(จบ) ทะลุมิติไปเป็นแม่สามีสุดแสบ

    ตอนที่ 42 เจ้าเด็กบ้า ใครสั่งใครสอนให้กล้าดีถึงเพียงนี้?

    ตอนที่ 42 เจ้าเด็กบ้า ใครสั่งใครสอนให้กล้าดีถึงเพียงนี้?


            “เจ้าได้ยินไม่ชัดเจนหรือ?”


            หลินจิ่วเหนียงยิ้มเยาะ แล้วพูดคำต่อคำ “ถ้าเช่นนั้นข้าจะพูดซ้ำอีกครั้ง ข้าบอกว่าหากพวกนางถูกขายจนชีวิตพังพินาศแล้วมันเกี่ยวอันใดกับข้า? ข้าไม่มีส่วนได้เสียอันใดทั้งนั้น ได้ยินชัดพอหรือยัง?”


            ในเวลานี้ ไม่เพียงแต่สายตาของมู่เจวียนจะหดหู่เท่านั้น แต่หลิวซื่อหลางก็ยังมองนางด้วยสีหน้ารับไม่ได้


            “ท่านแม่ นั่นคือพี่หญิงสามกับอู่นี พวกนางเป็นลูกสาวของท่าน” หลิวซื่อหลางส่ายหน้าด้วยความไม่เชื่อ สายตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย “ท่านแม่ เมื่อก่อนท่านไม่เคยเป็นเช่นนี้”


            “ถ้าไม่เป็นเช่นนี้ แล้วเป็นเช่นไรเล่า?” หลินจิ่วเหนียงเย้ยหยัน “ตั้งแต่ครั้งที่พวกเจ้าตกลงกันว่าจะส่งข้าไป ‘ถ้ำทิ้งคนชรา’ นับจากวันที่พวกเจ้าทิ้งคนแก่อย่างข้าไปโดยไม่ลังเล พวกเจ้าก็ไม่ใช่ลูกของข้าอีกต่อไป”


            “ดังนั้นพวกนางจะเป็นตายร้ายดีอันใดแล้วเกี่ยวอะไรกับข้า? โดนขายก็ไม่เกี่ยวอันใดกับข้า ใช่หรือไม่? อะไรกัน ยามตกระกำลำบากถึงจะนับว่าข้าเป็นแม่ ในโลกนี้จะมีสิ่งที่ได้มาง่าย ๆ ถึงเพียงนี้ได้อย่างไร? ข้าขอบอกตามตรงว่าข้าจะไม่สนใจเรื่องนี้”


            หลินจิ่วเหนียงเบะปากเย้ยหยัน คิดว่านางเป็นแม่ผู้เมตตา ที่จะคอยรับใช้พวกเขาโดยไม่เสียใจจริงหรือ?


            อย่าแม้แต่จะคิด


            ริมฝีปากของมู่เจวียนสั่นอย่างแรง แม่สามีของนางไม่สนใจน้องสามีจริงหรือ?


            แต่นางไม่มีอะไรจะพูดโต้กลับสิ่งที่แม่สามีพูด และไม่อาจพูดอันใดเพื่อโน้มน้าวแม่สามีได้ ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่พวกเขาทำกับแม่สามีนั้นก็เลวร้ายยิ่งกว่าหมูหมาเสียอีก


            หลิวซื่อหลางหน้าแดงเพราะการอดกลั้น “ท่านแม่ ถึงกระนั้นพวกนางก็ยังคงเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของท่าน หากพวกเราทำผิด ท่านสามารถควบคุมเรา ทุบตีเรา ด่าทอเราได้ แต่ท่านจะทอดทิ้งเราไปไม่ได้ เพราะท่านเป็นคนทำให้พวกเราเกิดมาในโลกนี้”


            “ท่านแม่” หลิวซื่อหลางสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ “พวกนางเป็นพี่สาวและน้องสาวของข้า ท่านไม่สนใจพวกนาง แต่ข้าสนใจ เพราะพวกนางเป็นพี่สาวกับน้องสาวของข้า”


            หลังจากตะโกนดังลั่น เขาก็รีบวิ่งไปที่หมู่บ้านอันเล่อโดยไม่ลังเล


            หลินจิ่วเหนียงหน้าเสีย ให้ตายเถอะ หลิวซื่อหลาง เจ้ากล้ามาสอนข้า ใครสั่งใครสอนให้ทำเช่นนี้ เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเจ้ากินและอาศัยอยู่กับใคร?


