รถเก๋งสีขาวคันหรูวิ่งไปบนถนนด้วยความเร็วสูงมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองที่เคยเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ตอนนี้มันได้กลายเป็เมืองหายนะเต็มไปด้วยความตายและความสิ้นหวัง ท้องฟ้าที่เคยสว่างเต็มไปด้วยก้อนเมฆสีฟ้าขาวจางๆถูกปกคลุมด้วยควันไฟจนแทบมองไม่เห็นแสงแดด
หลังจากหักหลบสิ่งกีดขวางและซากของรถพังยับเยิน เลขาสาวได้เหยียบคันเร่งจนเครื่องยนต์คำรามดัง ตลอดเส้นทางที่รถเก๋งหรูวิ่งผ่านเต็มไปด้วยซากรถพังยับเยิน
เมื่อหันมองไปยังบ้านเรือนสองข้างทาง หน้าต่างหลายบานแตกกระจาย หลอดไฟข้างทางบางตำแหน่งหายไปหลังจากมีบางอย่างวิ่งชนต้นเสาจนหลอดไฟร่วงตกลงมาแตกบนพื้นดิน
เพียงแต่ว่าสิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่ภาพความเสียหายตามท้องถนน ในความคิดของคนสองคนสิ่งที่น่ากลัวคือร่างขาวซีดกำลังเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าพยายามลากขาไปมาข้างถนน บางร่างขึ้นมายืน้าจนต้องหักหลบอยู่หลายที
เสียงเครื่องยนต์คำรามดังมากยิ่งขึ้นอีก ความเร็วรถเริ่มพุ่งสูงขึ้นจนโยฮันจับข้างเบาะแน่น เลขาสาวที่เป็ฝ่ายเหยียบคันเร่งบอกให้โยฮันหลับตาเพราะเธอกำลังจะทำในสิ่งที่ผิด โยฮันกลับไม่คิดทำตาม หากเขาหลับตาไม่รู้ว่าตนเองจะมีโอกาสได้ลืมตาอีกหรือไม่
ทันใดนั้นรถเก๋งสีขาวก็ได้พุ่งชนร่างซอมบี้มากมายที่ขึ้นมายืนขวางถนน เลขาสาวกลับเหยียบคันเร่งเพิ่มขึ้นอีกจนทำให้ได้ยินเสียงตึงตังดังตลอดทาง
“ จับให้แน่นๆ! ”
เลขาสาวร้องะโบอกเพื่อนร่วมทางด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกวิตก มือทั้งสองข้างของเธอกลับพยายามบังคับพวงมาลัยไม่ให้พุ่งลงข้างทาง โยฮันที่นั่งอยู่ข้างคนขับสังเกตได้ว่ารถของเลขาต่างจากของพี่บาส กระจกด้านหน้าที่พุ่งชนซอมบี้หลายสิบตัวยังคงปกติไม่มีแม้กระทั่งรอยร้าว เขาจึงรู้ว่ามันอาจจะเป็กระจกกันะุ ด้วยราคาของรถจึงไม่แปลกที่จะใส่กระจกระดับสูงมากขนาดนี้มาให้
ร่างของซอมบี้กระจัดกระจายบนท้องถนน บางตัวค้างอยู่บนหลังคาพยายามใช้มือเกาะเอาไว้ให้แน่นแต่ก็ต้องร่วงตกเมื่อมีร่างอื่นถูกชนจนลอยขึ้นไปกระแทกหลังคาพาตัวที่อยู่บนนั้นร่วงลงมา
