ท่านอ๋องถูกคนหัวเราะเยาะแล้ว
เขาเดินออกจากตำหนักทรงอักษรอย่างเหนื่อยหน่ายพร้อมทั้งครุ่นคิด เขาอายุขนาดนี้ผ่านมาหมดทุก่เวลาของวัยรุ่น วัยหนุ่ม ตอนนี้เข้าสู่วัยฉกรรจ์แล้ว ผู้หญิงที่เคยหลับนอนด้วยก็ไม่ใช่น้อย เพียงแต่เขาไม่ค่อยอยู่เมืองหลวงจึงไม่มีอนุภรรยา นางสนม หรือชายารองเป็ตัวเป็ตน มีแค่สาวใช้ส่วนตัวไม่กี่คน ที่เขาเบื่อแล้วก็ขายออกไป
บางคนอาจคิดว่าเขาใจร้ายที่ทำกับพวกนางแบบนั้นเขาแค่อยู่บนโลกความจริง ผู้ชายวัยยี่สิบเก้าหากยังบริสุทธิ์ ผุดผ่องนั่นสิแปลก เขาเดินมาถึงหน้าวังหลวงก้าวเดินขึ้นรถม้าคันหรูที่จอดรออยู่หน้าประตูวัง เขาก้าวขึ้นไปนั่งรถม้าที่กว้างขวาง แต่กลับแลดูโดดเดี่ยว เขาถอนหายใจอีกครั้งต้องกลับไปคุยกับนางให้เข้าใจ แต่หากเขาเข้าไปตอนนี้คงโดนนางก่นด่าแน่นอน
“ท่านอ๋อง จะกลับวังหย่งอันหรือจะไปพักที่พัตตาคารชิงสุ่ยก่อนขอรับ” เขาไม่ตอบพลางครุ่นคิด
“กลับวังหย่งอัน” ยังไงก็ต้องไปเจอนางอยู่ดี พรุ่งนี้หรือวันนี้ก็เหมือนเดิมอยู่ดี
รถม้าเคลื่อนที่มาหยุดอยู่หน้าประตูจวนขนาดใหญ่ป้ายหน้าประตูเขียนด้วยลายมือที่หนักแน่นทรงพลัง สี่พยางค์
วังหย่งอันอ๋อง ชายหนุ่มเงยหน้ามองอีกครั้งแล้วเดินเข้าไปในวังแม้จะใหญ่โตแต่กลับมีคนน้อยมากจนน่าอนาท นอกจากสาวใช้ที่คอยดูแลเรือนไม่กี่คนกับองครักษ์ก็ไม่มีใครอีก อีกทั้งในวังแห่งนั้น มีชายาเอกคนเดียวที่เป็นายหญิงทำให้บรรดาผู้หญิงน้อยเข้าไปอีก
เขาเดินมาเรื่อยๆ จนมาถึงหน้าเรือนหลังใหญ่ใจกลางจวน เรือนแห่งนี้ทำด้วยไม้กฤษณาอย่างดี ทั้งหลังทำให้มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของไม้ที่ได้กลิ่นอ่อนๆ ตลอดเวลา เขาเดินเข้าไปในเรือนหลังใหญ่ที่เงียบสนิท เดินผ่านห้องหนังสือที่มีขนาดใหญ่ ห้องหนังสือแห่งนี้ เขาใช้ทำงาน เขียนฎีกา วาดภาพ หรือบางครั้งก็นอนในห้องหนังสือด้วยซ้ำ เรียกได้ว่าเขาใช้ห้องหนังสือแห่งนี้เป็ห้องนอนก็ว่าได้ เขาเดินไปสักพักก็ถึงที่หมาย ในเรือนเปิดไฟเอาไว้มีหญิงรับใช้คนหนึ่งกำลังเตรียมปูที่นอนอยู่นางมองเห็นเขาแล้วอ้าปากค้างตาโต
“ท่าน ท่านคือใครเ้าคะ เข้ามาได้ยังไง” ถึงนางจะใแต่นางก็ยัง อยากรู้ว่าชายคนนี้เป็ใคร
“องครักษ์ทำไมปล่อยคนอื่นเข้ามา” นางร้องเรียกพร้อมทั้งอยู่บังประตูไว้ เขาไม่ตอบแต่เดินผ่านนางไปอย่างง่ายดาย นางใร้องเสียงดัง
