"พี่ชัย บ้านพี่ใกล้เสร็จแล้วใช้มั้ยจ้ะ"แก้มใสถามแฟนหนุ่มขนาดกำลังนั่งรถกลับจากโรงเรียน
"น่าจะเสร็จหลังปีใหม่นะ ทำไมเหรอ"
"ก็พอสร้างบ้านเสร็จก็ต้องขึ้นบ้านใหม่ใช่มั้ยละ"
"ก็ใช่.."
"วันทำบุญแก้มใสจะทำกับข้าวเลี้ยงพระเองไงจ้ะ"แก้มใสตอบพร้อมยิ้มเต็มใบหน้า
"ได้..พี่ตามใจแก้มใส"ด้วยรู้ว่าแฟนสาวชอบทำอาหารจึงไม่คิดขัดใจ
"น่ารักที่สุด แฟนใครนะ อิอิ"
"แฟนพี่แก้มใสจ้ะ"ฟ้าใสรีบพูดขึ้น ในอ้อมอกก็กอดตุ๊กตาคิดตี้ที่ฉัตรชัยซื้อให้สาวน้อยไว้กอดเล่นในรถ สร้างเสียงหัวเราะให้สองหนุ่มสาว
ข่าวเื่ที่จุรีไม่ช่วยเหลือพี่น้องนั้น ไม่นานข่าวก็เงียบเพราะชาวบ้านส่วนใหญ่เชื่อจุรีมากกว่า ทำให้นางบังอรไม่สามารถทำอะไร ส่วนจำเนียนพี่สาวคนที่4ของจุรีที่ทำงานโรงงานแล้วได้ผัวที่ทำงานเดียวกันก็ปฏิเสธที่จะช่วยกันยาพี่สาวช่วยคนที่สาม เพราะเคยช่วยไปแล้วครั้งหนึ่งแต่จะมายื่มเพิ่มนางจึงไม่มีให้
"แม่ไปพูดกับนังจุรีอีกรอบไม่ได้เหรอ ฉันรับปากเขาไปแล้วว่าจะเอาเงินไปให้ ถ้าผิดคำพูดฉันนี้เสียคนเลยนะ"กันยาบอกมารดา นางลงเล่นแชร์ไปในตลาดที่นางเป็แม่ค้าขายผักอยู่ นางคิดจะเปียจึงลงดอกไปมิใช่น้อย พอได้ก็เอาเงินมาใช้อย่างอู้ฟู้ถอยกระบะป้ายแดง พอถึงเวลาส่งจึงไม่มีส่ง เลยคิดจะไปเอาจากน้องสาว แต่มารดากลับทำเสียเื่
"ข้าไม่ไป..ถ้ามึงอยากได้มึงก็ไปคุยกับมันเอง"นางบังอรบอกปัดเพราะยังโมโหจุรีที่ไม่ให้เงินครั้งก่อน
"ไม่เอาหลอกแม่..ฉันอายผัวนังจุรีมัน"
"หน้าบางก็ไม่ต้องเอา กระแดะ "นางบังอรพูดอย่างหมั่นใส ที่ให้ตนออกหน้าพูดละได้ แต่ตนเองกลับหน้าบางไม่กล้าไปยืมน้อง
"ว่าแต่มีใครเห็นไอ้สิงบ้าง..จะให้มันไปถางหญ้าหลังบ้ายให้หน่อย"นางบังอรพูดขึ้น บ้านนางบังอร สงวนนามปลูกบ้านในบริเวรพื้นที่บ้านที่มี12ไร่ มีนายจง สงวนนามลูกชายคนรองที่แต่งงานกับนางจันหอมมีลูกชายสองลูกสาวหนึ่งและนายสิงหา สงวนนามลูกชายคนสุดท้องอยู่ด้วยโดยลูกชายคนเล็กมีเมียเด็กที่ใจง่ายหนีตามมาอยู่กับสิงโดยที่เมียกำลังท้อง7เดือน
ส่วนลูกสาวต่างแต่งงานไปอยู่บ้านสามีกันหมด ชบาคนสาวคนโตแต่งกับสมปอง หาญกล้า หนุ่มชาวนาที่อยู่ห่างไปอีกสองหมู่บ้านมีลูกสาวสองคน กันยาลูกสาวคนที่สามแต่งไปกับพ่อค้าขายผักในตัวจังหวัดมีลูกชายหนึ่งคนลูกสาวคนหนึ่ง คนที่สี่จำเนียนไปทำงานโรงงานที่สมุทรปราการแล้วแต่งงานกับหนุ่มโรงงานที่เป็คนอุบลฯมีลูกสาวหนึ่งคนโดยส่งไปให้ย่าเลี้ยงที่โคราช ส่วนคนที่5คือจุรีแต่งงานกับนายอำนวยที่เปิดเป็อู่ซ่อมรถ
