ซิงเหยียนค่อยลืมตาตื่นขึ้นแต่ภาพที่เห็นหลังจากลืมตาขึ้นมาแล้วคือท้องทุ่งอันกว้างใหญ่บรรยากาศสดชื่น แต่เดี๋ยวก่อนนางจำได้ว่าตัวเองไปเดินชมเมืองไผ่ดำ นี่แล้วมาโผล่นี้ได้ไง
นางรีบเด้งตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็วหันซ้ายหันขวาก็ไม่เจอใคร
"เ้ามองหาอะไรอยู่หรือเด็กน้อย"
"ท่าน...ท่านนั้นเองที่ขโมยขนมของข้า"
"ไม่ใช่...ไม่ใช่ข้าแต่เป็เขาโน้นที่ขโมยของเ้า" ท่านผู้เฒ่าที่อยู่ตรงหน้านางชี้ไปอีกด้านก็เจอท่านผู้เฒ่าอีกคนที่หน้าเหมือนกันเป๊ะเลย
"ข้าต้องขออภัยแทนน้องชายข้าจริงๆมีอายุมากแล้วแต่ทำตัวเหมือนเด็กข้าละปวดหัวจริงๆ"
"ข้าไม่ให้อภัยตาแก่นั้นหลอกขโมยขนมจ้าไม่พอแถมยังทำร้ายข้าอีก" นางกอดอกแล้วเชิดหน้าหนีหน้าตาแก่ขี้ขโมยคนนั้นพอนางหันหน้าหนีตาแก่นั้นนางก็หันมาสนใจทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวนางก็พบว่าที่นี้คือทุ่งโล่งๆ มุมขวาสายตาของนางเห็นป่า อยู่ไกลๆมุมซ้ายมีทะเลสาบขนาดใหญ่ พอสูดหายใจเข้าก็รู้สึกสดชื่นเป็อย่างมาก
“ที่นี่คือที่ไหน ข้าจำได้ว่าข้าโดนตาแก่นั้นซัดข้าจนสลบไป แล้วพี่ๆ ของข้าละพวกท่านเอาพี่ชายข้าไปไว้ที่ใด”
“ที่นี่ก็คือมิติของข้าเอง”
“ว๊าว!!มิติใช่แบบว่า...แบบว่าสามารถพกพาไปที่ใดก็ได้ใช่หรือไม่” ซิงเหยียนกล่าวอย่างตื่นเต้น ทำให้คำพูดที่พูดมาติดๆ ขัดๆ
"ใช่แล้วข้าสามารถพกพาไปได้ทุกที่"
"ข้ารู้แล้วว่าทำอย่างไรข้าถึงจะให้อภัยตาแก่ท่านนั้น ข้าอยากมีมิติแบบนี้ถ้าท่านทำให้ข้าได้ข้าก็จะยกโทษให้"
"คงไม่ได้หรอกนังหนู มิตินี้มันมีเ้าของแล้วและตอนนี้ข้ากำลังตามหาคนคนนั้นอยู่ คนที่มีสัญญาลักษณ์เมฆมงคล คนผู้นั้นคือคนที่จะได้สืบทอดมิตินี้แทนข้า ซึ่งคำทำนายบอกว่าเมฆมงคลจะมาเยือนเมืองแห่งการถือกำเนิด ช่วยเหลือสรรพสิ่งให้พ้นทุกข์"
"เมฆมงคล เมฆมงคล แบบนี้เรียกเมฆได้ไหมข้ามีนะ" นางก็แหวกหน้าม้าออกให้ท่านผู้เฒ่าดูว่าที่หน้าผากของนางมีปานแดงรูปเมฆมงคลอยู่ ท่านผู้เฒ่าเพ่งสายตามองที่หน้าผากของนางอย่างพินิจพิจารณาว่าใช้หรือไม่
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าอุตส่าห์หาเ้าแทบพลิกแผ่นดินยังหาไม่เจอ แต่พอจะเจอดันเจอเ้าง่ายดายนัก ฮ่า ฮ่า" ท่านผู้เฒ่าเดินวนร่างของนางไปมา เหมือนพิจารณาบางอย่าง
"ทำเอาข้าคิดไม่ถึงจริงๆว่า ผู้สืบทอดจะเป็เด็กผู้หญิง"
"ทำไมจะเป็ผู้หญิงไม่ได้ ท่านอะบุริจี้กันหรือ" เขาทำหน้างงๆกับคำพูดนางอะไรคือ อะบิจี้ เขาส่ายหน้าไม่สนใจคำพูดของนางเพราะคิดว่าเป็คำพูดของเด็กน้อยเท่านั้น
