สิ่งที่กำลังเกิดก็คือ…หลังคาของสเตเดี่ยมเตรียมจะเลื่อนปิด ทำให้แสงแดดแรงๆของฟ้ายามเที่ยงจางหายไป เหลือไว้แต่ความมืดมิดที่รายล้อมฝูงชนครึ่งแสน
“ ฮือฮา ” ผู้คนเริ่มเซ็งแซ่ ซึ่งมันเกิดมาจากความหวาดระแวงต่อสภาวะแวดล้อมที่น่าจะเป็นอันตราย
แต่ไม่นาน ก็ปรากฏหมู่ดาวนับร้อยกลางโดมที่มืดมิด แถมยังมีบางสิ่งที่น่าจะคล้ายทางช้างเผือกล่องลอยอยู่กลางอากาศ และตรงนั้นก็มีใครบางคนยืนเด่นเป็นสง่า
“ เอ๊ะ! นั่นใคร ” ทุกคนล้วนงงงวย มีเพียงกล้าที่รู้ชัดว่าใคร เพราะผ่านการอ่านมังงะ ดูอนิเมะมาหลายสิบครั้ง จึงจดจำฉากนี้ได้ขึ้นใจ กระนั้นก็ยังไม่วายทึ่ง
“ อืม ถึงจะรู้ว่าคนที่ยืนอยู่บนทางช้างเผือกจำลองนั่นคือ “คุณหนูซาโอริ” แต่ชั้นก็ยังตื่นตาตื่นใจอยู่ดี เพราะเทคโนโลยีของมูลนิธิแกรนด์สร้างภาพได้เหมือนจริง คล้ายเอาดวงดาวมาไว้บนโดมเลย ”
แน่นอนว่าข้อมูลนี้เป็นความจริงล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะเมื่อเพ่งมองอยู่นานสองนาน ทุกคนก็จำได้ ด้วยซาโอริคือคุณหนูระดับแสนล้านที่คุมองค์กรใหญ่ซึ่งมีอิทธิพลทั่วโลก
“ โอ้ นั่นใช่ซาโอริจริงด้วย ”
“ แต่ทำไมเธอถึงลอยบนทางช้างเผือกนั่นได้ ไหนจะชุดเสื้อกระโปรงสีขาวที่เหมือนนางฟ้านั่นอีก ”
“ ช่างสวยสง่าเหลือเกิน ”
“ แถมยังถือไม้เท้ารูปทรงประหลาดที่น่าจะทำจากทองคำ ”
“ นี่มันเทพธิดาเดินดินชัดๆ ”
แม้ท่าทีของผู้คนจะออกไปทางตื่นเต้น แต่เหล่าเซนต์กลับนิ่ง (ยกเว้นกล้า) เพราะสิ่งที่เขาผจญมาหลายปี มันเข้มข้นยิ่งกว่านี้ เลยไม่ค่อยหวั่นไหวกับอะไรง่ายๆ
“ ชิ จะตื่นเต้นไปทำไม แค่เทคโนโลยีสร้างภาพเหมือนจริงเท่านั้นเอง ” อิจิประชด
“ แต่เธอก็นับว่ากล้ามากนะที่ยืนบนนั้น ” ชุนผู้โลกสวยตลอดกาล รีบแก้ทันที ทำเอานาจิแทรกขึ้นมาบ้าง
“ ก็แค่คุณหนูเอาแต่ใจเท่านั้นเอง ”
เหมือนนาจิจะพูดเกินไปหน่อย เลยมีอีกคนที่รับไม่ได้ จึงตรงเข้าไปชกเสียหนึ่งที แต่เซนต์แห่งดาววูลฟ์ก็ไวพอจะรับหมัดนั้นไว้
“ ปึก ”
“ เฮ้ย! แกเป็นบ้าไปแล้วรึไง จาบุ ” นาจิถลึงตาใส่ ท่าทางเหมือนอยากจะบวก แต่เซนต์ยูนิคอร์นไม่ยอมลดราวาศอก พร้อมโต้กลับอย่างดุเดือด
“ อย่าสะเอะมาพูดไม่ดีใส่คุณหนู ”
เหล่าบรอนต์เซนต์ที่เหลือนิ่งเงียบ บางคนยิ้มเยาะ หรือไม่ก็กอดอกนิ่งๆ มีเพียงชุนที่เดินเข้ามาแทรกกลาง หวังห้ามปรามให้หยุดวิวาท
“ อย่าเพิ่งตีกันตอนนี้เลย ไปตัดสินบนเวทีดีกว่า เพราะถ้าก่อเรื่อง มีหวังถูกตัดสิทธิ์เข้าแข่งแน่ ”
เหมือนนาจิจะรู้ดีว่าก่อเรื่องไป ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร ซ้ำร้ายจะยับเยินกว่าเดิม จึงยอมปล่อยมือของจาบุ พร้อมตีจาก
“ ชิ ชั้นไม่พูดก็ได้ ”
หลังจากนาจิถอยไปแล้ว ชุนก็เอื้อไมตรีด้วยการหันไปปลอบจาบุ
