14 ค่ำ เดือนสิบ
“จอย... จอย... ตื่นได้แล้วลูก เขาจะเริ่มขบวนกันแล้ว”
เสียงกระซิบของคุณยายดังแว่วมากลางดึก เด็กหญิงวัยเจ็ดขวบค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นในยาม ตีสาม อากาศยามเช้าตรู่เย็นเยียบ ความมืดปกคลุมไปทั่วทั้งบ้าน ดวงตากลมโตยังปรือด้วยความง่วงงุน
“จะไปแล้วเหรอคะยาย...” จอยถามเสียงแ่
“จ้ะลูก ล้างหน้าล้างตาหน่อย เดี๋ยวจะได้เดินขบวนไปวัดกัน”
คุณยายเตรียมของไหว้ ทั้งอาหารคาวหวาน ผลไม้ ข้าวสาก และน้ำสะอาด ใส่ตะกร้าใบใหญ่ไว้พร้อมสรรพ
จอยเดินงัวเงียเข้าครัวล้างหน้า เสียงน้ำไหลกับกลิ่นสบู่จาง ๆ ช่วยปลุกให้รู้สึกตัวขึ้นมาบ้าง
“ยายจ๋า... หนูขี่คอได้ไหม” เด็กหญิงถามพร้อมยิ้มอ้อน
“ได้สิจ๊ะ มาเลย เดี๋ยวยายแบกเอง”
เด็กหญิงตัวเล็กปีนขึ้นหลังคุณยายอย่างชำนาญ ใบหน้าซุกอยู่บนไหล่ที่คุ้นเคยและอบอุ่นของผู้เป็ยาย
ขบวนของชาวบ้านเคลื่อนตัวไปตามถนนที่ทอดเข้าสู่วัด แสงจากตะเกียงและไฟฉายจุดเล็ก ๆ สาดส่องเป็หย่อม ๆ บนทางดินที่เปียกชื้นด้วยน้ำค้าง
เมื่อเข้าสู่ประตูวัด จอยมองเห็นป้ายโกฐติดกำแพง ที่มีภาพขาวดำของชายชราและชายหนุ่มเคียงกัน
“ยาย… รูปนี้ใครหรอคะ”
คุณยายยิ้มบาง ๆ สีหน้าแฝงด้วยความเศร้า “คุณตาของจอยกับพ่อของหนูเองจ้ะ... พวกเขาไปอยู่บน์ั้แ่ก่อนจอยเกิด”
เมื่อวางของไหว้เสร็จเรียบร้อย ผู้คนเริ่มทยอยเดินออกจากวิหารกันอย่างเงียบเชียบ จอยยังคงอยู่บนหลังคุณยาย มองลอดไหล่ไปด้านหลัง แล้วชะงักสายตา...
มีชายแก่ร่างผอมโซคนหนึ่งนั่งยอง ๆ ใช้มือตักข้าวเข้าปากตรงจุดที่พวกเธอเพิ่งวางของไหว้ไว้
“ยายจ๋า… ใครน่ะ” จอยกระซิบเบา
คุณยายไม่ตอบ เธอเดินต่ออย่างเงียบงัน
เด็กหญิงกวาดตามองรอบตัวอีกครั้ง เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ ผู้คนในขบวนเงียบอย่างน่าประหลาด ไม่มีเสียงพูดคุย ไม่มีเสียงหัวเราะเหมือนทุกปี
“ยาย… ทำไมไม่มีใครพูดเลยอะ”
ไม่มีคำตอบจากคุณยาย
จอยยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ เธอเริ่มกอดคอคุณยายแน่นขึ้น เมื่อหันกลับไปดูอีกครั้ง ชายแก่หายไปแล้ว... แต่กลับปรากฏชายคนใหม่ที่มีหน้าตาเหวอะหวะ ลูกตาถลน หน้าผากฉีกเป็ร่องลึก ยืนอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว
เด็กหญิงเบิกตากว้าง ร่างกายเย็นเฉียบไปทั้งตัว
เธอหลับตาแน่น สะอื้นเงียบ ๆ ไม่กล้าแม้แต่จะพูด
เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่อาจรู้ได้ จนกระทั่งเธอกลั้นใจลืมตาขึ้นอีกครั้ง...