รถยนต์ที่กำลังเร่งเครื่องเริ่มส่ายไม่เป็จังหวะ เมื่อด้านหน้ามีซอมบี้เยอะเกินไป ยิ่งเข้าใกล้โรงเรียนประจำเมืองแห่งที่ 2 จำนวนซอมบี้ก็เริ่มเพิ่มขึ้นจนยากจะนับไหว ทันใดนั้นทั้งสองคนกลับใ จู่ๆก็มีซอมบี้ตกลงมาจากตึกกระแทกเข้าใส่กระจกหน้ารถจนศีรษะของมันโผล่เข้ามากึ่งกลางระหว่างพวกเขาทั้งสองคน
คนขับกลับสามารถกระชากพวงมาลัยรถกลับมาได้หลังจากมีสติ ทำให้รถที่เกือบจะพุ่งตกข้างถนนกลับมาวิ่งได้อีกครั้ง
หัวของซอมบี้ที่ทะลวงกระจกเข้ามาได้นั้นพยายามร้องคำรามเสียงต่ำ มันกลับถูกปืนจ่อกลางหน้าผากก่อนจะมีเสียงลั่นไกปืนดัง เลขาสาวที่เป็คนสังหารซอมบี้ตัวแรกด้วยปืนกลับไม่ได้รู้สึกวิตก เธอยังคงมองทางด้วยสายตาแน่วแน่ แต่แล้วทั้งสองกลับชะงัก หลังจากเลี้ยวซ้ายที่หัวมุมกลับต้องเจอฝูงซอมบี้มหาศาลยืนปิดเส้นทางจนแน่นขนัด ด้วยการรวมตัวกันมหาศาลทำให้เสียงครางของพวกมันดังราวกับเสียงที่ส่งออกมาจากนรก
เลขาสาวที่ตัดสินใจได้จึงรีบหักพวงมาลัยถอยรถพาเปลี่ยนเส้นทางอย่างรวดเร็ว ต่อให้กระจกจะกันะุ ด้วยจำนวนซอมบี้คงไม่สามารถวิ่งชนจนฝ่าไปอีกฝั่งได้
“ นายรู้จักทางอื่นที่จะไปถึงโรงเรียนไหม ”
“ อีก 100 เมตรให้เลี้ยวขวา ”
รถยนต์สีขาววิ่งเลี้ยวไปทางขวามือ ทันใดนั้นพวกเขาก็เจอเข้ากับฝูงซอมบี้ จำนวนของพวกมันน้อยกว่าเส้นทางที่แล้วแต่ก็เยอะพอจะทำให้รถหยุดวิ่งได้ เลขาสาวจึงรีบกลับรถมุ่งหน้าไปอีกเส้นทางตามที่ชายหนุ่ม้าให้ไป ก่อนจะมาเจอเข้ากับซอยเล็กๆมีซอมบี้อยู่ไม่กี่ร้อย เธอจึงกัดฟันเหยียบคันเร่งพุ่งชนซอมบี้อย่างบ้าบิ่นมุ่งหน้าเข้าไปในซอยด้วยความเร็วมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เสียงกระแทกและเสียงครูดดังสนั่นในขณะรถพุ่งผ่านฝูงซอมบี้ กระทั่งมาถึงกลางซอยโยฮันจึงบอกให้ผู้หญิงหยุดรถไม่จำเป็ต้องวิ่งต่อไปอีก สถานการณ์ตอนนี้ไม่ว่าเขาจะไปด้านหน้าโรงเรียนหรือด้านหลัง คงเต็มไปด้วยฝูงซอมบี้ เขาจึงคิดว่าจะใช้ทางลัดที่เคยใช้โดดเรียนสมัยยังเป็เด็กมุ่งหน้าเข้าไปในโรงเรียน
“ คุณแน่ใจนะว่าจะเข้าจากตรงนี้ ”
เลขาสาวมองไปยังซอยเล็กๆมีความลึกราว 20 เมตร ด้านในมีกำแพงสูง 3 เมตรตั้งอยู่ หากเหยียบฝาถังขยะภายในซอยสามารถก้าวข้ามไปอีกฝั่งได้
“ ขอบคุณมาก หากคุณเลี้ยวขวาแล้วเลี้ยวซ้ายอีกทีคุณจะกลับขึ้นไปบนถนนหลัก ”
“ ฉันไอริส หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกค่ะ ”
