เมื่อร่างพวกเขาขี่กระบี่บินทะยานไปทิศทางสำนักธาร์ ศิษย์พี่หลี่ไป๋พลางกล่าวถาม ศิษย์น้องหยุนซี “เหตุใดเ้าถึงมอบ น้ำเต้าหล่อเลี้ยงออกไปให้ เด็กบ้านนอกคนนั้นล่ะ สตรีศักดิ์สิทธิ์”
หยุนซี ใบหน้าเ็า สั่นหัวให้ชายหนุ่มเล็กๆ “วิชาที่เ้าเด็กนั้นใช้ฝึกฝน น่าจะเป็ของสำนักธาร์ของเรา ท่านก็น่าจะเห็นไม่ใช่หรือ”
“แต่อีกฝ่ายจะใช้การน้ำเต้าหล่อเลี้ยงได้หรือไม่ ก็อีกเื่หนึ่ง”
ชายหนุ่มทำสีหน้าครุ่นคิด มองอย่างไรเด็กหนุ่มผู้นั้น ก็เป็เหมือนคนพิการ ไม่อาจััปราณพลัง ภายในกายของเขาได้แม้แต่น้อย “งั้นหรือ สงสัยว่า ข้าต้องทำตัวดูน่าสงสาร ให้ศิษย์น้อง ใจดีกับข้าแล้วกระมังแบบนี้”
เสียง ชิ! สตรีศักดิ์สิทธิ์ผู้งดงามภายใต้ผ้าคลุมบาง ทำเสียงแค่น ไม่ค่อยพอใจขึ้นมา…ก่อนนางเร่งขับเคลื่อนกระบี่ ปล่อยดอกเหมันต์หิมะปลิวว่อน ไปเป็สายอย่างรวดเร็ว
ทว่าไม่รู้ทำไม เด็กหนุ่มผิวแห้งกร้าน เต็มไปด้วยรอยกะจากแดดเผา เนื้อตัวมอมแมม หน้าตาพอดูได้อยู่บ้าง กลับทำให้นางสลัดภาพจำใบหน้าอีกฝ่ายไม่ออก
บนยอดหน้าผาสูง เฉินหนาน เอื้อมฝ่ามือจับคว้า ออร่าปราณพลังหิมะ หญิงสาวเดินเท้าเปล่าหายลับตาไป
อายความเย็นมันจะสลายปลิวกระจัด กระจาย “พวกเ้าคิดว่าข้าเป็ขอทานหรืออย่างไร? คิดจะโยนของวิเศษให้ ก็โยนมันเสียดื้อๆ”
เมื่อเฉินหนานกล่าว ก้มดูน้ำเต้าวิเศษไม่ธรรมดา ฝากรอยลึก ลงไปยังยอดหน้าผาสูง เขาพยายามลงไปดึงมันขึ้นมา ก็คล้ายมีแรงไม่เพียงพอ
พลางต้องสบถขึ้นมา เบาๆ “นาง บ้านี่ ต้องสะกดพลัง อะไรไว้สักอย่างแน่”
เมื่อรับรู้ ของสิ่งนี้คือน้ำเต้าหล่อเลี้ยงไม่ผิดแน่ เขาเคยอ่านเจอ ภายในตำราของวิเศษ จากสำนักธาร์ พลันทำให้เฉินหนาน นั่งขบคิดกับตนเอง จนหัวยุ่ง
ในเมื่อดึงมันออกไม่ได้ เขาจึงชิมน้ำ ผุด ไม่มีวันหมดภายในน้ำเต้ากลั่นตนเอง รับรู้กลิ่นหอมริมฝีปาก จากสตรีนางนั้น มีกลิ่นสุราจางๆ แต่ก็เหมือนว่า มันจะไม่ส่งผลกับตัวเฉินหนานที่ไม่มีเส้นชีพจรแม้แต่น้อย
“เฮ้อ! ให้มันได้แบบนี้!”
