เสียงคำรามจากท้องฟ้าเบื้องบนดังครืนๆ ครามๆ ขณะที่สายอัศนีแห่งฟ้าก็แตกแขนงทิ้งตัวเป็สายสีขาวระคายตาลงมาสู่พื้นพสุธาบนยอดเขาสูงแห่งนี้จนถึงกับทำให้ทั่วบริเวณสว่างไสวอยู่ชั่วพริบตาก่อนที่จะมืดมิดลงอีกอย่างรวดเร็ว
แต่ทว่าเพียงชั่วครู่สายอัศนีอีกสายที่เจิดจ้าระคายตายิ่งกว่าเดิมก็ทิ้งตัวลงมาอีกสายพร้อมกับเสียงกัมปนาทคำรามที่ระคายหูยิ่งกว่าเมื่อครู่ ก่อนที่จะสูญสลายหายวับไปเหมือนเช่นคราแรก
และในความเจิดจ้าของสายอัศนีครั้งหลังสุด หากสังเกตุให้ดีแล้วก็จะเห็นเงาร่างของบุคคลผู้เป็บุรุษผู้หนึ่งกำลังเดินตรงไปที่ลานโล่งของยอดเขาที่มีชื่อว่า'เขาจรดฟ้า'แห่งนี้
บุรุษผู้นี้แต่งกายด้วยชุดยาวสีเงินยวงอันรัดกุม ที่ไหล่ซ้ายยังสะพายย่ามขนาดเขื่องสีดำอยู่ใบหนึ่ง ใบหน้าของมันผู้นี้จัดว่าหล่อเหลาคมคาย แต่หากพิศดูใกล้ๆ ใบหน้ามันยามนี้ก็จะเห็นว่ามันเหมือนจะได้รับาเ็จากอะไรบางอย่างจนสีหน้าถึงกับซีดเซียวมัวหมอง
มันเดินดิ่งไปยังกลางลานที่มีแท่งหินสีดำจำนวนราวเจ็ดแท่ง และมีความสูงอยู่เลยศรีษระมันไปราวครึ่งวาซึ่งตั้งวางเรียงกันเป็วงกลมในรัศมีห้าเมตร โดยที่ยังมีแท่งหินกลมปลายตัดเรียบอีกแท่งหนึ่งที่สูงราวเอวของมันตั้งอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของกลุ่มหินนั้น
สายอัศนีแห่งฟ้ายังทิ้งตัวลงมาอยู่เป็ระยะๆ ขณะที่บุรุษผู้นี้ได้เดินผ่านเข้าไปในกลุ่มหินทั้งเจ็ดแท่งและก็ไปหยุดอยู่ที่ริมขอบของแท่งหินตรงกลาง
จากนั้นมันก็ได้ล้วงมือเข้าไปในย่ามผ้าสีดำเพื่อนำของบางสิ่งออกมา
และสิ่งที่มันได้นำออกมานั้นก็มีลักษณะเป็ลูกแก้วกลมๆ ขนาดย่อมที่มีสีอัมพันอันสวยงาม จากนั้นมันก็ได้บรรจงวางลูกแก้วนี้ไปที่ปลายตัดของหินแท่งกลมนั้นอย่างเบามือ
และหลังจากนั้นมันก็เงยหน้าขึ้นสู่เบื้องบนราวกับจะรอสัญญาณของอะไรบางอย่าง
ชั่วครู่เดียวมันก็กลับมาจ้องมองที่ลูกแก้วอีกครั้ง ก่อนที่มันจะถอยร่างไปสองสามก้าวแล้วดึง'คฑา'ที่มีสีเงินออกมา จากนั้นมันก็ชี้ปลายคฑาไปที่ลูกแก้วนั้น โดยที่ปากของมันก็ขยับไปมาราวกับกำลังท่องบริกรรมคาถาอะไรบางอย่างอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่ปลายคฑานั้นจะเริ่มเปล่งแสงสีขาวจนเจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆ
แล้วพริบตานั้นกลุ่มพลังงานบางอย่างที่มีสีขาวเงิน ก็พวยพุ่งออกจากปลายคฑาตรงไปที่ลูกแก้วนั้นทันที
ลูกแก้วเมื่อได้รับแสงพลังงานนั้นได้อยู่ชั่วครู่มันก็เริ่มเปลี่ยนสีตัวเองจากสีอัมพันไปเป็สีม่วงที่สว่างไสววูบวาบ และเมื่อมองเข้าไปภายในลูกแก้วนั้นก็จะเห็นเหมือนมีสายอัศนีเล็กๆ เต้นแปลบปลาบอยู่ภายใน
