หลังพูดกับอาจารย์และน้าพินแล้วผมก็ถูกพาตัวมายังห้องเรียน ซึ่งอยู่ตรงตึกใหม่ด้านหน้าสุดห้องของผมอยู่ตรงสุดทางเดิน พอเปิดประตูเข้าไปเสียงพูดคุยดูจะเงียบลงไปครู่หนึ่ง ทว่าเมื่อพวกเขาเห็นผมซึ่งไม่ใช่อาจารย์ประจำชั้นจึงหันไปคุยกันต่อ เสียงก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
ผมเดินไปยังที่นั่งของตนเองสำหรับนักเรียนใหม่จะจัดให้นั่งตามเลขที่ ซึ่งอยู่เลขที่ยี่สิบสาม นั่งเกือบจะอยู่ตรงกลางห้องเนื่องจากที่นั่งจะเป็แบบนั่งคู่ ที่นั่งข้าง ๆ ผมมีร่างของหญิงสาวที่ผมคุ้นเคยนั่งอยู่ตรงนั้น
บัวนั้นเอง
“ไม่คิดว่าจะได้นั่งด้วยกันเลยเนอะ”
“ทำเป็พูดเข้าเธอรู้อยู่แล้วไม่ใช่หรือไงว่า ฉันต้องนั่งข้างเธอน่ะ”
“มาสงสัยผมทำไมเล่าเจ๊พินไม่ได้บอกอะไรสักหน่อย”
“ให้ตายเถอะน้าพินเนี่ยนะ”
ผมแอบเซ็ง ๆกับการวางแผนของน้าแกเหมือนกันนะเนี่ยที่ให้ผมเกาะติดหนึบกับเพื่อนสมัยเด็กั้แ่วันแรกแบบนี้แถมสายตาของคนทั้งห้องยังมองมาที่พวกเราไม่เว้นตาอีก ขณะที่กำลังพูดอะไรต่อนั้นเองอาจารย์ประจำวิชาก็เข้ามา ผมจึงหันหน้าไปเรียนทันทีโดยมีบัวคอยแนะนำให้ตลอดการเรียนคาบนั้น
กระทั่งหมดคาบและอาจารย์ออกจากห้องไปแล้ว พวกนักเรียนก็พากันมารุมล้อมโต๊ะของผมกันอย่างรวดเร็วโดยมีบัวทำหน้าที่แนะนำแล้วพูดคุยกับคนอื่น ๆ ไปด้วย ว่าแต่ว่าเวลาคุยกับคนอื่นไม่ใช้สรรพนามว่า ผมเหมือนกับผมเลยแหะ
"ไง เพื่อนเลิฟดูเหมือนเราจะต้องนั่งด้วยกันจนจบเทอมหนึ่งแล้วล่ะ ฉันชื่อเอ็ม ยินดีที่ได้รู้จัก เชษฐ์"
"นายรู้จักฉันด้วยเหรอ..."
"แน่นอน! นายคือ หลานชายของอาจารย์พินรวีที่ปรึกษาของเราไม่ใช่เหรอไง นามสกุลเหมือกันเป่ะ "
ผมมองเอ็มด้วยความอึ้ง"ถึงอย่างนั้นก็เถอะ... นายแน่ใจได้ยังไงว่าฉันเป็หลานชายน่ะ"
"อ้าว ก็นายนามสกุลเดียวกับอาจารย์พินรวีนี่นาแถมเมื่อเช้านี้มีคนเห็นนายนั่งรถมากับอาจารย์เขาอีกต่างหาก ที่สำคัญบัวก็ดูแลนายอย่างดีด้วย แสดงว่านายต้องเป็น้องชายของอาจารย์พินรวีแน่ จะให้บอกว่าเป็ลูกชายก็คงไม่มีทางใช่หรอกก็เจ๊แกอายุใกล้จะ 30 เองนี่นา"
เอ็มพูดใส่เชษฐ์ฉอดๆจนผมอดคิดไม่ได้ว่าอีกฝ่ายไม่เมื่อยปากกับการพูดมากขนาดนี้หรือยังไงนะ
"นายทำหน้าเหมือนกับอยากจะถามว่าฉันรู้เื่พวกนี้ได้ยังไงสินะไม่มีอะไรที่ฉันไม่รู้หรอกเพราะฉันเป็นักข่าวไงล่ะ!”
