หนิงเส้าเฉินทำหน้าเรียบนิ่งก่อนจะเกิดแววตาแปลกๆชั่ววูบหนึ่ง “อย่ามาเล่นละครแบบนี้ต่อหน้าฉัน”
เสิ่นเป้ยอีหยุดชะงักไปชั่วครู่จนภายหลังถึงได้เข้าใจในความหมายนั้นเธอไม่เคยััความรักระหว่างชายหญิงมาก่อน แต่อย่างน้อยก็เคยดูละครตามโทรทัศน์มาบ้าง…
หรือว่าเขากำลังคิดว่าตัวเองยั่วเขาอยู่?
เธอก้มหน้าไม่พูดอะไร สถานะอย่างเขาพูดอะไรก็ถูกเสมอเธอถึงไม่คิดตอบโต้
หมุนตัวกลับห้องนอนโดยไม่คิดจะเอ่ยขอตัวแต่อย่างใด
มารดาบอกว่านิสัยของเธอเ็าเกินไปจนบางครั้งเธออยากอธิบายมากเหลือเกินตอนที่เธออยู่มัธยมปลายซึ่งได้ดำรงตำแหน่งประธานนักเรียนในโรงเรียนด้วยนิสัยที่ร่าเริงแจ่มใสจนเป็ที่ยอมรับของทุกคน
แต่ต่อหน้ามารดาเธอไม่เคยกล้าหัวเราะเสียงดังไม่กล้าเสียมารยาทเพราะมารดาจะไม่พอใจเอาได้ท่านมักบอกว่าเป็ผู้หญิงต้องมีท่าทีของผู้หญิงเมื่อก่อนการที่ต้องเก็บความรู้สึกมันช่างทรมานแต่พอผ่านมาได้ถึงหกปีเธอกลับไม่ต้องพยายามอดทนอีกต่อไปเพราะมันชินชาไปเสียแล้ว
ตอนเที่ยงหนิงเสี่ยวซีอยากทานของหวานเธอหาเวลาทำให้เขาเพราะหลายปีที่ผ่านมาต้องคอยดูแลอาหารการกินของมารดาซึ่งนอกจากฝีมือทำอาหารแล้วเธอก็ทำอะไรไม่เป็อีก
หลังทำเสร็จเธอคิดว่าหนิงเสี่ยวซีคงจะนอนต่ออีกสักพักจึงเตรียมกลับไปนอนพักที่ห้องสักหน่อยเมื่อคืนต้มบะหมี่ให้หนิงเส้าเฉินแล้วก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนผ่านไปพักใหญ่ถึงนอนหลับยามนี้ถึงได้รู้สึกมึนๆ
ขณะที่กำลังขึ้นไปชั้นบนก็เห็นแม่หลิววิ่งหอบลงมา “แม่หลิว รีบขนาดนี้มีอะไรเหรอคะ?”
“อ่า เป้ยอีเองเหรอ?” คิดแล้วก็เคาะหัวเบาๆ “ดูฉันสินี่ก็มีคนอยู่นี่ไง ฉันยังจะต้องวานใครอีกล่ะเนี่ย?” พูดแล้วก็ยื่นซองใสในมือให้เสิ่นเป้ยอี“นี่เป็ยาของคุณชาย เธอช่วยไปส่งให้เขาที”
“ยา?” เสิ่นเป้ยอีมอง ซองในมือและด้านหน้ามีอักษรเขียนไว้ว่า“แก้ซึมเศร้า ช่วยหลับสบาย?” เธอชะงักค้างเพราะบุคคลที่ยิ่งใหญ่แบบนั้นเป็ซึมเศร้า?
เห็นความฉงนจากเธอ แม่หลิวก็อดถอนหายใจไม่ได้ “เคยเกิดเื่ตอนที่คุณชายยังเด็ก กลางคืนเลยนอนไม่ค่อยหลับต้องพึ่งยาพวกนี้แหละ”
เสิ่นเป้ยอีรับคำ เื้ับานประตูเงินประตูทองแบบนี้มักมีเื่ที่ไม่อาจเล่าสู่แก่คนภายนอกรู้ได้เสมอยังไงเสียเธอรู้ให้น้อยที่สุดจะดีกว่า
“ให้คนขับรถไปส่งแทนมั้ยคะ? พอดีฉันก็ไม่ค่อยคุ้นทาง” เธอปฏิเสธ เธอไม่อยากมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชายแบบนั้นจริงๆ
“ฉันกลัวคนขับรถปิดปากไม่สนิทน่ะสิเธอก็รู้ว่าเื่พวกนี้จะให้คนนอกรู้ไม่ได้”
คนนอก? แล้วเธอไม่ใช่คนนอกหรือไง?
