บทที่ 1
หากเลือกได้ก็อยากจะเกิดเป็องค์หญิงกับเขาบ้าง
“เอาไว้เดี๋ยวโอทีหนูออกวันที่ยี่สิบนี้แล้วหนูจะโอนไปให้แล้วกันนะ”
[“โอ้โห! ตั้งวันที่ยี่สิบ! มันอีกตั้งหลายวันเลยนะ จะไปทันได้ยังไงกันล่ะ ถ้าไม่จ่ายค่าเทอมภายในวันที่สิบนี้ครูใหญ่เขาจะไม่ให้น้องแกเข้าสอบแล้ว!”]
‘หูฟางเหมย’ขยับโทรศัพท์มือถือออกห่างหูเล็กน้อยเมื่อผู้เป็มารดาแหวเสียงดังด้วยอาการหงุดหงิดมาจากปลายสาย
“ก็ตอนนี้หนูยังไม่มีเงินนี่แม่ ต้องจ่ายค่าเช่าที่ค้างเขาไว้มาสองเดือน เพราะเดือนที่แล้วเพิ่งซื้อเครื่องช่วยฟังอันใหม่ให้พ่อไปตั้งสองพันห้า นั่นมันเงินเดือนครึ่งเดือนของหนูแล้วนะ”
[“นั่นมันก็ส่วนของพ่อแกนี่ อยากได้คืนก็ต้องไปจัดการกันเอาเอง ส่วนเงินที่มาขอเพิ่มนี่ก็แค่ไม่กี่ร้อยหยวนทำไมถึงไม่มีปัญญาส่งมา คนอื่นเขาเข้าไปทำงานในเมืองก็ฟู่ฟ่าเอา ส่งเงินให้ที่บ้านเดือนละห้าหกพันเป็อย่างน้อย ไม่ต้องให้คอยโทรมาอ้อนวอนขอแบบนี้ หา! รึว่าแกเอาเงินไปเที่ยวเล่นหมดแล้วงั้นสิ อยู่ที่โน่นคงมีอะไรล่อตาล่อใจให้หลงระเริงเยอะแยะใช่มั้ย? เห็นแก่ตัวจริง ๆ”]
เห็นแก่ตัวจริง ๆ
งั้นเหรอ?
“...”
ไม่มีคำพูดใดออกมาจากปากของเธอ หญิงสาวปล่อยมือที่ถือโทรศัพท์ลงตามแรงโน้มถ่วงอย่างอ่อนกำลังแล้วเงยหน้าขึ้นเพื่อพยายามข่มไม่ให้น้ำตามันไหลออกมา แต่ก็ยากเกินกว่าจะควบคุม หูฟางเหมยร้องไห้ออกมาด้วยความอ่อนล้าทั้งกายและใจ
เงินเดือนแค่ห้าพันสองร้อยสามสิบนะ ไม่ใช่ห้าหมื่นหรือห้าแสน!
มันไม่ง่ายเลยที่จะใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้ตามลำพัง การแข่งขันสูง ค่าครองชีพแสนแพง ประชากรกว่ายี่สิบห้าล้านคนต่างแย่งกันทำมาหากิน มีตำแหน่งว่างให้ทำงานก็ดีขนาดไหนแล้ว ถึงเงินเดือนจะได้มากกว่าที่บ้านนอก แต่อย่าพูดเื่จะเก็บหอมรอมริบเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัวหรือส่งเสียให้คนทางบ้านได้เลย แค่ประทังชีพตัวเองให้พอรอดไปแต่ละเดือนก็หนักหนาสาหัสแล้ว
เป็พนักงานร้านฟาสต์ฟู้ดก็เหนื่อยสายตัวแทบขาดแล้ว ยังจะต้องมาถูกค่อนแคะและพูดจาหาเื่จากคนในครอบครัวอีก ไม่ให้กำลังใจไม่ว่าแต่กลับคอยจ้องจะบั่นทอนและสูบเืสูบเนื้อ
พวกคนที่มาขุดทองในเมืองใหญ่ใช่ว่าจะร่ำรวยกันทุกคนนะ!
ซึ่งเธอเองก็คือหนึ่งในคนที่ยังไม่ถูกค้นพบแม้จะอยู่ที่นี่มากว่าสามปีแล้วก็ตาม
ผู้หญิงวัยยี่สิบสองที่ตัวเล็กนิดเดียวอย่างเธอจะทนสู้ต่อไปได้อย่างไรด้วยเส้นทางชีวิตอันโดดเดี่ยวและยากลำบาก
“เสี่ยวเหมยมัวทำอะไรอยู่ ร้านจะปิดแล้วนะ มาช่วยกันเคลียร์ร้านเร็วเข้า!”
