หลังชัยชนะในลานหลวง
ข่าวเื่ "ยอดฝีมือจากตระกูลไป๋ชนะหนึ่งกระบวนท่า" สะพัดไปทั่วแคว้น
แต่ยังไม่ทันที่คลื่นจะสงบ
จดหมายลับจากชายแดนตะวันตกก็ถูกส่งเข้ามาอย่างเร่งด่วน
> “ชนเผ่าฮั่วหลิงแห่งแดนเถื่อนรวมพลกว่าแสนม้า
บรรดาผู้นำท้องถิ่นเริ่มแปรพักตร์ ขอให้นครหลวงส่งแม่ทัพใหญ่โดยด่วน”
ในขณะเดียวกัน ภายในเมืองหลวง
เหล่าขุนนางอนุรักษ์นิยม นำโดยตระกูลจ้าว และกลุ่มพ่อค้าขุนนางเก่า
เริ่ม "ตั้งสภาเงา" ลับๆ เพื่อหาทางขัดขาแิของหลินเหยียน
สองภัย – ต่างทิศ แต่พร้อมกัน
หลินเหยียนได้รับพระบัญชาให้เป็ "ผู้แทนพิเศษ" เดินทางไปชายแดน
แต่เขารู้ดีว่า... การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่รับศึกภายนอก
แต่คือการเปิดโอกาสให้พวกในเมืองหลวง "เล่นงานเขาจากหลังฉาก"
ก่อนออกเดินทาง เขาทิ้ง "หมากลับหัว" เอาไว้
วางคนของตนในราชสำนัก—กระจายไว้ในฝ่ายบัญชี, หอสมุดหลวง และแม้แต่ในโรงครัวของวังหลวง
เขากล่าวกับเมิ่งหลานว่า
> “ข้าจะไปต้านทัพเถื่อน... แต่ข้าก็จะต้านศัตรูในเมืองนี้ ‘จากระยะไกล’ เช่นกัน”
---
ณ ชายแดนตะวันตก
หลินเหยียนมาถึงเมืองหน้าด่าน
แต่กลับพบว่าแม่ทัพที่ควรจะอยู่… “หายตัวไป” โดยไร้ร่องรอย
ทหารหลายพันไร้ขวัญ
ผู้คนกำลังหนี—เมืองใกล้แตก
เขาไม่รอคำสั่งจากใคร
ตั้งกองทัพเฉพาะกิจจากชาวบ้านและทหารหน่วยเล็ก
จัดแผน “กับดักแห่งเงา” ที่อาศัยภูมิประเทศและพลังจิตยุทธ์
> “ข้าไม่้าแค่ชนะศึก—ข้าจะสกัดลึกถึงคนที่อยู่เื้ัทัพเถื่อนเหล่านี้!”
แต่ในเงามืด…
มีสายลับจากแผ่นดินเถื่อน
และ—ขุนนางระดับสูงในราชสำนักบางคนที่ “แอบหนุนหลังเผ่าฮั่วหลิง” เพื่อหวังแบ่งแผ่นดินหากศึกจบ