เฉินหนาน หางตากระตุกน้อยๆ คล้ายคนหมดความอดทน เมื่อเห็นของวิเศษอยู่ตรงหน้า ก่อนเขาจะเกิดความคิดบ้าๆ
เมื่อเฉินหนาน เริ่มควานหาแมลงพิษ ตะขาบตามซอกหิน ตัวอ้วนจากปราณพลังสมบูรณ์ ใส่เข้าไปภายในภาชนะ น้ำเต้าหล่อเลี้ยง
จนสีน้ำสุราด้านในเริ่มเปลี่ยนสี ปรากฏกลิ่นสุราพิษออกมา
เฉินหนาน ยิ่งคลี่ยิ้มประหลาด ชอบกลขึ้นมากว้าง ด้วยความยินดี ฮ่าๆ …
อีกทิศทางหนึ่งเวลาเดียวกันนั้น ณ ลานกว้างหน้าห้องโถงสำนักธาร์ เกิดเื่ยุ่งวุ่นวายขึ้นมาไม่น้อย เมื่อผู้มาเยือนอย่างสตรีศักดิ์สิทธิ์ หยุนซี จากโลกเบื้องบน มาขอเข้าพบเ้าสำนักธาร์
หมู่ศิษย์ต่างก็จับจ้องไปที่ผู้มาเยือนเป็สายตาเดียว ครั้งเห็นผู้ที่แต่งกายหรูหรา เดินเท้าเปล่าขึ้นมา ราวกับเซียนที่เดินย่างกาย
ตี้เทียนที่มองสตรีศักดิ์สิทธิ์เ็า เข้ามาภายในห้องโถงใหญ่ วางมาดของนางไม่น้อย ทำให้อีกฝ่ายไม่ค่อยพอใจเท่าใดนัก เมื่อเก็บตำรา ปัก!
ผู้าุโสูงสุด ยังประสานฝ่ามือคำนับสตรีน้อย ที่มาจากโลกเบื้องบน ด้วยความนอบน้อม ภาพเหตุการณ์นี้ใช่ว่าจะเกิดขึ้นบ่อย
หยุนซี จิบชา นางพลันขมวดคิ้ว ไม่ค่อยพอใจเมื่อไม่พบคนที่้าเจอ ครั้นกล่าวเข้าประเด็น “เ้าสำนักธาร์ไปไหน เหตุใดไม่ออกมารับหน้าข้า”
“ผู้าุโจากโลกเบื้องบน มีจดหมายส่งตรงมาถึงท่านเ้าสำนักชรา”
ผู้าุโคนอื่นๆ ได้ยินสตรีน้อยวางมาด ถึงกับเผยสีหน้าไม่พอใจ เมื่อแค่นเสียงตวาด “แม่หนูเ้าช่างสามหาวนัก ที่นี่เป็สำนักธาร์ของพวกเรา เ้าอย่าทำตัว กำเริบเสิบสานนักแม่หนู” เมื่อแรงกดดันสายเื เหล่าผู้าุโแผ่กดดัน ราวกับเป็สัตว์อสูรขู่แยกเขี้ยว
ก่อนผู้าุโสูงสุด เอ่ยสั่ง หยุด! การกระทำเหล่าผู้าุโไว้ ครั้นพอรับรู้เื่ของโลกเบื้องบนมาบ้าง แต่ก็ไม่ได้รู้มากอะไรขนาดนั้น
หยุนซี นางแค่นเสียง หึ! ขึ้นจมูกอย่างไม่พอใจ ก่อนกล่าวอธิบาย ออกมาให้พวกผู้าุโ ไม่รู้ความ รับฟัง “สำนักธาร์ของพวกเ้า ก็เป็แค่สำนักสาขาย่อย จากสำนักธาร์ นิกายใหญ่ ของพวกเราก็เท่านั้น พวกเ้าอย่าคิดสำคัญตนเองผิดไป”
ทันใดนั้นนางจะเผยสายเืวิหคน้ำแข็งา แผ่แรงกดดันออกมาจากกายาศักดิ์สิทธิ์ ส่งตรงออกไปหาผู้าุโ มีสายเือสุรกายผสม ครึ่งๆ กลางๆ ให้พวกเขาหน้าชาดิก ใเล่น เมื่อััอายความเย็นเหยียบ
แม้แต่ตี้เทียน ที่มีเส้นชีพจรั ยังคล้ายถูกกระตุ้นกดดัน เล็กๆ เมื่อคิดหวังเกาะผู้าุโสูงสุด ไปยังจุดที่เหนือกว่าจอมยุทธ์คนอื่นๆ ได้ยินคำพูดของสตรีศักดิ์สิทธิ์ เขายังหันหน้าไปหาท่านอาจารย์ ด้วยใบหน้าตื่นตะลึงปนความสงสัย ใคร่รู้จากความทะเยอทะยานที่เหนือกว่าผู้ใด
แม้แต่หยุนซี ยังหันไปมองตี้เทียนผู้นี้ด้วยความแปลกใจ ที่เห็นอีกฝ่ายไม่ถูกสายเืนางกดดัน “หืม! เ้าหนุ่มนี่ น่าสนใจไม่เบาเลย”
