นายพลนูลและทหารคนอื่นๆต่างตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น เส้นรอบดวงตาคือจุดเด่นของชาวมูนัน ไม่เคยมีชาวมูนันคนไหนไม่มีเส้นขีดรอบดวงตา แต่สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าพวกเขาแตกต่างออกไปแม้ว่าลักษณะทางกายภาพเหมือนกันแต่จุดเด่นบนใบหน้ากลับไม่มีอีกแล้ว
“เธอ…เธอ” นายพลนูลตกใจเกือบหัวใจวาย แม้ว่าเขาจะเป็นทหารที่แก่กล้าแต่อายุก็เยอะมากแล้ว สภาพร่างกายย่อมอ่อนแอไปตามกาลเวลา โชคดีที่ไม่หัวใจวายตาย
หลังจากตั้งสติได้แล้วนายพลนูลบอกให้ทหารทุกคนลดอาวุธลงและห้ามไม่ให้พูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ก่อนจะหันไปพูดกับโจว่า “ถ้าสิ่งที่คุณกล่าวมาเป็นความจริง ผมก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องปฏิเสธ” เมื่อรู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นสิ่งมีชีวิตต่างดาวเขาก็เปลี่ยนท่าทีและพูดด้วยความสุภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ดี โจไม่ได้ใส่ใจอะไรนักกับท่าทีของนายพลนูล เพราะสุดท้ายเขาก็ต้องจากดาวดวงนี้ไป
“ถ้างั้นขอความกรุณาด้วยครับ” โจกล่าวด้วยรอยยิ้ม
นายพลนูลพยักหน้าแล้วพาโจเข้าไปในบังเกอร์ เมื่อพวกเขาไปถึงหน้าประตูยักษ์นายพลนูลก็ล้วงการ์ดออกมาสแกนอีกครั้ง จากนั้นประตูก็เปิดอีกรอบ
“เฮ้ ลืมของรึไง?” ทันทีที่ประตูเปิดเสร็จ บีบีก็กล่าวถามออกมาด้วยความฉงน
อย่างไรก็ตามวินาทีที่บีบีเห็นโจก็ตกตะลึงจนพูดติดอ่าง “พะ พะ…พันเอกโจ!!”
เสียงตะโกนของบีบีดึงดูดคนแคระคนอื่นๆวิ่งเข้ามา โดยเฉพาะคำว่าพันเอกโจแน่นอนว่าชื่อนี้ย่อมเป็นชื่อที่มีชื่อเสียงอย่างมากในสหพันธ์
“พันเอกโจจริงๆด้วย”
“พันเอกโจมารับพวกเราแล้ว!!”
พวกคนแคระกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ พวกเขาติดอยู่ที่นี่มาเป็นเวลาหลายปีทำให้พวกเขาเหงาหงอยจนไม่มีแรงจะทำอะไร
เห็นท่าทางตื่นเต้นของพวกคนแคระ นายพลนูลก็เชื่ออย่างสนิทใจว่าโจไม่ได้โกหก พวกเขารู้จักกันจริงๆและนอกจากนี้ภาษาที่พวกเขาใช้คุยกันก็ไม่ใช่ภาษาของชาวมูนัน
โจถูกล้อมไปด้วยคนแคระ ภาพที่เห็นเหมือนกับฝูงสัตว์น่ารักที่กำลังออดอ้อนเจ้านาย
“ผมอยู่ที่นี่พวกคุณไม่ต้องกังวล แต่ผมอยากถามว่าพวกคุณได้รับการปฏิบัติอย่างดีไหม?” โจกล่าวถาม หากพวกคนแคระได้รับการปฏิบัติด้วยดีเขาก็ไม่รังเกียจที่จะเป็นมิตรกับชาวมูนันแต่ถ้าไม่ใช่ คงต้องมีปัญหากับเขาแน่นอน
“แน่นอนสิ พวกเขาดูแลพวกเราเป็นอย่างดี”
“ใช่ๆ แถมพวกเรายังทำข้อตกลงกันด้วยว่าหากหาวัสดุในการสร้างยานอวกาศให้กับพวกเรา พวกเราก็จะมอบความรู้วิธีการสร้างยานอวกาศ”
โจรับฟังอยู่เงียบๆและสรุปได้ว่า พวกคนแคระได้ถูกหลุมดำมาปล่อยไว้บนดาวเคราะห์ดวงนี้ อย่างไรก็ตามชาวมูนันได้ช่วยเหลือพวกเขาดังนั้นจึงทำข้อตกลงกันว่าจะหาวัสดุสร้างยานอวกาศให้กับพวกคนแคระเพื่อที่พวกคนแคระจะได้ออกไปจากดาวดวงนี้ เมื่อเสร็จแล้วพวกคนแคระก็จะมอบวิธีการสร้างยานอวกาศพร้อมกับวิธีการสังเคราะห์พลังงานเพื่อใช้สำหรับการขับเคลื่อนยาน
อย่างไรก็ตามเนื่องจากวัสดุบนดาวดวงนี้มีเกรดต่ำทำให้การสร้างยานอวกาศค่อนข้างยากจึงทำให้เสียเวลาหลายปี พวกเขาต้องวิเคราะห์และวิจัยไปพร้อมๆกันเพื่อสร้างชิ้นส่วนยานทีละส่วน
“แล้วเรื่องกฏของสหพันธ์จะว่ายังไงดีล่ะ?” โจกล่าวถาม
“กฏบ้ากฏบออะไร!! พวกเราติดอยู่ที่นี่ตั้งนานถ้ามัวแต่เป็นห่วงเรื่องกฏคงต้องตายอยู่ที่นี่” บีบีตะโกนด้วยความไม่พอใจ
“ใจเย็นๆครับผมไม่ได้จะตำหนิอะไรพวกคุณสักหน่อย ผมแค่กลัวว่าทางสหพันธ์จะยอมรับหรือเปล่าก็เท่านั้น” โจรีบอธิบาย
“หากไม่ยอมรับก็อย่าหวังว่าพวกเราคนแคระจะสร้างอะไรให้อีก” บีบีกล่าวด้วยความฉุนเฉียว
โจยิ้มอย่างขมขื่น สหพันธ์ต้องพึ่งเผ่าคนแคระเนื่องจากมีเพียงเผ่าคนแคระที่สามารถสร้างอาวุธและยานรบระดับสูงได้ หากขาดพวกคนแคระไม่ต้องสืบก็รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น!!
