การช่วยเหลือแม่นม
แม่นมสะอื้นไห้ น้ำตาหยดเผาะลงบนมือของหลี่ิ “แม่นมคิดแล้วว่าซักวันคุณชายจะต้องกลับมา… ฮือ… ข้าเฝ้ารอวันนี้มาตลอด คิดว่าอาจไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าเ้าอีก” นางกล่าวพลางพยายามยันกายขึ้น หลี่ิรีบประคองช่วยแกะโซ่ตรวนที่ล่ามนางไว้ เสียงโซ่หลุดจากกุญแจดังกราว เขาประคองหญิงชราให้ยืนขึ้น แต่นางก็เซถลาแทบล้มเพราะร่างกายอ่อนแรงเกินจะทรงตัว
“ร่างกายท่านอ่อนล้ามาก อย่าเพิ่งพูดอะไรมากนัก เราต้องรีบออกไปจากที่นี่ก่อน” หลี่ิบอกเบาๆ ขณะใช้มือข้างหนึ่งพยุงแม่นมโอบเอวไว้ แล้วอีกมือโอบใต้ข้อศอกพานางเดิน
แม่นมพยักหน้าทั้งน้ำตา “เ้าค่ะ… เร็วเข้า… ก่อนที่พวกมันจะมา” นางกล่าวเสียงแ่
หลี่ิถือโคมไฟนำทาง พาแม่นมออกจากเรือนเก็บของ เสียงะโโหวกเหวก ใกล้เข้ามา บ่าวไพร่หลายคนเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติว่าประตูเรือนเก็บของเปิดออก จึงร้องเตือนกัน “คนร้ายอยู่ตรงนั้น!”
ชายหนุ่มกัดฟันแน่นเร่งฝีเท้าเต็มที่ เขาดึงแม่นมหลบไปทางด้านข้างสวน “ทางนี้ขอรับแม่นม! ข้ารู้ทางลัด” เขากระซิบ ก่อนจะพาหญิงชราลัดเลาะหลบเข้าหลังพุ่มไม้สูงที่เรียงรายริมทางเดิน พ้นจากแสงโคมของพวกบ่าวที่กรูมาจากอีกฟาก
โชคดีที่หลี่ิชำนาญพื้นที่ในบริเวณเรือนหลังบ้านนี้ดี เขาเลือกเส้นทางที่ร่มครึ้มและวกวน ทำให้ผู้ตามล่าไล่หลังมาไม่ทัน พอออกจากเขตสวน เขาก็เห็นกำแพงด้านหลังของจวนตระกูลหลี่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
“เราจะออกจากที่นี่ได้อย่างไรหรือคุณชาย?” แม่นมถามเสียงสั่น หอบเหนื่อยจากการพยายามเร่งฝีเท้าทั้งที่ร่างกายอ่อนแอ
หลี่ิเหลือบเห็นเงามืดตรงมุมกำแพงที่เขาเข้ามา “ทางลับของท่านแม่ยังอยู่ทางนั้น” เขากระซิบตอบ “มารดาสอนข้าไว้เมื่อหลายปีก่อน ท่านคงยังจำได้” แม่นมพยักหน้า น้ำตายังนองหน้าเมื่อนึกถึงนายหญิงของตน “จำได้สิ นายหญิงให้ข้าช่วยสร้างทางนั้น นางให้เตรียมไว้เพื่อคืนอย่างคืนนี้… ข้าไม่เคยลืม”
หลี่ิประคองแม่นมไปถึงมุมกำแพง ด้านหลังพุ่มไม้ใหญ่ซึ่งบังช่องทางลับไว้จากสายตาคนนอก เขาควานหาสลักที่ซ่อนอยู่ ครั้นพบก็ออกแรงกด เปิดประตูลับที่ซ่อนอยู่ในกำแพงออกอีกครั้ง
