ตอนที่ 4 เริ่มต้นวางแผน
ยามสายหลังจากทำภารกิจเช้า เพื่อช่วยท่านแม่ทำงานบ้าน จ้าวหลินเริ่มนั่งวางแผนอนาคตของทางบ้าน จากนี้จ้าวหลินจะต้องส่งพี่ชายและน้องสาวเข้าเรียนให้ได้ ส่วนท่านพ่อปลูกผัก,ผลไม้และข้าวเพื่อกินก่อน แล้วค่อยส่งขาย
ท่านแม่มีฝีมือในเื่การทำอาหารที่อร่อยมาก แล้วค่อยหาลู่ทางขายอาหาร ส่วนงานที่จ้าวหลินตั้งใจจะทำนะหว่างนี้คือ
การวางแผนจะปลูกผักไว้กินรอบ ๆบ้าน แล้วค่อยขยายพื้นที่การปลูกเพิ่มเพื่อเก็บขาย ขยายที่นาแต่จ้าวหลินต้องหาเงินสักก้อน ก่อนที่จะเริ่มทำอย่างอื่น เพราะทุกอย่างยังต้องใช้เงินในการลงทุนแต่ตอนนี้ไม่มีสักอีแปะที่พอจะเอามาลงทุนได้
“ข้าจะเอาอะไรไปขายได้บ้างนะ อ้อ...นึกออกแล้ว”
"เ้าแหวนน้อย ข้าอยากรู้ว่าในมิติของเ้ามีสมุนไพรหรือโสมที่ขายได้ราคาแพงๆบ้างหรือไม่" จ้าวหลินถามด้วยความกระตือรือร้น
(มีขอรับแต่ราคานั้นข้าไม่ทราบได้ เห็ดหลินจือและโสมอายุหนึ่งพันปีท่าน้าสักกี่มากน้อยขอรับ)
แหวนน้อยตอบด้วยความภาคภูมิใจ เพราะของทุกอย่างในมิตินี้ต่างมีสรรพคุณที่ไม่มีใครเทียบได้
"จริงสิสรรพคุณของ โสม ช่วยบำรุงกำลัง เสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย, ส่วนเห็ดหลินจือต้านมะเร็งชะลอวัย"
จ้าวหลินคิดถึงประโยชน์ของโสมคนคือ ช่วยในเื่การบำรุงกำลัง และทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายเราดีขึ้น เหมาะสำหรับคนที่เบื่ออาหาร ความดันโลหิตต่ำ หรือเป็โรคภูมิแพ้ต่าง ๆ เหมาะกับ
ครอบครัวเล็กๆของข้า คิดได้ดังนั้น จ้าวหลินต้องไปในเมืองให้ได้ จะได้ดูว่าจะขายโสมและเห็ดนี้ที่ไหนได้บ้าง แน่นอนต้องร้านขายยาสมุนไพร
"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะขายได้กี่มากน้อย เอาโสมมาให้ข้าสักต้นสองต้นขายแค่หนึ่งต้นเอาบำรุงคนในบ้านหนึ่งต้น"
น่าจะดีโสมสองต้นปรากฏต่อหน้าจ้าวหลิน สีของโสมสวยงามและรากของมันช่างแตกกิ่งได้สวยงามสมกับที่แหวนน้อยโม้ไว้
แต่ที่สำคัญจ้าวหลินจะบอกเื่นี้กับท่านพ่อ ท่านแม่ว่าอย่างไรกับโสมกับเห็ดนี้อีก เฮ้อเครียด...งั้นเอาขายแค่โสมหนึ่งต้นก่อนละกัน อีกต้นเก็บไว้กินส่วนเห็ดคิดออกแล้วค่อยว่ากัน
ยามสายบ่ายคล้อยลมเย็นพัดกลิ่นดินที่เปียกชื้นหลังฝนตก อากาศที่ไม่มีมลพิษชีวิตที่ไม่ต้องเร่งรีบ ความรู้สึกที่ปลอดโปร่ง เฮ้อ...อากาศแบบนี้ได้ขนมกับหนังสือนิยายสักกองท่าจะดี