และสิ่งที่เห็น ทำให้เธอแทบหยุดหายใจ
ทุกคนในขบวนหันมาจ้องหน้าเธอ
ไม่มีใครพูด ไม่มีใครขยับ มีเพียงดวงตานับสิบคู่ที่จ้องเธอเขม็ง
“ยาย… ยาย… รีบเดินเถอะ หนูกลัว!”
คุณยายยังคงเงียบ
แต่ขบวนก็ยังเดิน จนพ้นประตูวัด เด็กหญิงเผลอหลับไปด้วยความหวาดกลัวและเหนื่อยล้า
เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง เธอก็ยังอยู่บนหลังคุณยาย
จอยกะพริบตาถี่ ๆ แล้วเงยหน้าขึ้นดูรอบตัว
ขบวนยังไม่จบ
เสียงเดินของเท้านับร้อยยังดังพึ่บพั่บ
เธอหลับตาแน่น กอดคอคุณยายไว้สุดแรง จนในที่สุดพวกเขากลับถึงบ้าน
จอยรีบโดดลงจากหลังคุณยายแล้ววิ่งเข้าห้องทันที สะอื้นเบา ๆ กับตัวเอง
“หนูไม่ไปอีกแล้วนะยาย…”
คุณยายได้แต่มองตามอย่างงุนงง คิดว่าเด็กน้อยคงแค่เหนื่อยและง่วงนอน
---
12 ปีผ่านไป
จอยอายุ 19 ปี เป็นิสิตมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง วันหนึ่งขณะนั่งรถสองแถวกลับบ้าน เสียงประกาศบุญข้าวสากทางหอกระจายข่าวปลุกความทรงจำเก่าให้หวนกลับมา
เธอหลับตาลงอย่างอ่อนแรง หัวเอนพิงกระจกหน้าต่าง และเผลอหลับไป
แต่แล้ว...
เธอก็ใตื่น!
ความรู้สึกเหมือนร่วงจากที่สูงเล่นงานจิตใจให้สะดุ้ง
เมื่อค่อย ๆ ลืมตา เธอพบว่า...
เธอกำลังอยู่บนหลังคุณยายอีกครั้ง
“ยาย…?” เธอเรียกเสียงสั่น
คุณยายไม่ตอบ หันมายิ้มให้เพียงเล็กน้อย
“ลงมากินข้าวได้แล้วลูก…”
จอยค่อย ๆ ปีนลงจากหลังคุณยายด้วยความสับสน หัวใจเต้นรัวไม่เป็จังหวะ เธอนั่งยองลงเบื้องหน้า ยื่นมือออกไปแตะถ้วยข้าวเบา ๆ
เย็นเฉียบ...
เหมือนความจริงกำลังค่อย ๆ เปิดเผยตัว
ในวินาทีนั้นเอง เธอจำได้ทุกอย่าง...
ขบวนเมื่อสิบสองปีก่อน
เสียงในความเงียบ
สายตานับร้อยคู่
ชายหน้าเหวอะหวะ
เธอเงยหน้าขึ้นอย่างช้า ๆ แล้วถามเสียงเบา
“ยาย... ยายยังอยู่เหรอ...?”
คุณยายยิ้มให้ ไม่พูดอะไร
ดวงจันทร์บนฟ้ายังคงกลมโตเหมือนเมื่อสิบสองปีก่อน
ขบวนยังไม่จบ...
---
> ด้วยความรัก... คุณยายจึงมาหาหลานตลอด 12 ปีที่ผ่านมา