เมื่อคืนก็รู้สึกว่าเหล่าไท่จวินกับอานลู่โหวฮูหยินแปลกอยู่บ้างดูเหมือนไม่ใส่ใจความเป็ความตายของไป๋ซีอวิ๋นด้วยซ้ำบัดนี้สถานการณ์ปัจจุบันกลับยืนยันความคิดเช่นนี้
มองคนป่วยหนักแล้วฉีเมี่ยวอดสงสารไม่ได้
แม้นางถูกทิ้งไว้ในปัญหายุ่งเหยิงดีร้ายร่างกายก็แข็งแรง แต่เขาล่ะ เกรงว่าคงอยู่บนโลกนี้อีกไม่นาน ยังถูกย่าแท้ๆและมารดาผู้ให้กำเนิดของตนรังเกียจเช่นนี้ คิดว่าระหว่างที่เขาป่วยเป็เวลานานคนในครอบครัวคงรำคาญเช่นกัน
ได้พบกันนับเป็วาสนาดีร้ายนางก็ควรจะดีกับคนที่ใกล้จะลาโลกผู้นี้มากขึ้นหน่อย
“ได้ งั้นพวกเรากลับเรือนชิ่นหยวน ดูสิริมฝีปากของท่านแห้งหมดแล้วข้ารินน้ำให้ท่านก่อน อีกเดี๋ยวพวกเราค่อยไป”
ฉีเมี่ยวหันหลังไปรินน้ำ
นางอ่อนโยนรู้ความเช่นเดียวกับเมื่อก่อนมองเงาด้านหลังอรชรอ้อนแอ้นของนาง ไป๋ซีอวิ๋นใจอ่อนยวบ คิดเพียงอยากปกป้องนางให้ดีไม่ให้นางประสบกับความสิ้นหวังในชาติก่อนอีก
ขณะที่คิดเช่นนี้กลับได้ยินห้องข้างนอกแว่วเสียงสูงแหลมของเครื่องลายครามแตกกะทันหัน
“เมี่ยวเอ๋อร์ เป็อะไรไป!” ไป๋ซีอวิ๋นค้ำยันจะลุกขึ้น
“ไม่เป็ไรๆ ข้าเพียงพลั้งมือทำถ้วยชาหล่นแตก”
ฉีเมี่ยวนั่งยองบนพื้นนิ่งอึ้งมองแผลบนปลายนิ้วที่หายสนิทอย่างรวดเร็วชั่วครู่เดียวก็รู้สึกไม่สบายไปทั้งตัว
นี่คืออะไรทักษะพิเศษ? ความเป็จริงที่เกินกว่าความรู้ความเข้าใจของนางมาอยู่ตรงหน้าความเ็ปจากการที่เศษเครื่องลายครามบาดนิ้วมือไม่ใช่ของปลอมอย่างแน่นอนมองาแหายสนิทด้วยความเร็วที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าก็เป็ของจริง
อีกทั้งที่แปลกที่สุดคือนางรู้สึกว่าเืของนางมีกลิ่นหอม!
เหลวไหลทั้งเพ! นางไม่ใช่เซียงเฟย[1]เสียหน่อย!
ฉีเมี่ยวมือสั่นหยิบเศษเครื่องลายครามขึ้นมาหักใจกรีดบนแขนซ้ายก็พบกับความเ็ปอย่างยิ่ง เืไหลออกมานางรู้สึกว่ากลิ่นดอกไม้อ่อนๆ เช่นนั้นรุนแรงขึ้นเล็กน้อย จากนั้นาแก็ค่อยๆหายสนิทภายใต้ความชุ่มชื้นของเื สุดท้ายเหลือเพียงคราบเืแห้งกรังกลิ่นหอมจางลง
ครั้นแตะน้ำนิดหน่อยเช็ดคราบเืออกผิวนวลเนียนเหมือนก่อน!
ฉีเมี่ยวงงงันนั่งนิ่งอึ้งบนพื้น เืของนางมีผลในการรักษา ชั่วข้ามคืนบนร่างก็มีกลิ่นหอม
เื่นี้ถ้าถูกผู้อื่นรู้เข้านางคงต้องเป็ ‘คนขายเื’ ที่ถูกจับไปถ่ายเื!