“เป้ยอี ช่วยฉันทีนะ ตอนบ่ายคุณชายต้องไปสัมมนาต่างถิ่นถ้าไม่ไปส่งให้ฉันกลัวว่าจะไม่ทันเอา”
สัมมนา? ถึงตรงนั้นค่อยซื้อใหม่ก็ได้นี่นาเขารวยนักไม่ใช่หรือ?
“ยานี้หาซื้อไม่ได้ง่ายๆ หรอก” แม้ว่าแม่หลิวจะไม่ใช่คนที่รู้ดีแต่ทำงานอยู่ตระกูลหนิงมาหลายปีเธอย่อมรู้จักสังเกตรอบข้างเมื่อเห็นท่าทางลังเลใจของเสิ่นเป้ยอีก็อธิบายด้วยความใจเย็น
“ช่างเถอะ เธอไปทำงานต่อเถอะ ฉันไปเอง” แม่หลิวแสร้งจะเอายากลับไป สุดท้ายเสิ่นเป้ยอีก็ใจอ่อนเมื่อนึกถึงอาการป่วยของแม่หลิว
ชั้นล่างของตึกสูงเสิ่นเป้ยอีสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่เพราะเป็ครั้งแรกที่เข้ามาในตึกหรูขนาดนี้เธอรู้สึกว่าตัวเองเป็เหมือนหญิงแก่คนหนึ่งที่กำลังเข้าชมสวนดอกไม้อย่างไรอย่างนั้นตื่นเต้นแปลกๆ
มาถึงหน้าเคาน์เตอร์ก่อนจะบอกจุดประสงค์ไปหญิงสาวหน้าเคาน์เตอร์กวาดมองเธอด้วยแววตาแฝงความสงสัยเล็กน้อยแต่ก็เชิญให้เธอนั่งรอที่เก้าอี้ข้างๆอย่างสุภาพก่อนจะโทรหาประธานที่อยู่ชั้นบน
“เอายามาให้? ประธานไม่ป่วยสักหน่อยจะเอายาอะไรมาให้?นี่พวกเธอทำงานเป็หรือเปล่า?” เลขาวางสายโทรศัพท์ลงอย่างไม่เกรงใจ
พอโดนด่าก็หันกลับมามองเสิ่นเป้ยอีด้วยสีหน้าดูไม่ดี “คุณคะ ขออภัยด้วย ้าบอกว่าไม่ได้สั่งให้เอายามาให้ เราเลยให้คุณขึ้นไปไม่ได้”ว่าจบก็หมุนตัวเดินจากไปโดยไม่สนใจเธออีก
ตอนนี้ผู้หญิงที่อยากเข้าใกล้ท่านประธานนี่คิดหาทุกวิถีทางแล้วจริงๆสินะ
เสิ่นเป้ยอีหลับตาถอนหายใจอย่างเอือมระอาสังคมที่ไม่มองคนที่ภายนอกสิผิดปกติ คิดได้ก็ล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาแม่หลิวอยากให้เธอบอกหนิงเส้าเฉินสักหน่อยแต่โทรไปพักใหญ่ก็โทรไม่ติด
เธอคิดจะหันหลังกลับไปไม่สนอะไรอีกแต่คิดได้ว่าในเมื่อได้รับการไหว้วานจากคนอื่นมาหากไปทั้งแบบนี้ช่างไม่มีความรับผิดชอบเอาเสียเลย
จึงหาที่นั่งใกล้ๆ ประตูแล้วนั่งรอ แม่หลิวบอกว่า่บ่ายเขาจะไปสัมมนาเธอก็จะรออยู่ตรงหน้าประตูนี่แหละคงไม่ผิดหรอก
นั่งพิงเก้าอี้จนความง่วงเริ่มเล่นงานเธอเข้า
“เป้ยอี…” ขณะที่ยังพร่าเบลออยู่ก็ได้ยินเสียงคนเรียกชื่อเธอเป็เสียงของผู้ชาย
เธอลืมตามองอีกฝ่ายจากนั้นก็กระเด้งตัวลุกขึ้น “คุณ…คุณหมอเซี่ย คุณ…มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?” เหนือความคาดหมายของเธอมากที่จะได้เจอคนรู้จักในเมืองC
เซี่ยหยูมองเสิ่นเป้ยอีนิ่งก่อนจะรั้งตัวเธอเข้ามาในอ้อมกอดโดยไม่พูดอะไร“ตอนที่แม่คุณเสีย ผมไปสัมมนาอยู่กลับมาถึงรู้เื่นี้แต่จากนั้นก็ไม่เคยเจอคุณอีก โทรหาคุณก็ไม่ติดผมคิดว่าจะไม่ได้เจอคุณแล้วซะอีก” ได้ยินคนเล่าว่าเธอเคยสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทตระกูลหนิงฉะนั้นเขาถึงได้มาตรงนี้เผื่อโชคดีแต่กลับไม่คิดว่าจะได้เจอเธอจริงๆ
