เซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope

    ตอนที่ 54 ศึกกาแลคเซี่ยนวอร์

           สิ่งที่กำลังเกิดก็คือ…หลังคาของสเตเดี่ยมเตรียมจะเลื่อนปิด  ทำให้แสงแดดแรงๆของฟ้ายามเที่ยงจางหายไป  เหลือไว้แต่ความมืดมิดที่รายล้อมฝูงชนครึ่งแสน 


    “ ฮือฮา ” ผู้คนเริ่มเซ็งแซ่  ซึ่งมันเกิดมาจากความหวาดระแวงต่อสภาวะแวดล้อมที่น่าจะเป็นอันตราย



              แต่ไม่นาน  ก็ปรากฏหมู่ดาวนับร้อยกลางโดมที่มืดมิด  แถมยังมีบางสิ่งที่น่าจะคล้ายทางช้างเผือกล่องลอยอยู่กลางอากาศ  และตรงนั้นก็มีใครบางคนยืนเด่นเป็นสง่า 


    “ เอ๊ะ!  นั่นใคร ” ทุกคนล้วนงงงวย  มีเพียงกล้าที่รู้ชัดว่าใคร  เพราะผ่านการอ่านมังงะ  ดูอนิเมะมาหลายสิบครั้ง  จึงจดจำฉากนี้ได้ขึ้นใจ  กระนั้นก็ยังไม่วายทึ่ง 


    “ อืม  ถึงจะรู้ว่าคนที่ยืนอยู่บนทางช้างเผือกจำลองนั่นคือ “คุณหนูซาโอริ” แต่ชั้นก็ยังตื่นตาตื่นใจอยู่ดี  เพราะเทคโนโลยีของมูลนิธิแกรนด์สร้างภาพได้เหมือนจริง  คล้ายเอาดวงดาวมาไว้บนโดมเลย ”


     

             แน่นอนว่าข้อมูลนี้เป็นความจริงล้านเปอร์เซ็นต์  เพราะเมื่อเพ่งมองอยู่นานสองนาน  ทุกคนก็จำได้  ด้วยซาโอริคือคุณหนูระดับแสนล้านที่คุมองค์กรใหญ่ซึ่งมีอิทธิพลทั่วโลก 


    “ โอ้  นั่นใช่ซาโอริจริงด้วย ” 


    “ แต่ทำไมเธอถึงลอยบนทางช้างเผือกนั่นได้  ไหนจะชุดเสื้อกระโปรงสีขาวที่เหมือนนางฟ้านั่นอีก ” 


    “ ช่างสวยสง่าเหลือเกิน ” 


    “ แถมยังถือไม้เท้ารูปทรงประหลาดที่น่าจะทำจากทองคำ ” 


    “ นี่มันเทพธิดาเดินดินชัดๆ ”


     

                แม้ท่าทีของผู้คนจะออกไปทางตื่นเต้น  แต่เหล่าเซนต์กลับนิ่ง (ยกเว้นกล้า)  เพราะสิ่งที่เขาผจญมาหลายปี  มันเข้มข้นยิ่งกว่านี้  เลยไม่ค่อยหวั่นไหวกับอะไรง่ายๆ 


    “ ชิ  จะตื่นเต้นไปทำไม  แค่เทคโนโลยีสร้างภาพเหมือนจริงเท่านั้นเอง ” อิจิประชด 


    “ แต่เธอก็นับว่ากล้ามากนะที่ยืนบนนั้น ” ชุนผู้โลกสวยตลอดกาล  รีบแก้ทันที  ทำเอานาจิแทรกขึ้นมาบ้าง 


    “ ก็แค่คุณหนูเอาแต่ใจเท่านั้นเอง ”


     

              เหมือนนาจิจะพูดเกินไปหน่อย  เลยมีอีกคนที่รับไม่ได้  จึงตรงเข้าไปชกเสียหนึ่งที  แต่เซนต์แห่งดาววูลฟ์ก็ไวพอจะรับหมัดนั้นไว้ 


    “ ปึก ” 


