงซื่อเจินยังพูดออกมาอีกว่า“ที่จริงคุณชายใหญ่ก็เอาแต่พูดไปจะให้พูดตามจริงแล้วก็ได้การสนับสนุนจากคุณนั่นแหละ ฉันก็เลยต้องพูดให้น่าฟังขึ้น 3เท่า ฉันได้มารู้จักกับคุณหยาง นั่นก็เพราะว่าได้เครดิตจากคุณนั่นแหละ”
การต่อปากต่อคำออกรสออกชาติ จนเถ้าแก่และพนักงานในร้านต่างก็จ้องมองติดตาม
หรงเจียซั่งหัวเราะออกมาอย่างเยือกเย็นดึงแขนเสื้อพับขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
ฝงซื่อเจินปวดใจที่เห็นเสื้อใหม่ตัวนั้นอดพูดออกมาไม่ได้ว่า “อย่าดึงมั่วอย่างนั้น ระวังกระดุมมันจะถูกดึงจนคลอนนะ”
หรงเจียซั่งพูดออกมารู้สึกรำคาญยื่นแขนออกไป“งั้นคุณก็มาพับไหมล่ะ?”
ฝงซื่อเจินก็เดินเข้าไปหาจริงๆพับแขนเสื้อขึ้นให้อย่างเชี่ยวชาญ กระดุมติดให้แล้ว แล้วยังหยิบคัฟลิงก์สีขาวงาช้างในมือเถ้าแก่ติดเข้าไปที่แขนเสื้อ
นิ้วของหล่อนมีความเย็นเล็กๆ เล็บข่วนโดนหลังมือของหรงเจียซั่งอย่างไม่ได้ตั้งใจหรงเจียซั่งมองหางตาสะดุ้งใ
คัฟลิงก์ถูกใส่เข้าไปอย่างรวดเร็วฝงซื่อเจินถอยก้าวออกมาครึ่งก้าว จับแปรงขนมาปัดลงบนไหล่ของหรงเจียซั่งมือจับกรีดลงบนปกเสื้อเพื่อจัดระเบียบ ลูบผ้าส่วนที่ยับให้เรียบตึง
หรงเจียซั่งยืนตัวตรงทื่อ
ฝงซื่อเจินไม่ได้สังเกต ก็ปัดไปที่หลังของหรงเจียซั่งอีกทีดึงเสื้อส่วนที่ยับให้เรียบ
“ชุดไม่เลวเลยจริงๆ พอดีตัวมาก”ฝงซื่อเจินเอ่ยปากชม “คุณชายใส่แล้วดูแพงมาก หล่อยิ่งกว่านายแบบที่อยู่บนรูปซะอีกนะเนี่ย”
หรงเจียซั่งเหล่มองดูหล่อนแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
“คุณชายใหญ่หรงจะลองใส่เนกไทไหม?”เถ้าแก่ถือเนกไทมากล่องหนึ่ง แนะนำแต่ละเส้น
หรงเจียซั่งแม้แต่มองยังไม่มองพูดออกมาดื้อๆ ว่า “ครูผู้มีเครดิตช่วยผมเลือกมาเส้นหนึ่งด้วยครับ”
ฝงซื่อเจินงงๆ อยู่ครู่หนึ่งแล้วก็เลือกเนกไทลายสกอตสีน้ำเงินเข้มออกมา 1 เส้น
หรงเจียซั่งจับมาแล้ววางไว้ทำท่าทางเหมือนเป็เ้านาย รอให้ฝงซื่อเจินมาใส่ให้เขาฝงซื่อเจินมองเขาด้วยสายตาที่เบื่อหน่าย แต่แล้วก็ไม่พ้นที่จะหยิบขึ้นมา จับเอาเนกไทแล้วใส่เข้าไปที่คอของเขา
ผิวััที่คอที่เปราะบางถูกความเย็นจากมือเสียดสีััมือคู่นั้นมีกระแสไฟบางอย่าง ทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนมีดอกไม้ไฟพวยพุ่งขึ้นมาอีกทั้งดอกไม้ไฟที่ว่ายังเหมือนกับพุ่งอิสระออกมาจากป่าทึบ ไหลผ่านไปยังทุกอณูของเส้นเืและอวัยวะส่วนต่างๆขับไล่ความรู้สึกง่วงเหงาหาวนอนที่เคยมี
