เอลีสนั่งอยู่ในห้องรับแขกที่เงียบสงบภายในบ้านหลังใหญ่ ขณะที่กาเบรียลกำลังจัดเก็บกระเป๋าเดินทางและเอกสารต่างๆ เธอครุ่นคิดถึง่เวลาที่เขาอยู่บ้าน ซึ่งมักจะใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์เพื่อตรวจสอบและเคลียร์งานที่คั่งค้าง รวมถึงจัดการร้านค้าให้เรียบร้อยก่อนจะออกเดินทางอีกครั้ง
เธอครุ่นคิดถึงแผนการเริ่มต้นธุรกิจทำสบู่หอมของตัวเอง และอยากได้ความเห็นจากกาเบรียล ในฐานะพ่อค้าที่มีประสบการณ์ เธอเชื่อว่าเขาน่าจะให้คำแนะนำที่มีประโยชน์ได้
เมื่อกาเบรียลกลับมานั่งที่โซฟา เอลีสก็ตัดสินใจเอ่ยขึ้น “กาเบรียล… ฉันมีเื่อยากจะปรึกษาน่ะค่ะ”
กาเบรียลเงยหน้ามองเธอด้วยแววตาสงบเย็น เขานั่งตัวตรงและเอียงศีรษะเล็กน้อย แสดงท่าทีรับฟังอย่างสุภาพแต่เ็า
เอลีสรู้สึกประหม่าเล็กน้อย แต่เธอก็รวบรวมความกล้าแล้วพูดต่อ “ฉันกำลังคิดเื่การเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ ของตัวเองค่ะ… คือ ฉันสนใจจะทำสบู่หอม และอยากได้คำแนะนำจากคุณว่า ควรเริ่มต้นยังไงดี”
กาเบรียลนิ่งไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังพิจารณาคำพูดของเธอ ดวงตาสีเทาของเขาจับจ้องที่เธอด้วยความสงบ เขาค่อยๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุขุม “สบู่หอมเหรอครับ… ฟังดูน่าสนใจนะ เริ่มต้นได้ดีแล้วที่มีความคิดแบบนี้ การทำธุรกิจมีหลายอย่างที่ต้องพิจารณา แต่สิ่งแรกที่ต้องมีคือความเข้าใจในตลาด… คุณต้องรู้ว่าลูกค้าในเมืองนี้ชอบอะไร หรือมีความ้าแบบไหน”
เอลีสพยักหน้าอย่างตั้งใจพลางฟังเขาอย่างถี่ถ้วน กาเบรียลพูดต่อ “ลองคิดถึงจุดเด่นของสินค้า ว่าสบู่ที่คุณทำมีอะไรพิเศษกว่าของคนอื่นๆ… อาจจะเป็กลิ่นเฉพาะตัว” เธอพยักหน้าเล็กน้อย “ขอบคุณมากค่ะ”
กาเบรียลขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะที่มองเอลีสด้วยความสงสัย "ว่าแต่เธอ…ทำสบู่ได้เหรอ?" น้ำเสียงของเขาแฝงความสงสัย แต่ก็ดูสนใจในคำตอบอยู่ไม่น้อย
เอลีสยิ้มเล็กน้อยพลางหลบสายตา เธอรู้สึกไม่คุ้นเคยกับการถูกตั้งคำถามแบบนี้นัก เธอจึงเลือกที่จะเบี่ยงประเด็นไปเล็กน้อย "อืม…ฉันแค่คิดอยากจะลองทำอะไรใหม่ๆ ดูน่ะค่ะ บางทีอาจจะเป็โอกาสดีที่จะได้เรียนรู้เพิ่มเติมด้วย"
คำตอบของเธอทำให้กาเบรียลเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ถ้าอย่างนั้นก็ขอให้โชคดีแล้วกันนะ” เขากล่าวพร้อมกับพยักหน้าเบาๆ แม้ในใจยังรู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย แต่เขาก็ไม่ซักไซ้ต่อ เอลีสรู้สึกโล่งใจเล็กน้อยที่กาเบรียลไม่ได้ถามอะไรเพิ่ม
