หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อย หญิงสาวก็รีบหนีขึ้นมาหาความสงบ ด้วยหวังจะสะสางงานที่คั่งค้างให้เรียบร้อย แต่เหมือนความสงบสุขนั้นจะอยู่กับเธอได้ไม่นาน เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้เธอรู้ทันทีว่าตัวปัญหากำลังจะปรากฏตัวในไม่ช้านี้
"ว่ายังไงคะ ไม่ได้ลงกลอนประตูค่ะ" หญิงสาวร้องบอกผู้มาเยือนด้วยภาษาไทยล้วน ๆ เพื่อหยั่งเชิงคนข้างนอกห้อง
"ม่าย...ข้าว...จายย...อาว...คา...โนมcake มา... ห้ายยย..ค่าาาา" ผู้มาเยือนตอบกลับเสียงสดใสและมั่นใจ ด้วยภาษาไทยแปร่ง ๆ
"พีท ฉันทำงานอยู่นะคะ ขอร้องแหละอย่ามากวน" เธออดที่จะบ่นออกมาไม่ได้ เมื่อเห็นมือหนาถือเค้กปอนด์ก้อนโตที่ปักเทียนพรึบพรั่บ
"นิดหน่อยน่า แล้วนี่ก็สามทุ่มแล้วนะครับ เวลางานนะหมดแล้วนะครับ"
"ใช่ค่ะพีท นี่มันสามทุ่มแล้ว คุณจะมาชวนฉันกินขนมเค้กแบบนี้น่ะเหรอคะ"
"ไม่มีอะไรดึกเกินไปหรอกครับ คุณพ่อบอกว่าเชฟขนมคนใหม่ที่โรงแรมคุณอบขนมอร่อยมาก ผมอยากชิมท่านเลยสั่งมาให้ นี่ไงเพิ่งอบเสร็จใหม่ ๆ เลยนะครับ อ้า...หอมจัง " ถึงแม้ว่าจะพูดถึงขนมเค้กก้อนโต แต่เขากลับฉวยก้มลงมาหอมแก้มเธอเสียเต็มแรง
"พีท!! ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าทำแบบนี้อีก " เธออยากจะบ้าตายกับพฤติกรรมบ้า ๆ ของเขา
"ทำไมครับ หรือว่าคุณชอบให้กัด ผมกัดก็ได้นะ งั่ม ๆ " เขาตอบกลับแบบหน้าด้าน ๆ พร้อมแกล้งงับอากาศทำเสียงประกอบ
"ฉันไม่อยากเล่นกับคุณแล้ว" เธอหันหลังหนีทันทีที่เห็นหน้าตากวนโอ๊ย และท่าทีที่กวนประสาทของเขา
"ผมไม่ได้ชวนคุณเล่นนะครับ ผมชวนคุณ "กิน" จริงจัง" คำสุดท้ายถูกเน้นอย่างชัดถ้อยชัดคำ ดวงตาคมเข้มขยิบอย่างเย้ายวน แต่สำหรับหญิงสาวแล้ว พฤติกรรมเหล่านี้มันคือการกวนประสาทชัด ๆ
"ฉันไม่กินอะไรทั้งนั้นแหละค่ะ ออกไปเลยนะ"
"เฮ่ ๆ คุณเป่าเร็ว ๆ รีบ ๆ เป่าเลย น้ำตาเทียนมันหยดลงเค้กแล้วนะ เป่า ๆ" นอกจากจะไม่ออกไปตามที่เธอบอกแล้ว เขายังยื่นเอาเค้กก้อนโตจ่อใส่หน้าเธอ จนเปลวเทียนแทบจะไหม้ขนตาที่เธออุตส่าห์ไปต่อมา