รอก่อนนะขนมของข้ากับหนังสือที่รัก มีเงินเมื่อไหร่พวกเ้าไม่รอด คิดไปหัวเราะไปอยู่คนเดียว ใช่เธอนั่งอยู่คนเดียว น้องสาวของจ้าวหลินนอนหลับยามบ่าย ส่วนแม่คนสวยนั่งปะชุนเสื้อผ้าของครอบครัวอยู่ในห้อง
เนื่องจากมันเก่ามากแล้ว ยังไม่มีเงินเพียงพอที่จะซื้อ ไม่ใช่ไม่มีแต่เสียดายเงินสามารถเก็บไว้กินได้เป็เดือนหากซื้อผ้ามาตัดชุดให้ทุกคน ยังดีที่จ้าวหลินยังโตไม่เต็มที่จึงไม่ต้องห่วงสวยมากนัก
พี่ใหญ่ของจ้าวหลินกลับจากช่วยพ่อดูนาข้าว จ้าวหลินอยากคุยกับพี่ชายเื่เข้าเมืองเพื่อขายจะแอบไปขายโสม
"พี่ใหญ่ข้าอยากไปเที่ยวในเมือง" จ้าวหลินทำท่าเหมือนแมวน้อยออดอ้อนพี่ชาย
จ้าวเหยียนทนไม่ไหวกับอาการออดอ้อนของน้องสาว จึงเอ่ยกับจ้าวหลิน
"ต้องขอท่านพ่อ ท่านแม่ก่อนนะ"
จ้าวเหยียนพูดกับจ้าวหลินมองนางด้วยความรักและแสนซนของน้องสาว ั้แ่แข็งแรงมาช่างออดอ้อนและพูดเก่งขึ้น
"เ้าค่ะพี่ใหญ่"
จ้าวหลินเชื่อฟังพี่ชายของเธอ เพราะพี่ใหญ่ที่อนาคตต้องหล่อเหมือนโอปป้าแน่นอน ข้าจะบำรุงพี่เอง อิอิ...ข้าอยากได้พี่ชายหล่อๆ น้องสาวต้องสว รวย เก่งและข้าเองต้องรวยถึงที่สุด ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ถึงเวลาอาหารเย็น วันนี้ดีหน่อยมีข้าวต้มที่ใช้น้ำวิเศษต้ม กับผัดผักที่แอบหยดน้ำวิเศษ และซุปปลาที่ใช้น้ำวิเศษต้มปลาธรรมดาที่พี่ใหญ่หามาดูอร่อยขึ้นทันตา และทำให้รู้สึกสบายเนื้อตัวมากขึ้นเพราะของดีของแหวนน้อย
จ้าวหลินไม่อยากคิดอะไรมากมื้อนี้ก็ผ่านไปอีกมื้อหนึ่งแล้ว จ้าวหลินคิดถึงอาหาร รสเผ็ดจัดจ้าน ส้มตำจ๋า ต้มแซบ หมูน้ำตก อาหารอีสานรสเลิศ ทั้งหลาย โอ้ยคิดแล้วน้ำลายไหล แล้วนึกขึ้นได้ข้าลืม...ขอท่านพ่อเข้าเมือง
"ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าอยากเข้าเมืองั้แ่หายป่วยข้ายังไม่ได้ไปไหนเลย"
จ้าวหลินรีบขอความร่วมมือพี่ชายของเธอ
"ท่านพ่อให้น้องไปกับข้านะขอรับ" จ้าวเหยียนช่วยน้องสาวพูด
"แต่มันอันตรายนะลูก" จ้าวซื่อแม่คนสวยของเธอพูดขึ้น และระหว่างที่พ่อของเธอกำลังตัดสินใจว่าจะดีหรือไม่ดี
"เอาเป็ว่าพ่อไปด้วยจะได้เข้าเมืองเอากระต่าย และสมุนไพรที่พ่อได้มาจากป่าหลังเขาไปขาย"
จ้าวอันบอกกับลูกๆทั้งสามคนและท่านแม่คนสวยของเธอให้เข้าเมืองไปด้วยกัน แต่ท่านแม่ขออยู่เฝ้าบ้านน้องสาวคนเล็ก จ้าวชิงชิงเสียดายที่ไม่ได้ไปด้วยก็หน้างอ แต่ก็รู้ความไม่ทำท่าทางเหมือนเด็กห้าขวบเลย