อย่างไรก็ตามเขาคิดว่าสหพันธ์ก็คงไม่ปริปากบ่นอะไร เพราะนี่เป็นเหตุสุดวิสัยและเผ่าพันธุ์คนแคระก็เป็นสมาชิกของสหพันธ์มาตั้งแต่เนิ่นๆ เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งก็ว่าได้
“แล้วจะเอายังไงกับพวกชาวมูนัน?” หลังจากเงียบไปเล็กน้อยโจก็กล่าวถามขณะมองนายพลนูล
นายพลนูลเห็นโจเหลือบมองมาทางตนขณะพูดอะไรบางอย่างที่เขาฟังไม่ออกกับคนแคระเขาก็รู้ได้ทันทีว่าพวกเขากำลังปรึกษาว่าจะเอายังไงกับชาวมูนัน
“พวกเราคนแคระไม่เคยผิดคำพูด พวกเราอยากให้พันเอกโจรออีกสักหน่อย เพื่อสร้างยานอวกาศลำนี้ให้เสร็จจะได้ให้พวกเขาไว้ศึกษาและมอบความรู้ให้” บีบีกล่าวถามขณะมองไปยังยานอวกาศลำเล็กที่ถูกห้อยอยู่
โจคิดเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า “ตกลง”
หลังจากพูดคุยกับคนแคระเสร็จโจก็กลับมาใช้เครื่องแปลภาษาและหันไปพูดกับนายพลนูลว่า “พวกเราตกลงกันเรียบร้อยแล้วว่าพวกเขาจะสร้างยานลำนี้ให้เสร็จเพื่อให้พวกคุณได้ศึกษาและมอบความรู้ให้ตามที่ตกลงกันไว้”
ได้ยินคำพูดของโจดวงตาของนายพลนูลก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น “จริงเหรอ? ถ้างั้นก็ขอบคุณมาก”
“แล้วถ้าผมประกาศเรื่องของพวกคุณออกไปจะเป็นอะไรหรือไม่?” นายพลนูลกล่าวถามอย่างระมัดระวัง
“ไม่มีปัญหาเพราะยังไงเดี๋ยวผมจะให้คนอื่นๆลงมาพักผ่อนและเที่ยวเล่นดาวของพวกคุณสักหน่อย คงไม่ว่าอะไรกันนะ?” โจพูดด้วยรอยยิ้ม
ต่อให้ประกาศการมีอยู่ของมนุษย์ออกไปก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด สุดท้ายเรื่องของตัวเองไม่ได้เป็นความลับอีกต่อไปเนื่องจากมีทหารหลายนายที่เห็นและอีกอย่างชาวมูนันเป็นเผ่าพันธุ์ที่เป็นมิตรมาก ในอนาคตสหพันธ์ต้องพึ่งพาพวกเขา ถึงแม้กฏของสหพันธ์จะเข้มงวดแต่โจก็ไม่ได้กังวลอะไร เพราะอีกไม่นานชาวมูนันจะสามารถท่องอวกาศได้ ตามที่คำนวณคงไม่เกิน 2 ปี
“ไม่มีปัญหาแน่นอน พวกเราชาวมูนันขอต้อนรับพวกคุณด้วยความยินดี” นายพลนูลพูดด้วยความตื่นเต้น
หลังจากนั้นโจก็กลับไปที่ยานบัญชาการ ส่วนนายพลนูลก็กลับไปเตรียมประชุมเร่งด่วน แม้ว่าเขาจะมีอำนาจสูงสุดแต่ก็ไม่ดีถ้าจะข้ามหัวคนอื่นอย่างน้อยก็ควรบอกไว้บ้าง
หลังจากกลับมาบนยานโจก็อธิบายให้ทุกคนฟัง เมื่อทุกคนได้ยินต่างพากันยิ้มแย้มและตื่นเต้น ตลอดเวลาที่พวกเขาอยู่บนดาวแทบจะไม่ได้สนทนากับใครเพราะต้องคอยระวังตัวตน แต่ตอนนี้พวกเขาสามารถเปิดเผยตัวเองและลงไปเที่ยวเล่นได้อย่างสบายใจ
ได้มีโอกาสพักผ่อนต่างดาวใครบ้างจะไม่รู้สึกดี?