หากพูดถึงทักษะการดูของของสวี่ตงเขาไม่มีทางถูกฉินฟางหลอกแน่นอน แต่ความคิดเจ้าแผนการและความรู้ความสามารถในด้านอื่นๆของเขายังห่างกับฉินฟางอยู่หลายขุม!
อย่างไรก็ตาม สวี่ตงไม่มีความอยากดูเครื่องประดับอัญมณีติดป้ายราคาหลายสิบหลายร้อยล้านพวกนั้นเลยสักนิดสำหรับเขาต่อให้การออกแบบจะพิเศษหรือได้รับความนิยมเพียงใดก็ไม่มีความหมายเขาไม่ได้อยากซื้อ ไม่ได้อยากชื่นชม สิ่งที่มีแรงดึงดูดต่อเขาโดยแท้จริงคือหินพวกนี้ต่างหาก!
สวี่ตงมองหน้าฉินฟาง ชายหนุ่มผู้สง่างามและ ‘ทรงอำนาจ’ คนนี้ก็กำลังจ้องมองเขาเช่นกัน
“ประธานฉินเครื่องประดับพวกนั้นไม่ได้มีราคาติดไว้แล้วเหรอครับ ผมไม่อยากร่วมสนุกด้วยหรอก!”สวี่ตงไม่คิดจะพิจารณาฉินฟางอีก เขาเหลือบมองหินที่เรียงเป็นแถวก่อนจะเอ่ยว่า“ผมอยากสัมผัสความสนุกของการประเมินหินพวกนี้พร้อมกับทุกคนมากกว่า!”
ฉินฟางหลุดยิ้ม!
ให้ตายเถอะเจ้าเด็กนี่!
นับตั้งแต่ตอนที่เห็นโหมวซือฉิงปฏิบัติกับสวี่ตงต่างจากคนอื่นฉินฟางก็ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะทำให้สวี่ตงกลายเป็นคนบ้านแตกสาแหรกขาดการหลอกล่อให้สวี่ตงเล่นหินพนันคือก้าวแรกแต่การหลอกล่อใครสักคนลงสนามต้องมีกับดักและแผนการล่อลวงหลายอย่างแต่เขากลับคิดไม่ถึงว่าสวี่ตงจะเป็นฝ่ายขอ ‘เล่นหินพนัน’เอง!
แม้ไม่รู้ว่าสวี่ตงจะเข้าร่วมการเล่นหินพนันหรือไม่ ตอนนี้เขาก็แสดง ‘ความสนใจ’ ต่อการเล่นหินพนันออกมาแล้วทำเอาฉินฟางแอบยิ้มกริ่ม โดยทั่วไปคนที่ชื่นชอบ ‘การพนัน’ต่อให้ควบคุมตัวเองได้อย่างไรก็เหมือนกับการเสพยาควบคุมตัวเองดีแค่ไหน แต่หากของมาวางตรงหน้า ใจที่ถูกควบคุมย่อมแตกกระเจิง!
ขอเพียงสวี่ตงชอบการพนัน ต่อให้ไม่เคยเล่นหินพนันมาก่อนฉินฟางก็มั่นใจว่าจะลวงให้เขาจมน้ำจนสูญสิ้นทุกอย่างได้!ฉินฟางเป็นคนฉลาดและเก่งเรื่องการ ‘พนัน’ มาก แม้เขาจะห่างไกลจากคำว่ายอดฝีมือ แต่มีความจริงข้อหนึ่งที่เขารู้ดีนั่นก็คือไม่ว่าคุณจะเก่งแค่ไหนตราบใดที่คุณยังเล่นการพนันก็ไม่มีทางกลายเป็นผู้ชนะ เพราะในสนามพนันไม่มีผู้ชนะหากอยากชนะได้โดยไม่แพ้จริงๆ มีเพียงคำเดียวคือ ‘เลิกเล่น’
ขณะยิ้มกริ่มก็แสร้งพึมพำว่า “คุณสวี่คุณชอบเล่นหินเหรอ ฮ่าๆ …งั้นยืนดูไปก่อนแล้วกันครับดูคนอื่นเล่นก่อนค่อยว่ากัน!”