"ทำไมฉันต้องเป่า นี่ไม่ใช่วันเกิดฉันนะคะ" เธอเอียงคอถามเขา
"เป่า ๆ ไปเถอะน่า เร็ว ๆ สิครับ ผมขอพรให้คุณตลอดทางแล้ว ไม่ต้องขอแล้วนะครับเป่าเลย" เขายังไม่หยุดคะยั้นคะยอ
"ฟู่ว...อ่ะเป่าหมดแล้วค่ะ" แม้บ่นรำคาญเขา แต่สุดทา้ยหญิงสาวก็ยอมพ่นลมเป่าเค้กอยู่ดี
"ฮ่า ๆ เป่าอีก ๆ " เขาหัวเราะร่วนออกมาเสียงดัง เมื่อเทียนกลับมาสว่างโชติ่อีกครั้ง
"นี่คุณแกล้งฉันเหรอ ฟู่ว" เธอเป่าแรงยิ่งขึ้น เมื่อรู้ว่าคนตรงหน้ากำลังแกล้งเธอ
"หมาป่า เป่าอีก ๆ เป่าอีกสิหมาป่า" ชายหนุ่มดูจะมีความสุขยิ่งขึ้นกว่าเก่า เมื่อเทียนเล่มน้อย ๆ กลับมาสว่างอีก และไม่มีทีท่าว่าจะดับเลย
"นี่คุณว่าฉันเป็หมาป่าเหรอ แล้วคุณเป็อะไร? ลูกหมูสามตัวรึไงตาบ้า" เธอแทบจะกรี๊ดออกมา เมื่อได้ยินสิ่งที่เขาเปรียบเทียบว่าเธอเป็ตัวอะไร
"อู้ว! หมาป่าใจร้าย หมาป่ากำลังหงุดหงิด"
"พีท! หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ" หญิงสาวยังพยายามที่จะเป่าเทียนให้ดับ ก่อนจะร้องโวยวายออกมาเมื่อชายหนุ่มชูแขนขึ้น จนเค้กอยู่สูงกว่าระดับศีรษะเธอไปไกล
"คุณรู้มั้ยครับว่าคนที่เป่าเทียนไม่ดับคือใคร?" เขาก้มลงมาถามเธอ
"คนสวย"
"ผิดคนแก่" พูดจบเขาก็ใช้ฟันหน้าเฉาะเบา ๆ ไปที่ศีรษะของเธอ
"พีทนี่คุณว่าฉันแก่เหรอ คุณสิแก่ตาบ้า" เธอปรี๊ดแตกออกมา เมื่อเขาว่าเธอแก่ ร่างบางพยายามตะกายตัวขึ้นไปแย่งเค้กมาเป่า เพื่อพิสูจน์ความเอ๊าะ
"ฟู่วว" ปีเตอร์ออกแรงเป่าออกมาฟอดใหญ่ ทำให้เทียนดับเกือบทั้งหมดเหลือเพียงเทียนเล่มสุดท้ายที่ทอแสงริบหรี่ เมื่อเห็นเช่นนั้นมือหนาก็ลดลงมา ก่อนจะร้องบอกเธอให้เธอรีบเป่า
"เป่า ๆ เป่าเลย ๆ "
สิตางค์รีบเป่าลมออกมาอย่างแรง เพื่อจัดการเ้าเทียนแสนดื้อจอมหน้ามึน ที่คงจะติดเชื้อมาจากคนถือให้สิ้นฤทธิ์ จนในที่สุดเ้าเทียนเล่มน้อยก็ดับไป
"ฉันบอกแล้วไงคะว่าฉันไม่แก่! ฉันเป็คนเป่าดับหมด "
"แต่ว่าผมเป่าดับไปเยอะกว่านะครับ"
"แต่ฉันเป่าดับเล่มสุดท้ายนี่คะ" หญิงสาวเถียงลอยหน้าลอยตา
"แต่ว่า..."