“ นายไม่ต้องคิดมากนะ นาจิเขาก็เป็นแบบนี้แหละ ”
แต่แทนที่ชุนผู้แสนดีจะได้รับน้ำใจตอบ กลับถูกจาบุกระแทกเสียงใส่
“ ไม่ต้องทำตัวเป็นพ่อพระเลย เพราะถ้าชั้นชนะบันในแมทย์แรกได้ แกจะเป็นรายต่อไปที่ถูกชั้นขยี้ ” พอพูดจบ เซนต์ยูนิคอร์นเลือดร้อนก็เดินจากไปอีกคน ทิ้งให้ชุนยืนหน้าเสียอยู่คนเดียว
กล้าเห็นเหตุการณ์โดยตลอด และรู้สึกว่ามันโหดร้ายเกินไป เพราะสิ่งที่ชุนทำ ล้วนเต็มไปด้วยประสงค์ดี แต่ไม่ทันจะเข้าไปแก้สถานการณ์ เสียงฮือฮาของฝูงชนก็ดังขึ้น
“ โอ้….นั่นมัน ”
เมื่อเจอแบบนี้ รีแอคชั่นของเซนต์ทุกคนก็หันไปมองเหตุการณ์พร้อมกัน ทำให้พบกับเส้นทางช้างเผือกที่ทอดยาวมากกว่าเดิม จุดหมายปลายทางคือกลางเวที และพอสิ่งนั้นเลื่อนมาถึง กล้าก็สังเกตเห็นว่าสิ่งนั้นคือบันไดเลื่อนเรืองแสง
“ อ๋อ มันคือสิ่งนี้นี่เอง ”
และในเวลาต่อมา ซาโอริก็ค่อยๆเดินลง ท่วงท่างามสง่า เมื่อประกอบกับบุคลิก หน้าตา เสื้อผ้าที่สวมใส่ ทำให้เธอดูคล้ายเทพธิดาองค์นึงเลยทีเดียว
“ ว้าว คุณซาโอริงดงามชะมัด แถมยังแผ่ออร่าออกมารอบกาย สมแล้วที่เป็นร่างอวตารเทพีแห่งสงคราม ”
ไม่แน่ใจนักว่าทุกคนคิดเหมือนกล้าหรือไม่ แต่ท่าทีดูตื่นเต้นไม่แพ้กัน แม้แต่ชิริวที่เก็บอาการได้ดีที่สุด ดวงตายังฉายแววตระหนก เมื่อซาโอริหยุดยืนกลางเวที ทางช้างเผือกก็จางหายไป ก่อนจะมีดวงไฟสปอร์ทไลท์หลายเส้นพุ่งตรงมากระทบร่างบางที่อรชร
ทุกสิ่งที่บังเกิดช่างดูแฟนตาซีและสวยงาม มันอลังการกว่าที่กล้าคิด วินาทีถัดมา ก็ปรากฏความคิดบางอย่างในหัว ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกสับสน
“ เอ ถึงในอนิเมะ มังงะจะมีฉากแบบนี้ แต่เท่าที่เห็น ตอนนี้มันดูทุ่มทุนสร้างกว่าในการ์ตูนหลายเท่า ”
และเมื่อซาโอริยืนสงบอยู่กลางเวทีได้ครู่หนึ่ง เสียงสดใสที่ทรงอำนาจอย่างประหลาดก็ดังออกจากปากของคุณหนู
“ สวัสดีค่ะ ผู้ชมทุกท่าน ดิชั้น คิโดะ ซาโอริ ประธานมูลนิธิแกรนด์คนปัจจุบัน ขอเสนอการต่อสู้เหนือโลกที่ไม่เคยมีใครจัดขึ้นมาก่อน นั่นก็คือ…..ศึกกาแลคเซี่ยนวอร์ ”
กล้องวิดีโอนับร้อยตัวจับจ้องมาที่ร่างบาง นี่ยังไม่รวมดวงตาของคนอีกครึ่งแสน แต่ซาโอริยังคงดูเยือกเย็น ไม่แสดงอาการตื่นออกมาเลย เธอทิ้งเวลาไปอึดใจหนึ่ง ก่อนกล่าวต่อ
“ กติกาการแข่งค่อนข้างอิสระ สามารถใช้ทุกศาสตร์ทุกศิลป์มาต่อสู้กัน และในแต่ละแมทย์จะไม่มีกำหนดเวลา การตัดสินแพ้ชนะอยู่ที่เซนต์คนใดจะล้มลงก่อนเท่านั้น ”
“ โอ อ่า ” เสียงผู้คนโห่ร้องพร้อมเพรียงด้วยอารมณ์ที่แตกต่างกัน บ้างก็ตื่นเต้น ตกใจ ยินดี จิตตก หวาดกลัว พิศวง แต่สิ่งเดียวที่ทุกคนมีเหมือนกันก็คือ….อะดรีนาลีนที่พุ่งสูงจนเกือบทะลุปรอท เพราะสิ่งที่ได้ยิน มันบ้าบออย่างกับหลุดจากการ์ตูน