สวี่ตงพยักหน้า “ได้ครับยืนดูก่อนๆ !”
ถึงเขาจะพูดด้วยน้ำเสียงปกติ แต่สวี่ตงก็ยังมีความกังวลอยู่เล็กน้อยเขากังวลว่าจะมีคนซื้อหินก้อนที่มีออร่าสมบัติสีน้ำเงินเข้มข้นไปก่อนเพราะมันราคาเพียงสามพันหยวนสำหรับคนพวกนี้เงินสามพันหยวนก็ไม่ต่างอะไรกับการกินข้าวถูกๆ สักมื้อแต่สำหรับเขาในตอนนี้มันยังเป็นเรื่องยาก!
ต่อให้ราคาถูกขนาดนี้เขาก็ยังไม่มีเงินซื้อ! ฉินฟางเห็นว่าสวี่ตงสนใจการเล่นหินก็รีบยกมือทักทายคนอื่นๆที่กำลังพิจารณาหินสีเขียวอย่างยิ้มแย้ม “พี่เหอประธานเจิ้ง ประธานหวง เป็นยังไงบ้างครับ ดูเสร็จหรือยัง”
ชายรูปร่างอวบท่ามกลางผู้ชายห้าหกคนที่กำลังยืนดูหินหันมายิ้มทักทายกลับ“ประธานฉิน คราวก่อนเราเล่นด้วยกันที่เถิงชง[1]ไม่คิดเลยว่าคุณจะขนหินกลับมาถงเฉิงด้วย ดีเลยให้พวกประธานเจิ้งได้ลองสนุกกันในถงเฉิงบ้างก็ไม่เลวอีกอย่างผมดูแล้วหินสิบกว่าก้อนพวกนั้นคุณภาพดีเกินกว่าครึ่ง น่าลงเดิมพันมาก!”
ฉินฟางหัวเราะ “พี่เหอคุณพูดได้ถูกใจผมจริงๆ พอดีกับที่ร้านของผมกำลังจะเปิดทำการผมเลยอยากเชิญทุกคนมาค้นหาความตื่นเต้นเร้าใจกันหน่อย บอกตามตรงนะครับยังมีอะไรสนุกไปกว่าการเล่นหินพนันอีกล่ะ”
‘พี่เหอ’คนนั้นกำลังบีบแหวนหยกวงใหญ่บนนิ้วโป้งซ้ายพลางพยักหน้า “ก็จริงของคุณ แต่ถึงผมจะเก่งก็แพ้เก้าในสิบ ไม่รู้เลยว่าเมื่อไรถึงจะถูกสักครั้งเมื่อไรผมจะมีโอกาสมีความสุขกับเขาบ้าง ฮ่าๆ ถึงแม้ผมจะชื่อ ‘เหอปู้ฝาน’ แต่ดวงโชคลาภกลับธรรมดามาก ไม่เห็นจะ ‘ปู้ฝาน’ [2]ตรงไหนเลย”
“พี่เหอคุณก็อย่าล้อเล่นนักเลย คนอื่นไม่รู้ก็ใช่ว่าผมจะไม่รู้นะครับ” ฉินฟางแสร้งยิ้ม “หินก้อนที่คุณเสนอราคาหนึ่งแสนเจ็ดหมื่นหยวนตั้งแต่ครั้งแรกนั่นผ่าออกมาเป็นหยกหยางลู่ขายได้ในราคาเจ็ดล้านหกแสนห้าหมื่นหยวน คุณเห็นของดีก็เก็บสะสมไว้ เรียกว่าเป็นประวัติการณ์ในกลุ่มถงเฉิงของเราเลยนะครับในเมืองถงเฉิงนี้มีใครไม่รู้จักคนดังผู้เก่งในการวิเคราะห์อย่างเหอปู้ฝานคนนี้บ้าง”
เมื่อเห็นสีหน้ายิ้มจนตาหยีของเหอปู้ฝานทำให้คำว่า ‘เพียงพอน’ ผุดขึ้นในหัวสวี่ตงและไม่รู้ทำไมตั้งแต่มีพลังพิเศษมองเห็นออร่าสมบัติได้สวี่ตงก็รู้สึกเหมือนทักษะการสังเกตของเขาแข็งแกร่งกว่าเดิม รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆที่ไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน ตอนนี้กลับสังเกตเห็นได้เองไม่ว่าสภาพแวดล้อมจะซับซ้อนหรือมีเสียงอึกทึกเพียงใดเขาก็จำทุกคนและทุกฉากรอบตัวไว้ในหัวได้!
