“หากเจ้าต้องการซื้อที่ดินของราชสำนักด้วยการจ่ายเป็นงวด พวกเราจำเป็นต้องมีผู้ค้ำประกัน ข้าคิดว่าพวกเราอย่าทำให้ท่านปู่น้อยลำบากใจเลย” ซ่งจื่อเฉินคุ้นเคยกับกฎหมายของซีหลิงดี เขาจึงเข้าใจว่านายอำเภอสวี่เองก็ลำบากใจเช่นกัน
“เซวียนเซวียน ให้พวกเราออกเงินซื้อที่ดินปลูกดอกไม้เถิด พวกเจ้าจะได้มิต้องกังวลเรื่องหมุนเงินมิคล่องอีก” หูเหยียนซูวางแผนจะนำเงินในมือออกมาซื้อที่ดินปลูกดอกไม้ จะได้ช่วยจิ่นเซวียนประหยัดเงินส่วนหนึ่ง
“หากเงินในมือของพวกเจ้ามิพอ พวกเจ้าก็ซื้อที่ดินหนึ่งร้อยหมู่ในหมู่บ้านสกุลโจวก่อน จากนั้นค่อยซื้อเพิ่มอีกหนึ่งหมู่ในหมู่บ้านสกุลซย่า และหากพวกเจ้ายังต้องการส่วนที่เหลือ ข้าจะลดราคาให้” นายอำเภอสวี่คิดวิธีที่จะมาเจอกันคนละครึ่งทาง
ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวของซ่งจื่อเฉิน “ท่านปู่น้อย ข้ายังพอมีเงินอยู่ ก่อนที่ท่านพ่อจะมาที่หมู่บ้านสกุลโจว เขาเก็บเงินเอาไว้ให้ข้าจำนวนหนึ่ง เงินพวกนั้นคือมรดกที่ท่านแม่ทิ้งไว้ให้ข้า เขาบอกว่าข้าจะถอนออกมาจากร้านแลกเปลี่ยนเงินได้หลังจากที่ข้าแต่งงานเท่านั้นขอรับ”
จื่อเซวียนรู้ว่าซ่งจื่อเฉินโกหก จึงแสร้งถามซักไซ้ “คิดมิถึงว่าท่านจะเป็นผ้าขี้ริ้วห่อทอง ท่านแม่ทิ้งเงินเอาไว้ให้ท่านเท่าใดหรือ?”
“ข้าได้ยินว่ามีหลายพันตำลึง อย่างไรก็มีค่อนข้างมาก ข้าเองก็เพิ่งรู้เรื่องนี้เมื่อวันที่แต่งงานกับเจ้าเช่นกัน”
“หึ ท่านมีเงินมากมายเช่นนี้ยังมิคิดบอกข้า ข้าโกรธแล้ว” จิ่นเซวียนแกล้งทำเป็นโกรธ ซ่งจื่อเฉินจึงยิ้มเอาอกเอาใจ “ภรรยา ข้ามิได้ตั้งใจปิดบังเรื่องนี้กับเจ้า เจ้าอย่าโกรธเลย”
“เซวียนเซวียนเอ๋ย คนเราย่อมมีความลับเล็กๆ น้อยๆ กันทั้งนั้น เจ้าอย่าคิดเล็กคิดน้อยกับจื่อเฉินเลย” เมื่อมองในมุมของบุรุษแล้ว ซย่าหลี่เจ๋อจึงช่วยพูดให้ซ่งจื่อเฉิน
“ท่านพ่อน้อย ข้าคือลูกสาวของท่าน เหตุใดท่านถึงช่วยพูดแทนเขาเล่าเจ้าคะ” ซ่งจื่อเฉินกับซย่าหลี่เจ๋อเข้าข้างกันเช่นนี้ จิ่นเซวียนดีใจยิ่งนัก
“หากพวกเรามอบเงินให้ภรรยาไปหมดแล้ว เช่นนี้จะมีเงินเก็บได้อย่างไร หากวันใดพวกเจ้ามิให้เงินกับพวกเรา พวกเราจะมิอดตายหรือ”
“ดีนัก ท่านกล้าซ่อนเงินลับหลังข้าหรือ” สิ้นเสียงของหูเหยียนซู ซย่าชุนอวิ๋นก็ยิ้มเย้า
“ภรรยาโปรดใจเย็น ข้าจะกล้าซ่อนเงินเจ้าได้อย่างไร ข้าเพียงเปรียบเทียบเท่านั้น” หูเหยียนซูยิ้มเอาใจภรรยา ท่าทางของเขาตลกจริงๆ
“ท่านอาเขยเล็ก ท่านเตือนเซวียนเซวียนเช่นนี้ วันหน้าข้าจะซ่อนเงินจากนางได้อย่างไรขอรับ” ซ่งจื่อเฉินรับมุกกับหูเหยียนซูอย่างมีอารมณ์ขัน ทุกคนหัวเราะคิกคักกันหลังสิ้นเสียงของเขา
“พูดถึงเงินเก็บ พวกเจ้าต้องมิรู้แน่ว่าคนรักของข้าซ่อนเงินไว้ที่ใด?” สวี่ติ้งหรงเข้าร่วมหัวข้อซ่อนเงินด้วย นางอดที่จะหัวเราะมิได้ เมื่อนึกถึงวิธีซ่อนเงินของสามี
“ซ่อนที่ใดหรือเจ้าคะ?” จิ่นเซวียนกับซย่าชุนอวิ๋นถามเป็นเสียงเดียวกัน