"นักข่าวงั้นเหรอ..."
"อา ฉันชอบหาข่าวน่ะคิดว่าถ้ามาเข้าที่โรงเรียนแห่งนี้แล้วจะไปเข้าชมรมหนังสือพิมพ์สักหน่อย หนังสือพิมพ์ของโรงเรียนคงขาดบุคลากรชั้นเลิศอย่างฉันไม่ได้หรอก!”
“เหรอ ?”
“และอีกอย่างอนาคตของฉันจะต้องดังกว่าพี่สรยุทธแน่ๆ ฝีมือการทำข่าวของฉันน่ะ ไม่เป็สองรองใคร แถมหน้าตาดีอีกต่างหากระดับสรยุทธอาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉันก็ได้ แหม่...เกิดเป็คนหน้าตาดีแถมเก่งมันก็ลำบากใจแบบนี้แหละ ฮ่าฮ่าฮ่า”
หลงตัวเองดีจังนะ...
ผมรู้สึกว่าตัวเองจะได้เพื่อนที่ไฟแรงกระตือรือร้นแถมยังชอบสอดรู้เื่ของชาวบ้านอีกด้วย ถึงอย่างนั้นเอ็มก็เป็มิตรดีมากกระทั่งบัวที่คุยกับพวกเพื่อนในห้องเสร็จก็เดินตรงมาหาผมกับเอ็ม
“ไม่ต้องสนใจหมอนี่หรอกนะเชษฐ์ อีตาบ้านี่ชอบคิดเข้าตัวเองมาตั้งนานแล้วละ”
“โอ้โห บัวเธอนี่จะไม่ยั้งความเห็นรุนแรงใส่เพื่อนเก่าบางเลยหรือไงเนี่ย”
“ไม่จำเป็ต้องยั้งกับนายนี่ไปไกล ๆ เชษฐ์ได้แล้ว เดี๋ยวเพื่อนฉันจะติดเชื้อบ้าจากนาย”
“โหดร้ายสุดๆ ทำยังกับฉันเป็เชื้อโรคไปได้”
ฟังจากคำพูดแล้วพวกเธอสองคนนี้สนิทกันดีนะ ต่อล้อต่อปากต่อคำใส่กันไม่ยั้งมือเลยแหะ
“นี่ บัว ?”
ผมยกมือขึ้นขัดบทสนทนาของทั้งสองคน
“อะไรเหรอเชษฐ์ ?”
“เธอกับเอ็มเป็เพื่อนกันเหรอ?”
สีหน้าของบัวมองมาที่ผมด้วยความใก่อนทำท่าออกมาว่า
“เพื่อนเหรอผมไม่ใช่เพื่อนกับคนแบบนี้หรอกนะ”
“ใจร้ายกว่าเดิมรู้จักกันั้แ่อนุบาลสามแล้วนะ นี่เธอจะรังเกียจฉันขนาดไหนวะเนี่ย”
เอ็มทำท่าเศร้ายิ่งกว่าเดิมที่โดนบัวปฏิเสธแบบนี้จนบัวต้องอธิบายว่า เธอกับเอ็มเรียนจบมาจากโรงเรียนอนุบาลในเมืองด้วยกันและไม่รู้ว่าทำไมถึงมีชะตากรรมาอยู่ห้องเดียวกันบ่อย ๆแม้กระทั่งตอนนี้เธอมาเรียนที่โรงเรียนม.ปลายในตัวอำเภอนี้เอ็มยังโผล่มาอีกจนเธออยากจะย้ายห้องให้รู้แล้วรู้รอด พูดคือ ไปไหนมาไหนก็ไม่พ้นไปจากเ้าหมอนี่สักที
อันที่จริงถ้าให้พูดแล้วละก็เ้าเอ็มนี่ก็เป็ผู้ชายที่หน้าตาไปวัดไปวาได้ถึงจะใส่แว่นตัดผมสั้นก็เถอะผิวก็ขาวเหมือนพวกหนุ่มตี๋เชื้อสายจีนที่เห็นได้ทั่วไป ถึงจะผอมไปนิดแต่ก็เรียกว่าหน้าตาดีไม่ใช่เล่นทีเดียว
แต่เหมือนว่าบัวจะเอือม ๆ หมอนี่อยู่ดีแหละนะ
"เชษฐ์ไปกินข้าวกลางวันด้วยกันนะ! แล้วจากนั้นเราไปชมรมหนังสือพิมพ์กัน!"
