ตึกตักตึกตัก
แฮ่กแฮ่ก ..แฮ่ก
เสียงฝีเท้าที่วิ่งด้วยความเร็วมาพร้อมกับเสียงเหนื่อยหอบของเด็กสาวไทยเชื้อสายจีนอายุ 19 ปี ชื่อของเธอก็คือ ซู่ซิน
“โอ๊ย เกือบมาเรียนไม่ทันซะแล้วบ้าจริงเลยนะเราเนี่ย!” ซู่ซินเอ่ยพลางใช้สายตามองหาโต๊ะเรียนที่ว่างอยู่ในบริเวณที่นั่งแถวด้านหลัง
ทุกเย็นวันจันทร์พุธและศุกร์เด็กสาวจะต้องมาเรียนพิเศษวิชาภาษาจีนที่ศาลเ้าไต่ฮงกงวันละสองชั่วโมง
ส่วนสาเหตุที่ว่าทำไมซู่ซินจึงเลือกมาเรียนที่ศาลเ้าแห่งนี้นั่นเป็เพราะค่าเรียนที่นี่เป็มิตรกับเงินในกระเป๋าของเธอมาก เพียงแค่จ่าย500 บาทต่อเดือน ก็สามารถได้เรียนภาษาจีนจากเ้าของภาษาโดยตรงซึ่งศาลเ้าไต่ฮงกงได้ว่าจ้างเหล่าซือให้มาสอนพิเศษประชาชนที่สนใจภาษาจีนในแถบย่านนี้ที่นี่มีการเรียนการสอนภาษาจีนั้แ่ระดับพื้นฐานไปจนถึงกระทั่งสอบHSK[1] ผ่านได้เลยอีกทั้งที่ศาลเ้าไต่ฮงกงยังมีขนมและน้ำแจกฟรีสำหรับผู้ที่เรียนพิเศษหรือผู้ที่แวะเวียนมาสักการะรูปปั้นของเทพเ้าด้านในศาลเ้าเรียกได้ว่าคุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว บางครั้งก็จะมีการแจกอาหาร หรือทำโรงทานเพื่อการกุศลอีกด้วย
เดิมศาลเ้าแห่งนี้เป็ศาลเ้าที่ตระกูลหนึ่งได้สร้างไว้ต่อมาครอบครัวเชื้อสายจีนย่านนี้เวลามีเทศกาลอะไร ก็จะมาจัดงานมากราบไหว้ ทำบุญบริจาค ตลอดจนให้การสนับสนุนทุนการศึกษาแก่เด็กด้อยโอกาสที่นี่ เสมือนว่าสถานที่แห่งนี้เป็สถานที่รวมญาติพบปะคนรู้จักและนั่นทำให้ศาลเ้าไต่ฮงกงเป็ที่รู้จักและมีทุนทรัพย์เพียงพอที่จะสนับสนุนการเรียนภาษาจีนให้แก่ประชาชนทั่วไปไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไร เพียงแค่คุณตบเท้าเดินเข้ามาสมัครก็สามารถเรียนได้เลย
ย้อนกลับไป่ประมาณชั้นประถมในตอนนั้นซู่ซินถือว่าเป็เด็กเก่งตัวท็อปของต่างจังหวัดและด้วยความเก่งนี้เองทำให้ซู่ซินสามารถสอบเข้ามาอยู่ในโรงเรียนชื่อดังอันดับต้นๆ ของประเทศได้ แม่ของซู่ซินสนับสนุนเื่การศึกษามากจึงตัดสินใจพาซู่ซินย้ายเข้ามาอยู่ในปริมณฑลเพื่อ้าให้ซู่ซินได้รับการศึกษาที่ดีกว่าเดิม ไม่ต้องมามีชีวิตที่ลำบากเหมือนเธอซู่ซินนั้นได้ใช้ชีวิตอยู่กับแม่มาโดยตลอดเพราะคนอื่นในครอบครัวนั้นล้วนล้มหายตายจากไปจนหมดสิ้น
โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาแห่งใหม่นี้มีการสอนภาษาที่สามหลายหลายภาษาเลยทีเดียวและหนึ่งในนั้นก็มีภาษาจีนด้วยแต่เพราะชั่วโมงเรียนภาษาจีนในโรงเรียนมีแค่สัปดาห์ละหนึ่งวันเท่านั้น ทำให้ซู่ซินได้รับความรู้แค่พอถูไถงูๆปลาๆ ต่างจากเพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ที่ความรู้ด้านภาษานั้นก้าวหน้ากว่าเธอไปมาก