โยฮันมองเลขาสาวที่กำลังยิ้มหลังจากบอกชื่อตนเอง เขาจึงผงกหัวรับอีกฝ่ายแล้วปิดประตู กระจกฝั่งผู้โดยสารกลับเลื่อนลง เขาจึงก้มหัวเพื่อฟังบางอย่างจากอีกฝ่าย
“ นายลองฆ่าซอมบี้ดูหน่อยนะ เหมือนว่าตอนที่ฉันยิงกะโหลกของมันจะมีบางอย่างโผล่ขึ้นมา ฉันไปล่ะ”
เสียงคำรามของเครื่องยนต์ดังขึ้นอีกครั้ง รถยนต์สีขาวเ้าของเสียงเริ่มวิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วก่อนจะหักเลี้ยวไปทางขวา โยฮันเห็นว่าเลขาจากไปแล้ว เขาจึงมองซอมบี้รอบๆที่พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาจากการถูกชน เขาจึงเข้าไปเตะซ้ำจากนั้นก็วิ่งเข้าไปในซอยก่อนจะค่อยๆปีนกำแพงมองดูภายในโรงเรียน
---------------------------------------------------------------
ในห้องเรียนที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะมีชีวิตชีวา ตอนนี้เหลือไว้เพียงความเงียบงัน หญิงสาวอายุ 17 ปีนั่งตัวสั่นระริกอยู่ใต้โต๊ะเก่าด้านหลังห้องใช้สองมือปิดปากตนเองไม่ให้ส่งเสียงเล็ดลอดออกมา แม้แต่เสียงลมหายใจของตนเองยังรู้สึกว่ามันดังเกินไปสำหรับความปลอดภัยในตอนนี้
เสียงครูดของเท้าลากไปบนพื้นกระเบื้องดังเข้ามาใกล้ ก่อนจะมีเสียงกระแทกผนังดังขึ้นจากนั้นเสียงเดินลากเท้าก็เริ่มห่างออกไป หญิงสาวที่นั่งขดตัวอยู่ใต้โต๊ะมองลอดผ่านช่องเล็กๆด้วยดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยน้ำตาจากการร้องไห้ ภายในห้องที่เคยมีเพื่อนอยู่มากมายทั้งเพื่อนผู้หญิงเพื่อนผู้ชาย ตอนนี้ไม่เหลือเลยสักคน ทุกคนกลายเป็ซอมบี้ไล่กัดแขนและขากันไปหมด จนเหลือเพียงแค่เธอที่สามารถวิ่งเข้ามาหลบใต้โต๊ะได้ทัน
แขนและขาทั้งสองเริ่มสั่นหลังจากนั่งมาเป็เวลานาน กล้ามเนื้อเริ่มปวดเกร็งไปหมด เพียงแต่เธอกลับไม่กล้าขยับกลัวว่าจะถูกพบเห็นจึงทนนั่งต่อไปหวังว่าจะมีเ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือ
---------------------------------------------------------------
“ จะให้หักขาทุกคนคงไม่ไหว แต่ถ้าเข้าไปเงียบๆก็อาจจะไม่เจออีก ”
โยฮันกวาดตามองดูภายในโรงเรียน สนามฟุตบอลมีซอมบี้นักเรียนเดินลากขาไปมาอย่างไร้จุดหมาย บางตัวเดินชนกันหลายครั้งจนมีเืไหลออกมาจากกลางศีรษะ เมื่อมองไปตามอาคารเขาพบว่าหน้าต่างหลายบานแตกออกจากการทุบจากด้านใน เขาสันนิษฐานได้ว่าคงมีนักเรียนหลายคนพยายามวิ่งหนีตายจนทุบกระจกเพื่อจะใช้ระเบียงที่ยื่นออกจากตึกวิ่งหนี