แล้วใบหน้าของมันยามนี้ก็เต็มไปด้วยความปรีดาราวกับว่าภาระกิจที่สำคัญสูงสุดของมันนั้นกำลังจะสัมฤทธิ์ผลในบัดดลนี้แล้ว
แต่ในจังหวะนั้นเอง ประสาทัับางอย่างของมันก็ได้รับรู้ถึงความผิดปกติที่อยู่เลยออกไปนอกวงของกลุ่มหินทั้งเจ็ดแท่งนั้น
มีใครสักคนที่เพิ่งจะเคลื่อนตัวออกมาจากซอกมุมของหินก้อนใหญ่ที่อยู่เลยกลุ่มหินแท่งไปราวเจ็ดแปดวา และบัดนี้มันผู้นั้นก็กำลังเคลื่อนตัวมาจนถึงกลุ่มหินแท่งหนึ่งที่อยู่ด้านหลังนี้แล้ว
บุรุษผู้สวมชุดสีเงินยวงรีบหมุนตัวกลับไปพร้อมๆ กับที่มันก็วาดคฑานั้นไปยังบริเวณแท่งหินที่มันคิดว่ามีคนแปลกหน้าแอบซ่อนอยู่ด้านหลัง พริบตานั้นพลังงานของแสงอันเจิดจ้าที่บัดนั้นได้แปรเปลี่ยนเป็สีแดงเพลิงก็ได้พุ่งทะลวงเข้าไปสู่บริเวณนั้นทันที!
เสียงเปรี้ยงเมื่อพลังงานแสงนั้นได้กระทบกับขอบโคนของแท่งหินตรงนั้น แต่ทว่าก็กลับไม่มีร่องรอยของบุคคลใดอยู่ที่บริเวณนั้นแม้แต่น้อยนิด
บุรุษชุดสีเงินยวงรู้สึกตื่นตะลึงกับความว่องไวของบุคคลลึกลับเพราะก่อนหน้านี้มันก็มั่นใจว่าบุคคลผู้นี้ได้แอบซ่อนตัวอยู่หลังแท่นหินนั้นอย่างแน่นอน แล้วเหงื่อเม็ดใหญ่ๆ ก็เริ่มผุดพรายขึ้นมาบนใบหน้าของมันทันที
และพริบตานั้นหูของมันก็ได้ยินเสียงเหมือนมีการเคลื่อนไหวอยู่โดยรอบๆ วงของแท่นหินทั้งเจ็ดนั้น
จากแท่งหินด้านนั้นไปเป็แท่นหินด้านโน้น จากแท่นหินด้านโน้นไปเป็แท่นหินด้านนี้ จากนั้นก็เคลื่อนตัวสลับไปสลับมาจนมันเองก็ไม่สามารถระบุตำแหน่งที่ชัดเจนของบุคคลลึกลับนั้นได้อีกต่อไป
ราวกับจะตระหนักได้แล้วว่า ภาระกิจในครั้งนี้ของตนกำลังจะมีความเสี่ยงถึงขั้นล้มเหลวทั้งๆ ที่ตอนแรกก็จวนจะสำเร็จอยู่แล้ว บุรุษในชุดสีเงินยวงรีบถดถอยร่างเข้าไปจนชิดแท่นหินกลมปลายตัดที่อยู่ตรงกลาง
จากนั้นมันก็รีบเร่งที่จะทำภาระกิจบางอย่างของตนให้สำเร็จลงโดยเร็วด้วยการชูคฑาขึ้นสู่ฟ้าเบื้องบนแล้วก็ขับพลังบางอย่างให้เข้าไปสู่คฑาในมือ จนคฑานั้นก็เริ่มส่งประกายแสงสีขาวจ้าออกมาอีกครั้ง
และขณะนั้นท้องฟ้าเบื้องบนก็เริ่มคำรามและส่งแสงแปลบๆ ปลาบๆ อย่างถี่ๆ ขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับว่าฟ้านั้นจะมีปฏิกิริยาโต้ตอบกับคฑานี้ก็ปาน
แต่พริบตานั้น ก็ปรากฏเงาร่างลึกลับของบุคคลผู้หนึ่งทะยานขึ้นที่เบื้องบน และร่างนั้นก็ลอยละลิ่วเข้ามาอยู่ระหว่างคฑาและแสงฟ้าที่เเล่บแปลบปลาบราวกับ้าจะขัดขวางการทำปฏิกิริยาต่อกันของทั้งสองสิ่ง
แล้วบุคคลลึกลับผู้นั้นก็ได้หมุนตัวอยู่กลางอากาศรอบหนึ่งจากนั้นได้ตวัดเท้าข้างหนึ่งฟาดลงไปบนข้อมือของบุรุษชุดสีเงินยวง จนคฑานั้นถึงกับหลุดกระเด็นไปจากมือทันที!