อย่างที่ทราบกันดีว่าโรงเรียนชั้นนำของประเทศนั้นมีการแข่งขันค่อนข้างสูงอีกทั้งห้องที่เธอเรียนนั้นเป็ห้องกิฟต์ที่เต็มไปด้วยเด็กฉลาด หัวกะทิ ไอคิวสูงปรี๊ดแต่พอตัดภาพมาที่เธอผู้ซึ่งมาจากต่างจังหวัด โรงเรียนเดิมที่เธอเคยเรียนนั้นไม่ได้มีการเรียนการสอนภาษาจีนเลยนั่นทำให้ซู่ซินต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ตามหลังคนอื่น ในบางวิชานั้นซู่ซินยังพอจะสามารถอ่านเองทบทวนเองได้เพราะตัวเธอก็ถือว่าเป็เด็กฉลาด เรียนรู้ได้ไว แต่ในเื่ของภาษาที่สามนั้นซู่ซินไม่สามารถที่จะทบทวนด้วยตัวเองได้จริงๆทางออกของเธอก็คือการเรียนกวดวิชานั่นเอง ส่วนหนึ่งที่อยากเรียนกวดวิชานั่นก็เป็เพราะว่าอยากเรียนตามคนอื่นให้ทันอย่างที่สองก็คือเธอรู้สึกชอบวิชาภาษาจีนนี้มาก รู้สึกผูกพันธ์อย่างประหลาด
แม่ของซู่ซินทำงานรับจ้างอยู่ร้านขายผักในตลาดรายได้นั้นน้อยนิดเมื่อเทียบกับค่าครองชีพของจังหวัดนี้ เงินที่ได้มานั้นแทบจะไม่พอจ่ายค่าห้องเช่าค่าน้ำค่าไฟ ค่าเทอมซู่ซิน และค่ากินแต่ละวันของสองแม่ลูก ทำให้แม่ไม่สามารถส่งซู่ซินเรียนพิเศษตามที่เธอ้าได้แต่ด้วยนิสัยใฝ่เรียนรู้ของซู่ซิน ทำให้เธอมีความตั้งใจที่จะทำงานพาร์ทไทม์เพื่อเก็บเงินไว้สำหรับเป็ค่าขนมและค่าเรียนพิเศษให้ตนเองไม่ว่าจะเป็พนักงานโรงหนัง พนักงานร้านสะดวกซื้อ คนงานเข็นผักในตลาดพนักงานที่ร้านอาแปะขายยาจีน พนักงานร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด ซู่ซินล้วนเคยผ่านมาแล้วทั้งนั้น
ชีวิตของซู่ซินต้องเปลี่ยนอีกครั้งเมื่อที่พึ่งเดียวของเธอได้ประสบอุบัติเหตุและเสียชีวิตลงโลกทั้งใบเหมือนกับพังลงมาถล่มทับใส่ ่เวลานั้นชีวิตของซู่ซินช่างมืดมนไม่รู้จะหันไปทางไหนดีแต่โชคดีที่ซู่ซินนั้นผ่านการทำงานต่างๆ มามากมาย และคุ้นเคยกับคนระแวกนี้เป็อย่างดีทำให้มีแต่คนเอ็นดูและสงสารเธอทุกคนจึงอาสาออกตัวเป็ธุระจัดการพิธีกรรมทางศาสนาให้แม่ของซู่ซินโดยเลือกจัดงานที่ศาลเ้าไต่ฮงกงแห่งนี้หลังจากนั้นหากมีเวลาว่างเมื่อไรซู่ซินจะหาโอกาสมาที่นี่บ่อยๆเพราะมาแล้วรู้สึกสบายใจ เหมือนได้อยู่กับครอบครัวได้อยู่กับบุคคลอันเป็ที่รักและตอนนั้นเองทำให้ซู่ซินได้พบว่าที่ศาลเ้าไต่ฮงกงนี้มีการสอนพิเศษภาษาจีน
