ลมปลายฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่านแนวต้นแอปเปิลจนใบไม้สีแดงสั่นไหวเบาๆ อาโออินั่งอยู่ริมหน้าต่างห้องนอน กล้องถ่ายรูปวางอยู่บนตักแสงยามเช้าสีซีดส่องเข้ามาเพียงครึ่งใบหน้า เธอกำลังมองหมู่บ้านหรืออย่างน้อยก็พยายามมองมันูเายังอยู่ตรงนั้น บ้านของเพื่อนบ้านยังอยู่ตรงนั้น ต้นแอปเปิลยังอยู่ตรงนั้นแต่บางอย่างกลับไม่เหมือนเดิมเธอขมวดคิ้วเล็กน้อยนกตัวหนึ่งบินผ่านหน้าต่าง เธอเห็นเงาของมันแต่ไม่เห็นว่ามันบินไปทางไหนอาโออิกะพริบตาช้า ๆ จากนั้นก็ยกแก้วชาขึ้นจิบ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นก๊อก ก๊อก
“ตื่นแล้วหรือ”
“ตื่นแล้วค่ะ”
มิซากิเลื่อนประตูเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม“วันนี้แม่จะไปตลาดไปด้วยกันไหม”
“ไปค่ะ”
หญิงวัยกลางคนพยักหน้าก่อนชะงักเมื่อเห็นลูกสาวยังนั่งนิ่งอยู่
“เป็อะไรหรือเปล่า”
อาโออิส่ายหน้าเร็วเกินไป
“เปล่าค่ะ” เธอยิ้ม รอยยิ้มเดิมแต่ดวงตากลับไม่สดใสเหมือนทุกครั้ง
มิซากิมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนเดินเข้ามาลูบผมลูกสาวเบาๆ “ถ้าเหนื่อยก็พักบ้างนะ”
“ค่ะ”
หลังจากแม่ออกจากห้องไปอาโออิจึงหันกลับไปมองนอกหน้าต่างอีกครั้ง เธอเคยเห็นทุกอย่างชัดกว่านี้ เคยเห็นเมฆที่เกาะอยู่บนยอดเขาเคยเห็นนกที่เกาะอยู่บนสายไฟ เคยเห็นใบไม้ที่ปลิวผ่านหน้าต่าง แต่ตอนนี้...โลกเหมือนถูกตัดขอบออกไปทีละน้อยหญิงสาวยกมือขึ้นกอดตัวเองเบา ๆ ก่อนฝืนยิ้มอีกครั้ง
“คิดมากไปเองอีกแล้ว” แต่เสียงของเธอกลับเบาจนแทบไม่ได้ยิน
---
ตลาดเช้าของหมู่บ้านคึกคักกว่าปกติชาวบ้านหลายคนกำลังเลือกซื้อผักและผลไม้ เสียงหัวเราะดังเป็ระยะ อาโออิเดินเคียงข้างมิซากิมือหนึ่งถือถุงผ้า ทันใดนั้นเอง เด็กชายคนหนึ่งวิ่งผ่านหน้าเธอ เธอสะดุ้ง
เกือบชนเด็กเข้าเต็มๆ
“ขอโทษครับ!” เด็กน้อยวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว
อาโออินิ่งอยู่กับที่มิซากิหันมามองทันที
“อาโออิ?”
“อ๊ะ…ไม่มีอะไรค่ะ”
“เมื่อกี้ไม่เห็นเด็กเหรอ”
หญิงสาวชะงักเพียงเสี้ยววินาทีก่อนยิ้ม“มัวแต่มองร้านขนมค่ะ”
มิซากิพยักหน้าแต่แววตายังเต็มไปด้วยความกังวล
---
สายวันนั้น มาซาอากิกำลังยกกล่องแอปเปิลเข้าโกดังเมื่อเงยหน้าขึ้น เขาก็เห็นอาโออิกำลังเดินเข้ามา
ผ้าพันคอสีอ่อนเสื้อไหมพรมสีครีม กล้องตัวเดิม ทุกอย่างเหมือนเดิมแต่การเดินของเธอช้าลง ช้าจนเขาสังเกตได้
“อรุณสวัสดิ์”
หญิงสาวยิ้มขึ้นทันที“อรุณสวัสดิ์ค่ะ”
“ไปตลาดมา?”