“เมี่ยวเอ๋อร์ เ้าเป็อย่างไรบ้าง” ไป๋ซีอวิ๋นผู้นั้นลงพื้นอย่างยากลำบากมือค้ำโต๊ะ สองขาสั่นเทิ้มไม่หยุดร่างกายที่ผอมหนังหุ้มกระดูกเหมือนจะล้มลงได้ทุกเมื่อ
ฉีเมี่ยวกลัวเขาล้มกระดูกหักเหลือเกินเพราะเขาผอมมากจริงๆ
นางรีบไปประคองเขานั่งลง“ข้าไม่เป็ไร สิ่งที่เป็คือถ้วยชา”
“ข้าเห็นเ้านั่งยองอยู่ตรงนั้นไม่ขยับเขยื้อน เจ็บมือใช่หรือไม่” คว้ามือของนางมาตรวจดู กลับเห็นสิบนิ้วเรียวยาวดุจหยกขาวไม่เจอาแแม้แต่น้อย
ไป๋ซีอวิ๋นโล่งใจยามนี้ถึงพบว่าตนเองใจนเหงื่อท่วมสันหลัง
“ท่านดูสิ ข้าสบายดี”
“งั้นเหตุใดเ้าถึงนั่งยองไม่ขยับเขยื้อน”
“ข้า...นั่นข้าสงบนิ่งไว้อาลัยให้ถ้วยชา”
ไป๋ซีอวิ๋น...
ฉีเมี่ยวไปรินน้ำให้ไป๋ซีอวิ๋นแต่น้ำที่มีอยู่เป็น้ำเย็น นางจึงออกไปเรียกคนเพื่อขอน้ำร้อนสาวใช้น้อยทำเป็มองข้าม ไม่เพียงไม่บอกว่าจะไปจัดเตรียมให้หรือไม่ แต่ยังทำตัวไร้มารยาทร้อง “เฮอะ” แล้วก็ไป
รู้ดีว่านั่นคือความตั้งใจของเหล่าไท่จวินกับอานลู่โหวฮูหยินฉีเมี่ยวย่อมไม่มีทางเลือกอื่น เพียงให้ไป๋ซีอวิ๋นดื่มน้ำเล็กน้อยให้ชุ่มคอวางถ้วยแล้วพูดว่า “พวกเรากลับเรือนชิ่นหยวนไปเตรียมน้ำอุ่นค่อยดื่มน้ำเย็นลงท้องยังต้องใช้ความร้อนจากร่างกายของตัวท่านเองไปอุ่นมันเลี่ยงไม่ได้ที่จะป่วยเพราะดื่มน้ำ”
“ได้” ไป๋ซีอวิ๋นอบอุ่นในใจ สำหรับฉีเมี่ยวที่จริงเขานับเป็คนแปลกหน้า แต่นางมีจิตใจที่ดีงามใส่ใจผู้อื่นอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
ฉีเมี่ยวไปข้างนอกสั่งคนเตรียมเกี้ยว
ไป๋ซีอวิ๋นกลับมองเงาด้านหลังของนางเหมือนคิดอะไรอยู่
เขารู้ว่าร่างกายของตนจะอยู่ได้ไม่กี่ปีคำนวณโดยละเอียด เขายังมีชีวิตอีกสี่ปีครึ่ง
ถ้าเขาตายไปแล้วนางล่ะ?
เดินบนเส้นทางชีวิตชาติก่อนต่อไป? มองสามีตายจาก บรรดาศักดิ์ตกอยู่ในมือของไป๋ซีมู่นางที่ไร้ครอบครัวฝ่ายหญิงสนับสนุนถูกพี่น้องสะใภ้กีดกันถูกแม่สามีกลั่นแกล้งเลี้ยงลูกชายของทั้งสองโดยใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ถูกน้องชายสามีจ้องจะข่มเหงซ้ำยังเห็นแม่สามีฆ่าลูกของตนเองกับตา สุดท้ายก้าวสู่เส้นทางแห่งการแก้แค้นสูญเสียจิตใจดีงามบริสุทธิ์ดั้งเดิม ตายไปอย่างน่าเวทนา?
