บทที่ 10 ดวงดาวที่ร่วงหล่นลงมา (รีไรต์)
ลู่จินกู้ก้มมองสิ่งของในอ้อมแขน ก่อนจะไอเบา ๆ “คุณอยากได้อะไร ฉันหยิบให้เอง”
คนที่มีกล่องอัดแน่นไปด้วยอาหารอัดแท่ง จะสนใจเหรียญดวงดาวนิดหน่อยแบบนี้เหรอ?
เป็ไปไม่ได้!
แล้วเธอก็เห็นเขาปัดกำไลข้อมือ เสียง “ติ๊ดๆๆ” ดังขึ้นไม่กี่ครั้ง ในมือก็มีสินค้าเพิ่มขึ้นมาอีกหลายอย่าง
เขามองดูอย่างพิจารณา แววตาเ้าเล่ห์ขึ้นเรื่อย ๆ
“ฉันไม่รู้เลยว่า พลังจิตที่เป็รูปธรรมจะใช้แบบนี้ได้ด้วย”
ลู่จินกู้ก้มหน้าหลบสายตาเขา
ความมหัศจรรย์ของระบบพาราไดซ์นี้ เธอยังไม่รู้จักมันดีพอ ถ้ารู้ว่าเป็แบบนี้ เธอจะไม่ปล่อยให้ใครเข้ามาแน่
ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ ดังข้างหู กู้ตั๋วไม่ได้ซักถามอะไรต่อ
ลู่จินกู้มองดูเขาเดินเล่นไปมาอยู่หน้าชั้นวางของ เธอรู้สึกระแวงขึ้น ไม่กล้าผ่อนคลายเลยสักนิด
ลู่จินกู้รู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่าวันหนึ่งเธออาจจะโดนจับไปเป็หนูทดลอง
แต่ถึงจะอันตรายแบบนี้ เธอก็ทำได้แค่กัดฟันสู้ต่อไป
การถูกคนอื่นจับตามอง ยังไงก็ดีกว่าการถูกคนอื่นควบคุมอยู่ดี
เนื่องจากวัตถุดิบที่ได้จากซูเปอร์มาร์เก็ต ทำให้เธอสามารถทำผัดมันฝรั่งได้อย่างเต็มฝีมือ
แค่เพียงคำแรกเท่านั้น กู้ตั๋วก็ไล่ต้าไป๋ออกจากบ้านทันที
ลู่จินกู้อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าไม่ติดว่ายังมีมื้อต่อไป เธอในฐานะแม่ครัว คงจะถูกไล่ออกไปด้วยอีกคน
สุดท้าย ลู่จินกู้ทนเสียงร้องโหยหวนของต้าไป๋ไม่ไหว จึงต้องแยกทำอีกที่หนึ่งไปให้มัน ท่ามกลางสายตาไม่เห็นด้วยของกู้ตั๋ว ขณะที่วางชามข้าวของต้าไป๋ลง เธอก็เหลือบไปเห็นดวงดาวที่ส่องประกายอยู่บนท้องฟ้า
“เอ๊ะ?”
“ดาวดวงนั้น... มันกำลังร่วงลงมาใกล้พื้นดินรึเปล่า!” ยังไม่ทันที่เธอจะได้ตอบสนองอะไร กู้ตั๋วก็วาบหายออกไปจากบ้าน ยืนมองขึ้นไปบนท้องฟ้า คิ้วขมวดแน่น ดาบยาวสีน้ำครามปรากฏขึ้นในมือ
“ให้ต้าไป๋พาเธอหลบไปก่อน”
ลู่จินกู้พลันรู้สึกตึงเครียดขึ้นมาทันที
การที่ดาว 7133 ปรากฏอสูรทมิฬ หมายความว่าสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์ หากเธอออกจากดินแดนแห่งนี้ เธอคงเอาชีวิตรอดได้ไม่กี่วัน
กู้ตั๋วไม่มีทางไม่รู้เื่นี้ แต่เขาก็ยังให้เธอหนี ดูท่าผู้มาเยือนคงไม่ใช่พวกใจดี แถมยังรับมือยากเสียด้วย
ขณะที่เธอกำลังครุ่นคิด กู้ตั๋วก็เดินอย่างเชื่องช้าไปยังพื้นที่โล่งกว้าง พร้อมกับเอ่ยอธิบาย “ฉันถูกคนลอบทำร้าย ในร่างกายมีสารกระตุ้นพลังจิตที่รุนแรงมาก พอใช้พลังจิตเมื่อไหร่ก็จะคลุ้มคลั่งทันที มีแต่ที่นี่เท่านั้นที่พอจะยับยั้งได้ เลยต้องขออาศัยที่นี่สักพัก บางทีอาจพอสู้ได้บ้าง”
เขาพูดพลางกดมือลงบนหน้าอกเบา ๆ
จู่ ๆ ลู่จินกู้ก็พลันนึกขึ้นได้ ตอนที่ลากเขาออกมาจากแคปซูลหนีภัย บนตัวเขามีรอยเือย่างชัดเจน
กู้ตั๋วาเ็ แต่เขาไม่เคยแสดงออกเลย แม้แต่เธอเองก็เกือบลืมเื่นี้ไปแล้ว
พลังจิตมีปัญหา แล้วยังมีาแอีก แม้ว่าจะมีเขตพาราไดซ์หลบภัยจากอันตราย แต่เขาจะมีโอกาสชนะมากแค่ไหน?