            ก่อนที่นางจะทันได้เอ่ยคำใด มู่เจวียนก็เริ่มร้องไห้


            “ท่านแม่ ข้าขอโทษ” มู่เจวียนร้องไห้แล้วก้มตัวลงขอโทษหลินจิ่วเหนียง “ในนามของต้าหลางและตัวข้าเอง ข้าขอโทษสำหรับพฤติกรรมก่อนหน้านี้ของเรา ท่านแม่ ข้าขอโทษเจ้าค่ะ”

             

            จากนั้นนางก็เงยหน้าขึ้นมองหลินจิ่วเหนียง ด้วยน้ำตาไหลอาบหน้า “ท่านแม่ มันเป็นความผิดของพวกเขาที่พวกเขาไม่ใส่ใจท่าน แต่ทั้งหมดเป็นเพราะความยากจน ไม่ต้องพูดถึงว่าท่านแม่ป่วยหนักยาวนาน ทำให้เงินของครอบครัวหมดลง และเป็นหนี้จำนวนมาก ทุกคนได้กินมื้อเดียวจากที่เคยกินกันสองมื้อต่อวัน และแทบจะเอาชีวิตไม่รอด”


            “แล้วท่านแม่ก็ป่วยหนักมาก จนหมอบอกว่าท่านไม่อาจมีชีวิตอยู่ต่อได้อีกแล้ว และบอกให้เตรียมตัวรับการตายของท่านแม่ ภายใต้การยุยงของท่านย่า ทุกคนจึงเกิดความคิดนี้ เพราะสุดท้ายทุกคนในหมู่บ้านก็ทำเช่นนี้เหมือนกัน คนที่ไม่สามารถอยู่รอดได้ส่วนใหญ่จะถูกส่งไปยังภูเขาเพื่อรอความตาย”


            “ถ้ารู้ว่าอาการป่วยของท่านแม่จะหายขาดได้ ต่อให้จะมีความกล้ามากเพียงใดก็คงไม่กล้าทำเช่นนั้นแน่ ท่านแม่ ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่อยากดูแลท่านแม่หรอก แต่ความจริงคือทุกคนแทบจะทนไม่ไหวกันแล้ว ฮือๆ!


            หลินจิ่วเหนียงมองนางด้วยสีหน้าบูดบึ้ง “เจ้าพูดเช่นนั้นนี่กำลังตำหนิข้าที่ไม่หาครอบครัวที่ดีให้เจ้าหรือ? หรือกำลังจะบอกว่าเหตุใดข้าไม่ตายไปเสียเลย?”


            มู่เจวียนรีบส่ายหัว “ไม่ใช่เจ้าค่ะ ท่านแม่ ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น”


            นางมองหลินจิ่วเหนียงอย่างจริงจัง น้ำตายังคงไหลจากดวงตาที่โศกเศร้า “ท่านแม่ ท่านคิดว่าตัวท่านเองไม่ผิดเลยใช่หรือไม่? หากท่านสั่งสอนพวกเขามาดี หากพวกเขารู้จักขอบคุณและมีความกตัญญู พวกเขาจะทำเรื่องเช่นนี้ได้หรือเจ้าคะ?”


            “อีกทั้งหากท่านไม่ตามใจพวกเขาตลอดเวลา เมื่อไม่มีอะไรให้พวกเขากิน พวกเขาจะเนรคุณถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?”