เส้นทางเช่นนี้ไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะไม่ปล่อยให้นางเดินไปอีกครั้ง!แต่อย่างไรเขาก็ไม่อาจควบคุมความยืนยาวของชีวิตได้
สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือวางแผนอนาคตที่ดีให้นางพยายามหาทางออกให้นางใน่ชีวิตที่จำกัดพยายามปฏิบัติต่อนางอย่างดีใน่เวลาที่เหลืออยู่
“ซื่อจื่อ ท่านยืนขึ้นได้หรือไม่เมื่อครู่ข้าไปข้างนอกสั่งคนเตรียมเกี้ยวแต่ไม่มีคนสนใจข้า”คราวนี้ฉีเมี่ยวข่มกลั้นอารมณ์โกรธเต็มท้องเห็นไป๋ซีอวิ๋นที่ซูบผอมก็รู้สึกว่าเขาน่าสงสารอย่างยิ่งดึงแขนเสื้อของเขาอย่างอ่อนโยนพูดว่า “หรือไม่ข้าพกเก้าอี้ไม้พับได้ให้ข้าประคองท่านเดินกลับไปเถอะ เหนื่อยแล้วพวกเราก็นั่งพักสักหน่อย”
“ได้” ไป๋ซีอวิ๋นพยักหน้าอีกครั้ง ยิ้มให้นาง
ฉีเมี่ยวรู้สึกอีกครั้งว่าสีหน้าของซื่อจื่อน่ากลัวเล็กน้อย
หาเก้าอี้ไม้พับตัวเล็กได้แล้วก็สะพายไว้จากนั้นหยิบเสื้อคลุมยาวที่พาดอยู่บนฉากบังลมสวมให้ไป๋ซีอวิ๋น ประคองเขาลุกขึ้น
สองคนออกจากห้องนอนเลียบตามระเบียงทางเดินขึ้นสู่ทางเดินเชื่อมเรือน เพิ่งเลี้ยวออกจากประตูพระจันทร์สองขาที่สั่นเทิ้มของไป๋ซีอวิ๋นก็เริ่มค้ำยันน้ำหนักของตนไม่ไหวฉีเมี่ยวมุดไปใต้รักแร้เขาเสียเลย ใช้ร่างกายค้ำยันเขาเพิ่งออกจากเรือนจิ่นซิ่วสองคนก็เหงื่อออกท่วมหลัง
ไป๋ซีอวิ๋นอ่อนแรงฉีเมี่ยวเหน็ดเหนื่อย
อากาศเดือนห้าบอกหนาวไม่หนาวบอกร้อนไม่ร้อน การประคองบุรุษที่สูงใหญ่กว่านางมากแม้ผอมหนังหุ้มกระดูกแต่ยังหนักอย่างยิ่ง
ฉีเมี่ยวประคองเขานั่งพักตนเองอยู่ข้างๆ ใช้แขนเสื้อพัดลม
สัมภาระของนางทั้งหมดอยู่ในห้องหอเรือนชิ่นหยวนซ้ำยังไม่มีสาวใช้ข้างกาย บนร่างยังคงสวมชุดเ้าสาวเมื่อวานขับให้นางผิวขาวกระจ่างใสสองแก้มแดงเปล่งปลั่งนั่งอยู่ตรงนี้ยังได้กลิ่นดอกไม้เย็นสดชื่นระรวยบนร่างนาง
ไป๋ซีอวิ๋นมองนางอย่างเคลิบเคลิ้ม
ไป๋ซีมู่ที่เข้ามาตรงหน้าก็ค่อยๆหยุดฝีเท้า เหม่อมองใบหน้าด้านข้างอันงดงามของฉีเมี่ยว
“พี่สะใภ้รอง” ไป๋ซีมู่เดินเข้ามาใกล้ “พี่รองสุขภาพดีขึ้นบ้างหรือไม่ พี่สะใภ้รองเป็คนนำโชคโดยแท้เมื่อนางมาท่านก็ดีขึ้นทันที”
ไป๋ซีอวิ๋นยิ้มแย้มนิ่งเงียบ
“เดี๋ยวต้องยกน้ำชาแล้ว พี่สะใภ้รองกับพี่รองกลับไปก่อนดีกว่า”
ยกน้ำชา?
นางลืมเื่ใหญ่เพียงนี้ได้อย่างไร
ฉีเมี่ยวก็มองไป๋ซีอวิ๋น
อุตส่าห์เดินถึงตรงนี้ให้ไป๋ซีอวิ๋นเดินกลับไปอีก?ยิ่งกว่านั้นนางเห็นเหล่าไท่จวินกับแม่สามีของนางไม่ชอบไป๋ซีอวิ๋นเช่นนี้ในใจนางไม่พอใจอย่างยิ่งโดยแท้ ยกน้ำชาให้คนพวกนี้?ไม่ต้องหรอก
“ขอบคุณน้องสามที่เตือน” ฉีเมี่ยวยิ้มพูด “เพียงแต่พี่รองของเ้าสุขภาพไม่ดีเ้าเองก็รู้ข้าเองไม่วางใจให้คนนอกดูแลรับใช้ เกรงว่าเขาก็คงไม่ชอบที่ที่คนเยอะนี่น้องสามจะไปทางเหล่าไท่จวินพอดีกระมัง เช่นนั้นรบกวนแจ้งแทนข้าบอกว่าข้าดูแลเขาก่อนแล้วค่อยไป”
ในคำพูดของนางปกป้องไป๋ซีอวิ๋นอย่างไม่ปิดบังหรือว่าเมื่อคืนพวกเขา...