“ค่ะ” เธอชูถุงขนมขึ้นมา “ซื้อดังโงะมาด้วย”
“กินคนเดียวอีกแล้วหรือ”
“เปล่านะคะ” เธอหยิบถุงอีกถุงออกมา “ของคุณค่ะ”
มาซาอากิมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนรับมา“ขอบคุณ”
“ไม่เป็ไรค่ะ”
ทั้งสองเดินเข้าไปในสวนพร้อมกันลมพัดเอาใบไม้สีแดงปลิวผ่านหน้าอาโออิหันตามโดยอัตโนมัติแต่สายตากลับหยุดอยู่กลางทาง เธอไม่เห็นแล้วว่ามันตกตรงไหนหญิงสาวเม้มริมฝีปากเล็กน้อย
“หนาวหรือ”
เธอสะดุ้ง“คะ?”
“คุณดูเงียบ”
“อ๋อ…” เธอยิ้ม “กำลังคิดว่าปีนี้ใบไม้สวยนะคะ”
มาซาอากิเงยหน้ามองต้นเมเปิล“ทุกปีก็คงสวยแบบนี้”
“ใช่ค่ะ” เธอเงียบไปก่อนพูดเบา ๆ “แต่บางที…ปีหน้าอาจไม่เหมือนเดิมแล้ว”
เขาหันมองเธอทันทีอาโออิกลับยิ้มเหมือนเดิมราวกับไม่ได้พูดอะไรสำคัญเลย
---
่บ่ายทั้งสองช่วยกันเก็บอุปกรณ์ในโกดัง มาซาอากิยืนอยู่บนบันได กำลังหยิบลังจากชั้นบน
“เชือกอยู่ไหนนะ” เสียงของอาโออิดังขึ้น
เขามองลงไปเชือกอยู่ตรงหน้าเธอห่างจากมือเพียงไม่กี่เิเแต่เธอกลับมองไม่เห็นปลายนิ้วคว้าอากาศ สองครั้ง สามครั้ง มาซาอากิชะงักก่อนก้าวลงจากบันไดแล้วหยิบเชือกส่งให้
หญิงสาวนิ่งไปเล็กน้อยก่อนยิ้ม“ขอบคุณค่ะ”
“อยู่ตรงหน้าแท้ ๆ”
“ฉันไม่ทันมอง” เธอตอบเร็ว เร็วเกินไป
เขามองเธออยู่ครู่หนึ่งสุดท้ายจึงไม่ได้พูดอะไร
---
เย็นวันนั้น ทั้งสองเดินกลับจากสวนด้วยกันพระอาทิตย์กำลังคล้อยต่ำ ลมเย็นพัดผ่านทุ่งหญ้า เสียงรถไฟดังมาจากสถานีไกล ๆ อาโออิหยุดเดินกะทันหัน
มาซาอากิหันกลับมา“เป็อะไร”
หญิงสาวมองหมู่บ้านตรงหน้าบ้านไม้หลังเล็กถนนสายเดิม ูเาลูกเดิม ทุกอย่างเหมือนเดิมแต่กลับดูแตกต่างอย่างประหลาด
“คุณคุโรคาวะ…”
“หืม?”
เธอยังคงมองตรงไปข้างหน้า“เมื่อก่อนฉันคิดว่าหมู่บ้านนี้เล็กมาก”
เขายืนฟังเงียบๆ
“เดินไม่กี่นาทีก็ทั่วแล้ว” ลมหนาวพัดผ่านอีกครั้งผ้าพันคอของเธอสั่นไหวเบาๆ
“แต่ตอนนี้…” เธอหยุด
ก่อนยิ้มบางๆ “มันใหญ่ขึ้นทุกวันเลยค่ะ”
มาซาอากิขมวดคิ้ว“หมายความว่ายังไง”
อาโออิค่อยๆ หันมามองเขาดวงตาคู่นั้นยังสวยเหมือนเดิมแต่มีบางอย่างซ่อนอยู่ลึกมาก
“เพราะฉัน” เธอเงียบไปพักหนึ่ง “มองเห็นได้น้อยลงนิดหน่อยมั้งคะ”
โลกทั้งใบเหมือนหยุดนิ่งแม้แต่เสียงลมก็เงียบลงมาซาอากิมองเธอไม่กะพริบตา
“หมายความว่าอะไร”
หญิงสาวรีบยิ้ม“ไม่ได้เป็อะไรมากหรอกค่ะ”
“อาโออิ”
“จริง ๆ นะคะ” เธอหัวเราะเบา ๆ แต่เสียงหัวเราะกลับสั่นเล็กน้อย
“แค่บางครั้งมองอะไรไม่ทัน”