“เร็วเข้า แม่นม” เขาเร่งเบาๆ พลางพยุงนางเข้าไปข้างใน เมื่อทั้งสองเข้าไปในช่องอุโมงค์เรียบร้อย หลี่ิก็ปิดบานประตูกำแพงลงดังเดิม ความมืดและความเงียบ กลับเข้าปกคลุม พวกบ่าวไพร่ที่วิ่งตามมา ถึงจะตามมาถึงกำแพง ก็ยากจะรู้ว่าผู้หลบหนีหายตัวไปที่ใด
ในความมืดสนิทของอุโมงค์ใต้ดิน มีเพียงแสงริบหรี่จากโคมไฟในมือหลี่ิส่องนำทาง เขาพาแม่นมเดินอย่างระมัดระวัง สายลมอ้าวจากด้านนอกไม่อาจเล็ดลอดเข้ามา เสียงข้างนอกเงียบลงเมื่อประตูปิด เหลือเพียงเสียงลมหายใจและฝีเท้าเบาๆ ของคนทั้งสอง
หลี่ิหยุดพักเมื่อเห็นแม่นมหายใจหอบหนัก เขาให้แม่นมนั่งพักพิงผนังอุโมงค์ชั่วครู่ “ท่านไหวไหม?” เขาถามด้วยความห่วงใย
แม่นมพยักหน้าทั้งที่เหงื่อซึมเต็มหน้า “ข้าไม่เป็ไร คุณชาย… พาออกไปจากที่นี่ได้ ข้าก็หมดห่วง” นางยื่นมือลูบใบหน้าหลี่ิเบาๆ ดวงตาที่ขุ่นมัวยามนี้เต็มไปด้วยความรักและโล่งใจ “เ้าปลอดภัยก็ดีแล้ว”
หลี่ิกุมมือเหี่ยวย่นนั้นไว้แน่น “ท่านต่างหากที่ข้าห่วง แม่นมต้องปลอดภัย… ข้าจะไม่มีวันยอมให้พวกมันมาทำร้ายท่านได้อีก” น้ำเสียงเขาเข้มแข็งขึ้นเมื่อเอ่ยคำปฏิญาณ
แม่นมยิ้มบางๆ ทั้งน้ำตา “เ้าค่ะ ฮูหยินของข้า… นายหญิงของเ้า… นางคงดีใจเหลือเกินที่เห็นเ้าปกป้องคนของนางเช่นนี้” นางกล่าวพลางน้ำตาหยดร่วงอย่างข่มไม่อยู่เมื่อนึกถึงผู้เป็นาย
หลังจากสองคนพอมีแรง หลี่ิจึงประคองแม่นมเดินต่อไปตามอุโมงค์ จนกระทั่งเห็นแสงเรืองรองจากปลายทางออกของทางลับด้านนอกกำแพง เขาพยุงนางออกมาจากปากอุโมงค์ซึ่งพรางตาอยู่หลังพุ่มไม้รกเรื้อในป่าละเมาะหลังจวน บรรยากาศกลางดึกภายนอกเย็นเยือกและเงียบงัน มีเพียงเสียงจิ้งหรีดร้องระงม
เมื่อออกมาได้พ้นอาณาเขตของตระกูลหลี่ หลี่ิจึงหยุดพักใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง แม่นมทรุดนั่งลงอย่างหมดแรง หลี่ิถอดเสื้อคลุมของตนออกห่มให้นางเพื่อคลายความหนาวเย็น
“แม่นม… พวกมันทำร้ายท่านมากไหม?” เขาเอ่ยถามเสียงเบา แววตาสะท้อนความเ็ปเมื่อมองสำรวจสภาพของหญิงชรา นางซูบผอมกว่าที่เขาจำได้มาก มีร่องรอยาแเก่าใหม่ประปราย บ่งบอกถึงความทรมานที่นางได้รับใน่หลายปีที่ถูกขังไว้
แม่นมส่ายศีรษะ “าแเหล่านี้เล็กน้อยนัก เมื่อเทียบกับความเสียใจในใจข้า” นางตอบพลางทอดตามองกลับไปทางจวนหลี่ที่มองแทบไม่เห็นในความมืด “ข้าคิดว่าต้องตายในที่มืดๆ นั่นโดยไม่มีโอกาสได้บอกความจริงแก่คุณชายเสียแล้ว”