ด้านผู้าุโสูงสุดกระแอมไอ เบาๆ กล่าวเื่เ้าสำนักธาร์ ออกมาอย่างไม่ปิดบัง ครั้นรับรู้เป้าหมายของแม่นางน้อย “ท่านเ้าสำนักชราบัดนี้ ปลีกวิเวก เดินทางออกจากสำนักธาร์ไปหลายปีแล้ว หากแม่นางไม่ว่าอะไร โปรดส่งสารให้ข้าผู้าุโสูงสุด ช่วยจัดการ…”
สตรีศักดิ์สิทธิ์ หยุนซี กล่าวตัดฉับ คำพูดผู้าุโชราสูงสุดทันใด “ไม่จำเป็ สารนี้มาจากอาจารย์ของข้า ต้องส่งให้ถึงมือ เ้าสำนักธาร์โดยตรง”
เมื่อนางกล่าวเสร็จ ก็รุกสะบัดชายอาภรณ์ ออกจากห้องโถงใหญ่ไปอย่างไม่รีรอ
เห็นได้ชัดว่า สตรีนางนี้ทั้งโอหัง เ็า และเอาแต่ใจแบบสุดๆ ทว่าาุโอย่างพวกเขาภายในห้องโถง จะทำอะไรได้ พลางทอดถอน ลมหายใจออกมายาว
ผู้าุโสูงสุด ยังขยิบตาส่งสัญญาณให้ ตี้เทียนไปติดตามช่วยเป็มือขวา สตรีศักดิ์สิทธิ์นางนั้น
“ไปเถอะ ตี้เทียน”
ด้านหลี่ไป๋ เดินตามหยุนซี ออกไปด้านนอกห้องโถง มีตี้เทียนประสานฝ่ามือ แล้วตามติดมาไม่ห่าง
แต่ก่อนจะไปตี้เทียน พลันส่งคำพูดบางอย่างออกไปให้ผู้าุโ ช่วยจัดการเื่บางอย่าง ยามที่เขาไม่อยู่่นี้ ครั้นพอได้ยินเื่เ้าเฉินหนาน จึงต้องระวังอีกฝ่าย ไว้หน่อยก็น่าจะไม่เสียหาย
ทันใดหน้าลานกว้างเหนือน่านฟ้า สำนักธาร์ ที่ดูสดใส จู่ๆ คล้ายมีเมฆครึ้ม ขมุกขมัวสายฟ้าประหลาดปกคลุมออกไปทั่ว ก่อนทันใด เกี้ยวนั่งวิจิตรงดงาม ลากมาด้วยนกเพลิงดำจูเสวี่ยน แหวกท้องฟ้ามาเยือนอย่างรวดเร็ว
วูม! พร้อมเสียงร้องดังแสบแก้วหู ของนกเพลิงดำกระพือปีก
ส่งให้ศิษย์สำนักธาร์ แตกตื่นขึ้นมาโดยพลัน เมื่อรับรู้แค่อสูรลากเกี้ยวนั่งมา สามารถสร้างแรงกดดันสายเื ให้พวกเขาหายใจลำบาก
ยิ่งชายหนุ่มภายในเกี้ยวนั่ง กล่าวพร้อมแรงบีบคั้น ทำให้รู้สึกคล้ายร่างถูกกดทับ ทว่าน้ำเสียงของ หาญเซิ่ง คุณชายแห่งศาลานรก กล่าวนอบน้อมกับสตรี ที่ตนเองเกี้ยวพาราสีเป็ที่สุด
“สตรีศักดิ์สิทธิ์ หยุนซีท่านมาอยู่ที่นี่เองหรือ? บัดนี้อัจฉริยะจากสำนักใหญ่จากโลกเบื้องบน ได้ข้อมูลแหล่งข่าว มรดกลับที่หลับใหลของแดนพุทธะ ไม่ทราบแม่นางจะให้เกียรติข้า ร่วมเดินทางไปด้วยกันจะได้หรือไม่?”
หยุนซี มองไปที่ต้นเสียง สายตานางไม่มีความหวาดกลัวต่ออีกฝ่าย เมื่อร่างเหาะทะยานขึ้นไป เหยียบย่ำอากาศเบื้องหน้า รับคำคุณชายหาญเซิ่งแห่งศาลานรก
“เช่นนั้นรบกวนท่านด้วย คุณชายหาญเซิ่ง”
สตรีศักดิ์สิทธิ์ หยุนซี เมื่อกล่าว นางก็ก้าวฝีเท้า เข้าไปนั่งภายในเกี้ยวนั่งวิจิตรงดงาม พร้อมผู้ติดตาม มีเ้าตี้เทียนคอยแนะนำ
เมื่อชายหนุ่ม ผู้หล่อเหลา แห่งศาลานรก นั่งพิงสบายๆ แต่แฝงไว้ด้วยอันตราย ยิ้มมาให้สตรีศักดิ์สิทธิ์ เขาพลันโบกฝ่ามือ “ออกเดินทาง” เกี้ยวนั่งนั้นพลันแหวกเมฆดำ หายวับไปอย่างรวดเร็ว ว่องไว