อย่างเช่นตอนนี้ แม้สวี่ตงจะเหลือบมองแค่แวบเดียว แต่สีหน้าท่าทางของทุกคนตรงหน้าล้วนอยู่ในสายตาเขา
เหอปู้ฝานโบกมือพลางยิ้มตาหยี “น้องฉินคำพูดพวกนี้พูดต่อหน้าฉันคนเดียวก็พอ ดูสิ เหล่าเจิ้งกับเหล่าหวงก็อยู่คุณพูดแบบนี้คือไม่ได้กำลังชมผมแต่กำลังฆ่าผมต่างหาก!”
สวี่ตงแค่นเสียงในใจ เหอปู้ฝานคนนี้ปากอย่างใจอย่าง เห็นอยู่ว่าสีหน้าพึงพอใจแต่ปากกลับบอกปฏิเสธ คำพูดจากปากของเขายิ่งทำให้คนอื่นเห็นชัดว่าเขา ‘สนุก’ และ ‘โอ้อวด’ มาก!
ฉินฟางยิ้ม ก่อนจะเอียงคอชำเลืองมองสวี่ตง แต่ปากกลับพูดกับเหอปู้ฝาน“พี่เหอ ถูกใจก้อนไหนไหมครับ”
เหอปู้ฝานไม่ออกความเห็น แต่ตอบเสียงเรียบ “น้องฉิน ท่านประธานฉินของผมผมเหล่าเหอขอชื่นชมคารมคมคายและการตลาดของคุณจริงๆการแปะป้ายราคาไว้เด่นชัดจนผมหวั่นใจไปหมด แล้วยังจะให้พวกผมฆ่ากันเองอีกวันนี้เงินในกระเป๋าผมไม่พอ ผมมันคนจน!”
ฉินฟางหัวเราะฮ่าๆ “พี่เหอ ชื่อเหอปู้ฝานก็ชัดเจนอยู่แล้วแค่คุณเอ่ยปาก เท่าไรผมก็จัดให้คุณได้เสมอคุณยังไม่ต้องจ่ายเงินสดหรือโอนเงินก็ได้ เอาไว้ค่อยว่ากันทีหลัง โอเคไหมครับ”
เหอปู้ฝานได้ยินฉินฟางให้ความ ‘เคารพและเอาใจ’ขนาดนี้ก็ยิ่งพอใจจึงใช้มือลูบคาง “ช่างมันเถอะผมเหอปู้ฝานไม่ใช่คนที่จะติดหนี้ใคร ดูเหมือนวันนี้คงต้องเสียเงินให้คุณแล้วเท่าไรก็ยอม!”
“พี่เหอใช่ที่ไหนล่ะครับ!” ฉินฟางหัวเราะโบกไม้โบกมือก่อนจะหันไปทางโหมวซือฉิงที่เงียบไป “ซือฉิงหินพนันเป็นสิ่งถูกกฎหมาย ถึงเธอเป็นตำรวจก็จับไม่ได้นะ…ฮ่าๆ!”
เหอปู้ฝานหุบยิ้มและพูดกับโหมวซือฉิงอย่างจริงจัง “คุณโหมว หายากจริงๆ ที่คุณจะไม่ใส่ชุดตำรวจโชคดีที่ประธานโหมวไม่ได้มาวันนี้ ไม่งั้นเราคงไม่มีโอกาส!”
