
“คุณหนูไม่กลัวตายก่อนแก่บ้างหรือครับ”
คืนฉายนั่งสงบ หลังพิงพนักขณะมือกอดอก ไม่มีอาการตื่นตระหนกกับความเร็วของรถยนต์ซึ่งแล่นฉิวอยู่บนท้องถนนคำพูดของเขาทำให้ผู้ที่ขับรถเร็วด้วยความหมั่นไส้แกมฉิวถึงกับละมือข้างหนึ่งจากพวงมาลัย ตีเผียะไปบนริมฝีปากได้รูปดังเปี๊ยะ
“ปากเสีย ถึงฉันจะขับรถเร็วแต่ก็ไม่เคยไปชนใคร ลำพังแค่เหยียบไมล์ร้อยยี่สิบ มันเื่จิ๊บจ๊อยใครๆเขาก็ขับประมาณนี้กันทั้งนั้นล่ะ...หรือว่าบอดีการ์ดกลัวตายไม่ทราบ”
ท้ายประโยคหล่อนทำเสียงเย้ยหยันสูงปรี๊ด ปรายตามองเขาแวบหนึ่งเห็นเขายังคงไว้ท่านิ่งขรึมไม่ต่างจากสิบห้านาทีก่อนไม่แสดงอาการโกรธที่หล่อนถือวิสาสะตบปากเขาสักนิด หล่อนจึงเบะปากใส่
เขาเงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนจะปริปาก “ถ้ากลัวตาย ก็คงไม่มาเสี่ยงเป็บอดีการ์ดให้คุณหนูหรอกครับ”
ชายหนุ่มผู้เป็คนแปลกหน้าสำหรับหล่อนเงียบงันนับจากคำพูดนั้นนิ่งเสียจนกลายเป็ว่า หล่อนอึดอัดจนนึกรำคาญ เพราะถามอะไรเ้าตัวก็ไม่ตอบสักคำถาม
เมื่อขับรถลงจากทางด่วนสุขุมวิทหล่อนจึงเมียงมองบาทวิถีที่สามารถจอดรถเทียบข้างถนน...เข้าเกียร์ว่างแล้วดึงเบรกมือเปิดประตูแล้วลงจากรถ ขึ้นไปนั่งเบาะหลังค้นกระเป๋าสะพายหนังแก้วด้วยท่าทางสบายใจเฉิบ หยิบตลับแป้งขนาดจิ๋วขึ้นมาซับหน้าเติมสีลิปสติกแดงแปร๊ดแล้วตบท้ายด้วยการจัดแต่งทรงผมอันหยิกฟูไปทั้งศีรษะอย่างง่ายๆโดยไม่อินังขังขอบว่าอีกฝ่ายจะย่นหัวคิ้วชนกันด้วยความสงสัย
“คุณหนูจอดรถตรงนี้ไม่ได้นะครับมันเป็ขาวแดง...แล้วจอดรถเพื่อแต่งหน้าทาปาก เดี๋ยวก็ได้โดนใบสั่งพอดี”
พอเขาอ้าปากพูด หล่อนจึงแสยะยิ้ม “พูดได้แล้วเหรอก่อนหน้านี้ ฉันถาม นายทำเป็อมพะนำ กลัวดอกพิกุลจะร่วงหรือไง...แล้วอีกอย่างใครจะกล้าจับฉันยะ กับอีแค่จอดรถประเดี๋ยวเดียว”
“แต่มันผิดกฎจราจรถ้ามีคนมักง่ายแบบคุณหนูสักร้อยคน วันๆหนึ่งมันถึงได้เกิดอุบัติเหตุไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง”
หล่อนปิดตลับแป้งอย่างฉุนกึก “พ่อฉันจ้างนายมาเป็บอดีการ์ดดูแลอำนวยความสะดวกให้ฉันนะยะ ไม่ใช่ให้มาทำตัวเป็นักเทศน์นักธรรมถ้าไม่อยากโดนใบสั่ง นายก็ควรจะรู้หน้าที่สิ ว่าเป็บอดีการ์ดต้องเป็คนขับรถให้ฉัน นี่อะไร นั่งหัวโด่เป็ตอไม้หน้ารถฉันอยู่ได้”
หล่อนอารมณ์เย็นขึ้นกว่าตอนแรกจึงเอ่ยสรรพนามจากที่เรียกจิกหัวว่า ‘แก’ เปลี่ยนเป็ ‘นาย’ ฟังแล้วสุภาพให้เกียรติมากขึ้น
ทว่ามันก็เป็แค่คำพูดเรียกขานปกติเพราะในใจหล่อนหมายมั่นแล้วว่า ในเมื่อทั้งพ่อ แม่ และพี่ชาย จงใจส่งนายตาตี่ผู้ทำลายชื่อเสียงของหล่อนให้ฉาวโฉ่ไปทั้งเมือง มาเป็บอดีการ์ดมาดเข้มข้างกายดังนั้นหล่อนก็จะปั่นหัวให้หมุน เล่นงานให้น่วม จนต้องรีบถอนตัวในไม่กี่วันนี้
เพราะหล่อนมองว่าบอดีการ์ดก็ไม่ต่างอะไรจากขี้ข้า คนรับใช้!
คอยดูฤทธิ์ของหล่อนให้ดีเถอะ!