นับั้แ่นั้นเวลาก็ล่วงเลยมาจนซู่ซินเข้าสู่่มหาวิทยาลัย โดยตอนนี้เธอกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีสองคณะมนุษยศาสตร์เอกวิชาภาษาจีนแถมยังเป็เด็กทุนอีกด้วย เธอคิดเสมอว่าเพราะศาลเ้าแห่งนี้นี่เองที่ทำให้เธอสอบชิงทุนจนสามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้แต่ถึงอย่างไรความรู้ก็ไม่มีวันสิ้นสุด ซู่ซินยังคงมาเรียนพิเศษภาษาจีนที่ศาลเ้าไต่ฮงกงอย่างไม่ขาดและไม่เคยสายเลยสักครั้งเดียว
แต่วันนี้นั้นต่างออกไป ซู่ซินนั้นดันมาสาย ที่มาสายไม่ใช่เพราะเพิ่งเลิกคลาสเรียนของมหาวิทยาลัยแต่เพราะเธอเครียดมาก ่หลังมานี้เธอติดเกมงอมแงม โดยเมื่อเดือนก่อนซู่ซินได้สั่งพัสดุจากแอปชอปปิ้งของที่สั่งก็คือเครื่องเกมคอนโซลสัญชาติญี่ปุ่นมือสองนี่เรียกได้ว่าเป็ของฟุ่มเฟือยชิ้นแรกในชีวิตที่เธอซื้อมาเป็ของขวัญวันเกิดให้กับตัวเองแถมเครื่องที่ซื้อมายังเป็เครื่องแปลงสายมืดอีกด้วย ตอนที่ทำการกดสั่งซื้อนั้น ไป๋ซู่ซินไม่ได้ศึกษามาก่อนว่าเครื่องเกมคอนโซลนี้มีทั้งสายมืดและสายสว่างพอเห็นสินค้าขึ้นแฟลชเซลล์ราคาดีงามก็รีบซื้อทันทีโดยไม่ได้อ่านรายละเอียดสินค้าให้ดี
เกมในเครื่องคอนโซลแปลงนี้มีหลากหลายแต่เธอเล่นเป็อยู่เกมเดียวและชื่นชอบมันมากๆ นั่นก็คือเกมอนิมอลลำซิ่งซึ่งเป็เกมที่ประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นร่รวมกันพัฒนาเป็เกมแนวสโลว์ไลฟ์ จับแมลง ตกปลา คราฟเครื่องไม้เครื่องมือ หาของป่าตามเกาะปลูกต้นไม้ หาเงินสร้างบ้าน ปรับปรุงเกาะ ตอนนี้เกาะที่เธอสร้างมันเกือบจะสมบูรณ์แล้วขาดก็แต่ต้นผลไม้ชนิดอื่น ที่เธอไม่รู้ว่าจะไปหาเมล็ดพันธุ์มาจากไหน
เมื่อคืนที่ผ่านมานั้น ด้วยความที่ซู่ซินอยากคุยกับคนหัวอกเดียวกันเพื่อถามคำถามและข้อสงสัยเื่ผลไม้สายพันธุ์อื่น ซู่ซินจึงได้เข้ากลุ่มชมรมคนรักAnimalLumsing Island ในเฟซบุ๊คจนเธอเพิ่งตรัสรู้ว่าเกมนี้สามารถไปเกาะของเพื่อนคนอื่นได้ด้วยจะไปเที่ยวเฉยๆ หรือเอาสินค้าของเราไปขายที่เกาะของเพื่อนก็ทำได้ อีกทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ของผลไม้ประจำเกาะได้อีกด้วยแต่ก่อนจะไปทัวร์เกาะคนอื่นนั้น ซู่ซินจะต้องทำการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและเสียค่าสมัครสมาชิกรายปีเสียก่อน
เมื่อรู้ดังนั้นแล้วซู่ซินก็ไม่รอช้า เธอจัดการลองเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตามที่คนอื่นในกลุ่มเขาพูดคุยกันทันทีปรากฏว่าไอ้เครื่องเกมของเธอมันจอดับไปซะอย่างนั้น!