ตอนจุรีไปเป็ช่างทำผมนั้นไม่เท่าไรเพราะอยู่ไกล ไปมาลำบาก แต่พอจุรีแต่งงาน มารดาก็เริ่มมาขอหยิบยืมเงิน จนเป็ความเคยชิน
"พี่ชัย..พาแก้มใสไปตลาดหน่อยจ้ะ"เช้าวันเสาร์แก้มใสก็ชวนแฟนหนุ่มไปตลาด เพราะว่าพรุ่งนี้ต้องไปกินข้าวบ้านอากง รอบนี้อาม่าให้ไปกันแต่วัน หญิงสาวจึงคิดจะทำพะโล้ขาหมูและต้มั้แ่วันนี้
"อื่อ"ชายหนุ่มรับปากก่อนจะไปล้างมือและเตรียมตัว
"ฟ้าใสไปด้วย..."ฟ้าใสที่กำลังดูละครพื้นบ้านกับตากลมก็รีบปิดทีวีแล้วอุ้มตากลมออกมาจากบ้านเพื่อจะตามไปตลาดด้วย"
"พี่ไปซื้อของ..ไม่ได้แวะไหนนะ"แก้มใสกลัวน้องจะคิดว่าได้แวะเที่ยว
"หนูจะไปด้วย"พูดแล้วก็เตรียมไปยืนข้างรถกระบะสี่ประตูของฉัตรชัย
"อยู่กับแม่ดีกว่าลูก"จุรีเอ่ยชวนลูกสาวคนเล็ก
"ฟ้าใสจะไปด้วย..แง้งงง"เมื่อรู้ว่าตนจะไม่ได้ไปหนูน้อยก็เริ่มร้องไห้งอแง
"ไปๆ..ขึ้นไปรอในรถ เอานมไปด้วยมั้ย?" ที่สุดแก้มใสก็ตามใจและถามน้องสาว
"ไม่.."พูดพร้อมเช็ดน้ำตาก่อนจะปีนขึ้นไปนั่งรอที่ประจำกับเ้าตากลม
แก้มใสต้องไปสตาร์ตรถเปิดแอร์ให้ผู้ติดตามทั้งสอง
ฉัตรชัยที่เปลียนเสื้อเรียบร้อยก็เดินมาขึ้นรถแล้วพาแฟนสาวไปจังหวัด ่นี้น้ำท่วมถนนหมู่บ้าน ทำให้การเดินทางค่อนข้างลำบาก ชายหนุ่มต้องค่อยๆขับกระบะไม่ให้น้ำกระจายไปถูกคนอื่น
"แก้มใสจะทำเมนูอะไรบ้าง?"ชายหนุ่มถามแฟนสาว
"แก้มใสจะทำพะโล้ขาหมูกับปีกไก่ยัดใส้ราดซอทมะขามจ้ะ "ตอบแฟนหนุ่มพร้อมตรวจสมุดจดว่าจดของที่ต้องซื้อครบมั้ย
"ฟ้าใสชอบกินปีกไก่ยัดใส้"หนูน้อยชะโงกหน้ามาบอกพี่ๆ
"มีอะไรบ้างที่ฟ้าใสไม่ชอบกินบ้าง..หึ"แก้มใสแซวน้องสาว
"ฟ้าใสไม่ชอบมะระ มันขม ใช่มั้ยตากลม"
"ฮู๊ก.."ตากลมก็ร้องเบาๆเพราะกำลังนั่งให้แอร์เปาเย็นสบาย
พอถึงตลาด ฉัตรชัยก็เปิดแอร์ให้ฟ้าใสกับตากลมรออยู่ในรถ
"ฟ้าใสห้ามเปิดประตูให้ใครนอกจากพวกพี่นะ"ฉัตรชัยกำชับกับสาวน้อย
"จ้ะ"ฟ้าใสรับคำพร้อมนั่งเรียงตุ๊กตาที่หนูน้อยนำมาไว้ในรถหลายตัว เพื่อเล่นขายของในรถ ส่วนตากลมก็นั่งหน้าแอร์สบายใจ ฉัตรชัยกลัวหนูน้อยจะถูกแดดส่องก็ได้นำผ้ามาคุมกระจกหน้ารถไว้ไม่ให้แดดส่องเข้าไปในรถ ที่แก้มใสกล้าให้น้องสาวอยู่ในรถเพราะมีเ้าตากลมคอยคุ้มครอง