มาซาอากิยังคงมองเธอคราวนี้เขาไม่หลบสายตา“ั้แ่เมื่อไร”
รอยยิ้มของเธอค่อยๆ จางลง “พักหนึ่งแล้วค่ะ”
คำตอบนั้นเบาราวกับลม
“แล้วทำไมไม่บอกใคร”
หญิงสาวก้มมองพื้น“ฉันคิดว่า…มันจะดีขึ้น”
เธอเงียบไป“หรืออาจเพราะ” เสียงของเธอแ่ลง “ฉันไม่อยากให้มันเป็จริง”
ความเงียบปกคลุมระหว่างทั้งสองพระอาทิตย์กำลังตกหลังูเา สีส้มอ่อนย้อมปลายเมฆ มาซาอากิไม่รู้ว่าควรพูดอะไร เขาเพียงรู้สึกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นกำลังบีบหัวใจช้าๆ
อาโออิสูดลมหายใจลึกก่อนหันมายิ้มอีกครั้ง“ขอโทษนะคะ”
“เื่อะไร”
“ทำให้บรรยากาศแย่”
“…”
“ฉันไม่เก่งเื่พูดอะไรหนัก ๆ เลย” เธอหัวเราะเบา ๆ
แต่คราวนี้มาซาอากิไม่หัวเราะตามเขาเพียงมองเธออยู่เงียบๆ แล้วพูดขึ้น “กลับบ้านกันเถอะ”
หญิงสาวพยักหน้า“ค่ะ”
---
ฟ้าเริ่มมืดลงไฟตามบ้านแต่ละหลังเริ่มสว่างขึ้นทั้งสองเดินมาถึงทางแยกเล็กๆ กลางหมู่บ้านเป็ทางเดิม ทางที่อาโออิเดินมาั้แ่เด็ก หญิงสาวชะลอฝีเท้าจากนั้นก็หยุดเธอมองไปทางซ้ายแล้วมองไปทางขวาเงียบอยู่นาน
มาซาอากิหันกลับมา“ทำไมไม่เดินต่อ”
อาโออินิ่งอยู่กับที่ลมเย็นพัดผ่านใบเมเปิลสีแดงปลิวตกลงตรงหน้าเธอ
หญิงสาวเม้มริมฝีปากก่อนเงยหน้าขึ้นช้าๆ “คุณคุโรคาวะ”
เสียงของเธอเบามากเบาจนน่าใจหาย
“ทางกลับบ้าน” เธอหยุดดวงตาค่อย ๆ สั่นไหว “อยู่ทางไหนนะ”
มาซาอากินิ่งงันโลกทั้งใบเหมือนเงียบลงในวินาทีนั้นเหลือเพียงเสียงลมและใบเมเปิลสีแดงที่กลิ้งผ่านปลายเท้าของทั้งสองคนอย่างช้าๆ
---
เช้าวันถัดมาท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยเมฆสีขาวบาง ๆ อาโออิออกจากบ้านช้ากว่าปกติเล็กน้อย กล้องยังคล้องอยู่ที่คอเหมือนเดิมแต่เช้านี้เธอยังไม่ได้ยกมันขึ้นมาสักครั้งเมื่อเดินมาถึงหน้าป้ายรถเมล์ เธอก็หยุดฝีเท้า
ม้านั่งไม้ตัวเดิมต้นแปะก๊วยต้นเดิมทุกอย่างยังเหมือนเมื่อวาน เธอนั่งลงช้า ๆ ลมหอบเอาใบไม้สีเหลืองปลิวผ่านปลายเท้าไม่นานนักเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้น มาซาอากิถือถุงขนมปังอยู่ในมือเขาหยุดเมื่อเห็นเธอ
"วันนี้ไม่ไปสวนหรือ"
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นก่อนยิ้มบางๆ "เดี๋ยวค่อยไปค่ะ"
"หนีงานหรือ"
"พักบ้างไม่ได้หรือไง"
เขาหลุดยิ้มก่อนนั่งลงข้างๆ ลมเย็นพัดผ่านทั้งสองคนไม่มีใครพูดอะไรอยู่พักใหญ่
อาโออิมองถนนตรงหน้าจากนั้นจึงพูดขึ้น"คุณรู้ไหม"
"อะไร"