เอลีสกลับมาที่ห้องนอนของเธอและเปิดกล่องเล็กๆ ที่เก็บเงินไว้อย่างดี ในกล่องนั้นมีเงินเก็บสะสมของเธอที่ยังคงหลงเหลืออยู่ จำนวนเงินนั้นไม่มากนัก แต่ก็มากพอที่จะใช้เป็ทุนเริ่มต้นสำหรับการทดลองทำสบู่ เธอนับเงินที่มีอยู่ ประมาณ 500 ฟอง ซึ่งเป็จำนวนที่พอเหมาะสำหรับการซื้อวัตถุดิบและอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็
ในยุคนี้ สบู่เป็ของใช้ที่ค่อนข้างธรรมดา แต่ยังไม่หลากหลายมากนัก รูปแบบของสบู่ส่วนใหญ่จะเป็ก้อนแข็ง สีเรียบๆ เช่น สีขาวหรือสีครีม กลิ่นหอมของสบู่มักจะมีแค่กลิ่นลาเวนเดอร์และโรสแมรี ซึ่งหาได้ง่ายในแคว้นนี้ ส่วนผสมพื้นฐานจะเป็ไขมันสัตว์หรือน้ำมันจากพืช และด่างที่ใช้ก็ยังค่อนข้างหยาบ สบู่ที่ได้จึงมีเนื้อััค่อนข้างหยาบกร้านและมีฟองน้อย
แต่ด้วยความรู้จากโลกเก่า เอลีสสามารถสร้างสบู่ที่มีความแตกต่าง เธอเข้าใจถึงการใช้น้ำมันชนิดต่างๆ เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก หรือแม้แต่น้ำมันจากดอกไม้และสมุนไพรที่ช่วยเพิ่มกลิ่นหอมอ่อนๆ และทำให้ผิวเนียนนุ่ม เธอคิดถึงการใช้น้ำมันหอมระเหยที่ดัดแปลงจากธรรมชาติ ซึ่งให้กลิ่นที่สดชื่นและไม่รุนแรงเกินไป อีกทั้งความรู้เื่การปรับค่าพีเอชให้เหมาะสมก็ทำให้สบู่มีความอ่อนโยนต่อผิวมากขึ้น
ด้วยความคิดเหล่านี้ เธอตัดสินใจว่าจะลองทำสบู่ก้อนตัวอย่างที่มีทั้งความหอมที่แปลกใหม่และคุณสมบัติที่เหมาะสมกับการดูแลผิว จากนั้นเธอจะนำสบู่ตัวอย่างนี้ไปเสนอและต่อรองกับกาเบรียลให้ช่วยสนับสนุนการเริ่มต้นธุรกิจของเธอ เธอตั้งใจว่าจะผสมผสานทั้งเทคนิคจากอนาคตและการดัดแปลงตามทรัพยากรในยุคนี้เพื่อสร้างสินค้าที่มีคุณภาพ
เอลีสจัดเตรียมรายการวัตถุดิบทั้งหมดก่อนออกเดินทางไปตลาดในเมือง พร้อมทั้งนับเงินที่เหลืออยู่ในกระเป๋าอย่างละเอียด หลังจากคิดคำนวณแล้ว เธอมีเงินเก็บที่สามารถใช้ซื้อวัตถุดิบได้ 500 ฟอง ซึ่งเธอคาดหวังว่าจะเหลือเงินพอสมควรหลังซื้อวัตถุดิบสำคัญทั้งหมด
เมื่อไปถึงตลาด เอลีสเริ่มจากการเดินไปยังแผงขายน้ำมัน เธอเลือกซื้อน้ำมันมะกอกคุณภาพดีจำนวน 3 ขวด ขวดละ 50 ฟอง เพื่อใช้เป็ฐานในการทำสบู่ ทั้งหมดใช้เงินไป 150 ฟอง น้ำมันมะกอกนี้มีความนุ่มนวลและเหมาะสำหรับผิวเป็อย่างดี อีกทั้งยังเป็ที่นิยมในยุคนี้
จากนั้นเธอก็เดินไปยังแผงขายสมุนไพรและดอกไม้ เอลีสซื้อดอกลาเวนเดอร์สดหนึ่งกำใหญ่เพื่อใช้ในการผสมและให้กลิ่นหอมที่ผ่อนคลาย ราคากำละ 30 ฟอง และเธอยังเลือกดอกกุหลาบแห้งอีกหนึ่งกำเพื่อให้กลิ่นหอมหวานละมุน ราคากำละ 40 ฟอง นอกจากนี้ เธอยังซื้อใบโรสแมรี่อีกหนึ่งกำในราคา 20 ฟอง ซึ่งจะให้กลิ่นหอมที่สดชื่น รวมค่าใช้จ่ายสำหรับสมุนไพรทั้งหมด 90 ฟอง