พอได้ยินเช่นนี้ บรอนต์เซนต์ทุกคนก็กระหยิ่มยิ้มย่อง เพราะสาแก่ใจกับกติกาการแข่งที่รุนแรงจนเงกิเผลอสบถออกมาด้วยความยินดี
“ ต้องแบบนี้สิ ถึงจะเรียกว่าการต่อสู้ ”
แต่เหมือนจะมีอยู่สามคนที่มีรีแอคชั่นที่แตกต่างไป คนแรกคือชิริวที่ยังยืนกอดอกนิ่งเฉยจนเดาอารมณ์ไม่ออก คนที่สองคือชุนที่ดูกังวล คนสุดท้ายย่อมหนีไม่พ้นกล้าที่แข้งขาสั่น
“ เหวอ ใจคอจะเอากันถึงตายเลยเหรอ ไม่คิดจะคุยกันบ้างหรือไง แล้วเราจะรอดกลับโลกเดิมได้มั้ยเนี่ย ” และนี่คือสิ่งที่วนเวียนในหัวของพระเอกหนุ่ม
หลังจากทิ้งระยะให้ผู้ชมทึ่ง อึ้ง เสียวพอสมควร คุณหนูซาโอริก็ประกาศข่าวในลำดับถัดไป
“ และคู่แรกที่จะประลองในวันนี้ก็คือ…..ยูนิคอร์น จาบุ กับไลโอเน็ต บัน ”
“ พร้อมจะตายคาตีนของข้าหรือยัง ไอ้จาบุ ” สิ้นเสียงประกาศ เซนต์ร่างใหญ่ในเกราะส้มก็คำรามใส่จาบุเสียหนึ่งดอก ทว่าเซนต์ยูนิคอร์นไม่สะดุ้งสะเทือน แถมยังส่งสายตาท้าทาย
“ เดี๋ยวก็รู้ว่าใครจะเป็นฝ่ายตุ้ย ”
“ เฮ เฮ เฮ ”
เมื่อได้ฤกษ์ประลอง คุณหนูซาโอริก็ค่อยๆเคลื่อนตัวบนบันไดเลื่อนเรืองแสง เพื่อเข้าไปชมเกมการแข่งที่ห้องวีไอพี ซึ่งตั้งอยู่ชั้นบนสุดของอัฒจันทร์ และปล่อยให้สองเสือขึ้นมายืนประจันหน้ากันบนเวที
บันแยกเขี้ยวยิงฟันด้วยอาการดุร้าย เมื่อนำมาประกอบกับร่างล่ำสัน ยิ่งทำให้เขาดูน่ากลัวเป็นเท่าทวี ส่วนจาบุได้แต่ยืนนิ่ง พร้อมหันไปมองคุณหนูซาโอริที่ค่อยๆถอยห่าง ท่าทางดูไม่สนคู่ต่อสู้ซักเท่าไหร่ เซนต์ร่างใหญ่จึงตวาดใส่อย่างดุดัน
“ เฮ้ย มัวแต่มองยัยคุณหนูบ้านรวยอยู่นั่นแหละ แกต้องดวลกับข้านะโว้ย ”
ทันทีที่ได้ยินคำที่คล้ายจะสบประมาทคุณหนูซาโอริ คิ้วของจาบุก็กระตุกแรง ก่อนจะกลับมาสงบดังเดิม ทว่านั่นกลับทำให้ลุคนิ่งๆของเขาดูน่ากลัวกว่าเดิม
“ แล้วแกจะต้องเสียใจที่พูดกับคุณหนูแบบนั้น ”
พอทุกสิ่งพร้อมสรรพ เสียงโฆษกประจำสนามก็ดังก้อง เรียกเสียงเฮให้แก่ฝูงชนอย่างมากมาย
“ เอาล่ะครับ ตอนนี้เซนต์ทั้งสองพร้อมประลองแล้ว อีกสิบวินาทีข้างหน้า พวกท่านจะได้พบกับการต่อสู้เหนือมนุษย์ อันไม่มีศิลปะแขนงไหนทัดเทียม ”
“ เฮ เอาเลย ลุยเลย ”
“ ใช่ พวกเรารออยู่นานแล้ว ”
“ ขอให้สมราคาคุยแล้วกัน เพราะค่าบัตรโคตรแพงเลย ”
สารพันวาจาดังกังวาน ผสมปนปกันจนฟังไม่ได้ศัพท์ แต่แล้วสรรพสำเนียงก็ค่อยซาลง เมื่อปรากฏการป่าวประกาศของโฆษก
“ สิบ เก้า แปด เจ็ด หก……”
“ เฮือก ” หลายคนเริ่มกลืนน้ำลายลงคอ
“ ห้า สี่ สาม สอง…..”
“ อึก ” บางคนสะอึก
“ หนึ่ง ”
ถึงตรงจุดนี้ สาวหลายคนรีบก้มหน้าปิดตา เพราะความหวาดเสียว (ไม่รู้จะมาดูทำไม) และพอนับถึงศูนย์ เสียงกริ่งสัญญาณก็ดังยาว
“ กริ๊ง……เริ่มสู้ได้ ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