"เมื่อก่อนฉันเดินกลับบ้านตอนกลางคืนได้สบายเลย"
มาซาอากิหันมองเธอ
"ฉันรู้ว่าบ้านหลังไหนปลูกดอกไม้สีอะไร รู้ว่าหน้าร้านขายของชำมีจักรยานจอดกี่คัน"รู้ว่ากิ่งไม้ตรงไหนยื่นออกมาบนถนน"
เธอยิ้มบางๆ "ฉันไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะจำเื่พวกนี้ได้เยอะขนาดนี้"
ลมพัดผ่านอีกครั้งใบแปะก๊วยปลิวตกลงบนม้านั่ง อาโออิก้มลงหยิบมันขึ้นมา
"แต่เดี๋ยวนี้" เธอหมุนใบไม้ในมือเบา ๆ "ฉันเริ่มนับจำนวนเสาไฟ"
มาซาอากินิ่งไปหญิงสาวยิ้มอยู่ก็จริงแต่รอยยิ้มนั้นดูเศร้าเหลือเกิน
"ฉันจำได้ว่าเดินจากร้านขายของชำมาบ้าน ต้องผ่านเสาไฟสามต้น"
เธอเงียบไปครู่หนึ่ง"จากทางแยกไปบ้านคุณยายฟูมิอีกสี่ต้น จากลำธารไปสวนอีกห้าต้น"
ปลายนิ้วของเธอค่อยๆ ลูบใบไม้ในมือ "ฉันเริ่มจำทุกอย่างเป็ระยะทาง"
ความเงียบตกลงมาระหว่างทั้งสอง"เพราะมันทำให้ฉันรู้สึกอุ่นใจ"
เธอพูดต่อเบาๆ "ถ้าวันหนึ่งฉันมองไม่เห็นจริง ๆ อย่างน้อยฉันก็ยังหาทางกลับบ้านได้"
มาซาอากิหันไปมองถนนสายเล็กตรงหน้าถนนเส้นเดิม เสาไฟต้นเดิม สิ่งที่เขาไม่เคยใส่ใจ กลับกลายเป็แผนที่ของใครอีกคนหัวใจของเขาหนักขึ้นอย่างประหลาด
"ขอโทษนะ" เสียงของอาโออิดังขึ้น
เขาหันกลับมา"เื่อะไร"
หญิงสาวหัวเราะเบาๆ "ฉันพูดแต่เื่แปลก ๆ"
"ไม่เห็นแปลก"
เธอมองเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนยิ้มบางๆ "คุณใจดีจัง"
มาซาอากิไม่ตอบเพราะไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไร
---
เมื่อมาถึงสวนท้องฟ้าเริ่มเปิดมากขึ้น แสงแดดส่องลอดผ่านกิ่งไม้ที่เหลือใบอยู่ไม่มากนัก ทั้งสองช่วยกันขนลังไม้เข้าโกดังอาโออิถือเชือกม้วนหนึ่งเดินตามหลังเขา
"ระวัง" มาซาอากิพูดขึ้น
หญิงสาวชะงัก"อะไรหรือ"
"พื้นต่างระดับ"
เธอก้มมองตรงหน้าเป็ขั้นปูนเตี้ยๆ หากเมื่อก่อน เธอคงเห็นมันั้แ่ไกลแต่วันนี้กลับไม่ทันสังเกต
"ขอบคุณค่ะ" เธอก้าวข้ามมันไปช้า ๆ ผ่านไปไม่กี่นาที
"อาโออิ"
"คะ"
"ทางซ้าย"
เธอหันตามเด็กสองคนกำลังวิ่งเข้ามาในสวนหญิงสาวยิ้มก่อนขยับหลบโดยอัตโนมัติ
"ขอบคุณอีกแล้ว"
มาซาอากิส่ายหน้า"ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย"
แต่หลังจากนั้นไม่นาน
"ตรงนี้มีลัง"
"กิ่งไม้"
"พื้นลื่น"
คำพูดเ่าั้ค่อยๆ เพิ่มขึ้นทีละน้อยจนกระทั่งอาโออิหยุดเดินเธอหันกลับมามองเขา
"มีอะไร" เขาถาม
หญิงสาวยิ้มเล็กน้อย"คุณกำลังบอกทุกอย่างให้ฉันเลย"
