เราสามารถใช้เหตุผลเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย แต่หัวใจคือสิ่งที่ทำให้เกิดการเริ่มต้น
มืดไปหมด ดำมืดไม่มีแม้แต่ผิวัั ราวกับเป็ฉากกั้นขวางหน้าเปลือกตาเอาไว้ ทว่าผมกลับขยับร่างกายได้ ทั้งที่ไม่มีพื้นผิว แต่ก็ไม่ตกลงไป ไม่ได้รู้สึกว่าล่องลอยต่อต้านแรงโน้มถ่วงจนร่วงหล่น ก็แค่อยู่ตรงนั้น
“ฝันอะไรอีกล่ะรอบนี้”
ลูซิดดรีม (lucid dream) หรือการรู้สึกตัวในขณะฝัน สงสัยว่าวันนี้ผมจะเครียดหนักไปหน่อยจนอยากจะหายไป เลยฝันแบบนี้... แต่มันชัดเจนไปรึเปล่า
ขณะที่คิดว่าน่าจะตื่นๆ ได้แล้วนั้นเอง ก็มีเสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นมา แน่นอนว่าไม่ได้ออกจากปากของผม
“รอบนี้... จะสำเร็จรึเปล่านะ” เป็เสียงที่แ่เบาเจือความเหงา
ทิวทัศน์รอบๆ ตัวผมเลือนลางลง ความมืดค่อยๆ ถูกย้อมเข้ามาด้วยสีขาว พอรู้ตัวอีกทีข้างหน้าผมก็กลายเป็ทุ่งหญ้า... ที่ไม่เขียวขจีและมีแต่สีดำแทน ััได้ถึงสายลมแ่เบาที่พัดไหวให้ยอดหญ้าดำสนิทโยกคลอน ตรงปลายสายตามีร่างคล้ายจะเป็ชายสีดำมืดยืนหยู่ราวกับว่างอกออกมาจากพื้นหญ้าสีเดียวกันนั้น
“หวัดดี” ผมโบกมือทักตัวตนนั้น “และลาก่อน ขอตื่นก่อนนะ”
ทั้งที่พูดไปแบบนั้นแต่ภาพตรงหน้าก็ยังไม่ยอมหายไป ว่าแต่ไอ้ลูซิดดรีมนี่มันบังคับให้ตัวเองตื่นยังไงหว่า ขณะที่เพ้อเจ้ออยู่นั้น ร่างดำมืดตรงหน้าก็ใกล้เข้ามา ตรงจุดที่ควรเป็หน้ามีรูโบ๋ 2 รู ให้เห็นว่าน่าจะเป็ลูกตา
“ท่าทาง จะมีอะไรเปลี่ยนแปลง” ส่วนที่ดูเป็ปากมีสีขาวขยับเหมือนกับกำลังพูด “ดูเหมือนความพยายามที่ไม่มีสิ้นสุด จะมีจุดสิ้นสุดซะแล้ว” มันกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
“อ่าฮะ สวัสดีครับพี่มืด รอบนี้ฝันตลกดีเนาะ” ผมพูดขึ้นพร้อมลูบคาง
คุณพี่ชายดำดำ แสยะยิ้มขาวๆ พร้อมรูปทรงตาที่กดต่ำเหมือนคนเ้าเล่ห์ ไม่มีมิติแท้ๆ แต่ดันรู้ว่ามันคิดไม่ดีอยู่แหงๆ และจู่ๆ ก็...
แป๊ะ! เสียงเหมือนโดนอะไรแบนๆ ตบที่ท้ายทอย
“มันไม่เจ็บแต่กูโกรธนะเว้ย!!!”