            คราวนี้มู่เจวียนรวบรวมความกล้า นางอยากจะพูดถ้อยคำเหล่านี้มานานแล้ว


            แม่สามีของนางเป็นคนดี เสียแต่เอาอกเอาใจลูก ๆ มากเกินไป จนนางยอมหมดแรงล้มลงดีกว่ายอมปล่อยให้หลิวต้าหลางและคนอื่น ๆ ลงมือทำอะไรเอง ซึ่งทำให้หลิวต้าหลางเกียจคร้านและมีนิสัยติดการพนัน


            ดังนั้นหากต้องการตำหนิคนอื่น นางก็รู้สึกว่าแม่สามีควรวิพากษ์วิจารณ์ตัวเองก่อน


            ด้วยความขุ่นเคืองใจที่สั่งสมมานาน เมื่อมู่เจวียนโกรธ นางจึงสำรอกถ้อยคำเหล่านั้นออกมาทีละอย่าง


            ไม่ระบายออกมาก็ไม่สบายใจ!


            หลังจากที่นางระบายความทุกข์ในใจออกมา ทันใดนั้นใบหน้าของมู่เจวียนก็ซีดลงเมื่อกลับมามีสติอีกครั้ง จบแล้ว นางกำลังยืนสั่งสอนแม่สามีตัวเองอยู่ข้างถนน คิดได้แล้วท่าทางก็พลันกระสับกระส่าย

             

            นางเหลือบมองแม่สามี “ท่านแม่ ข้า ข้า ข้าไม่ได้ตั้งใจจะตำหนิท่าน ข้า…”


            ในที่สุดก็กัดฟันแล้วพูดว่า “ท่านแม่ ข้าพูดได้เท่านี้แหละเจ้าค่ะ ท่าน ท่านก็ลองตรองดูเองเถิด”


            หลังจากพูดเช่นนั้น นางก็รีบจากไปด้วยความเกรงกลัว


            จบแล้ว เดิมทีอยากขอให้แม่สามียกโทษให้ แต่ตอนนี้เหมือนจะได้ผลตรงกันข้าม ทำอย่างไรดี?


            น้องสามีทั้งสอง ควรทำอย่างไรดี?


            ใบหน้าของหลินจิ่วเหนียงบึ้งตึง วันนี้นางถูกคนมาสั่งสอนทีละคนหรือ?


            มู่เจวียนนั้นช่างเถิด นางควบคุมไม่ได้


            แต่หลิวซื่อหลางอยู่ไหน?


            กินดื่มอาหารของนาง ยังกล้ามาแข็งข้อกับนางด้วยการมาสั่งสอนนางอีก


            หลินจิ่วเหนียงโกรธจัด เจ้าเด็กบ้า ใครสั่งใครสอนให้กล้าดีถึงเพียงนี้?


            นางอยากจะคำราม ใครเป็นคนทำให้พวกเจ้าเกิดมา ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของข้าเลย คนที่ให้กำเนิดพวกเจ้าตายไปแล้ว นางตายไปแล้ว


            แต่สุดท้ายนางก็หงุดหงิดจนพูดไม่ออก ให้ตายเถอะ พวกนั้นคลานออกมาจากร่างนี้จริง ๆ นางปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ


            และคำพูดที่มู่เจวียนกล่าวหานาง ก็ทำให้หลินจิ่วเหนียงแทบกระอักเลือด เรื่องที่พวกหมาป่าตาขาวเหล่านี้ไม่ได้ถูกนางสั่งสอนตั้งแต่แรกไม่ใช่กงการอันใดของนางสักนิด


            หลิวซื่อหลางต้องการช่วยพวกนาง เช่นนั้นก็เอาเลย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับนาง


            ไม่เกี่ยว!