มาซาอากิชะงักเขาเพิ่งรู้ตัวเหมือนกันตลอดชั่วโมงที่ผ่านมาเขาคอยมองทางให้เธอโดยไม่รู้ตัว
"ผมแค่..." เขาหาคำพูดไม่เจอ
อาโออิหัวเราะเบาๆ "เหมือนมีไกด์ส่วนตัวเลย"
เธอพูดเล่นแต่ในดวงตากลับมีบางอย่างสั่นไหวเธอไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไร ดีใจหรือเสียใจ ดีใจที่มีใครสักคนคอยมองแทนเธอหรือเสียใจที่ตัวเองเริ่มต้องพึ่งสิ่งนั้น
ลมหนาวพัดผ่านสวนอีกครั้งใบเมเปิลสีแดงใบหนึ่งปลิวผ่านระหว่างทั้งสอง อาโออิมองตามแต่คราวนี้ก่อนที่ใบไม้นั้นจะตกถึงพื้นเสียงของมาซาอากิก็ดังขึ้น
"ตกตรงนั้น" เขาชี้ไปใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง
หญิงสาวหันตามก่อนจะยิ้มบางๆ "อือ"
เธอพยักหน้า"ฉันเห็นแล้ว"
แต่ในใจของเธอรู้ดีเธอเห็นมันเพราะมีคนบอกให้มองตรงนั้นต่างหาก
---
แดดบ่ายอ่อนลงเรื่อย ๆ งานในสวนใกล้เสร็จแล้วเคนจิกับคนงานอีกสองคนช่วยกันขนลังแอปเปิลชุดสุดท้ายขึ้นรถบรรทุกเสียงพูดคุยเสียงหัวเราะ และเสียงไม้กระทบกันดังเป็ระยะ อาโออินั่งอยู่บนลังไม้หน้าคลังเก็บของแก้วชาร้อนอยู่ในมือ กล้องวางอยู่ข้างตัว มาซาอากิเดินมานั่งลงอีกฝั่งหนึ่งทั้งสองมองสวนแอปเปิลที่ค่อยๆ ว่างเปล่าลง
"เงียบลงนะ" อาโออิพูดขึ้น
"หลังเก็บผลเสร็จทุกปีก็แบบนี้เหรอ"
เธอพยักหน้า"เหมือนสวนกำลังพัก" ลมพัดผ่านต้นแอปเปิล กิ่งไม้เสียดสีกันเบา ๆ
อาโออิหลับตา"ฉันชอบเสียงนี้"
มาซาอากิหันมองหญิงสาวยังคงหลับตาอยู่"เสียงกิ่งไม้เหรอ"
"อือ" เธอยิ้ม "เมื่อก่อนฉันชอบมองสวน"
"แต่เดี๋ยวนี้" เธอหยุดเพียงครู่เดียว "ฉันเริ่มชอบฟังมัน"
มาซาอากิไม่พูดอะไร
อาโออิลืมตาขึ้นอีกครั้ง"คุณเคยคิดไหม"
"เื่อะไร"
"คนเรามองเห็นเยอะเกินไป"
เขาขมวดคิ้ว
เธอหัวเราะเบาๆ "ฟังดูประหลาดใช่ไหม"
"นิดหน่อย"
"เมื่อก่อนฉันไม่เคยจำเสียงลมได้เลย"
เธอค่อยๆ หมุนแก้วชาในมือ "ฉันมัวแต่มอง"
"แต่ตอนนี้ ฉันจำได้ว่าเสียงลมที่พัดผ่านต้นแอปเปิลกับเสียงลมที่พัดผ่านต้นสน ไม่เหมือนกัน"
มาซาอากิเงียบ
"เสียงลำธารตอนน้ำเยอะ ก็ไม่เหมือนตอนน้ำลด"
เธอยิ้มบางๆ "แล้วเสียงฝีเท้าของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน"
มาซาอากิหัวเราะเบาๆ "ของผมล่ะ"
"จำได้"
"จริงหรือ"
"อือ" หญิงสาวพยักหน้า "คุณเดินหนักกว่าคุณพ่อเดินช้ากว่าคุณยายฟูมิ แล้วก็ชอบหยุดก่อนจะพูด"
มาซาอากิหัวเราะ"คุณสังเกตขนาดนั้นเลย"
"ไม่ได้ตั้งใจ" เธอหันมามองเขา "มันเข้ามาเอง"