เป็ไปไม่ได้เขารู้ดีว่ายามนี้ไป๋ซีอวิ๋นยืนไม่มั่นคงด้วยซ้ำ เื่พวกนั้นไม่ยิ่งเปลืองกำลังกายหรือเช่นนี้อธิบายได้เพียงว่าฉีเมี่ยวเป็สตรีที่ปกป้องสามีอย่างยิ่ง
ไป๋ซีมู่มองนางด้วยแววตาอ่อนโยนพยักหน้าพูดว่า “ในเมื่อเป็เช่นนี้ ข้าจะรายงานแทนพี่สะใภ้รองเพียงแต่ข้าคิดว่าเตรียมเกี้ยวกลับไปน่าจะดีกว่า พี่รองสุขภาพไม่ดีถ้าจะออกกำลังกายเดินสักพักก็พอแล้ว แต่อย่าให้เหนื่อย วันหน้าร่างกายดีขึ้นหน่อยค่อยเป็ค่อยไปก็ได้”
ไป๋ซีอวิ๋นอยากปฏิเสธยิ่งนัก
ฉีเมี่ยวกลับยิ้มพูดก่อนที่ไป๋ซีอวิ๋นจะเอ่ยปาก“เช่นนั้นก็ดี”
หญิงงามเผยยิ้มไป๋ซีมู่มองจนิญญาหลุดไปครึ่งหนึ่งทันทีรู้สึกเพียงเหตุใดกลิ่นดอกไม้ในอากาศหอมเย็นสดชื่นเช่นนี้ไปเรียกคนเตรียมเกี้ยวอย่างกระตือรือร้น
ไม่นานหญิงรับใช้ตัวสูงใหญ่แข็งแรงก็หามเกี้ยวไม้ไผ่มา
ฉีเมี่ยวกับไป๋ซีมู่คนละข้างซ้ายขวาประคองไป๋ซีอวิ๋นลุกขึ้น
เมื่อเข้าใกล้ยิ่งรู้สึกว่านางหอมกรุ่นไปทั้งตัวกลิ่นนั้นบอกไม่ถูกว่าเป็กลิ่นดอกไม้อะไรแต่หอมกว่าน้ำค้างดอกไม้ขวดละห้าสิบตำลึงที่ร้านค้าแป้งชาดเสียอีก
นั่งเกี้ยวไม้ไผ่ที่ศัตรูเรียกมาได้ง่ายๆไป๋ซีอวิ๋นหลับตาพักความคิด สีหน้าสงบนิ่ง
ฉีเมี่ยวไม่อยากพูดเช่นกันอย่างไรเสียก็ไม่คุ้นเคยกับไป๋ซีมู่ ทำเพียงกล่าวขอบคุณส่งแขก
ผู้ใดจะรู้ว่าจัดให้ไป๋ซีอวิ๋นอยู่ในห้องนอนถึงลานบ้านแล้วยังสั่งการคนรับใช้ไม่ได้ปกติสาวใช้ในเรือนชิ่นหยวนไม่ขาดแม้แต่คนเดียว ทว่าแต่ละคนมีเื่ของตนให้ทำนางสั่งก็ไม่มีคนได้ยิน
ยามนี้ไป๋ซีอวิ๋นหิวข้าวหิวน้ำ...
ฉีเมี่ยวโมโหจนนั่งลงข้างเตียงคว้ามือของเขาไปพูดไป “ข้ารู้วิชาแพทย์เล็กน้อย เดี๋ยวจะดูให้ท่านหน่อย ท่านก็เห็นว่าคนพวกนั้นข้างนอกเป็อย่างไรข้าเรียกใช้พวกเขาไม่ขยับ ก็ไม่อาจลงโทษด้วยซ้ำเดิมทีนึกว่าสิ่งที่เหล่าไท่จวินพูดคือเรือนจิ่นซิ่วนึกไม่ถึงว่าทางนี้ก็เป็เช่นนี้...เกรงว่าพวกเขาคงไม่เชิญหมอให้เดิมพันของล้ำค่าไว้บนร่าง ‘ดาวนำโชค’เช่นข้านี้กระมัง” โชคดีที่นางเป็หมอยาจีนมิฉะนั้นคราวนี้ไม่เท่ากับหลับหูหลับตาทำ?