นี่มันเกิดอะไรขึ้น!?
เป็ไปได้ไหมว่ามันโดนไวรัส?
ซู่ซินรู้สึกว่าหัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเพราะเครื่องเกมคอนโซลของเธอมันลาโลกไปแล้วเธอจึงทำการหาข้อมูลเื่นี้เพื่อหาวิธีแก้ไขอย่างร้อนรนแต่แล้วซู่ซินก็ได้รู้เื่ราวอันแสนจะน่าเ็ป มันกลายเป็ว่าเพราะเครื่องที่เธอเล่นมันเป็เครื่องแปลงสายมืดเขามีกฎว่าห้ามเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นแล้วเครื่องเกมจะกลายเป็แค่ที่ทับกระดาษทันทีเธอพยายามหาวิธีซ่อมแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่สามารถทำการคืนชีพให้เครื่องเกมของเธอได้เลยซู่ซินเครียดมากจนอยากจะทึ้งหัวตัวเอง ทางออกสุดท้ายที่เธอคิดได้ก็คือติดต่อร้านที่เป็ผู้ขายเพื่อส่งสินค้านี้คืนแต่อนิจจาร้านไม่รับเปลี่ยนหรือคืนโดยเด็ดขาด แหงล่ะ ใครจะรับคืน เพราะนี่มันเป็ความผิดของเธอเองที่ไม่อ่านรายละเอียดให้ดี
หลังจากจบคลาสเรียนพิเศษภาษาจีนในวันนี้ซู่ซินก็ไม่มีกะจิตกะใจจะกลับหอพัก เธอจึงอาสาช่วยอาแปะคนดูแลศาลเ้า กวาดใบไม้เก็บขยะเหมือนอย่างที่เป็ประจำ พออาแปะคนดูแลศาลเ้าเห็นเธอทำหน้าซึมกะทือ อาแปะจึงหยุดกวาดใบไม้แล้วครุ่นคิดอะไรบางอย่างก่อนจะกล่าวกับซู่ซินว่า หากมีอะไรไม่สบายใจหรือ้าอะไรให้ลองขอพรกับรูปปั้นเทพเ้าที่อยู่ในศาลดู
“ฮือ ฮือ ท่านเทพคะหนูไม่เคยขอพรอะไรเลย ตอนนี้หนูรู้สึกสิ้นหวัง้าการเยียวยาหนูรู้สึกว่าชีวิตหนูทำอะไรก็ผิดพลาดไปหมด คนที่หนูรักก็จากหนูไปทั้งอาภัพทั้งยากจน แม้กระทั่งซื้อเครื่องเกม มันยังตายจากหนูไปเลย หนูอยากให้เกมอนิมอลลำซิ่งของหนูกลับมาเล่นได้อีกครั้งหนึ่งค่ะ”ซู่ซินทำปากขมุบขมิบพลางเอ่ยขึ้นแม้จะไม่เชื่อเกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์แต่ลองทำตามที่อาแปะบอกดูก็ไม่เสียหายอะไร อีกทั้งอาแปะก็หวังดีกับเธอเธอจะทำให้อาแปะเสียใจไม่ได้
เมื่อขอพรและช่วยกวาดใบไม้เสร็จแล้ว ซู่ซินจึงตั้งใจว่าจะเดินไปขึ้นวินมอเตอร์ไซค์เพื่อกลับหอพักระหว่างที่กำลังเดินข้ามถนนนั้น มีรถบรรทุกขนผักวิ่งมาด้วยความเร็วผิดปกติแล้วชนเธอเข้าอย่างจัง
ปัง!!
‘นี่มันอะไรกัน ฮือออ นี่ๆๆๆเรากำลังจะตายแล้วหรอ?’
‘กรี๊ด!ยังทำใจไม่ได้ ยังไม่ได้บอกลาใครเลย ทั้งเพื่อนที่มหาลัย ทั้งชาวบ้านแถวตลาดคนที่ศาลเ้า และที่สำคัญ แม้แต่ก่อนตายก็ยังไม่ได้กลับไปเล่นเกมเลย!!!’
[1] HSK =การสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีนเพื่อชาวต่างชาติ