    “ เฮ้ย!  แกเป็นบ้าไปแล้วรึไง  จาบุ ” นาจิถลึงตาใส่  ท่าทางเหมือนอยากจะบวก  แต่เซนต์ยูนิคอร์นไม่ยอมลดราวาศอก  พร้อมโต้กลับอย่างดุเดือด 


    “ อย่าสะเอะมาพูดไม่ดีใส่คุณหนู ”


     

               เหล่าบรอนต์เซนต์ที่เหลือนิ่งเงียบ  บางคนยิ้มเยาะ  หรือไม่ก็กอดอกนิ่งๆ  มีเพียงชุนที่เดินเข้ามาแทรกกลาง  หวังห้ามปรามให้หยุดวิวาท 


    “ อย่าเพิ่งตีกันตอนนี้เลย  ไปตัดสินบนเวทีดีกว่า  เพราะถ้าก่อเรื่อง  มีหวังถูกตัดสิทธิ์เข้าแข่งแน่ ”


      

                 เหมือนนาจิจะรู้ดีว่าก่อเรื่องไป  ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร  ซ้ำร้ายจะยับเยินกว่าเดิม  จึงยอมปล่อยมือของจาบุ  พร้อมตีจาก 


    “ ชิ  ชั้นไม่พูดก็ได้ ”


     

                 หลังจากนาจิถอยไปแล้ว  ชุนก็เอื้อไมตรีด้วยการหันไปปลอบจาบุ 


    “ นายไม่ต้องคิดมากนะ  นาจิเขาก็เป็นแบบนี้แหละ ”


     

                 แต่แทนที่ชุนผู้แสนดีจะได้รับน้ำใจตอบ  กลับถูกจาบุกระแทกเสียงใส่ 


    “ ไม่ต้องทำตัวเป็นพ่อพระเลย  เพราะถ้าชั้นชนะบันในแมทย์แรกได้  แกจะเป็นรายต่อไปที่ถูกชั้นขยี้ ” พอพูดจบ  เซนต์ยูนิคอร์นเลือดร้อนก็เดินจากไปอีกคน  ทิ้งให้ชุนยืนหน้าเสียอยู่คนเดียว


     

                 กล้าเห็นเหตุการณ์โดยตลอด  และรู้สึกว่ามันโหดร้ายเกินไป  เพราะสิ่งที่ชุนทำ  ล้วนเต็มไปด้วยประสงค์ดี  แต่ไม่ทันจะเข้าไปแก้สถานการณ์  เสียงฮือฮาของฝูงชนก็ดังขึ้น 


    “ โอ้….นั่นมัน ”


     

                 เมื่อเจอแบบนี้  รีแอคชั่นของเซนต์ทุกคนก็หันไปมองเหตุการณ์พร้อมกัน  ทำให้พบกับเส้นทางช้างเผือกที่ทอดยาวมากกว่าเดิม  จุดหมายปลายทางคือกลางเวที  และพอสิ่งนั้นเลื่อนมาถึง  กล้าก็สังเกตเห็นว่าสิ่งนั้นคือบันไดเลื่อนเรืองแสง 


    “ อ๋อ  มันคือสิ่งนี้นี่เอง ”


     

               และในเวลาต่อมา  ซาโอริก็ค่อยๆเดินลง  ท่วงท่างามสง่า  เมื่อประกอบกับบุคลิก หน้าตา เสื้อผ้าที่สวมใส่  ทำให้เธอดูคล้ายเทพธิดาองค์นึงเลยทีเดียว 


    “ ว้าว  คุณซาโอริงดงามชะมัด  แถมยังแผ่ออร่าออกมารอบกาย  สมแล้วที่เป็นร่างอวตารเทพีแห่งสงคราม ”


     

               ไม่แน่ใจนักว่าทุกคนคิดเหมือนกล้าหรือไม่  แต่ท่าทีดูตื่นเต้นไม่แพ้กัน  แม้แต่ชิริวที่เก็บอาการได้ดีที่สุด  ดวงตายังฉายแววตระหนก  เมื่อซาโอริหยุดยืนกลางเวที  ทางช้างเผือกก็จางหายไป  ก่อนจะมีดวงไฟสปอร์ทไลท์หลายเส้นพุ่งตรงมากระทบร่างบางที่อรชร