“อ้าว จะต้องให้ฉันไปเปิดประตูรถให้นายขึ้นไปนั่งฝั่งคนขับด้วยรึเปล่ายะฉันก็พูดจาประสาคนนะ ฟังไม่รู้เื่หรือไง”
เมื่อคืนฉายย้ายไปประจำการที่นั่งคนขับค่อยๆเคลื่อนรถออกไปยังถนนใหญ่ เขาจึงถามขึ้นว่า “ไม่ทราบว่าคุณหนูจะให้ผมขับรถไปที่ไหนครับ”
ยิ้มที่มุมปากของหล่อนเผยอขึ้นเล็กน้อย“นายขับรถไปเรื่อยๆละกัน ฉันยังไม่มีจุดหมาย”
แน่ล่ะ...ว่าหล่อน้ากลั่นแกล้งเขาด่านแรกที่เขาต้องเจอในเช้าวันนี้ คือการขับรถพาหล่อนนั่งไปทั่วกรุงเทพฯดูซิว่าเขาจะปริปากบ่นสักคำไหม
ระหว่างที่หล่อนนั่งอยู่ตอนหลังสายตาจึงจับสังเกตเขาไปในตัว คืนฉายเป็ผู้ชายผิวขาวจัด ตาชั้นเดียวแม้ในยามสวมแว่นกันแดด ก็ยังดูดี จมูกโด่งเป็สันแต่ปลายก็เป็หยดน้ำได้รูปริมฝีปากบางกว่าหล่อนเสียอีก แถมสีเืยังซับขึ้นวงแก้มจนแลดูชมพูอ่อนอีกทั้งท่วงท่าในยามนั่งนั้นยังอกผายไหล่ผึ่ง ยิ่งสวมเพียงเสื้อยืดสีดำรัดรูปโชว์สัดส่วนของร่างกายยิ่งทำให้เขาดูแข็งแกร่งและทะมัดทะแมง
แต่อย่าหวังเลยว่าหล่อนจะชมเพราะคุณสมบัติพวกนี้เข้าข่ายตามที่หล่อนไม่ปรารถนาทั้งสิ้น...บอดีการ์ดที่เหมาะสมจะมาดูแลหล่อนต้องเป็ฝรั่งหรือลูกครึ่งเท่านั้น นี่ตาตี่ไม่พอ ผิวยังขาวซีด ลำพังแค่สวมเสื้อพอดีตัวช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพให้ดูองอาจผึ่งผายแต่หล่อนเห็นว่าหุ่นแค่นี้ยังนับเข้าพวกกับ ‘ขี้ก้าง’ หล่อน้าคนที่ตัวใหญ่ หุ่นล่ำบึกเท่านั้น
นายคนนี้ถือว่าผอมแห้งแรงน้อยกว่าลีโอตั้งเยอะ!
หล่อนบอกตัวเองอย่างนั้นเพราะตั้งป้อมรังเกียจไว้ล่วงหน้าเสียแล้ว แถมหน้าตา ‘ตี๋ติดหญิง’แบบนี้ล่ะ เห็นทีไรก็นึกหมั่นไส้อยู่ครามครันเหตุผลก็ไม่มีอะไรมากนัก เพียงแค่เห็นสาวๆร้อยทั้งร้อยชอบบ้าเห่อพวกเกาหลีขาวๆเทือกนี้นั่นล่ะ ถึงทำให้หล่อนเอือมพวกตาตี่ปากแดง
นึกถึงปากแดง...หล่อนจึงเผลอจ้องริมฝีปากบางของเขาอย่างลืมตัวมันไม่ถึงกับแดงนัก แค่อมชมพูเรื่อๆ มีไรหนวดอ่อนๆซึ่งเรียกรสสิเน่หาจากผู้หญิงได้ดี
ไม่รู้จ้องเขาอยู่นานเท่าไหร่เสียงหัวใจหล่อนถึงได้เต้นตึกตักผิดจังหวะ...ไม่ใช่ริมฝีปากนี้หรอกหรือที่จาบจ้วงล่วงล้ำ ‘ขโมย’ จูบแรก ซึ่งเก็บไว้มานานหลายปีไปครอง
แล้วหล่อนต้องสะดุ้งจนแก้มเกือบแดงเรื่อไม่รู้ตัวเมื่อจู่ๆ เขาก็ทำลายความเงียบขึ้นด้วยการถามว่า “คุณหนูจ้องหน้าผมทำไมไม่ทราบคิดถึงเื่เมื่อคืนหรือไงครับ”
“ไอ้บ้า!”
หล่อนได้แต่ด่าทอแก้เก้อเสมองไปนอกหน้าต่างรถ....เห็นป้ายบอกทางข้างถนน แม้จะแล่นผ่านไปด้วยความเร็วของรถพอสมควรแต่ตัวเลขหลักกิโลเมตรกับชื่อสถานที่ตัวหนังสือสีดำขนาดใหญ่ เมื่ออ่านผ่านๆมันทำให้หล่อนต้องร้องโวยวายขึ้นมาทันที
จะอะไรเสียอีกล่ะ!
‘ชลบุรี 25 พัทยา 74’
หล่อนได้แต่ร้องเสียงหลง“นายกำลังจะขับรถพาฉันไปไหนยะ”
.........................................จบตอนที่ 5