อยู่ ๆก็ชวนกินข้าวซะงั้น
"ไปกินข้าวด้วยน่ะฉันไม่ปฏิเสธแต่ทำไมเราต้องไปชมรมหนังสือพิมพ์ด้วยล่ะ"
"ก็ไปสมัครไงนายจะเข้าชมรมหนังสือพิมพ์ใช่ไหม เพื่อนยาก!"
จู่ ๆ ก็มัดมือชกกันเฉยเลย!ผมบอกไปตอนไหนกันว่าจะเข้าชมรมหนังสือพิมพ์!
"เดี๋ยวก่อนนะฉันจำไม่เห็นได้เลยว่าตกลงจะเข้าชมรมกับนายด้วย"
"ทำไมล่ะ!เชษฐ์ไม่อยากเข้าเหรอ!?"
เอ็มทำหน้าผิดหวัง เป็ไปได้ผมก็ไม่อยากทำร้ายจิตใจเพื่อนใหม่แต่เื่เข้าชมรมเนี่ย ผมยังไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นตอนนี้ เพราะพึ่งย้ายเข้ามาด้วย
"ขอโทษจริงๆ นะ แต่ฉันไม่อยากเข้าชมรมเท่าไหร่ ว่าทานข้าวเสร็จจะไปห้องสมุดน่ะ"
ผมชอบอยู่อย่างเงียบสงบในห้องสมุดที่มีกลิ่นหมึกกับกลิ่นกระดาษจางๆ มากกว่าไปใช้แรงท่ามกลางแสงแดดจัดจ้าตามล่าหาข่าวแบบนั้น
"เชษฐ์นี่เป็หนอนหนังสือเหรอเนี่ย...ดูยังไงก็ไม่เหมือนพวกเด็กเรียนแฮะ"
"จะเป็เด็กเรียนต้องแปะป้ายไว้ด้วยหรือไงล่ะ" ผมตอบอย่างฉุน ๆ "เอาเป็ว่าฉันจะไปห้องสมุด ส่วนนายก็ไปชมรมหนังสือพิมพ์ก็แล้วกัน"
เอ็มกอดอกมองเขาแล้วยิ้มกริ่ม"เชษฐ์ไปห้องสมุดถูกเหรอ ที่นี่กว้างออกนะ ให้ฉันช่วยนำทางเอาไหม"
"ไม่ต้องมายุ่งกับเชษฐ์หรอกนะเอ็ม รีบ ๆ ไปไกล ๆ ได้ละ เดี๋ยวห้องฉันพาไปเอง"
บัวโผล่มาพร้อมกับเอามือไล่เอ็มอย่างรังเกียจตามเดิม
“อะไรกันเล่า บัว ฉันก็แค่ชวนเชษฐ์ไปเพื่อสานสัมพันธ์ในฐานะผู้ชายเท่านั้น”
“ดูยังไงก็เหมือนพวกซาตานชวนให้คนอื่นทำสัญญาด้วยชัดๆ ไปไกลเลย เดี๋ยวฉันพาเชษฐ์ไปเอง ไปกับเพื่อนซี้สมัยเด็กแบบนี้เชษฐ์น่าจะสบายใจกว่าจริงไหม”
บัวยิ้มให้ผมเหมือนจะส่งสายตาบอกว่า ตกลงซะดี ๆ นะขณะที่ผมมองไปที่เอ็มที่ส่งสายออดอ้อนมาว่า ไปกับฉันนะ เพื่อน มาตลอดทางแทน
พอเห็นแบบนี้ ผมเลยต้องทำหน้าที่คนกลางแบบขาดเสียไม่ได้เพราะจะเข้าข้างใครสักคนก็ไม่ได้เหมือนกันอยู่ดีดังนั้นคำตอบของผมก็มีเพียงแค่สั้น ๆ ว่า
“ถ้างั้นไปด้วยกันสองคนเลยแล้วกันนะ”