ผมะโพร้อมชักปืนะโออกจากเก้าอี้พร้อมชี้ปากกระบอก 9 มิลลิเมตร ไปทางตัวการ
“เออ กูก็โกรธที่จ้างยามมานั่งหลับเนี่ย ไอ้ชิด!” ชายร่างท้วมผิวดำแดงขอบตาดำปี๋ตะคอกกลับมา
หัวหน้า รปภ. กะดึก จ่าสิบตำรวจไพลิน เส็งพิกุล ในชุดเต็มเครื่องแบบติดกลิ่นบุหรี่คละคลุ้งพร้อมแฟ้มในมือที่ทำท่าง้างเหมือนจะโบกลงมาบนหัวอีกรอบ เขาไม่กลัวปืนที่ไม่ได้ใส่ลูกะุเอาไว้ของผมพลางจ้องผมด้วยหน้าคมเข้ม
“อ้าวจ่า เออโทษทีว่ะพี่ เอ็มร้อยมันหมดฤทธิ” พร้อมเก็บปืนเข้าฝักลุกขึ้นมานั่งสบายๆ ต่อ
“จ้างมาเฝ้ายามนะเว้ย ไม่ได้ให้มาหลับ” น้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะพอใจเท่าไรนักอัดหน้าผมเข้ามา
ผมไม่สนใจจ่าที่มาทำเป็เข้มแล้วหันหน้ากลับเข้าแผงจอภาพมากมายที่ฉายภาพจากกล้องวงจรปิด พร้อมเผยแขนกว้างทำท่าไม่ยี่หระ
“ออลกรีน ทุกอย่างเรียบร้อย ไม่มีแม้แต่แมวออกมาเดินพล่าน นี่มันตีอะไรแล้วโจรไปนอนแล้วล่ะ”
“ตีกับผีเด่ะ พึ่งจะ 3 ทุ่ม” จ่าพูดพลางขยับก้นท้วมๆ นั่งลงบนเก้าอี้เลื่อนข้างขวาของผม
เดี๋ยวนะ มันจะ 3 ทุ่ม ได้ไง ก็เราแอบงีบหลังตรวจเวรเมื่อตอน 3 ทุ่มนี่หว่าเฮ้ย! ผมขยับข้อมือดูนาฬิกาและ
“3 ทุ่ม...” ได้ไงวะ ผมหันไปมองหน้าจ่า เขากำลังซดกาแฟร้อนญี่ห้อดังอย่างใจเย็น
ก่อนที่ผมจะได้พูดอะไรต่อ พี่จ่าก็กล่าวขึ้นพร้อมยื่นกาแฟอีกแก้วมาให้ผม
“แค่นั่งเฝ้าระบบวงจรปิดเอ็งยังจะหลับได้อีกนะ”
“ก็ในเมื่อมีระบบดีๆ ที่ส่งเสียงเตือนถ้าคนนอกเข้ามา ผมเลยวางใจหลับได้ไง เอาแรงไว้วิ่งไล่น่ะรู้จักมั้ย” ผมกวนกลับไปพร้อมจิบกาแฟ “...หอมดีนะ”
“ระบบมันสร้างมาให้คนใช้เว้ย ถ้าคนไม่ได้เื่จะระบบดีแค่ไหนมันก็ไม่มีความหมาย”
โอ้โฮ หัวหน้ายามเอกชน ที่เป็ตำรวจในเครื่องแบบ ตัวเองอยู่ในระบบรัฐการแท้ๆ ยังยักยอกเวลาในระบบตัวเองมาหาลำไพ่
“จ่าด่าตัวเองทำไมเนี่ย”
“อุ๊...” ดูเหมือนพี่เส็งของเราจะรู้สึกตัว เขาขยับตัวยุกยิก ขมุบขมิบที่มุมปากแล้วหันหน้าหาจอภาพตรวจดูบันทึกเข้าออกคอนโดมิเนียม “...เด็กเชี่ยนี่ เถียงทุกคำ”
“พิชิต ข้ามีงานให้เอ็งทำ” จ่ากล่าวด้วยใบหน้าดำแดงเข้มขรึม
“ไม่เอางานยิงกันราคาถูกนะ”
ผมเปิดข่าวด้วยโทรศัพท์มือถือในขณะที่จ่าเส็งทำท่าจุดบุหรี่ยี่ห้อแพงจ่อปาก เสียงผู้ประกาศวัยกลางคนดังไปทั่วห้อง รปภ.
‘กลับมาพบกันอีกครั้งวันที่ 30 มีนาคม 2791 พบกับกระผมสิโร...’