"โน ๆ ค่ะ ตามหลักแล้วฉันคือคนเป่าดับนะคะ คนที่เป่าไม่ดับคือคุณต่างหากตาแก่"
"โอเค ๆ ผมยอมก็ได้" เขายกมือยอมแพ้ แต่ใบหน้าหล่อนั่นกลับระบายรอยยิ้มเ้าเล่ห์ออกมา
"ยิ้มอะไรของคุณ " หญิงสาวอดจะระแวงไม่ได้ เมื่อเห็นรอยยิ้มบนหน้าของเขา
"ผมเคยได้ยินมาว่าคนไทยชอบพูดว่า " ชินน..สุดดด..ทาย..แฟน...ล่อออ" ใช่มั้ยครับ " เขาถามพร้อมยิ้มภูมิใจออกมา
"คุณมันบ้า "ชิ้นสุดท้ายแฟนหล่อ" ต่างหาก อย่าไปพูดผิด ๆ แบบนี้อีกนะคะ " เธอแทบจะหงายหลังกับการออกเสียงของเขา โดยเฉพาะคำสุดท้ายที่มันออกจะล่อแหลมนิดหน่อย
"อ้าวเหรอ ผิดเหรอครับ อะไรนะ ลอ ล้อ ล่อ? " เขายังคงพยายาม
"หล่อค่ะหล่อ " เธอพยายามออกเสียงให้เขาฟัง
"หล่อ!"
"ใช่ค่ะหล่อ" ร่างบางถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่ออีกฝ่ายออกเสียงถูกต้องชัดเจน
"พีทหล่อ" เมื่อได้รับการยืนยันแล้วว่าภาษาเพอร์เฟคเขาก็รีบชมตัวเองทันที
"รีบ ๆ มากินเค้กเถอะค่ะ ฉันอยากกินแล้ว " เธอรีบตัดบทด้วยไท่อยากจะเสียวลาไปมากกว่านี้แล้ว กลิ่นหอมเย้ายวนใจตรงหน้าทำเธอแทบจะตบะแตก
"นี่ครับช้อน" ช้อนคันเล็กยื่นมาตรงหน้าเธอทันที ราวกับนัดคิวเอาไว้ล่วงหน้า
"เชฟคนนี้นะคะ ฉันไปเจอที่ร้านขนมที่ต่างจังหวัด เขาทำอร่อยมากกกกกก ยิ่งสโคนนะอร่อยสุด ๆ " เมื่อได้รับน้ำตาลเข้าร่างกาย หญิงสาวก็อารมณ์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"สโคนเหรอ ผมอยากกินนะ ผมอยากกินกับแยมแล้วก็ชาใส่นม "
"จริง ๆ เนี่ยที่โรงแรมนะพีท เชฟอาหารอินเดียก็ทำอร่อยมากนะคะ มาซาลากุ้งคือดีมาก ่ปรับเมนูฉันกินจนกระโปรงแน่นไปหมด" เธอบอกกับเขาพร้อมกับชี้ไปที่หน้าท้องของตัวเอง
"ผมก็อยากกินอาหารอินเดีย คุณพูดทำไมครับเนี่ย ผมหิวเลยนะครับ" เขาพูดว่าหิวออกมา ทั้ง ๆ ที่กำลังตักขนมเค้กเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ
"พีท หน้าคุณตลกมากเลย แชะ!" ไม่พูดเปล่า หญิงสาวยังหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาบันทึกภาพใบหน้าคมเข้มที่มีครีมนมสดแต่งแต้ม
"ไม่ต้องมาหัวเราะผมเลย คุณก็กินเลอะเหมือนกันนั่นแหละ" เขาพูดพร้อม ๆ กับใช้ฝ่ามือหนาอุ่นประคองดวงหน้าเล็ก ๆ ของเธอ นิ้วแกร่งปาดไล้เบา ๆ จนไร้ซึ่งครีมสดหอมหวานบนหน้าเนียน
"เอ่อ...ขอ..."
ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยจนจบประโยค ใบหน้าคมเข้มลดลงมาห่างจากเธอไม่ถึงนิ้ว ก่อนจะค่อย ๆ จรดริมฝีปากร้อนประกบลงกับริมฝีปากของเธอ ดวงตาหวานสอดประสานเข้ากับดวงตาสีอ่อนใส เธอรู้สึกเหมือนกับลมหายใจของเขาและเธอสอดประสานหลอมรวมกลายเป็หนึ่งเดียว ทั้งสองคนเหมือนตกอยู่ในภวังค์ ราวกับหลุดเข้าไปในโลกที่มีเพียงแต่พวกเขา จนกระทั่ง…
"เพล้ง!" เสียงช้อนที่กระทบกับพื้นเรียกสติของพวกเขาให้กลับมา หญิงสาวถอนใบหน้าออกมาพร้อมกับพยายามทำตัวให้ปกติที่สุด แม้ว่าเื่พิลึก ๆ ตรงหน้ามันจะไปไกลเกินควบคุมแล้ว
"เอ่อ...ช้อนคุณตก เดี๋ยวผมเอาอันใหม่ให้ครับ " เขาเองก็พยายามที่จะแก้ไขสถานการณ์ที่น่าอึดอัดนี้ให้ผ่อนคลายขึ้น
"มะ..ไม่เป็ไรค่ะ คุณไม่ต้องลงไปหรอกค่ะ " เธอกล่าวขึ้นมาเบาๆพร้อมกับพวงแก้มที่แดงเถือก
"ไม่เป็ไรครับ ผมพกมาเผื่อ "
"คะ?" คิ้วเรียวเลิกขึ้นเมื่อได้ยินในสิ่งที่เขาพูด
"นี่ไงครับ" เขาเปิดเสื้อยืดขึ้นเผยให้เห็นหน้าท้องแน่นที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของเขา ที่ทำให้เืในกายสาวฉีดขึ้นมายังใบหน้าอีกระลอก กล้ามแน่น ๆ ของคนตรงหน้ากอปรกับกลิ่นบุรุษเพศที่เจือไปด้วยกลิ่นมัสก์จาง ๆ ทำให้หญิงสาวรู้สึกเหมือนเืในตัวกำลังเดือดพล่าน ก่อนที่มันจะเดือดยิ่งขึ้น! เดือดเสียจนความดันของเธอแทบจะทะลุ เมื่อดวงตาคู่สวยได้เหลือบไปเห็นช้อนที่เขาเหน็บเอาไว้กับขอบกางเกงชั้นในราคาแพง
"พีท! นี่คุณเอาช้อนที่เหน็บกับกางเกงในมาให้ฉันกินเหรอคะ!" หญิงสาวร้องถามเสียงหลง
"ครับ แต่ผมเหน็บมาตรงด้ามนะครับ คุณไม่มีทางได้ลิ้มชิมรสผมก่อนแต่งงานหรอกครับ" เขาตอบกลับพร้อมกับใช้ฝ่ามือประคองหน้าอกสองข้างของตนเอง
"คุณทำแบบนี้กับช้อนบ้านฉันได้ยังไง แล้วคนอื่นล่ะคะ" เธออยากจะเอาหัวโขกเสาบ้านให้มันตาย ๆ ไป เมื่อคิดได้ว่าเธอยังต้องทนคุยกับเขาอีกหลายปี
"ผมเอามาสี่คัน ถ้าคุณไม่อยากให้คนอื่นมาชิมรสชาติของผม คุณก็เก็บไว้เป็ช้อนส่วนตัวที่ทำงานหนึ่งคัน เก็บอาไว้บนรถเผื่อหิวหนึ่งคัน ห้องทำงานที่นี่ก็เอาไว้หนึ่งคัน อีกคันก็พกสำรองติดกระเป๋าไว้ เผื่อคุณคิดถึงผมเมื่อไหร่ก็จะได้ควักเอาออกมากินดีไหมครับ" เขาหันมาเสนอทางออกปัญหาให้กับเธอพร้อมส่งยิ้มหวานมาให้
"พีท คุณมันบ้าที่สุดเลย"
"อะไรกันล่ะครับ นี่ผมช่วยคุณนะครับ"
"ไม่ต้องเลยนะ@##$"
ชายชราร่างผอมเกร็งโงนเงนที่เดินผ่านมาถึงกับหลุดอมยิ้มออกมา เมื่อได้ยินบทสนทนาระหว่างหนุ่มสาวในห้อง ดวงตาที่ผ่านโลกมามากของเขาทอประกายอย่างมีความสุข ก่อนที่จะค่อย ๆ พาร่างอ่อนแรงของตัวเองจากไป ปล่อยให้พวกเขาทั้งคู่ได้ใช้เวลาร่วมกัน