บุรุษชุดสีเงินยวงร้องโอดโอยออกมาคำหนึ่งและรู้สึกราวกับว่าข้อมือข้างขวานั้นได้หักไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว และตัวของมันก็ยังหมุนหลุนๆ ไปอีกครึ่งรอบ ก่อนที่จะล้มลงไปเกลือกกลิ้งอยู่กับพื้น
และเมื่อมันตั้งหลักเงยหน้าขึ้นได้แล้ว มันก็ได้เห็นว่าบุคคลอันลึกลับผู้นั้นบัดนี้ได้ทิ้งตัวลงมายืนอยู่ไม่ไกลจากเบื้องหน้าของมันนี่เอง
แล้วมันก็ได้เห็นว่าบุคคลผู้นี้แท้จริงเป็บุรุษผู้หนึ่งที่ได้แต่งกายด้วยชุดสีเหลืองเข้ารูป และที่หน้าอกของมันนั้นก็ยังมีรูปลายปักเป็รูปัสีแดงมีปีกเหมือนนก และสัญลักษณ์แบบเดียวกันนี้ก็ยังปรากฏอยู่ที่บนหน้าผากของหน้ากากโลหะที่มันได้สวมใส่ปกปิดใบหน้าของตัวเองไว้ และถ้ามองสัญลักษณ์นี้ดูดีๆ แล้วก็จะเห็นว่า ปีกของัที่ดูเป็ปีกนกนี้กลับดูคล้ายกับเปลวไฟที่ดูเหมือนกับปีกนกซะมากกว่า
"ัวิหคไฟ...! " บุรุษในชุดสีเงินยวงเรียกนามนั้นออกมาขณะที่กำลังลุกยันเข่าขึ้นมาข้างหนึ่ง "ในที่สุด ท่านก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมาเพื่อที่จะทำลายภาระกิจของข้าจนได้...! "
บุรุษผู้ถูกเรียกว่า 'ัวิหคไฟ' กลับนิ่งเฉย และดวงตาทั้งคู่ของมันที่ลอดออกมาจากหน้ากากโลหะนั้นก็ไม่สามารถจะบ่งบอกอารมณ์ใดๆ ของมันได้
"อย่างนั้นรึ...? " มันกล่าวออกมา "เป็เ้าเองมิใช่รึ ที่คอยขัดขวางภาระกิจของข้ามาโดยตลอด...? "
บุรุษในชุดสีเงินยวงแสยะยิ้มออกมา "แต่ข้าก็ไม่เคยขัดขวางภาระกินของท่านได้สำเร็จแม้แต่ครั้งเดียว และทุกภาระกิจแห่งการสังหารอันมากมายของท่านนั้น ก็ยังไม่เคยมีใครขัดขวางท่านได้จนสำเร็จมาก่อน..."
ราวกับดวงตาของบุรุษผู้ใส่หน้ากากเหล็กจะปรากฏรอยยิ้มอันลึกล้ำขึ้นมา
"ในวันหนึ่งข้างหน้า เ้าจะได้เข้าใจ ว่าการสังหารและการมีอยู่ของข้านั้นได้ทำให้โลกนี้เกิดความสมดุลย์และผาสุข และเ้าเองนั้นก็จะเข้าใจข้าและรักข้าในที่สุด..."