รอยยิ้มของเธอยังคงอ่อนโยนแต่ยิ่งเธอพูดมากเท่าไรหัวใจของเขาก็ยิ่งหนักขึ้นเท่านั้น เพราะทุกประโยคกำลังบอกว่าโลกของอาโออิกำลังเปลี่ยนวิธีรับรู้ไม่ใช่เพราะเธอเลือกแต่เพราะเธอไม่มีทางเลือก
---
หลังจากพักได้ไม่นานทั้งสองก็ช่วยกันเก็บเครื่องมือชิ้นสุดท้าย
เคนจิเดินเข้ามาหา"วันนี้พอแค่นี้"
"ครับ" มาซาอากิรับคำ
เคนจิหันไปหาลูกสาว"กลับบ้านพร้อมพ่อไหม"
อาโออิส่ายหน้า"เดี๋ยวหนูกลับกับคุณคุโรคาวะค่ะ"
"งั้นพ่อกลับก่อน"
"ค่ะ"
เคนจิยิ้มให้ทั้งสองก่อนขึ้นรถกระบะแล้วขับออกจากสวนฝุ่นสีอ่อนลอยตามหลังรถอยู่ครู่หนึ่งจนทุกอย่างกลับมาเงียบอีกครั้ง
อาโออิลุกขึ้นคว้ากล้องขึ้นคล้องคอก่อนเดินออกจากโกดังมาซาอากิเดินตามหลังเพียงก้าวเดียว ผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีทั้งสองเดินมาถึงสะพานไม้เล็กๆ ที่ทอดข้ามลำธาร สะพานแห่งนี้อาโออิเดินผ่านมานับครั้งไม่ถ้วน เธอก้าวขึ้นไปตามความเคยชินแต่ก้าวที่สองปลายรองเท้ากลับเฉียดขอบไม้ร่างของเธอเสียการทรงตัวเล็กน้อยมาซาอากิรีบคว้าข้อมือเธอไว้ทัน
"ระวัง"
อาโออิสูดลมหายใจเข้าก่อนยืนตรงอีกครั้ง"ขอบคุณค่ะ"
เธอเงยหน้ามองสะพานสีหน้าเต็มไปด้วยความสับสน"เมื่อก่อนฉันไม่เคยสะดุดตรงนี้"
น้ำเสียงนั้นไม่ได้ถามเขาแต่เหมือนกำลังถามตัวเองมาซาอากิยังคงจับข้อมือเธออยู่ก่อนจะค่อย ๆ ปล่อยมือ ทั้งสองเดินต่อคราวนี้เขาเดินช้าลงกว่าเดิมไม่ใช่เพราะกลัวตัวเองเดินเร็วแต่เพราะกลัวว่าเธอจะเดินไม่ทันโลกที่กำลังเปลี่ยนไป
---
เมื่อเดินพ้นสะพานเสียงระฆังจากวัดบนเนินเขาดังขึ้น
กัง...
กัง...
กัง...
อาโออิหยุดเดินหลับตาลง"สามครั้ง" เธอพูดเบา ๆ
มาซาอากิมองเธอ
"ทุกเย็น" เธอยิ้ม "ฉันเคยนับจากเสียงนี้ว่าใกล้กลับถึงบ้านแล้ว"
หญิงสาวลืมตาขึ้นมองถนนสายเดิมตรงหน้า"ดูเหมือนต่อไปนี้"
เธอสูดลมหายใจช้าๆ "ฉันคงต้องเชื่อเสียงมากกว่าตา"
มาซาอากิหันมองเธอก่อนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงมั่นคง
"ถ้าเสียงยังไม่พอ"
อาโออิหันมาหาเขา
"ผมจะเดินข้างคุณ"
หญิงสาวนิ่งไปลมเย็นพัดผ่านระหว่างทั้งสอง ไม่มีคำหวาน ไม่มีคำสัญญายิ่งใหญ่มีเพียงประโยคธรรมดาที่ถูกพูดออกมาราวกับเป็เื่ธรรมชาติที่สุดในโลก
อาโออิยิ้มรอยยิ้มครั้งนี้ไม่ได้สดใสเหมือนเดิมแต่กลับอบอุ่นกว่าเดิมมาก
"ตกลงค่ะ" เธอตอบเพียงเท่านั้น
แล้วทั้งสองก็เดินต่อไปเคียงข้างกันช้ากว่าทุกวันเล็กน้อยแต่ไม่มีใครเร่งฝีเท้าอีกแล้ว
---