โหมวซือฉิงแบมือ พยายามฉีกยิ้มแทนการให้คำตอบเหอปู้ฝาน
เธอรู้อยู่แล้วว่า ‘ประธานโหมว’ที่เหอปู้ฝานพูดก็คือโหมวกวนจิ่งพ่อของเธอ และเหอปู้ฝานไม่ได้โกหกหากพ่อของเธอมาที่นี่ ด้วยนิสัยอันเฉียบขาดและมาดคนรวยของเขายิ่งมีคนแย่งของของเขา เขาก็ยิ่งชอบ ‘ช่วงชิง’ คืน!
เหอปู้ฝานชำเลืองมองคนอื่นๆ และไม่คิดปิดบังของที่เขาถูกใจเขาชี้ไปยังหินหมายเลขเจ็ด “ประธานฉินก้อนนี้ราคาหกแสนแปดหมื่นหยวน ถ้าไม่มีใครเสนอราคาอีกผมจะเอาแล้วนะ!”
เหอปู้ฝานไม่ได้จริงจังกับสิ่งที่เขาพูด เพราะคนอื่นๆแทบทุกคนกำลังยืนล้อมหินก้อนนี้อยู่ หินก้อนนี้ขนาดเท่าตะกร้าหวาย และมี ‘เข็มขัด’ สีเขียวประมาณสี่ห้าแถบคาดผิวอันเรียบลื่นมันเงาของมันสีเขียวเป็นประกายดูคล้าย ‘แตงโม’ ยักษ์!
นี่คือหินที่มีสีเขียวมากเป็นอันดับสามในบรรดาหินทั้งหมดยังมีหินอีกสองก้อนที่มีสีเขียวมากกว่า มีหนึ่งก้อนที่ขนาดใหญ่มากแต่ความเขียวที่จุดรวมตัวไม่ ‘บริสุทธิ์’เท่าหินก้อนนี้
ทว่าในเรื่องราคา หินก้อนที่รูปร่างมหึมาราวกับกระบือหนึ่งตัวหนักห้าถึงหกตันเลยทีเดียว สีเขียวบนพื้นผิวของมันก็ทั้งเยอะทั้งเข้มล่อตาล่อใจที่สุด ไม่รู้ว่าข้างในหินก้อนยักษ์นี่จะมีหยกชิ้นใหญ่เพียงใดดังนั้นมันจึงมีราคาสูงที่สุดถึง ‘ยี่สิบล้านหยวน’!
แน่นอนว่าเพราะราคาสูงมากหลายคนที่อยากได้มันจนน้ำลายสอจึงยังไม่เอ่ยปาก เพราะอย่างไรมันก็ราคาสูงเกินไป!
เหอปู้ฝานก็เล็งไว้เช่นกันหินที่วางไว้เป็นอันดับที่สองก็ราคามากกว่าสองล้านหยวนเขาจึงเลือกหินอันดับที่สามแทน มันราคาเพียงหกแสนแปดหมื่นหยวนสีเขียวของหินก้อนนี้เรียงตัวเป็นรูปเข็มขัด สีสันไม่เลวสำหรับเขามันจึงเป็นหินที่คุ้มที่สุด!
ทว่าความคิดของเหอปู้ฝานก็ไม่ต่างกับคนอื่นๆ ทันทีที่เอ่ยปาก คนอื่นๆก็ล้อมเข้ามาผลัดกันเสนอราคา!
“หกแสนเก้า!”
“ผมให้เจ็ดแสน!”
“เจ็ดแสนสอง!”
เหอปู้ฝานคิ้วขมวดการที่คนพวกนี้เข้ามาเสนอราคาอยู่ในการคาดการณ์ของเขาอยู่แล้วทว่าคนที่เขากลัวมากที่สุดไม่ใช่คนพวกนี้ แต่เป็นชายชราร่างเตี้ยคนหนึ่งนั่นก็คือเถี่ยเฉิงจินบุคคลเก่าแก่ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในวงการการเล่นของโบราณในเมืองถงเฉิง!