"เ้า...! " โทสะของบุรุษผู้สวมชุดสีเงินยวงกลับพุ่งพรวดขึ้นมาทันที
"เ้ามัน... เ้ามันเป็อสูรร้าย เป็มารร้ายของโลกใบนี้ เ้าจะไม่มีวันที่จะทำให้โลกนี้ผาสุขขึ้นมาได้หรอก ไม่มีทาง...! "
ขาดคำนั้น คฑาที่ตกอยู่ไม่ไกลจากตรงนั้นก็พุ่งเข้ามาอยู่ในมือของบุรุษในชุดสีเงินยวงทันที
แต่ทว่า มันกลับไม่ได้ใช้คฑาเข้าโจมตีหรือต่อสู้กับัวิหคไฟ แต่มันกลับชูคฑานั้นขึ้นไปสู่เบื้องบน และท้องฟ้าอันแล่บแปลบปลาบนั้นก็ราวกับจะมีปฏิกิริยากับคฑานั้นอีกครั้ง
เปรี้ยงงงงง...!!
นั่นหาใช่เสียงของสายอัศนีที่ฟาดลงมา แต่มันกลับเป็เสียงของการะเิที่ได้เกิดขึ้นบนใบหน้าของบุรุษในชุดสีเงินยวง!
และการะเินั้นก็เกิดจากพลังงานแสงบางอย่างที่พุ่งออกมาจากอาวุธบางอย่างที่ัวิหคไฟเพิ่งนำออกมาจากด้านหลังและใช้เล่นงานบุรุษในชุดสีเงินยวงทันที
"เ้า... เ้า... ทำลายใบหน้าของข้า...! " บุรุษในชุดสีเงินยวงทรุดร่างลงไปอีกครั้ง แต่มือยังกำคฑาของตัวเองอยู่...
แล้วมันก็ได้เห็นสิ่งหนึ่งข้างหน้า...?
คฑาสีเงิน...?!
ทำไมคฑาสีเงินกลับมีอยู่ในมือของัวิหคไฟอีกอันหนึ่งล่ะ?
บุรุษในชุดสีเงินยวงรู้สึกผิดความคาดหมาย ขณะที่กำลังรู้สึกอีกว่า เนื้อหนังบนใบหน้าของมันเองในตอนนี้ได้เริ่มเปื่อยเละลงไปเรื่อยๆ
'ไม่... ไม่... คฑาสีเงินมีสองอันไม่ได้ ข้าไม่เคยผิดพลาดแบบนี้มาก่อน มันเป็ไปไม่ได้? '
บุรุษในชุดสีเงินยวงร่ำร้องอยู่ในใจพลางยกมือชูคฑาของตัวเองขึ้นมาดูอีกครั้งอย่างงงงวย
จากนั้นสายอัศนีอีกสายก็ทิ้งตัวลงมาจากเบื้องบนพุ่งเข้าสู่ปลายยอดของคฑา และจากนั้นประกายแสงสีรุ้งอันเจิดจ้าก็พุ่งออกจากปลายคฑาตรงไปที่ลูกแก้วที่อยู่บนแท่นหินกลมปลายตัดทันที
เปรี้ยงงงงง...!!
เสียงแห่งกัมปนาทดังขึ้นอีกครั้งราวกับลูกแก้วได้ะเิออกมาเป็สีรุ้งต่างๆ และทุกสิ่งทุกอย่างก็สว่างวาบไปรอบด้านจนกระทั่งร่างกายของบุรุษชุดสีเงินยวงก็ได้หายวับไปพร้อมกับแสงนั้นทันที!
บัดนี้ได้เหลือเพียงบุรุษผู้มีฉายาว่า'ัวิหคไฟ'ยืนสงบนิ่งอยู่บนยอดเขาอันมืดมิดเพียงผู้เดียว ขณะที่พายุและสายอัศนีที่เบื้องบนได้สูญสลายลงไปอย่างรวดเร็ว และก็ไม่มีสิ่งใดหลงเหลืออยู่ที่ตรงนั้นอีก ทั้งลูกแก้วและคฑาสีเงินของบุรุษในชุดสีเงินยวง
แต่คฑาสีเงินอันนี้ของมันกลับยังอยู่ แล้วมันก็ยิ้มให้กับตัวเองอย่างเศร้าหมอง...
เมื่อยิ้ม... แล้วใยจึงเศร้าหมอง...?!
แล้วมันก็หมุนตัวเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงลมที่ครวญครางหวีดหวิว
ทว่าบุรุษในชุดสีเงินยวงล่ะ บัดนี้มันได้สูญสลายไปจริงๆ แล้วอย่างนั้นหรือ...?
(โปรดติดตามในบทต่อไป เร็วๆ นี้นะครับ)