ดูจากท่าทางที่กู้ตั๋วเร่งให้เธอรีบหนี... คงจะไม่มากนัก
ลู่จินกู้เม้มริมฝีปาก สติบอกเธอว่าเื่ของกู้ตั๋วไม่ใช่สิ่งที่เธอจะเข้าไปยุ่งได้ในตอนนี้
ทว่าสองเท้ากลับเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ด้วยพลังที่มองไม่เห็น ทำให้เธอไม่สามารถทิ้งเขาไปได้
แต่กู้ตั๋วกลับเร่งเร้าเธอซ้ำแล้วซ้ำอีก ถึงขั้นใช้พลังจิตบังคับต้าไป๋ให้เดินเข้ามาหา แล้วใช้แรงชนเธออย่างแรง จนเธอทรงตัวไม่อยู่ ล้มลงบนหลังมัน
“ไป!”
พลังจิตอันไร้รูปร่างกดทับจนเธอขยับไม่ได้ ต้าไป๋ส่งเสียงครางเบา ๆ ก่อนจะวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อออกจากเขตพาราไดซ์ อากาศที่เธอสูดเข้าไปก็ร้อนราวกับถูกไฟแผดเผา แต่เธอก็ไม่ได้สนใจ รีบหันกลับไปมอง
ต้าไป๋สมกับเป็สัตว์อสูรสายฟ้า เพียงพริบตาเดียวก็วิ่งไปไกลแล้ว เงาร่างต้นไม้ใหญ่เริ่มเลือนราง
ดวงดาวที่ร่วงหล่นลงมาก็เผยโฉมที่แท้จริง มันคือยานอวกาศลำหนึ่ง
มันไม่ได้ร่อนลงมาอีก แต่กลับมียานลำเล็ก ๆ หลายลำบินแยกออกมาจากด้านล่าง มุ่งหน้าไปยังเขตพาราไดซ์อย่างรวดเร็ว
ไม่นานนัก ก็มีพลังจิตอันรุนแรงแผ่ออกมาจากทิศทางนั้น
ดูเหมือนว่าทั้งสองฝ่ายคงต่อสู้กันแล้ว
ส่วนกู้ตั๋วคงไม่มีเวลามาสนใจเธอแล้ว เมื่อไม่มีแรงกดดัน เธอจึงรีบดึงขนที่คอของต้าไป๋ทันที มันส่งเสียงร้องก่อนจะยอมหยุดลง
ลู่จินกู้มองเขตพาราไดซ์ที่กลายเป็เพียงจุดดำเล็ก ๆ อยู่ไกล ๆ
เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น “เรากลับไปกันเถอะ!”
ต้าไป๋เชื่อฟังคำพูดของเธอทุกอย่าง มันหันหลังกลับทันที ร่างกายพุ่งทะยานราวกับสายลม มุ่งหน้าสู่เขตพาราไดซ์
เมื่อเข้าใกล้บริเวณนั้น เธอกลับสั่งให้ต้าไป๋หยุดลง ใกล้กับต้นไม้ั์ มองเห็นรอยเืเปรอะเปื้อน เป็ภาพที่น่าหวาดกลัว ถึงแม้จะรู้สึกตึงเครียดและหวาดกลัว แต่เธอก็ไม่ได้ตัวแข็งทื่อไปทั้งตัวเหมือนครั้งที่แล้ว
หลังจากสังเกตการณ์อยู่ครู่หนึ่ง ก็ไม่พบเห็นผู้คนอยู่ภายนอก ดูเหมือนว่าการต่อสู้คงจะสู้จนถอยร่นไปถึงในบ้านแล้ว
เธอลูบต้าไป๋เบา ๆ แล้วกระซิบข้างหูเขาสองสามประโยค สุดท้ายก็ถามว่า “แกเข้าใจที่ฉันพูดไหม”
ต้าไป๋ฉลาดมาก มันไม่ส่งเสียงออกมา เพียงแต่พยักหน้ารับรู้
“ดี งั้นไปเถอะ”
ต้าไป๋เดินจากไปอย่างเงียบเชียบ ลู่จินกู้ค่อย ๆ เดินย่องไปทางหลังบ้าน ที่นี่เป็ที่ตั้งของชั้นวางอาวุธ เธอตั้งใจหลีกเลี่ยงที่จะมองมัน เพราะไม่อยากหวนคิดถึงเื่ราวในวันนั้น
แต่ตอนนี้มันกลับเป็ประโยชน์กับเธอ
ลู่จินกู้ชักมีดสั้นออกมา กัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะลอบเข้าไปทางประตูหลัง
สถาปัตยกรรมของบ้านหลังนี้เป็แบบโบราณ ซึ่งผู้คนในยุคอวกาศไม่เคยเห็นมาก่อน และยิ่งไม่รู้ว่าสถานที่ลับแห่งนี้ยังมีประตูอีกบาน
เธอซ่อนตัวอยู่ที่มุมกำแพงหลังบ้าน ไม่ได้เร่งรีบทำอะไร ได้ยินแต่เสียงสนทนาจากด้านใน
“แม้แต่พายุอนุภาคก็ยังฆ่าแกไม่ได้ กู้ตั๋ว แกนี่มันแข็งแกร่งจริง ๆ”
เมื่อไม่ได้ยินคำตอบของกู้ตั๋ว เธอใจหายวาบ
เขาไม่สนใจหรือว่า... เขาไม่มีแรงจะพูดแล้ว?