การหาตัวน้องสาวคงไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ด้วยดี เนื่องจากโรงเรียนแห่งนี้ไม่ได้มีห้องประจำ ทุกชั่วโมงเรียนจะมีการเปลี่ยนห้อง เขาจึงไม่รู้ว่านักเรียน ม.6/7 อยู่ส่วนไหนของโรงเรียน
หลังจากมองสำรวจจนพอใจไม่มีซอมบี้ตัวใดในสนามหน้าเหมือนน้องสาว โยฮันจึงนำโทรศัพท์มาเปิดคลังรูปภาพ เขาจำได้ว่าน้องสาวเคยส่งตารางเรียนของเทอมนี้มาให้
เมื่อเห็นรูปตารางเรียนบนใบหน้าของโยฮันเริ่มมีความดีใจ วันนี้ ม.6/7 ใช้ห้องเรียนที่อาคาร 11 เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าน้องสาวจะอยู่ชั้นไหน เพราะไม่รู้ว่าที่นี่ซอมบี้ระบาด่เวลาใด หากเป็่เช้าน้องสาวของเขาจะอยู่ที่ชั้น 2 ไปจนถึงชั้น 3 แต่หากเป็่บ่าย น้องสาวของเขามีโอกาสขึ้นไปเรียนถึงชั้น 6
“ อย่างน้อยก็รู้ว่าอยู่อาคาร 11 ”
โยฮันมองไปยังท่อนเหล็กจากโรงงาน เขาไม่จำเป็ต้องใช้งานมันแล้วเพราะไม่น่าจะมีใครมองเห็น กล้องวงจรปิดภายในโรงเรียนคงปิดทำงานไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงเรียกกระดองปูออกมาคลุมทับร่างกาย อย่างน้อยหากมีคนเห็น เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวของพนักงาน คงช่วยปกปิดได้ในระดับหนึ่ง
นิ้วมือทั้ง 10 ถูกหุ้มด้วยกระดองปู หลังมือหุ้มด้วยเปลือกหอยแครง เขาเสียใจไม่น้อยที่ทั่วร่างคลุมด้วยเปลือกหอยแครงไม่ได้เพราะมันแข็งแกร่งกว่ากระดองปู ส่วนลำคอเป็อีกตำแหน่งที่ปรากฎกระดองปูคลุมทับ บริเวณใบหน้าเริ่มแข็งจากการเรียกกระดองออกมาคลุม เมื่อเตรียมตัวเสร็จแล้วโยฮันจึงกระโจนข้ามกำแพง เสียงกระแทกเท้าแรงๆของเขาทำให้ซอมบี้ใกล้ๆหันมองก่อนจะวิ่งเข้าหาด้วยความเร็ว
เสียงครางดังขึ้นเป็จังหวะน่าขนลุก ทันใดนั้นซอมบี้ภายในสนามก็ถูกเสียงกระแทกเท้าดังเรียกให้วิ่งมาหาด้วยความเร็วเทียบเท่ามนุษย์วิ่งเต็มกำลัง ทำให้ด้านหน้าของโยฮันเต็มไปด้วยฝูงซอมบี้
สายตาทั้งสองเริ่มกวาดมองหาทางหนี หลังจากเห็นเส้นทางมุ่งหน้าสู่อาคาร 11 ที่มีฝูงซอมบี้น้อยกว่าเส้นทางอื่นๆ สองเท้าของโยฮันก็เริ่มออกวิ่ง เขาไม่สนใจเลยว่าซอมบี้จะขวางทาง ด้วยพละกำลังของวัว หมู มดที่ได้จากการกินปิ้งย่าง เขาอยากรู้เช่นกันว่ามันจะทำให้เขามีพละกำลังมากมายแค่ไหน