“ภรรยา เจ้าอย่าแฉข้าต่อหน้าเด็กๆ เลย” ซย่าเม่าหลินเกาหัวด้วยความเงอะงะ เขารู้สึกเขินอายเล็กน้อย เขาซ่อนเงินไว้มิได้เอาไปทำเรื่องเลวร้ายเสียหน่อย
“ท่านแม่ ไว้หน้าท่านพ่อเถิดขอรับ จากนี้เขามิกล้าซ่อนเงินท่านอีกแล้วขอรับ” ซย่าหลี่เจ๋อชอบความตลกของพ่อแม่ พวกเขาหยอกเล่นกันเป็นครั้งคราว สามารถสร้างบรรยากาศคึกคักได้
“พี่เขย ท่านมีประสบการณ์ซ่อนเงินมากที่สุด ท่านควรสอนวิธีให้พวกเรานะขอรับ” นายอำเภอสวี่อยากรู้ชีวิตความเป็นอยู่ของญาติผู้พี่ เขาจึงพยายามหาเรื่องคุยกับซย่าเม่าหลิน
“วันหลัง ไว้วันหลังข้าจะสอนพวกเจ้าแน่นอน” ซย่าเม่าหลินเม้มปากยิ้มๆ “เวลานี้พี่สาวของเจ้าอยู่นี่ ข้าสอนมิสะดวก!”
“ท่านอย่าสอนเรื่องมิดีให้น้องชายของข้าเชียว พวกเราเข้าเรื่องกันเถิด” ซย่าเม่าหลินงับปากทันทีที่สวี่ติ้งหรงจ้องมอง ในหมู่บ้านสกุลซย่า ซย่าเม่าหลินเองก็เป็นบุรุษที่รักภรรยามากเช่นกัน
“ท่านปู่น้อย ท่านจะกลับเข้าไปในอำเภอเมื่อใดหรือเจ้าคะ พวกเราจะได้ตามท่านไปเอาโฉนดที่ดินด้วยเจ้าค่ะ” จิ่นเซวียนและซ่งจื่อเฉินตัดสินใจซื้อที่ดิน พวกเขาต้องการจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด
“นั่งพักอีกครู่ข้าก็ต้องกลับแล้ว วันพรุ่งนี้ข้ายังต้องทำงานในศาลาว่าการตามเวลา” นายอำเภอสวี่อยากพาครอบครัวของสวี่ติ้งหรงไปอยู่ที่บ้านของเขาสักระยะ แต่พวกสวี่ติ้งหรงมิยอมไป เขาจึงได้แต่ยอมแพ้
“น้องผิน ท่านอากับท่านอาสะใภ้ชินกับการอยู่ในหมู่บ้านตลอดปี เจ้าให้พวกเขาไปอยู่อย่างสุขสบายเช่นนั้น พวกเขามิชินหรอก เจ้ามิสู้ส่งคนให้พาพวกเขามาอยู่ที่บ้านข้าสักพักเล่า จะได้ถือโอกาสให้เซวียนเซวียนช่วยตรวจร่างกายให้ท่านอาด้วย”
สวี่ติ้งหรงมิอยากไปอยู่ที่บ้านของนายอำเภอสวี่ เพราะนางมิอยากรบกวนน้องชาย และนางก็มิแน่ใจด้วยว่าภรรยาและลูกของเขาจะชอบนางเหมือนท่านอากับท่านอาสะใภ้หรือไม่
ครอบครัวใหญ่มีกฎระเบียบมากมาย นางกลัวจะยุ่งยาก
“จื่อเฉิน ข้าวางแผนจะให้หมู่บ้านของพวกเจ้าเลือกหลี่เจิ้งคนใหม่ เจ้าได้เลือกผู้ที่เหมาะสมเอาไว้หรือไม่?” นายอำเภอสวี่มีอำนาจแต่งตั้งหลี่เจิ้ง แม้ตำแหน่งหลี่เจิ้งจะมิสูงแต่ก็นับเป็นขุนนางในราชสำนัก
“หัวหน้าตระกูลของหมู่บ้านสกุลโจวรู้หนังสือ ทั้งยังมีคุณธรรมและบารมีสูงส่ง จึงเป็นผู้ที่เหมาะสมขอรับ” แน่นอนว่าซ่งจื่อเฉินมิได้แนะนำคนบ้านซ่ง
“หลี่เจิ้งมิเพียงต้องรู้หนังสือ ยังต้องมีความสามารถพาทุกคนร่ำรวย เจ้าบอกว่าผู้เฒ่าหัวหน้าตระกูลผู้นั้นยากจนข้นแค้น หากเขามีความสามารถจริง พวกลูกชายของเขาคงมิถึงกับแต่งภรรยามิได้หรอก” ผู้ที่นายอำเภอสวี่ถูกใจคือซ่งผิง เดิมทีเขาอยากแนะนำซ่งจื่อเฉิน แต่ซ่งจื่อเฉินต้องเข้าร่วมการสอบคัดเลือกช่วงวสันต์ เขาจึงล้มเลิกความคิดนั้นไป
“น้องผิน ในแง่ของความสามารถ พ่อของจื่อเฉินเหมาะสมที่สุด เขาเป็นคนใจกว้าง เอาใจใส่ทุกคน ทั้งยังยินดีช่วยเหลือเพื่อนบ้าน” สวี่ติ้งหรงแนะนำซ่งผิง หากพวกเขาบ้านซ่งมีคนเป็นหลี่เจิ้ง พวกเขาก็มิต้องเสียภาษีที่ดินกับภาษีที่เก็บอย่างโหดร้ายทารุณ ประหยัดเงินได้จำนวนมาก!