ได้ยินเพียงเสียงเ็านั้นเอ่ยต่อว่า “นี่มันที่ไหนกัน?”
ดูเหมือนพวกเขาก็สนใจเขตพาราไดซ์นี้เช่นกัน บางทีอาจเป็เพราะเหตุนี้ พวกเขาถึงไม่ได้ฆ่ากู้ตั๋วเสียแต่แรก ยังคงไม่มีเสียงตอบ แต่เธอได้ยินเสียงหอบหายใจแรง
กู้ตั๋ว! เขาคงจะแย่แล้ว
ยิ่งคิด ยิ่งร้อนใจ เธอได้แต่ภาวนาให้ต้าไป๋เร็วขึ้นอีกหน่อย
ทันใดนั้นสายฟ้าก็ผ่าลงมา เปรี๊ยะ! เสียงร้องอย่างเ็ปสองเสียงดังขึ้นในบ้าน
“สัตว์อสูรสายฟ้า!”
“มีสัตว์อสูร!” คนสามคนวิ่งไล่ตามออกมาจากบ้าน ต้าไป๋หันหลังวิ่งทันที พร้อมกับปล่อยสายฟ้าโจมตีเป็ระยะ
ท่าทางราวกับเล่นกับฉันหน่อยของมัน ยิ่งทำให้คนพวกนั้นโกรธมากขึ้น
อีกสองคนวิ่งออกมา แต่แขนขาของพวกเขายังสั่นอยู่ คาดว่าคงเพิ่งโดนไฟฟ้าช็อต
ทว่าท่ามกลางเสียงะโไล่ล่าต้าไป๋ ลู่จินกู้กลับไม่ได้ยินเสียงเ็าของคน ๆ นั้น
น่าเสียดายเล็กน้อย ที่คน ๆ นั้นไม่ได้ใช้โอกาสตอนชุลมุนหลบหนีไป
แต่เธอเชื่อว่า กู้ตั๋วไม่มีทางพลาดโอกาสดี ๆ แบบนี้แน่นอน
และในวินาทีต่อมา เสียงปะทะกันก็ดังมาจากในบ้าน มีคนกำลังต่อสู้กันอย่างรวดเร็ว เสียงเ็านั้นก็ดังขึ้นทันที “กู้ตั๋ว แกกล้าดียังไง...”
เขาไม่พูดอะไรออกมาเลย ลู่จินกู้ได้ยินเพียงเสียงคมดาบกรีดผ่านเนื้อหนังเท่านั้น พวกที่ไล่ตามต้าไป๋ก็สังเกตเห็นเธอแล้ว
“ยังมีคนอยู่อีก!”
พวกมันรู้ทันทีว่าต้าไป๋มีคนช่วยเหลือ พวกเขาสองคนวิ่งตรงมาหาลู่จินกู้
เธอไม่พูดอะไรสักคำ ชักมีดออกแล้ววิ่งหนีทันที
โครม!!!
ต้าไป๋ะโทะลุหน้าต่างออกมา มีดในมือเธอพุ่งทะลวงลำคอของคนผู้หนึ่ง
ส่วนอีกคนที่ตามมาติด ๆ ก็ะโลั่น ดาบใหญ่ปรากฏขึ้นในมือแล้วฟาดฟันลงมาทางเธอ
ลู่จินกู้บิดกายหลบ พร้อมกับก้มลงต่ำ แล้วแทงสวนกลับทันที
ในขณะที่หลบคมดาบของมัน เธอก็จ้วงแทงเข้าที่ท้องของมันได้สำเร็จ
ขณะเดียวกันนั้น เสียงดังสนั่นหวั่นไหวก็ดังกึกก้องมาจากท้องฟ้าเบื้องบน
ทันใดนั้นเอง ยานอวกาศอีกลำที่เล็กกว่าก็ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน โดยเล็งปืนใหญ่ไปที่ยานลำก่อนหน้าอย่างองอาจ