     

               ทุกสิ่งที่บังเกิดช่างดูแฟนตาซีและสวยงาม  มันอลังการกว่าที่กล้าคิด  วินาทีถัดมา  ก็ปรากฏความคิดบางอย่างในหัว  ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกสับสน 


    “ เอ  ถึงในอนิเมะ  มังงะจะมีฉากแบบนี้  แต่เท่าที่เห็น  ตอนนี้มันดูทุ่มทุนสร้างกว่าในการ์ตูนหลายเท่า ”


     

              และเมื่อซาโอริยืนสงบอยู่กลางเวทีได้ครู่หนึ่ง  เสียงสดใสที่ทรงอำนาจอย่างประหลาดก็ดังออกจากปากของคุณหนู 


    “ สวัสดีค่ะ  ผู้ชมทุกท่าน  ดิชั้น คิโดะ  ซาโอริ ประธานมูลนิธิแกรนด์คนปัจจุบัน  ขอเสนอการต่อสู้เหนือโลกที่ไม่เคยมีใครจัดขึ้นมาก่อน  นั่นก็คือ…..ศึกกาแลคเซี่ยนวอร์ ”


     

               กล้องวิดีโอนับร้อยตัวจับจ้องมาที่ร่างบาง  นี่ยังไม่รวมดวงตาของคนอีกครึ่งแสน  แต่ซาโอริยังคงดูเยือกเย็น  ไม่แสดงอาการตื่นออกมาเลย  เธอทิ้งเวลาไปอึดใจหนึ่ง  ก่อนกล่าวต่อ   


    “ กติกาการแข่งค่อนข้างอิสระ  สามารถใช้ทุกศาสตร์ทุกศิลป์มาต่อสู้กัน  และในแต่ละแมทย์จะไม่มีกำหนดเวลา  การตัดสินแพ้ชนะอยู่ที่เซนต์คนใดจะล้มลงก่อนเท่านั้น ” 


    “ โอ  อ่า ” เสียงผู้คนโห่ร้องพร้อมเพรียงด้วยอารมณ์ที่แตกต่างกัน  บ้างก็ตื่นเต้น  ตกใจ  ยินดี  จิตตก  หวาดกลัว  พิศวง  แต่สิ่งเดียวที่ทุกคนมีเหมือนกันก็คือ….อะดรีนาลีนที่พุ่งสูงจนเกือบทะลุปรอท  เพราะสิ่งที่ได้ยิน  มันบ้าบออย่างกับหลุดจากการ์ตูน


     

                พอได้ยินเช่นนี้  บรอนต์เซนต์ทุกคนก็กระหยิ่มยิ้มย่อง  เพราะสาแก่ใจกับกติกาการแข่งที่รุนแรงจนเงกิเผลอสบถออกมาด้วยความยินดี 


    “ ต้องแบบนี้สิ  ถึงจะเรียกว่าการต่อสู้ ”


     

                แต่เหมือนจะมีอยู่สามคนที่มีรีแอคชั่นที่แตกต่างไป  คนแรกคือชิริวที่ยังยืนกอดอกนิ่งเฉยจนเดาอารมณ์ไม่ออก  คนที่สองคือชุนที่ดูกังวล  คนสุดท้ายย่อมหนีไม่พ้นกล้าที่แข้งขาสั่น   


    “ เหวอ  ใจคอจะเอากันถึงตายเลยเหรอ  ไม่คิดจะคุยกันบ้างหรือไง  แล้วเราจะรอดกลับโลกเดิมได้มั้ยเนี่ย ” และนี่คือสิ่งที่วนเวียนในหัวของพระเอกหนุ่ม


     

               หลังจากทิ้งระยะให้ผู้ชมทึ่ง อึ้ง เสียวพอสมควร  คุณหนูซาโอริก็ประกาศข่าวในลำดับถัดไป   


    “ และคู่แรกที่จะประลองในวันนี้ก็คือ…..ยูนิคอร์น จาบุ กับไลโอเน็ต บัน ” 