สองหนุ่มสาวเดินเข้าไปในตลาดตลาดเพื่อแวะร้านหมูสด เพื่อซื้อขาหน้าสองขาหลังสอง เพราะเนื้อจะต่างกันและหมูสับที่จะไปทำใส้ปีกไก่ แล้วยังซื้อปีกไก่ไปสองโล ก่อนจะไปร้านผักและซื้อผักกาดดองและคะน้า และเครื่องปรุงต่างๆที่ใกล้หมด สองหนุ่มสาวเดินซื้อของโดยที่แฟนหนุ่มเป็คนจ่ายเงินให้โดยที่ไม่รู้ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาของกันยาป้าของตนเอง แก้มใสรู้ว่าป้าของตนเองขายผักอยู่ในตลาด แต่เธอก็ไม่คิดสนใจ
ตอนพ่อแม่เธอลำบาก พวกลุงป้าต่างก็รังเกียจพ่อแม่เธอ ตอนตายยังไม่คิดจะจัดงานให้อีก แก้มใสจึงไม่คิดให้ความสนใจ แต่อย่างน้อยแม่คุณยังยอมให้พ่อกับแม่อาศัยอยู่ด้วย
ส่วนบ้านอากงอาม่า เธอแค่อยากทำให้บิดาสบายใจ เธอไม่มีวันลืมว่าพ่อแม่ของเธอต้องอยู่อย่างอดสู ต้องทนฟังคำด่าคำไล่ของพี่ตนเองจนวันสุดท้ายของชีวิต
"แก้มใส ซื้อลูกชิ้นปิ่งไปฝากฟ้าใสกับตากลมดีมั้ย?"ฉัตรชัยที่ผ่านร้านลูกชิ้นปิ่งก็ถามแฟนสาว
ทั้งสองจึงแวะซื้อของกินไปฝากสองสหายที่เฝ้าอยู่ในรถตากแอร์เย็นฉ่ำและไม่ลืมซื้อน้ำไปด้วย
สองหนุ่มสาวมาถึงรถก็เคาะกระจก
"ฟ้าใสไม่ได้เปิดประตูให้ใครเลยนะจ้ะ "สาวน้อยรีบรายงาน
"เก่งจัง..แบบนี้ต้องมีรางวัลให้สะแล้ว"ชายหนุ่มพูดพร้อมอวดถุงลูกชิ้นปิ่งให้สาวน้อยดู แต่ผู้ที่ดีใจกับเป็เ้าตากลม
"ฮู๊กๆ"มันตีปีกอย่างดีใจ
พอวางของที่หลังรถเสร็จก็ขึ้นรถ แก้มใสรับหน้าที่ป้อนหนึ่งคนกับหนึ่งสัตว์
นางกันยาแอบเดินตามทั้งสองมาจนถึงรถก็เห็นว่าแก้มใสขึ้นรถกระบะรุ่่นใหม่ไปกับผู้ชาย
"ไหนบอกว่าลูกกำลังเรียนไง แต่นี้มากับผู้ชาย ถุย สู้ลูกสาวกูก็ไม่ได้ "ลูกสาวของกันยาเรียนที่เดียวกับแก้มใสแต่อยู่ชั้นม.3
ด้านสองหนุ่มสาวก็ตรงดิ่งกลับอู่ สองสหายที่ตามมาด้วยเมื่ออิ่มก็ปีนมานั่งกับพี่สาวแล้วนั่งชมวีวข้างทาง
กลับมาถึงอู่ก็โดดลงจากรถอย่างร่าเริง ทั้งคนทั้งนก
ฉัตรชัยเดินถือของมาไว้ในครัวให้แฟนสาว ก่อนจะจุดไฟเตาถ่านให้ เพราะทำพะโล้ต้องใช้เวลา ใช้เตาถ่านจะประหยัดกว่า
ตอนทอดขาหมูชายหนุ่มก็เป็คนทอดให้เพราะไม่อยากให้แฟนสาวถูกน้ำมันกระเด็นใส่ แถมขาหมูยังหนักอีกด้วย
จุรีก็มาช่วยลูกสาวด้วยอีกแรง เพราะอยากเรียนรู้วิธีทำเหมือนกัน
" ที่เวลาเราไปกินโต๊ะจีนแล้วขาหมูยังเป็รูปร่างสวยไม่เละเพราะเอาไปทอดก่อนนี้เอง"จุรีที่ช่วยล้างผักกาดดองและรากผักชีเพื่อนำมาตำเป็สามเกลอ