คนถูกเรียกสะดุ้งสุดตัวก่อนจะยกมือปาดคราบน้ำตาอาบแก้มแล้วหันไปผงกศีรษะตอบหัวหน้างานที่ชะโงกหน้าออกมาจากช่องหน้าต่างระบายอากาศหลังร้าน
หูฟางเหมยเก็บโทรศัพท์มือถือที่ถูกตัดสายไปแล้วไว้ในกระเป๋ากางเกงก่อนจะวิ่งกลับเข้าไปทำงานต่อด้วยเรี่ยวแรงที่เหลืออีกเพียงน้อยนิด
อีกสามสิบนาทีเธอก็จะเลิกงานแล้ว ่เวลาเก็บร้านและทำความสะอาดนี่ล่ะเป็อะไรที่เหน็ดเหนื่อยที่สุดเลย
หน้าจอโทรศัพท์มือถือมีแจ้งเตือนอัปเดตซีรีส์ที่เธอกดติดตามไว้ หูฟางเหมยซึ่งสวมหูฟังบลูธูทเอาไว้อยู่แล้วจึงเปิดเข้าแอปพลิเคชันทันทีเพื่อเปิดดูฆ่าเวลาระหว่างรอรถไฟใต้ดินขบวนถัดไป
‘องค์หญิงชั่ว’
ซีรีส์พีเรียดเื่นี้กำลังสนุกเข้มข้น ตัวเดินเื่คือองค์หญิง ‘ฟางเหม่ยเจิน’ ซึ่งเป็ตัวร้าย นางได้รับพระราชทานสมรสจากฮ่องเต้ให้แต่งงานกับแม่ทัพ‘เสิ่นอี้เฉิง’ หลังจากที่ ‘เหยียนเจียวอัน’ภรรยาเก่าของเขาเพิ่งเสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุทางน้ำ ซ้ำสวามียังมีลูกติดมาอีก หญิงแปดขวบ ชายห้าขวบ พวกเขาไม่ชอบแม่เลี้ยงของตนเองเพราะนางใจร้าย ชอบด่าทอและทุบตี แถมยังระเบียบจัดทั้งใช้งานหนัก ไม่เพียงแค่เด็กสองคนแต่ทุกคนในจวนล้วนเข็ดขยาดนางกันทั้งนั้น เพราะส่งตัวเข้าหอได้เพียงคืนเดียวผู้ใดที่ขัดใจนางแม้เพียงคำเดียวก็สั่งโบยสิบไม้ทันที ทั้งยังสั่งลดเบี้ยหวัดกันไปคนละสามเดือนอีกด้วย
ถึงแม้นางจะไม่ใช่นางเอกแต่บทก็เด่นกว่า‘หนิงจิงหลาน’ ซึ่งเป็นางเอกตัวจริงของเื่เสียอีก
และแน่นอนว่านางเป็ภริยาพระราชทานที่แม่ทัพเสิ่นอี้เฉิงไม่โปรดปราน หากแต่ก็มิอาจปฏิเสธตามพระบัญชาขององค์เหนือหัวได้ ยิ่งทำให้องค์หญิงฟางเหม่ยเจินผู้นี้เหิมเกริม แสดงความร้ายกาจอย่างไม่ปกปิด
เื่ราวน่าสนุกที่ได้ลุ้นว่าเมื่อไรที่ความร้ายกาจของนางจะถูกจัดการเสียที คอมเมนต์คนดูที่วิ่งอยู่บนหน้าจอบอกว่าจุดจบของนางคือความตาย นั่นคงเป็วิธีเดียวที่จะกำราบความชั่วร้ายของนางลงได้
แต่ระหว่างที่นางกำลังเสพอยู่กับความสุขสบาย โดยแวดล้อมไปด้วยบ่าวไพร่มากมาย ทั้งอาหารการกินก็อุดมสมบูรณ์พร้อมสรรพ เสื้อผ้าอาภรณ์เครื่องประดับหรูหรา สถานที่อันโอ่อ่าตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง ดูแล้วช่างน่าอิจฉาจริง ๆ
ถึงจะเป็ ‘ตัวร้าย’ แต่ถ้ารวยจนอยากทำอะไรก็ทำ อยากซื้ออะไรก็ซื้อได้ทันทีโดยไม่ต้องมาคอยกังวลเื่เงินก็น่าสนใจอยู่หรอก... ไม่ต้องมาดิ้นรนปากกัดตีนถีบเหมือนทุกวันนี้!
หูฟางเหมยคิดจากจิตใต้สำนึกแห่งความท้อถอยของตัวเอง
หากได้เกิดมาเป็ ‘เ้าหญิง’บ้างก็คงจะดีสินะ...
ติ๊ดติ๊ดติ๊ด...
เสียงสัญญาณเตือนว่ารถไฟกำลังจะเทียบชานชาลาดังขึ้นทำให้หญิงสาวละสายตาจากหน้าจอมือถือแล้วเงินหน้าขึ้นมอง
พลั่ก!
แต่ทว่าโดยที่ไม่ทันได้ระวัง ใครบางคนก็วิ่งมาชนเธอจากด้านหลังจนร่างระโหยโรยแรงของเธอหน้าคะมำเซถลาไปจนปริ่มขอบชานชาลา
แก๊ง!