    “ พร้อมจะตายคาตีนของข้าหรือยัง  ไอ้จาบุ ” สิ้นเสียงประกาศ  เซนต์ร่างใหญ่ในเกราะส้มก็คำรามใส่จาบุเสียหนึ่งดอก  ทว่าเซนต์ยูนิคอร์นไม่สะดุ้งสะเทือน  แถมยังส่งสายตาท้าทาย 


    “ เดี๋ยวก็รู้ว่าใครจะเป็นฝ่ายตุ้ย ” 


    “ เฮ  เฮ  เฮ ”


     

               เมื่อได้ฤกษ์ประลอง  คุณหนูซาโอริก็ค่อยๆเคลื่อนตัวบนบันไดเลื่อนเรืองแสง  เพื่อเข้าไปชมเกมการแข่งที่ห้องวีไอพี  ซึ่งตั้งอยู่ชั้นบนสุดของอัฒจันทร์  และปล่อยให้สองเสือขึ้นมายืนประจันหน้ากันบนเวที


     

             บันแยกเขี้ยวยิงฟันด้วยอาการดุร้าย  เมื่อนำมาประกอบกับร่างล่ำสัน  ยิ่งทำให้เขาดูน่ากลัวเป็นเท่าทวี  ส่วนจาบุได้แต่ยืนนิ่ง  พร้อมหันไปมองคุณหนูซาโอริที่ค่อยๆถอยห่าง  ท่าทางดูไม่สนคู่ต่อสู้ซักเท่าไหร่  เซนต์ร่างใหญ่จึงตวาดใส่อย่างดุดัน 


    “ เฮ้ย  มัวแต่มองยัยคุณหนูบ้านรวยอยู่นั่นแหละ  แกต้องดวลกับข้านะโว้ย ”


     

               ทันทีที่ได้ยินคำที่คล้ายจะสบประมาทคุณหนูซาโอริ  คิ้วของจาบุก็กระตุกแรง  ก่อนจะกลับมาสงบดังเดิม  ทว่านั่นกลับทำให้ลุคนิ่งๆของเขาดูน่ากลัวกว่าเดิม 


    “ แล้วแกจะต้องเสียใจที่พูดกับคุณหนูแบบนั้น ”


     

               พอทุกสิ่งพร้อมสรรพ  เสียงโฆษกประจำสนามก็ดังก้อง  เรียกเสียงเฮให้แก่ฝูงชนอย่างมากมาย 


    “ เอาล่ะครับ  ตอนนี้เซนต์ทั้งสองพร้อมประลองแล้ว  อีกสิบวินาทีข้างหน้า  พวกท่านจะได้พบกับการต่อสู้เหนือมนุษย์  อันไม่มีศิลปะแขนงไหนทัดเทียม ” 


    “ เฮ  เอาเลย  ลุยเลย ” 


    “ ใช่  พวกเรารออยู่นานแล้ว ” 


    “ ขอให้สมราคาคุยแล้วกัน  เพราะค่าบัตรโคตรแพงเลย ”


     

                 สารพันวาจาดังกังวาน  ผสมปนปกันจนฟังไม่ได้ศัพท์  แต่แล้วสรรพสำเนียงก็ค่อยซาลง  เมื่อปรากฏการป่าวประกาศของโฆษก 


    “ สิบ  เก้า  แปด  เจ็ด  หก……” 


    “ เฮือก ” หลายคนเริ่มกลืนน้ำลายลงคอ 


    “ ห้า  สี่  สาม  สอง…..” 


    “ อึก ” บางคนสะอึก 


    “ หนึ่ง ”


     

              ถึงตรงจุดนี้  สาวหลายคนรีบก้มหน้าปิดตา  เพราะความหวาดเสียว (ไม่รู้จะมาดูทำไม)  และพอนับถึงศูนย์  เสียงกริ่งสัญญาณก็ดังยาว 


    “ กริ๊ง……เริ่มสู้ได้ ”



    สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2

     

    คล้ายกับเรื่องเซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope ที่คุณอ่าน