เมื่อทอดขาหมูเสร็จก็มาคั่วเครื่องพะโล้ให้หอมแล้วใส่น้ำตาลปีบลงไปเคี่ยวให้เป็สีน้ำตาลอ่อน ก่อนจะใส่ขาหมูที่ทอดจนหนังเหลืองแล้วใส่น้ำจนท่วมขาหมูแล้วปรุงรสเสร็จก็ตุ๋นด้วยไฟอ่อนให้ขาหมูนุ่ม
ทำพะโล้ขาหมูเสร็จก็มาต่อที่เลาะกระดูกปีกไก่ออกโดยหักกระดูกออกจากข้อแล้วถึงดึงกระดูกไก่ออกมาแล้วหมักด้วยซีอี้วขาว ส่วนใส้ปีกไก่ก็แค่นำหมูบดมาปรุงรสแล้วตีจนหมูบดมีความเด้งแล้วถึงใส่วุ้นเส้นสับลงไปแล้วนำไปใส่ในปีกไก่ที่เลาะกระดูกออกแล้ว เธอจะหมักทั้งแบบนั้นเพื่อทอดพรุ่งนี้พร้อมซอทมะขาม
"พี่แก้มใส..ฟ้าใสอยากกินปีกไก่ยัดใสจ้ะ"ฟ้าใสเดินนำตากลมเข้ามาในครัว
"เดี๋ยวพี่ทอดให้สองสามปีก แบ่งให้ตากลมปีกหนึ่ง ตกลงมั้ย"
"ตกลงจ้ะ"ฟ้าใสตอบอย่างว่าง่าย
แก้มใสจึงนำปีกไก่มาชุบแป้งแล้วทอดให้น้องสาวพร้อมเทน้ำจิ้มบ๊วยใส่ถ้วยเล็กก่อนจะตักข้าวให้น้องสาวกินคู่กัน
หนูน้อยเมื่อได้เมนูโปรดก็นั่งกินอยู่ข้างๆจุรีที่กำลังเป่าใส้ปีกไก่ให้ตากลมที่นั่งรอกินอย่างสงบ
แก้มใสเดินไปหน้าบ้านก็ได้ฝักมะขามอ่อนมา หญิงสาวจึงคิดตำน้ำพริกมะขามอ่อน จะได้แบ่งให้มานิตและฉัตรชัยเอาไปกินที่บ้านกับครอบครัว
"แก้มใสจะทำอะไรลูก"
"แก้มใสว่าจะตำน้ำพริกมะขามอ่อนกับผัดบวบใส่ไข่จ้ะ"เมื่อลูกสาวบอกผู้เป็แม่จึงหยิบบวบมาปอกเปลือกแล้วหั่นเตรียมไว้ให้ นางยังเตรียมผักเอาไปต้มไว้กินกับน้ำพริก
'พี่แก้มใส..มีคนมาด้อมๆมองๆแถวอู่ครับ'ตากลมส่งกระแสจิตให้หญิงสาวรับรู้
'เหรอ..ใครอ่ะ ขโมยเปล่า?'
'เป็น้าชายของพี่ครับ คนๆนี้จ้องของในอู่ไว้ เขากำลังรอจังหวะให้บ้านพี่ไม่มีคนอยู่ก็จะมาขโมยไปครับ'
'พรุ่งนี้พี่ชัยอยู่บ้านให้ จะเป็อันตรายมั้ย?'
'เดี๋ยวหนูบอกให้ท่านเ้าที่จัดการเองครับ'
พอเช้าวันอาทิตย์ แก้มใสก็อุ่นพะโล้ขาหมู ก่อนจะนำปีกไก่ยัดใส้มาชุบแป้งแล้วลงทอดด้วยไปกลางไปทางอ่อนเพื่อให้ไก่สุกไปถึงข้างในที่จริงต้องเอาไปนึ่งหรืออบให้สุกก่อนถึงจะมาชุบแป้งทอด แต่พอลองมาทอดเลยกลับรู้สึกว่าเนื้อมีความฉ่ำกว่า ก่อนจะทำน้ำซอทแยกไว้ต่างหาก
และไม่ลืมลวกคะน้าและทำน้ำจิ้มขาหมูพะโล้ พอเสร็จเธอก็เตรียมหนึ่งชุดให้ฉัตรชัยเอาไปบ้าน
ระหว่างรอชายหนุ่มเอาพะโล้ไปบ้าน ครอบครัวอำนวยก็อาบน้ำแต่งตัว
แต่งตัวเสร็จก็พอดีที่ฉัตรชัยกลับมาถึงเพื่อมาเฝ้าอู่ให้ ชายหนุ่มจะได้ถือโอกาสซ่อมรถที่ค้างไว้
เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาของสิงที่มาเฝ้าดูอยู่4วันเพื่อหาโอกาสขโมยเครื่องมือช่าง