“ให้ส่งของผิดกฎหมายน่ะ” จ่าเส็งพูดตัดขึ้นมา
เขาขยับเก้าอี้ผายตัวเข้าหาผม แล้วพูดต่อ
“จะฝากกระเป๋าใบนึง”
“แบบพัลพ์ฟิคชันอ่ะนะ *(Pulp Fiction)” *หนังของเควนติน ทารันติโน่*
“เอาไปส่งที่ท่าเรือสมุทรปราการ” จ่าขมวดคิ้ว
“ส่ง DXL ไม่ง่ายกว่าเรอะ” ผมแหย่
“งานนี้รู้แล้วเหยียบ เงียบจนจบ”
“จบแล้วปากโป้งได้ใช่ป่ะ?” ผมเข้าไปนวดไหล่จ่าพร้อมรอยยิ้ม
“งานนี้อนาคตข้าเป็เดิมพันนะเว้ย!” เขาสะบัดผมออกพร้อมกำหมัด
จริงจังมากกว่าปกติแฮะ ไปเส้นใครไว้อีกล่ะเนี่ย ผมยิ้มแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงสูงกวนใจ
“ไม่เอาน่าพี่เส็ง 41 แล้วนะพี่ มีเื้ัไม่ดีพอเป็ใหญ่แล้วมักจะตายไวนะพี่”
“ข้าให้ 15,000”
เขาตัดบทพร้อมพ่นควันใส่จอภาพ
“ไม่ทำเว้ย!”
ผมก็ตัดบทหนีทันทีเหมือนกัน งานส่งของบ้าอะไรได้ตั้งหมื่นห้า! รอบที่แล้วให้ผมไปล่อจับยาบ้า ยิงกันแทบตายยังให้แค่แปดพัน!
“ไม่เอาน่าชิด คิดว่าพี่น้อง รับหน่อย” ไอ้น้ำเสียงหน่ายๆ นี่มันอะไรวะ!
“ไม่เอา ไม่คุ้มแหงๆ พี่น้องกับผีเด่ะ รอบที่แล้วล่อซะประตูรถผมพรุนหลุดไปทั้งยวง! 8,000 ที่ให้มายังไม่คุ้มค่า CNC* ประตูรถใหม่เลย!”
*Computer Numerical Control งานขึ้นรูปและอะไรหลายๆ อย่างด้วยเครื่องจักรกลควบคุมโดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เวลาเอามาพูดกันมักจะใช้ตัวย่อเรียกกันโต้งๆ ว่างาน CNC หมายถึงไอ้งานนี้น่ะ ตัด เชื่อม ขึ้นรูปกันเองผ่านกระบวนการดังกล่าว*
“เดี๋ยวพรุ่งนี้บ่ายสามข้าเอาของมาให้นะ ฝากด้วยล่ะ” จ่าตบไหล่ผมแล้วลุกเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
เอ้า! ไอ้ห่าราก ก็บอกว่าไม่เอาไงล่ะเฮ้ย! หูเป็หอยรึไงวะ!
ความเงียบสงบสยบห้องยามอีกครั้ง ผมนั่งเท้าคางมองกล้องวงจรปิดพลางคิดถึงวันพรุ่งนี้
“จะเอาะุไปกี่แม็กดีวะ”
จะโทรหาไอ้ลูกครึ่งอินเดียดีมั้ยวะ ไม่สิ งานนี้กินรวบดีกว่า
“มัน 3 ทุ่ม ไปรอบนึงแล้วไม่ใช่เหรอวะ”
แล้ว 3 ทุ่ม รอบที่แล้วไอ้จ่ามันก็ไม่ได้พูดอะไรไม่ใช่เหรอวะ ไม่สิ!
“มันจะไปมี 3 ทุ่ม รอบที่แล้วไปได้ไงเล่าเฮ้ย! นี่กูเป็อะไรวะ! ประสาทหลอนเหรอ ไม่ได้อัพยามาซะหน่อย”
อะไรนักหนาเนี่ย... สงสัยจะเพลียจัด หลับต่อเลยแล้วกัน
“โอ๊ะๆ รอบนี้ต้องล็อคประตู คงไม่ฝันแปลกๆ อีกนะ” ผมโยกตัวไปปิดประตูพร้อมเทกาแฟจากน้ำใจงามประเสริฐของหัวหน้ายามทิ้ง
หลังจากล็อคประตูเรียบร้อย ผมนั่งลงมองภาพในห้องที่มีตัวเองเอนหลังเอ้อระเหย ่นี้เราอ้วนไปรึเปล่า ทำยังไงถึงจะสูงกว่า 173 เซน ได้เนี่ย เฮ้อออออออ