ขณะที่พูดนิ้วหยกของนางวางบนตำแหน่งเส้นชีพจรของเขาแล้ว ไป๋ซีอวิ๋นมองนางเงียบๆแต่รู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง
ฉีเมี่ยวมีนิสัยอ่อนโยนเขินอายเชี่ยวชาญด้านเย็บปักถักร้อย แต่ไม่ได้มีความรู้ด้านประพันธ์มากนัก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงวิชาแพทย์บัดนี้สตรีตัวเล็กตรงหน้าเขากลับจับชีพจรให้เขาเป็ตุเป็ตะ อีกทั้งสีหน้าสงบนิ่งเชี่ยวชาญจนผู้ป่วยมองไม่เห็นความไม่เหมาะสมแต่อย่างใด
นางยังเป็นางแต่ก็ไม่ค่อยเหมือนเดิม!
ไป๋ซีอวิ๋นรู้สึกสับสนชั่วขณะไม่อาจเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น หรือเขาไม่ได้กลับสู่อดีต? งั้นทุกอย่างนี้ควรอธิบายอย่างไร
ทางฉีเมี่ยวนี้หลังจากตรวจสอบสองมือของเขาและตรวจสอบหนังตากับฝ้าลิ้นแล้วก็ห่มผ้าห่มแพรปักลายนูนบางเบาให้เขา
มองเขาอย่างจนปัญญาถอนใจพูดว่า“ท่านซื่อจื่อ ท่านล่วงเกินผู้ใดกันแน่”
ไป๋ซีอวิ๋นได้สติมองนางเงียบๆ
ฉีเมี่ยวไม่พูดอ้อมค้อมอีก“ท่านป่วยเรื้อรัง ห้าอวัยวะตันหกอวัยวะกลวง[2]เสียหายทั้งหมดไม่ใช่อาการของโรคบางชนิดธรรมดา แต่เป็การถูกพิษ”
“ถูกพิษ?” ไป๋ซีอวิ๋นพึมพำอย่างตื่นตะลึงนี่คือสิ่งที่ชาติก่อนเขาไม่รู้
แต่หวนนึกสักหน่อยก็มิใช่ว่าเป็ไปไม่ได้
“ถูกพิษ แต่ไม่รู้ว่าพิษอะไร” นางก็ไม่ใช่หมอเทวดาอีกทั้งที่นี่ไม่อาจเจาะเืตรวจสอบดูจากสภาพชีพจรอาการของโรครู้เพียงอวัยวะภายในช่องท้องของเขาเสียหายทั้งหมดคล้ายกับความอ่อนเพลียที่เกิดจากนอนป่วยเรื้อรังเป็เวลานาน
วิชาแพทย์สมัยโบราณมาถึงยุคปัจจุบันก็สูญหายไปมากแล้วบางทียุคนี้ยังมีพิษประหลาดอะไรที่นางไม่รู้ชื่อสามารถกล่อมระบบประสาทให้คนเคลื่อนไหวชักช้าความคิดอ่อนเพลียก่อให้เกิดปรากฏการณ์ลวงตาเรื้อรัง
แต่ไหนแต่ไรสภาพร่างกายคนเราเกิดขึ้นจากการสะสมอย่างต่อเนื่องคนที่เดิมทีไม่ป่วยไปกินยาเหมือนคนป่วยหลายปีผ่านไปจะไม่กลายสภาพเป็เช่นไป๋ซีอวิ๋นนี้หรือ
เขาล่วงเกินผู้ใดกันแน่อีกฝ่ายถึงต้องทำร้ายเขาเช่นนี้!
[1] เซียงเฟยหนึ่งในพระชายาของฮ่องเต้เฉียนหลงผู้มีกลิ่นกายหอมหวน
[2] ห้าอวัยวะตัน ได้แก่ หัวใจ ปอด ม้าม ตับ และไต ส่วนหกอวัยวะกลวงได้แก่ ถุงน้ำดี กระเพาะอาหาร ลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก กระเพาะปัสสาวะ และซานเจียว (ท่อลำเลียง)