            หลินจิ่วเหนียงเดินกลับบ้านด้วยใบหน้าบูดบึ้ง ใครจะสน ใครจะสน อย่างไรเสียนางก็ไม่ได้เป็นคนขายพวกนาง ดังนั้นจึงไม่ใช่กงการอะไรของนาง


            ไม่เกี่ยว ไม่เกี่ยว น่ารำคาญมาก


            หลิวซื่อหลางวิ่งไปโดยไม่ยอมหยุดพัก เมื่อเขากำลังจะหมดลมหายใจ ในที่สุดเขาก็มาถึงบ้านสกุลหลิว ซึ่งเป็นบ้านของอารองและอาสะใภ้รองของเขา


            มีคนจำนวนมากยืนมุงอยู่ที่ลานบ้านสกุลหลิว ยกเว้นซานนีและอู่นี


            พี่ใหญ่กับพี่รองของเขาทะเลาะกันอยู่ในลานบ้าน ส่วนย่าของเขายืนด่าทอ และพยายามหยุดการต่อสู้ แต่นางก็ก่นด่าหลิวเอ้อร์หลางหนักมาก และพยายามช่วยให้หลิวต้าหลางเอาชนะหลิวเอ้อร์หลางได้


            สุดท้ายด้วยขนาดตัวของหลิวต้าหลาง ก็เห็นได้ชัดว่าเขาไม่อาจสู้หลิวเอ้อร์หลางที่ตัวใหญ่กว่าได้


            ส่วนพี่สะใภ้ของเขาก็ตกใจมากจนร้องไห้อยู่ข้าง ๆ และอยากจะก้าวเข้าไปห้ามเขา แต่นางก็กังวลเรื่องตั้งครรภ์อยู่ จึงไม่กล้าก้าวเข้าไป ได้แต่ยืนดูอยู่ด้านข้างด้วยความตื่นตระหนก


            หลิวซื่อหลางตกใจมาก เขามาสายเกินไปหรือ ก่อนรีบเข้าไปในบ้านอย่างสิ้นหวัง แล้วตะโกนเสียงดังว่า “พี่หญิงสาม อู่นี!”


            จุดหมายปลายทางชัดเจนว่าเป็นห้องท่านย่า พี่หญิงสามกับอู่นีนอนกับท่านย่า


            แต่ก็ไม่มี!


            “พี่หญิงสาม อู่นี!”


            หลิวซื่อหลางรีบไปค้นที่ห้องอื่นต่อโดยไม่ยอมแพ้


            แม่เฒ่าหลิวกลับมามีสติ นางรีบวิ่งไปหาหลิวซื่อหลางด้วยใบหน้าโกรธเกรี้ยว ก่อนจะยกมือขึ้น แล้วพูดว่า “เจ้าหมาป่าตาขาวเวร ใครอนุญาตให้เจ้าเข้ามาในบ้านของข้า? กล้าบุกเข้าไปในบ้านของข้าด้วย ออกไปเดี๋ยวนี้ ออกไป ได้ยินหรือไม่!”


            หลิวซื่อหลางหลบหลีกอย่างคล่องแคล่ว หลบฝ่ามือทรายเหล็กที่แม่เฒ่าหลิวฝึกฝนอย่างหนักมาหลายปีได้ แล้วถามแม่เฒ่าหลิวเสียงดังด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ท่านย่า ท่านขายพี่หญิงสามกับอู่นีไปแล้วหรือ?”

    ...............................................................................................................................

    สารจากผู้แปล

    พระเจ้าองค์ไหนให้เควสนี้คะ ให้เควสมาได้นรกมาก ร่างเดิมทำเละเทะไว้แต่วิญญาณที่มาใหม่ต้องมารับเละเต็มๆ ดูท่าจิ่วเหนียงคงอยากตะโกนแบบนี้เต็มแก่แล้วว่าตรูไม่เกี่ยวอะไรทำไมตรูต้องมาโดนด่าด้วย

    รีบถามย่าเร็วซื่อหลางว่าใครเป็นคนพาพี่สามกับอู่นีไปและพาไปทางไหน จะได้ตามทัน

    ไหหม่า(海馬)



    คล้ายกับเรื่อง(จบ) ทะลุมิติไปเป็นแม่สามีสุดแสบ ที่คุณอ่าน