ชื่อเสียงของเถี่ยเฉิงจิงคนนี้ไม่ใช่เพียงความสามารถด้านการชมและประเมินสมบัติเท่านั้นเขามีทรัพย์สินมากถึงหนึ่งร้อยล้านหยวน หากเป็นของที่เขาถูกใจ เขาก็จะกัดไม่ปล่อยอย่างกับอสรพิษ
เถี่ยเฉิงจิงยังมีอีกชื่อหนึ่งว่า ‘เถี่ยกงจี[3]’แม้ว่าเขาจะรวยเป็นร้อยล้าน แต่เขากลับขี้เหนียวมากไม่ว่าจะจ่ายเงินเดือนพนักงานในร้านของโบราณหรือค่าใช้จ่ายสำหรับคนในครอบครัวทุกอย่างที่เป็นค่าใช้จ่ายจำเป็น เขาจะคิดคำนวณทุกบาททุกสตางค์ เรียกว่าร้ายกาจมากรวมถึงกับตัวเขาเองด้วย เขาไม่เคยใส่ของแบรนด์เนมหรือใช้ของดีๆ เลยหนึ่งปีมีสี่ฤดูเขาก็ใส่แต่เสื้อผ้าเก่าๆ ไม่กี่ตัว ขับรถซีตรอง ฟู่คัง คันเก่าบนท้องถนนแทบไม่มีใครคิดว่าชายชราในชุดผ้าขี้ริ้วคนนี้จะเป็นหนึ่งในห้ามหาเศรษฐีอันดับต้นๆของเมืองถงเฉิง!
เหอปู้ฝานกลัวเถี่ยเฉิงจินเขาไม่กังวลกับผู้ประมูลหลายคนก่อนหน้านี้เลย คนเหล่านี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาไม่ว่าจะเรื่องความมั่งคั่งหรือกลอุบายเขากลัวแค่เถี่ยเฉิงจินคนเดียว ชายชราคนนี้จิตใจโหดเหี้ยมและมีเงินมากมายหากเขาเอ่ยปากก็หมายความว่าเขาสนใจหินก้อนนี้ด้วยหากเป็นเช่นนั้นตนก็คงไม่มีโอกาสได้หินก้อนนี้แล้ว!
โชคดีที่หลังจากผู้ประมูลหลายคนเสนอราคาเสร็จเถี่ยเฉิงจินก็ยังไม่เอ่ยปาก เหอปู้ฝานถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ขณะที่กำลังจะเสนอราคาอีกครั้งเถี่ยเฉิงจินกลับเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “เจ็ดแสนสองหมื่นหนึ่งพัน!”
เหอปู้ฝานหัวใจบีบรัดแน่น เจ็บปวดราวกับถูกมีดแทง!
เถี่ยเฉิงจินเพิ่มราคาน้อยกว่าทุกคน สามคนก่อนหน้านี้สองคนเพิ่มคนละหนึ่งหมื่นหยวน หนึ่งคนเพิ่มสองหมื่นหยวนแต่เถี่ยวเฉิงจินที่ทั้งรวยกว่าแต่โหดร้ายกว่ากลับเพิ่มแค่ ‘หนึ่งพันหยวน’!
ทว่าหนึ่งพันหยวนที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้เหอปู้ฝานปวดใจอย่างหนักเพราะนั่นหมายความว่าเถี่ยกงจีก็สนใจหินก้อนนี้!
[1] เถิงชง คือ อำเภอหนึ่งในเมืองเป่าซานมณฑลยูนนาน
[2] ปู้ฝาน หมายถึง ไม่ธรรมดาหรือพิเศษ
[3] เถี่ยกงจี แปลว่า พ่อไก่เหล็ก หมายถึงคนตระหนี่ถี่เหนียว