พระอาทิตย์ค่อย ๆคล้อยต่ำลงหลังแนวูเาแสงสีทองอ่อนทอดยาวไปตามถนนสายเล็กของหมู่บ้าน ลมปลายฤดูใบไม้ร่วงพัดเอาใบเมเปิลสีแดงปลิวผ่านปลายเท้าของทั้งสองคนอาโออิเดินช้ากว่าปกติไม่ใช่เพราะเหนื่อยแต่เพราะทุกก้าวต้องใช้เวลามากขึ้น เธอคอยมองพื้นมองขอบถนน มองเงาของเสาไฟเหมือนกำลังยืนยันกับตัวเองว่า ทุกอย่างยังอยู่ที่เดิม มาซาอากิเดินอยู่ข้างๆ เขาไม่พูดอะไรแต่จังหวะการเดินของเขาค่อย ๆ ช้าลงตามเธอโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเดินผ่านร้านขายของชำเ้าของร้านยกมือทัก "กลับบ้านแล้วหรือ"
อาโออิหันไปตามเสียงก่อนยกมือโบกตอบ"ค่ะ"
เ้าของร้านยิ้ม"พรุ่งนี้อย่าลืมแวะมาชิมแอปเปิลพันธุ์ใหม่ล่ะ"
"ได้ค่ะ" เธอยิ้มตอบอย่างสดใสเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
เมื่อเดินพ้นร้านมามาซาอากิจึงถามขึ้นเบา ๆ "เมื่อกี้คุณเห็นเขาหรือ"
อาโออิส่ายหน้า"เปล่า"
เธอตอบตามตรง"ฉันจำเสียงได้"
คำตอบนั้นทำให้เขาหันไปมองเธอหญิงสาวยังคงเดินต่อสีหน้าเรียบสงบราวกับเป็เื่ธรรมดาแต่สำหรับเขา
มันไม่ใช่เลย
---
ถนนเริ่มเงียบลงบ้านแต่ละหลังเปิดไฟรับยามเย็นแสงสีส้มจากหน้าต่างส่องลงบนพื้นถนน อาโออิมองแสงเ่าั้อยู่พักหนึ่งก่อนยิ้มบางๆ
"ฉันชอบเวลาแต่ละบ้านเปิดไฟ"
"ทำไม"
"มันทำให้หมู่บ้านดูอบอุ่น"
เธอหัวเราะเบาๆ "เมื่อก่อนฉันชอบมอง ตอนนี้ฉันชอบจินตนาการ"
มาซาอากิเงียบ
อาโออิพูดต่อ"บ้านหลังนั้นคงกำลังทำอาหารเย็น"
เธอชี้ไปทางบ้านหลังหนึ่ง"บ้านโน้นน่าจะกำลังดูโทรทัศน์"
เธอหัวเราะกับตัวเอง"บางทีฉันอาจเดาผิดก็ได้แต่ฉันชอบคิดแบบนี้"
มาซาอากิหันไปมองบ้านแต่ละหลังควันสีขาวลอยออกจากปล่องไฟเสียงหัวเราะของเด็กดังลอดออกมาจากหน้าต่างบานหนึ่ง เสียงช้อนกระทบถ้วยดังมาจากอีกบ้านเขาเพิ่งรู้ว่าอาโออิไม่ได้สูญเสียโลกของเธอ เธอกำลังสร้างโลกอีกใบขึ้นมาจากเสียง จากกลิ่นและจากจินตนาการทั้งสองเดินมาจนถึงทางแยกเล็ก ๆ ตรงนี้เป็จุดที่อาโออิต้องแยกกลับบ้าน มาซาอากิจะเดินตรงต่อไปยังบ้านพักโฮตารุทุกวันเป็แบบนี้ไม่มีวันไหนต่างกัน
หญิงสาวหยุดเดินมองถนนตรงหน้าเงียบ มาซาอากิหยุดตามรออย่างเงียบ ๆ อาโออิหันไปทางซ้ายจากนั้นค่อย ๆหันไปทางขวาสายตาเลื่อนไปมาระหว่างถนนสองสายนานผิดปกติ ลมเย็นพัดผ่านใบเมเปิลสีแดงปลิวลงมาตกตรงกลางทางแยก
อาโออิสูดลมหายใจเข้าก่อนพูดขึ้นเบามาก"คุณคุโรคาวะ"
"ครับ"
เธอไม่ได้หันมามองยังคงมองถนนตรงหน้า"เมื่อกี้..."