"เดี๋ยวพี่จะซื้อขนมมาฝาก" จ้าวหลินบอกน้องสาวของเธอ
อยากพาไปด้วยนะแต่เด็กอย่างเธอจะดูแลน้องได้อย่างไร ไปทางไหนก็ไม่รู้ ไว้ข้าจะทำขนมให้เ้ากินเอง ฮ่า ๆ หัวเราะในใจ ท่านพ่อบอกพรุ่งนี้ยามเช้าให้เตรียมตัวออกเดินทาง
จ้าวหลินรีบเข้านอน ก่อนนอนยังไม่ลืมโสมคนพันปี ที่จะนำไปขายให้แหวนน้อยของเธอเตรียมไว้ในมิติ พอถึงร้านยาค่อยเอาออกมา เราจะเอาอะไรออกมาขายได้อีกไหม นึกแล้วก็เข้าไปในมิติทันที
จ้าวหลินตั้งสมาธิเข้าไปในแหวน แล้วเดินมาที่บริเวณลำธารเธอนั่งลงเอาเท้าแช่ลงในน้ำ ความรู้สึกผ่อนคลายเป็อย่างมาก ลำธารแห่งนี้เย็นสบายดีจัง น้ำใสเห็นตัวปลาแหวกว่ายไปมา ตัวมันใหญ่มาก ทำให้นึกอยากกินปลาเผา น้ำจิ้มรสเด็ด
"แหวนน้อย ข้าเอาปลาออกไปได้ไหม" จ้าวหลินเอ่ยถามเ้าแหวนน้อย
(ได้ขอรับแค่ตั้งจิตให้มั่นว่าจะให้มันอยู่ที่ใด สิ่งของจะออกมาตามที่ท่านคิด)
เยี่ยมไปเลยข้าอยากนำไปให้ครอบครัวข้ากิน จะขอท่านแม่ทำปลาเผาเกลือ แต่ต้องหลังจากกลับจากในเมือง ข้าจะซื้อเมล็ดผัก หลายๆอย่าง จะได้นำผักในมิติออกมาได้ ขุดบ่อเลี้ยงปลาตัวใหญ่ๆอวบ น่าจะขายได้ ข้าอยากรู้ว่าในเมืองเป็เช่นไร
จ้าวหลินนั่งเล่นซักพักหนึ่งคิดว่าวันนี้จะเอาผักออกไปด้านนอก ให้ท่านแม่ทำกับเข้าให้กิน ผัก ๆ เนื้อไม่มีบ้างเหรอ อยากกิน ชาบู หม้อไฟเผ็ดชา เหมาะสำหรับฤดูฝนที่กำลังจะหมดไปและเริ่มเข้าฤดูหนาว
ทำไมในหัวข้ามีแต่ของกินนะ มีเงินซื้อหมูเมื่อไหร่จะกินให้พุงกางเลย สงสัยต้องคิดเมนูให้ท่านแม่ลองทำ ไม่แน่อาจจะขายได้ ปลาเผาท่าจะดีใส่ในกระบอกไม้ไผ่แล้วเผา ผักสด น้ำจิ้มรสเด็ดอีกสักหน่อย โอ๊ย....น้ำลายไหล
จ้าวหลินนั่งคิดหาวิธีทำอาหารแปลกใหม่ที่ไม่มีขายในเมืองกวนหลินนี้แล้ว คิดว่าตัวเองโดนผีตะกละเข้าสิงแน่แล้วตอนที่ยังเป็สาวสาววัยยี่สิบห้าปีนั้นมัวแต่กังวลเื่อาหาร กินเท่าแมวดม กลัวอ้วน กลัวไม่สวย กลัวไม่มีใครคบ เกี่ยวกันไหมเนี่ย
ตอนนี้กลับมาเป็เด็กอีกครั้งจะกินให้เต็มที่เลย พรุ่งนี้ข้าจะรวย ๆ หาอะไรไปขายอีกดี ใบชาในยุคนี้มีแน่นอน กาแฟไม่น่าจะมี ค่อยทำทีละอย่างละกัน จ้าวหลินคิดหาเมนูในการทำการค้าทำให้นอนหลับไม่พอ กว่าจะหลับได้ ก็ค่อนคืนเข้าไปแล้ว
❤รักคนอ่าน ขอกำลังใจเล็กๆให้หลินด้วยนะคะ❤
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านจนจบนะคะ ไรด์เริ่มที่จะปรับปรุงเนื้อหาให้ดีขึ้นเ้าค่ะ