บนเพดานประดับด้วยพัดลมโคมไฟ แสงสีสลัวๆ ส่องสว่างออกมาเสียงเพลงจังหวะสนุกสนานของร้านข้างๆ ดังเข้ามายังในร้าน ถูกบรรยากาศในร้านเปลี่ยนให้กลายเป็จังหวะที่อ่อนไหวละมุนละไมไปเสียอย่างนั้น
สายตาหรงเจียซั่งมองจ้องไปยังหญิงสาววัยรุ่นที่อยู่ใกล้ๆผ่านแสงไฟสลัวๆ
ฝงซื่อเจินสายตามองลงต่ำขนตาที่งอนยาว สันจมูกที่สวยงาม ความอ่อนโยนละมุนละไมค่อยๆ ซ่านกระจายไปรอบๆ ทำให้รู้สึกอึดอัดไม่ค่อยอิสระเท่าไหร่
หรงเจียซั่งได้ยินเสียงตึกตักๆเหมือนตีกลอง ดังออกมาจากหน้าอกของเขา ดังกังวานอยู่ในหูจู่โจมเข้าไปยังจิตใต้สำนึก
เหมือนกับว่ามันอยู่เหนือการควบคุมไปแล้วเขายกมือขึ้นกะทันหัน ผลักฝงซื่อเจินออกจากตัว ส่วนตัวเองก็ถอยก้าวออกมาถึงครึ่งก้าวทิ้งระยะห่างระหว่างกัน
“ทำไมเหรอคะ?”ฝงซื่อเจินสีหน้าแปลกใจ สองมือยังค้างอยู่กลางอากาศ
หรงเจียซั่งสายตาลอกแลกไปมาขำออกมาแก้เขิน “ขอโทษที เพิ่งนึกออกว่าคุณนายเชิญให้ครูมาสอนหนังสือไม่ได้ให้มาปรนนิบัติผม”
ฝงซื่อเจินรู้สึกโกรธเืขึ้นหน้าพ่นลมหายใจลึก ในมือกำหมัดไว้แน่น
เถ้าแก่ที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ข้างๆคิดว่าฝงซื่อเจินน่าจะโกรธและคงต้องด่าหรงเจียซั่งหูดับแน่ๆ ในตอนนั้นแต่หล่อนกลับใจเย็นลงมา เพียงแค่มองหรงเจียซั่งด้วยสายตาที่ผิดหวังและเ็าหันตัวเดินออกไปทางประตูร้าน คำพูดแม้คำเดียวก็ไม่เอ่ยปาก
เถ้าแก่และพนักงานในร้านมองหน้ากันไม่มีใครกล้าพูดอะไร
หรงเจียซั่งทำสีหน้าไม่แยแส มองดูกระจกแล้วจัดเนกไทต่อได้ยินเสียงตอนเปิดปิดประตูที่หน้าร้านดังขึ้น เนกไทของเขายิ่งจัดก็ยิ่งยุ่งเหยิงเหมือนผ้ามัดขมวดกันอยู่ตรงคอเลย ยิ่งพยายามทำจนสีหน้าบูดบึ้ง
“คุณชายหรง คุณดู...” เถ้าแก่ค่อยๆพูดอย่างระมัดระวังคำพูด
ทันใดนั้นหรงเจียซั่งก็ดึงเนกไทออกมาเสียอย่างนั้นเขวี้ยงเนกไทไปทางเถ้าแก่ ก้าวเท้าอันเรียวยาวของเขาเดินออกไปจากร้าน
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/0818cc58522cbd86eda61452a3988291
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่เมืองศิวิไลซ์ที่ไหน ขอฝากแฮชแท็ก #เมืองศิวิไลซ์ #เรือนหอมหมื่นลี้ #readAwrite ด้วยน้า