เธอกลืนน้ำลายเบาๆ "ฉันนับเสาไฟผิดหรือเปล่า"
มาซาอากิรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นเขาไม่ตอบ อาโออิเม้มริมฝีปาก มือที่จับสายกล้องค่อย ๆ กำแน่นขึ้น
"ฉันจำได้ว่า" เธอพูดช้าลง "ต้องเลี้ยวตรงนี้"
เธอเงียบไปครู่หนึ่ง"หรืออีกแยกหนึ่งนะ"
คำพูดสุดท้ายเบาราวกับกระซิบหญิงสาวยืนนิ่งไม่ก้าวไปทางไหนราวกับถนนทั้งสองสายกลายเป็สถานที่แปลกหน้า มาซาอากิเดินเข้ามาหยุดข้างเธอไม่ได้จับมือ ไม่ได้ดึงแขนเพียงยืนอยู่ตรงนั้น
"อาโออิ"
เธอค่อยๆ หันมาทางเสียงของเขา
เขายิ้มอย่างอ่อนโยนแม้รู้ว่าเธออาจมองไม่เห็นชัดนัก
"บ้านคุณอยู่ทางซ้าย"
หญิงสาวกะพริบตาช้าๆ ก่อนมองไปตามทิศที่เขาบอก
เธอยืนนิ่งอีกครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าเบาๆ "จริงด้วย"
เสียงของเธอสั่นเล็กน้อยเหมือนคนที่พยายามควบคุมบางอย่างเอาไว้
เธอสูดลมหายใจลึกก่อนฝืนยิ้ม"ขอบคุณค่ะ"
มาซาอากิยังไม่ขยับหญิงสาวเองก็ยังไม่เดิน ลมเย็นพัดผ่านอีกครั้งคราวนี้แรงกว่าทุกครั้ง ใบเมเปิลหลายใบปลิววนอยู่กลางอากาศอาโออิค่อย ๆ ก้มหน้าลงไหล่ของเธอสั่นเพียงนิดเดียวน้อยมาก น้อยจนถ้าไม่ตั้งใจมองก็คงไม่เห็น
"ฉัน..." เธอพูดทั้งที่ยังก้มหน้า "ฉันกลัว"
เพียงสามคำไม่มีน้ำตา ไม่มีเสียงสะอื้นแต่กลับทำให้หัวใจของมาซาอากิเจ็บยิ่งกว่าคำพูดใด
เขาก้าวเข้าไปอีกก้าวครั้งนี้เขาค่อย ๆ ยื่นมือออกไป ไม่ใช่เพื่อดึงเธอ ไม่ใช่เพื่อประคอง เพียงแบมือไว้ระหว่างทั้งสองคนอาโออิมองไม่เห็นสีหน้าของเขาชัดแต่เธอััได้ถึงการมีอยู่ของมือคู่นั้น หญิงสาวยกมือของตัวเองขึ้นช้าๆ ปลายนิ้วแตะหลังมือของเขาก่อนค่อย ๆ วางมือลงในฝ่ามือนั้น
มาซาอากิกุมมือเธอเบาๆ ไม่แน่น ไม่หลวมเป็แรงที่เหมือนกำลังบอกว่า ไม่เป็ไรเราไม่ต้องรีบ อาโออิหลับตาลงลมหายใจที่สั่นเมื่อครู่ค่อย ๆ สงบลง เธอยิ้มทั้งที่ยังหลับตา
"ขอโทษนะคะ"
"ทำไมต้องขอโทษ"
"ฉันคงต้องรบกวนคุณอีกเยอะ"
มาซาอากิส่ายหน้า"คุณไม่ได้รบกวน"
หญิงสาวเงียบ
เขามองมือที่กำลังจับกันอยู่ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบที่สุด
"ต่อให้คุณนับเสาไฟผิด ต่อให้คุณจำทางผิด ต่อให้วันหนึ่งคุณมองไม่เห็นอะไรเลย"
เขาหยุดเพียงชั่วลมหายใจ"ผมก็จะพาคุณกลับบ้าน"
อาโออินิ่งไปเธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แม้มองเห็นใบหน้าของเขาไม่ชัดแต่เสียงนั้น ความอบอุ่นของมือนั้นและลมหายใจที่อยู่ใกล้กันชัดเจนเหลือเกิน
หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่นก่อนพยักหน้าช้าๆ
"อือ"
เพียงคำเดียวแต่เป็คำตอบที่เบาที่สุดและหนักแน่นที่สุด
พระอาทิตย์ลับหลังูเาอย่างสมบูรณ์ไฟดวงแรกของหมู่บ้านสว่างขึ้น จากนั้นดวงที่สอง ดวงที่สาม
และดวงต่อๆ มา แสงไฟเล็ก ๆ กระจายอยู่ทั่วหมู่บ้านเหมือนดาวที่ตกลงมาอยู่บนพื้นดิน มาซาอากิปล่อยให้อาโออิจับมือเขาไว้แล้วทั้งสองก็เดินกลับบ้านช้า ๆ พร้อมกันโดยไม่มีใครพูดอะไรอีกเพราะในเย็นวันนั้นอาโออิได้รู้แล้วว่าแม้โลกของเธอจะค่อยๆ แคบลงแต่มีใครคนหนึ่งกำลังค่อย ๆ เดินเข้ามาจนกลายเป็โลกทั้งใบของเธอ