เอลีสเดินไปต่อยังแผงขายอุปกรณ์ไม้ และเลือกแม่พิมพ์ไม้แบบเรียบง่ายที่ใช้มือทำ ราคาชิ้นละ 50 ฟอง เธอซื้อแม่พิมพ์มา 2 ชิ้น รวมเป็ 100 ฟอง ซึ่งจะช่วยให้เธอสามารถทำสบู่ได้หลายก้อนในคราวเดียว รวมเป็ 340 ฟอง หลังจากใช้จ่ายไป เธอเหลือเงินอยู่ 160 ฟอง ซึ่งมากพอที่จะใช้สำหรับการซื้อวัตถุดิบเพิ่มเติมในอนาคตหากจำเป็
กลับมาถึงบ้านพร้อมกับวัตถุดิบที่ซื้อมาจากตลาด เอลีสเริ่มกระบวนการทำสบู่ทันที เธอรู้ดีว่าในยุคนี้ สบู่ต้องทำด้วยขั้นตอนที่ซับซ้อนเล็กน้อยและต้องดัดแปลงเพื่อให้เหมาะกับวัสดุที่มีอยู่ โดยเฉพาะในส่วนของด่างที่จำเป็ต้องใช้ขี้เถ้าและน้ำ
เอลีสเริ่มต้นด้วยการเก็บขี้เถ้าที่สะอาดและละเอียด ซึ่งเหลือจากการเผาฟืนในเตาผิง เธอค่อยๆ รวบรวมขี้เถ้าและนำมาใส่ลงในภาชนะไม้ที่มีตะแกรงเล็กๆ จากนั้นเทน้ำร้อนลงไปบนขี้เถ้าอย่างช้าๆ ให้ไหลผ่านชั้นกรองที่เธอเตรียมไว้ กระบวนการนี้ช่วยให้ด่างค่อยๆ แยกออกมาจากขี้เถ้าและกลายเป็สารละลายด่างซึ่งจำเป็สำหรับการทำสบู่
หลังจากนั้น เอลีสทิ้งสารละลายด่างไว้ให้เย็นในภาชนะ โดยเธอจะตรวจสอบระดับความเข้มข้นของด่างจากความหนืดของน้ำยาเล็กน้อย เพียงเท่านี้เธอก็เตรียมส่วนผสมสำคัญสำหรับทำสบู่ได้แล้ว แต่เธอยังไม่หยุดแค่นี้ เพราะสบู่ที่เธอตั้งใจทำจะมีกลิ่นหอมพิเศษที่ได้จากน้ำมันหอมระเหยซึ่งเธอจะต้องสกัดเองจากดอกไม้และสมุนไพรที่เธอซื้อมา
เธอเริ่มต้นด้วยการเตรียมดอกลาเวนเดอร์ ดอกกุหลาบ และใบโรสแมรี่ที่คัดสรรอย่างระมัดระวัง ใส่ทั้งหมดลงในหม้อโลหะ จากนั้นเติมน้ำมันมะกอกเล็กน้อยลงไป เธอวางหม้อนั้นในหม้อน้ำใหญ่และตั้งไฟอ่อนๆ รอให้ความร้อนอ่อนๆ ดึงเอากลิ่นหอมและคุณสมบัติของดอกไม้และสมุนไพรออกมาเป็น้ำมันหอมระเหยแบบโฮมเมดอย่างที่เธอคุ้นเคยจากโลกเก่า
ขั้นตอนนี้ใช้เวลาหลายชั่วโมง เอลีสต้องคอยตรวจสอบและควบคุมไฟไม่ให้ร้อนจนเกินไป เพื่อให้น้ำมันหอมระเหยไหลออกมาอย่างช้าๆ และค่อยๆ เก็บน้ำมันนี้ไว้ในขวดแก้วเล็กๆ ด้วยความระมัดระวัง
เมื่อด่างและน้ำมันหอมระเหยพร้อมแล้ว เอลีสก็เริ่มกระบวนการผสมส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน โดยผสมด่างที่ได้จากขี้เถ้ากับน้ำมันมะกอกในภาชนะใหญ่ ค่อยๆ คนให้เข้ากันด้วยไม้พายขนาดยาว เมื่อผสมเข้ากันดี เธอจึงเติมน้ำมันหอมระเหยจากลาเวนเดอร์ กุหลาบ และโรสแมรี่ที่เธอสกัดไว้ลงไป เพื่อเพิ่มความหอมและคุณสมบัติในการบำรุงผิว
เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนทั้งหมด เอลีสเทส่วนผสมสบู่ลงในแม่พิมพ์ไม้ที่เตรียมไว้ จากนั้นวางไว้ในที่ที่อากาศถ่ายเทได้ดี เพื่อให้สบู่ค่อยๆ แข็งตัวตามธรรมชาติ เธอรู้สึกพอใจกับขั้นตอนที่ทำมา แม้จะใช้เวลานาน แต่เธอมั่นใจว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็สบู่ที่มีคุณภาพดีและมีกลิ่นหอมละมุนเหมือนกับที่เธอตั้งใจ