“มิปิดบังท่านพี่ ผู้แรกที่ข้ามองคือจื่อเฉิน แต่น่าเสียดายที่เขาจะต้องเข้าร่วมการสอบคัดเลือกช่วงวสันต์”
นายอำเภอสวี่บอกความคิดของเขากับสวี่ติ้งหรงอย่างมิปิดบัง สวี่ติ้งหรงรู้สึกว่าเขาตัดสินใจได้ฉลาดมากนัก
“เพื่อคัดเลือกผู้ที่มีความสามารถอย่างยุติธรรม ข้าจะจัดสอบหลี่เจิ้งในหมู่บ้านสกุลโจว ผู้ใดผ่านการทดสอบ ข้าก็จะเลือกผู้นั้น” แม้นายอำเภอสวี่จะพูดเช่นนี้ แต่ตาชั่งในใจของเขาเอียงไปทางสกุลซ่งอยู่แล้ว
เขามิได้ตัดสินใจเช่นนี้ด้วยเหตุผลเห็นแก่ตัว เขาอยู่ที่อำเภอซิ่งหยางมาหลายปี มิมีโอกาสได้เลื่อนขั้น และเขาเองก็มิอยากเลื่อนแล้วเช่นกัน เขาตั้งใจจะทำประโยชน์ให้แก่ประชาชนในอำเภอซิ่งหยาง ส่วนราชสำนักจะตบรางวัลให้เขาหรือไม่ เขามิสนใจ
หมู่บ้านสกุลโจวนี้เป็นหมู่บ้านที่ยากจนที่สุดในอำเภอซิ่งหยาง บุรุษหลายคนมิอาจแต่งภรรยาได้ เพราะที่บ้านมีฐานะยากจน
ตระกูลซ่งคือครอบครัวใหญ่ในหมู่บ้านสกุลโจว หากพวกเขายินดีช่วยเหลือให้ชาวบ้านหมู่บ้านสกุลโจวร่ำรวยขึ้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี
นายอำเภอคนก่อนเป็นขุนนางฉ้อราษฎร์บังหลวง ขอเพียงผู้ใดเอาเงินมาติดสินบนเขา เขาก็จะเลือกผู้นั้นเป็นหลี่เจิ้ง โจวฟู่กุ้ยนั่นคงจ่ายค่าตำแหน่งหลี่เจิ้งไปมิน้อยเลย!
“ท่านปู่น้อย เวลานี้ท่านพ่อมิอยู่บ้าน ข้าเกรงว่าเขาจะเข้าร่วมการทดสอบมิได้เจ้าค่ะ”
จิ่นเซวียนขอบคุณในความหวังดีของนายอำเภอสวี่ แต่พ่อสามีของนางมิอยู่บ้าน จึงมิอาจเข้าร่วมการทดสอบได้
มิเช่นนั้นด้วยความสามารถและบารมีของพ่อสามีแล้ว เขาจะต้องเป็นหลี่เจิ้งได้แน่
“เซวียนเซวียน เจ้าเป็นหลี่เจิ้งดีหรือไม่” นายอำเภอสวี่จับจ้องไปที่จิ่นเซวียน เขาพบว่าจิ่นเซวียนหาเงินเก่ง หากนางเป็นหลี่เจิ้ง นางจะต้องช่วยประชาชนในหมู่บ้านสกุลโจวได้แน่ แคว้นซีหลิงของพวกเขาก็เคยมีสตรีเป็นหลี่เจิ้งมาก่อน กฎนี้ฮ่องเต้เจาเป็นผู้บัญญัติขึ้น ต่อให้ฮ่องเต้เฉียนจะเกลียดชังฮ่องเต้เจามากเพียงใด เขาก็มิกล้าขัดการตัดสินใจของฮ่องเต้เจาอย่างโจ่งแจ้งแน่