เพราะอาการป่วยของมารดาเธอทำให้พวกเขารู้จักกันมาประมาณสี่ห้าปีได้่เวลาที่ได้รู้จักกันบางทีอาจเป็เพราะหน้าตาที่แสนธรรมดาที่สุดในบรรดาผู้หญิงที่เขารู้จักแต่เธอกลับมีหัวใจที่งดงามที่สุด
จำได้ว่าครั้งแรกที่ได้พบเธอเขากำลังอยู่ในห้องตรวจไม่รู้เป็เพราะเื่ใดเธอกำลังถูกมารดาตำหนิอยู่ด้านนอกได้ยินถ้อยคำดุด่าไม่น่าฟังนั้นเธอไม่แม้แต่จะโกรธแต่ยังยิ้มปลอบมารดาให้ใจเย็นระวังสุขภาพ
ชั่ววินาทีนั้นเขาก็เริ่มสนใจในตัวของหญิงสาวที่สุดแสนธรรมดาคนนี้
ภายหลังเขามองเธอที่แอบร้องไห้ลับหลังมารดาพอเช็ดน้ำตาเงียบๆเสร็จก็ไปเล่าเื่ตลกให้เด็กน้อยที่มีอาการป่วยเป็โรคมะเร็งระยะสุดท้ายทั้งที่ตัวเองเหนื่อยมากแล้วแท้ๆ แต่ก็ยังไปนวดขาที่ทำการผ่าตัดของคุณยายในห้องพักผู้ป่วยห้องเดียวกันตลอดหลายปีที่ผ่านมาเธอดูแลมารดาเพียงลำพัง ไม่มีเพื่อนไม่มีการช่วยเหลือจากญาติพี่น้องแต่กลับไม่ปริปากบ่นสักคำ…
เธอมีจุดเด่นมากมายที่ทำให้เซี่ยหยูคิดว่าตัวเองเจอ “สมบัติ” เข้าแล้ว
เสียดายที่ผู้หญิงคนนี้เฉยชาต่อเขาเสมอมาแต่นี่ยิ่งทำให้เขารู้สึกสนใจเธอมากกว่าเดิม
ก่อนหน้าเพราะความอคติที่มารดาของเธอมีต่อตัวเองทำให้ทั้งคู่แค่คุยกันก็ลำบากแล้ว
ในที่สุดระหว่างทั้งสองก็ไม่มีอุปสรรคขวางกั้นอีกต่อไปแต่กลับไร้ข่าวคราวของเธอระยะนี้เพราะการจากไปของเธอทำให้หัวใจว่างเปล่าแกมผิดหวังอย่างอธิบายไม่ถูกทำให้เขารับรู้อย่างแท้จริงว่าตัวเขาหลงรักผู้หญิงธรรมดาคนนี้ไปเสียแล้ว
เสิ่นเป้ยอีเริ่มรู้สึกเขินอายกับอ้อมกอดอย่างฉับพลันนี้หลังจากเธอมาที่นี่ก็ได้เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์มือถือเพราะอยากตัดขาดกับอดีตทุกอย่างไปและไม่คิดจะติดต่อใครจริงๆ
เซี่ยหยูในส่วนสูงร้อยแปดสิบสองเซ็นสวมเสื้อไหมพรมคอเต่าสีครีมบางๆ กางเกงยีนสีซีดหน้าตาหล่อเหลาแต่ไม่คมเข้มเหมือนหนิงเส้าเฉิน มองเผินๆเหมือนหนุ่มเกาหลีอย่างในละครโทรทัศน์ที่ให้ความรู้สึกเป็ชายที่อบอุ่นคนหนึ่ง
เขาเป็คุณหมอประจำตัวของมารดา เพราะอาการป่วยนี้จำเป็ต้องดูแลรักษาในระยะยาวจึงต้องเข้าโรงพยาบาลอยู่บ่อยๆระหว่างนี้พวกเขาก็กลายเป็เพื่อนกันไปโดยปริยาย
แต่สำหรับเธอแล้วก็ได้แค่คุยไม่กี่ประโยคเป็แค่เพื่อนที่ทักทายได้เท่านั้นเอง ฉะนั้นสำหรับความรู้สึกที่เซี่ยหยูมีต่อตัวเองเธอยังคงรับไม่ไหวจริงๆ
“ฉัน…” เธอไม่รู้ว่าตัวเองควรอธิบายสถานการณ์ตอนนี้อย่างไรดี พลางกัดปากก้มหน้าเงียบ
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/63f395e636c33abad663f9e74093f24d
******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับ #readAwriteด้วยน้า