"ก็เพราะว่าตลอดมา ผู้สืบทอดจะเป็ผู้ชายไม่เคยมีผู้หญิงปรากฏมาก่อนทำเอาข้าคิดไม่ถึงจริงๆ แต่ก็ดีแล้วที่เจอเ้าข้าจะได้ไปพักผ่อนสักที่กว่าจะหาเ้าเจอ"ซิงเหยียนที่ไม่ค่อยเข้าใจโลกใบใหม่ใบนี้สักเท่าไหร่ ถึงกับเผลอพูดความคิดของตัวเองออกมา
"นี้ท่านจะตายแล้วหรือ" ท่านผู้เฒ่าที่เดินๆอยู่ถึงกับเกือบสะดุดเท้าตัวเองล้ม"แปะ" ฝ่ามือของท่านผู้เฒ่าตีไปที่หน้าผากของนางหนึ่งที
"นี้เ้าคิดได้อย่างไร ข้าไม่ได้ตายแต่ข้าจะบรรลุเป็เซียนไปท่องโลกที่ข้า้าสักที" นางได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าหงึกๆ ท่านผู้เฒ่าเดินไปหาแฝดน้องที่ยืนอยู่ห่างๆ พูดคุยกันสักพักพวกเขาก็เดินมาหานาง อยู่ๆก็มีคนออกมาจากห้วงอากาศ คนนั้นก็คือคนที่จะปลอบเธอตอนร้องไห้
"นี้คือลูกศิษย์ของข้า ฉีหลงเหยา เขาเป็ศิษย์พี่ของเ้าและเป็ผู้สืบทอดเช่นเดียวกันกับเ้า แต่เขาสืบทอดอาวุธ ส่วนเ้าสืบทอดสัตว์า" ศิษย์พี่อะไรนางไม่อยากนับลูกศิษย์ของตาแก่นั้นเป็ศิษย์พี่ของนางเลยสักนิด เห็นแล้วไม่สบายใจทำหน้านิ่งๆนั้นให้ใครดูกันแค่เด็กคนหนึ่งเหมือนกัน'ขี้เก๊กชะมัดเลย'นางพึมพำอยู่คนเดียว พอท่านผู้เฒ่าพูดจบมองหน้านางเหมือนถามนางว่าเข้าใจหรือไม่
นางพยักหน้าน้อยๆแล้วส่ายหัว"อ้าา!!ไม่เข้าใจ"เขาถึงกับพูดไม่ออกแต่ช่างเถอะเขารีบๆส่งต่อไปให้นางดีกว่า เขาจะได้ไปท่องโลกเซียนสักที ซิงเหยียนที่มองท่านผู้เฒ่าที่ทำปากขมุบขมิบอะไรก็ไม่รู้ ทันใดนั้นก็มีลูกไฟลอยออกมาจากอกของเขา แล้วพุ่งมาที่นางด้วยสัญชาตญาณนางก็ต้องหลบอยู่แล้ว จากประสบการณ์การโดนฝ่ามือของตาแก่นั้น
"เ้าจะหลบทำไมกัน" ท่านผู้เฒ่าเห็นนางหลบก็ขมวดคิ้ว
"ก็...มันคือสัญชาตญาณ"
"เ้าอยู่นิ่งๆ"พอนางได้ยินท่านผู้เฒ่าบอกก็อยู่นิ่งไม่หลบเ้าดวงไฟนั้นอีก ปล่อยให้มันลอย วนรอบตัวของนางอย่างสำรวจ แล้วมันก็ลอยมาอยู่ต่อหน้าของซิงเหยียนแล้วพุ่งไปที่หน้าผากของนางทะลุเข้าไปในตัวของซิงเหยียน
"แค่...แค่นี้หรือ" นางสำรวจตัวเองก็ไม่พบความผิดปกติอะไรในตัวเอง พวกเขาหลอกนางหรือเปล่าเนี่ย
"ใช่มิตินี้เป็ของเ้าแล้วถ้าเ้าอยากเปลี่ยนมิตินี้ก็แค่คิดมันก็จะเปลี่ยนไปตามความคิดของเ้า และถ้าไม่ยินยอมให้ใครเข้ามาเ้าก็แค่คิดพวกเขาก็จะโดนมิติดีดออกไปทันที" สิ้นเสียงท่านผู้เฒ่า ตาแก่แฝดน้องของท่านผู้เฒ่าและลูกศิษย์ของเขาก็หายไปจากที่นี้ทันที
"โอ๊ะ..เ้ามิตินี้รู้ใจข้าอย่างยิ่ง ฮ่าๆๆ"
"ไหนเ้าบอกจะยกโทษให้เขา"นางก็ทำเป็ไม่ได้ที่ท่านผู้เฒ่าพูดอะไรเดินสำรวจสิ่งต่างๆในมิตินี้ จนเดินมาเจอถ้ำขนาดใหญ่และตอนนี้ในถ้ำก็พบกับบางอย่างที่มีขนาดใหญ่มาก