โทรศัพท์ในมือตกลงไปข้างล่างก่อนด้วยมือไม้อ่อน
ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องของผู้คนบริเวณนั้นซึ่งเต็มไปด้วยความใ
วินาทีที่หูฟางเหมยกำลังจะเสียการทรงตัว เธอเอี้ยวตัวกลับมาได้เล็กน้อยเพื่อหวังเพียงให้มีใครสักคนเข้ามาฉุดแขนเธอไว้ได้ทัน
แค่สักคนที่จะเข้ามาช่วยเธอ
แต่ไม่มี...
ถึงเมืองนี้จะมีผู้คนมากถึงยี่สิบสี่ล้านแปดแสนคน แบ่งเป็ชายสิบสองล้านเจ็ดแสนแปดหมื่นคน เป็หญิงสิบสองล้านเก้าหมื่นคน แต่ท้ายที่สุดหูฟางเหมยก็ต้องอยู่คนเดียว
และตายไปคนเดียวจริงๆ ...
ตุ้บ!
ร่างของเธอตกลงไปข้างล่างที่ความสูงเกือบเมตรครึ่ง กระแทกเข้ากับรางเหล็กที่ขบวนมัจจุราชกำลังขับเคลื่อนเข้ามาด้วยความเร็วสูง
วี้ดดดด!!!
เสียงแตรจากหัวขบวนรถไฟดังสนั่นหวั่นไหวผสานกับเสียงเสียดสีอย่างรุนแรงบนรางเหล็กจนเกิดประกายไฟเพื่อเบรกกะทันหันจากพนักงานผู้บังคับขบวนนั้นชวนขนลุกและสยดสยองยิ่งนัก
ผู้โดยสารจากข้างบนเบิกตากว้างพร้อมอ้าปากค้างเมื่อร่างของหญิงสาวถูกัเหล็กั์บดขยี้จนแหลกเละโดยไม่มีโอกาสเพียงเสี้ยวนาทีให้หลบหนี
เธอไม่ทันเ็ปจนกรีดร้องออกมาด้วยซ้ำ
ฉึบ!
มีเพียงภาพสีดำที่ตัดเข้ามาในความทรงจำของเธอ...
.
.
.
หูฟางเหมยกะพริบตาปริบ ๆอีกครั้งเมื่อภาพสีดำมลายหายไป แสงที่จู่ ๆ ก็กลับมาสว่างจ้าทำให้เธอหรี่ตาลง แล้วก็ทำให้ได้เห็นภาพตรงหน้าเป็กระดาษแผ่นเล็ก ๆที่มีข้อความเขียนด้วยปลายพู่กันหมึกสีดำว่า...
‘จงจำไว้ให้ดี สกุลหูไม่พอใจกับการสมรสในครั้งนี้ และพวกเรากำลังวางแผนบางอย่าง’
นี่มันคืออะไร?
ใครในบ้านเราแต่งงานเหรอ? ไม่เห็นแม่จะบอกอะไรนอกจากโทรมาขอเงิน แล้วทำไมจะต้องไม่พอใจด้วยล่ะ?
เมื่อเงยหน้าขึ้นหูฟางเหมยก็ต้องใแทบหงายหลังเมื่อมีใครบางคนยืนอยู่ข้างๆ ด้วยในชุดโบราณ
“หากองค์หญิงทอดพระเนตรจบแล้ว หม่อมฉันจะนำไปเผาทิ้งเพคะ” เสียงเจื้อยแจ้วเอ่ยบอกด้วยสำเนียงคุ้นหูก่อนจะคว้าจดหมายสนเท่ห์ฉบับนั้นไปกับมือ
ภาษาพูดอย่างกับในซีรีส์เื่ ‘องค์หญิงชั่ว’
ใช่! หน้าตาที่ดูน่ารักจิ้มลิ้มของผู้หญิงคนนี้เหมือนกับ... ‘เยว่หลิง’ นางกำนัลคนสนิทขององค์หญิงฟางเหม่ยจิน
ฟางเหม่ยจิน!
องค์หญิง?!
เมื่อระลึกขึ้นได้ หูฟางเหมยก็กวาดสายตามองไปรอบตัวอย่างลนลาน
ไม่ผิด!
ที่นี่คือห้องนอนขององค์หญิงฟางเหม่ยจินอันแสนจะหรูหราและฟุ่มเฟือย ตัวร้ายในซีรีส์ย้อนยุคเื่องค์หญิงชั่ว
ถ้าอย่างนั้น... อย่าบอกนะว่า...
หญิงสาวรีบวิ่งไปหาเงาสะท้อนที่พอจะกวาดสายตาไปพบ จึงได้เห็นหน้าตัวเองอย่างที่คาดไว้ผ่านพื้นผิวขัดเงาวาวของโลหะผสมทองแดงที่ตั้งอยู่ยังโต๊ะมุมห้อง
นะ นี่มัน...!
“ตายห่าแล้ว! ฉันเกิดใหม่ เกิดอีกที เกิดอีกครั้ง ทะลุมิติ ทะลุพิภพ ย้อนเวลา ย้อนอดีต ข้ามแดน ข้ามชาติ ข้ามอวกาศ จักรวาล มาเป็ตัวร้ายในซีรีส์เหรอเนี่ยยย!!!”