สำหรับพละกำลังของวัวเขาพอจะเห็นได้จากทีวีที่มีสารคดีมากมาย กำลังของหมูไม่น้อยกว่ามนุษย์ แต่ที่ทำให้เขาอยากรู้มากที่สุดคือกำลังของมด จากความรู้รอบตัวเขาจำได้ว่ามดสามารถยกของหนักได้มากกว่าน้ำหนักตัวถึง 50 เท่า เขาจึงอยากรู้ว่าจะยกของหนักได้ไม่ต่างจากมดหรือเปล่า
เสียงกระแทกตึงดังขึ้นจากร่างของซอมบี้ ตัวที่ถูกโยฮันพุ่งชนร่างลอยละลิ่วปลิวออกไปไกลราวกับถูกรถเก๋งวิ่งชน ยิ่งเขาลองตวัดมือออกไปรอบข้างซอมบี้ที่วิ่งเข้ามาััแขนล้วนแล้วลอยออกไปทุกตนราวกับว่าเขาเป็ยอดมนุษย์มีพลังล้นเหลือ
สิ่งที่น่าใกว่าพละกำลังคือพลังป้องกัน โยฮันไม่รู้สึกถึงแรงกระแทกเลยแม้แต่น้อย จากการหุ้มร่างของตนเองด้วยกระดองปู เขารู้สึกราวกับว่าตอนนี้มีชุดเกราะเหล็กหุ้มร่าง มันสามารถป้องกันแรงกระแทกจากการวิ่งชนได้เป็อย่างดี หลังจากทดสอบความสามารถของร่างกายจนพอรู้ความแข็งแกร่งแล้ว โยฮันจึงวิ่งเต็มฝีเท้ามุ่งหน้าสู่อาคาร 11 จากเดิมเขารู้สึกวิตกเป็อย่างมากที่ต้องเผชิญหน้ากับซอมบี้ ร่างกายของเขาในตอนนี้กลับป้องกันการข่วนและการกัดได้ทั้งหมด นอกจากนั้นยังสามารถกระแทกหรือโยนร่างพวกมันออกไปได้ง่ายๆ จนความรู้สึกกลัวที่จะติดเชื้อหายไป
ร่างของซอมบี้ล้มระเนระนาดหลังจากถูกโยฮันวิ่งผ่าน บางตัวถูกจับใช้เป็เครื่องเปิดทางด้วยการจับขว้างไปด้านหน้าทำให้ซอมบี้ล้มเป็แถว
“ แอลลี่ ยังมีชีวิตอยู่ไหม ถ้ามีตอบกลับด้วย! ”
เสียงร้องะโดังไปยังอาคาร 11 จนกระทั่งมาถึงทางเข้าโยฮันก็เริ่มวิ่งสำรวจชั้น 1 เพราะกลัวว่าน้องสาวจะวิ่งหนีลงมาที่นี่ ประตูห้องทุกห้องถูกเขาใช้เท้าถีบจนประตูพังเสียหาย เมื่อเข้าไปในห้องเขาก็ใช้ดวงตาที่มีมากมายกวาดมองแล้ววิ่งจากไป หลังจากรู้ว่าไม่มีน้องสาวกลายเป็ซอมบี้
“ ฉันอยู่ชั้น 1 กำลังจะไปชั้น 2 เธอได้ยินไหม ! ”
โยฮันร้องะโไปตามทาง หากว่าด้านข้างน้องสาวมีซอมบี้จนไม่สามารถส่งเสียงได้ การร้องของเขาจะทำให้น้องสาวมีโอกาสขอความช่วยเหลือเพิ่มมากขึ้นถ้ารู้ว่าเขาเข้าไปใกล้ โยฮันจึงพยายามวิ่งไปด้วยร้องไปด้วยพลางใช้มือโยนซอมบี้ที่ขวางทางลงจากตึก เขาไม่สนใจสิ่งใดแล้วเพราะพวกมันกำลังขวางทาง หากเจอน้องสาวเขาจะต้องพาเธอกลับบ้านจึงต้องเคลียร์เส้นทางกลับด้วยเช่นกัน.