พลันประตูเปิดออกเขาเห็นหญิงสาวใบหน้ารูปไข่เรียวเล็ก ขาวผ่องร่างกายบอบบางจนกลัวว่าหากจับนางแรงเกินไป นางคงแตกหักอย่างง่ายดาย เขามองสำรวจนางอย่างละเอียด นางใส่เพียงชุดตัวในที่บางจนเกือบจะเห็นหมดทั้งร่าง เท้าเปลือยเปล่า เล็กกว่าฝ่ามือเขาอีกมั้ง เขามองเอวบางร่างน้อยที่มีเพียงขุดตัวในกั้น ส่วนที่ควรมีก็มี ไม่มากไม่น้อยเกินไป เขากลืนน้ำลาย อึก อ่า สงสัยห่างเื่ในห้องหอนานเกินเขาถึงอ่อนไหวขนาดนี้
“อร้ายยยย” หญิงสาวที่เอามือเปิดประตูใช้มือทั้งสองข้างกอดร่างกายตัวเองพร้อมทั้งนั่งย่อเขาลงกอดตัวเองแน่น
“คุณหนู/พระชายา เกิดอะไรขึ้น”
เสียงหญิงสาวตัวน้อย หน้าประตูที่ได้สติขึ้นมาร้องเรียกเธอส่วนฟางจือที่กำลังทำความสะอาดห้องอาบน้ำรีบวิ่งมาเมื่อได้ยินเสียงร้อง
“เ้าเป็ใคร ออกไปนะ” เธอะโไล่เสียงดัง
“พระชายาไล่ข้าออกจากห้อง จะให้ข้าไปนอนไหนละ หืม” เขาตอบอย่างใจเย็น ดูท่านางจะจำหน้าเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ
สืออี้ที่ได้ยินคำถามนั้นถึงกับกลั้นขำ ท่านอ๋องของเขาถูกชายาที่พบกันครั้งแรกหลังจากแต่งงานไล่ออกจากห้อง ดูแล้วพระชายาจำหน้าท่านอ๋องไม่ได้ด้วยซ้ำ น่าสงสารจริงๆ โถ่ๆ ท่านอ๋องผู้น่าเกรงขาม
“ตลกมากหรอ กลั้นขำมากๆ ระวังใจขาดตายนะ” เขาได้ยินประโยคนี้ก็รีบเงียบกริบทำตัวให้เล็กที่สุดแล้วเอ่ยว่า
“พระชายา นี่คือหย่งอันอ๋องเซียวอี้ ขอรับ” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมามองเขาอย่างพิจารณา นางจำสืออี้แต่แต่ชายอีกคนนาไม่รู้จัก หย่งอันอ๋องเซียวอี้หรอ เห้ยนี่สามีนางนิ นางลุกขึ้นยืนตอนนี้นางใส่ชุดคลุมสีเขียวแล้วไม่ได้ใส่แค่ชุดตัวไหน
นางมองชายหนุ่มที่อยู่ในชุดสีดำ หน้าตาหล่อเหลา คิ้วกระบี่เข้ม จมูกโด่งสวย ปากก็เป็กระจับงดงาม ผิวสีแทนกน่อยๆ อย่างคนสุขภาพดี ไหล่กว้าง เอวคอด แขนขายาว สูงโปร่ง แม่เ้านี่สามีนางหรอ หล่อ หล้อ หล๊ออออออ นางอึ้งไปสักพัก พร้อมทั้งมีความทรงจำในหัวว่าหย่งอันอ๋องไม่ใช่หน้าตาแบบนี้
ชายหนุ่มเห็นหญิงสาวอ้าปากค้างก็ได้ใจเดินเข้าไปนั่งบนเก้าอี้ที่วางพร้อมทั้งรินชาให้ตนเอง
“ตะลึกพอหรือยัง ถ้าพอแล้วก็มานั่ง” เขาพูดพร้อมทั้งจิบชาเบาๆ ไปด้วย
“ท่าน ท่านคือสามีข้าหรอ” นางถามอีกครั้งเพื่อความมั่นใจกลัวดีใจเก้อ
“ใช่ มานั่ง” นางทำตามเดินมานั่งลงตรงข้ามเขาอย่างว่าง่าย
“ท่าน ทำไมไม่เหมือนที่คนเขาพูดกัน” นางทนไม่ไหวนางอยากรู้จริงๆ นี่นา
เขามองหญิงสาวที่ทำหน้าเอ่อ แก้มป๋อง อย่างเอ็นดู