เช้าวันถัดมา เมืองหลวงเต็มไปด้วยความวุ่นวาย แต่อาเฟยกลับจูงมือมู่หลันเดินถามทางมาจนถึงหน้าอาณาจักรที่กว้างขวางและดูโอ่อ่าที่สุดในย่านคนรวย กำแพงสูงสีขาวสะอาดตาที่โอบล้อมพื้นที่หลายสิบไร่เอาไว้คือ คฤหาสน์ตระกูลหลง สถานที่ที่มู่หลันยืนจ้องมองด้วยความรู้สึกสับสนสลับกับปวดหัวจี๊ด
"แม่ครับ... ถึงแล้วล่ะ บ้านที่แม่ฝันเห็นบ่อยๆ ไง" อาเฟยบอกพลางเขย่งเท้ากดกริ่งอินเตอร์คอมที่หน้าประตูรั้วเหล็กดัดสีทองอย่างแรงหลายๆ ครั้งติดกัน
ไม่นานนัก หญิงวัยกลางคนในชุดแม่บ้านสีเทาเข้มก็เดินนวยนาดออกมา เธอชะโงกหน้าผ่านซี่กรงเหล็ก มองดูสองแม่ลูกที่มีสภาพชุดซอมซ่อ รองเท้าผ้าใบเปื้อนฝุ่นจากการเดินทาง ก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความรำคาญใจ
"นี่พวกแก! มาเล่นกดกริ่งอะไรแถวนี้ รู้ไหมว่าที่นี่บ้านใคร? ไปๆ! สลัมอยู่ถัดไปอีกหลายกิโลนู่น" แม่บ้านโบกมือไล่เหมือนไล่สุนัขตัวหนึ่ง
อาเฟยยืนกอดอก เงยหน้ามองแม่บ้านด้วยสายตาเรียบนิ่งแต่ทรงพลังแบบเซียนเฒ่า "นี่ป้า... สายตาไม่ค่อยดีเหรอถึงมองไม่เห็นว่าคนเขามีธุระ? ข้ามาขอพบเ้าของบ้านหลังนี้ ไปบอกหัวหน้าป้าซะว่ามี 'แขกสำคัญ' มาหา"
แม่บ้านชะงักไปกับคำพูดแก่แดดเกินวัยของเด็กชาย แต่พอเห็นท่าทางยโสของอาเฟยเธอก็ยิ่งโมโห "แขกสำคัญรึ? สภาพเหมือนขอทานข้างวัดแบบนี้เนี่ยนะ? ถ้าไม่ไสหัวไปตอนนี้ฉันจะแจ้งตำรวจมาลากคอพวกแกเข้าคุกฐานบุกรุก!"
"อาเฟย... เราไปกันเถอะลูก เขาคงไม่ให้เราเข้าหรอก" มู่หลันหน้าเสีย เธอพยายามจะดึงแขนลูกชายออกมาเพราะความอับอาย
"ไม่ไปครับแม่ เรามาทวงสิ่งที่ควรเป็ของเรา" อาเฟยดื้อดึง เขาเตรียมจะดีดนิ้วใช้พลังเซียนทำให้แม่บ้านคนนี้คันคะเยอไปทั้งตัวเสียหน่อย
บรื๊นนนน!
ทันใดนั้น รถสปอร์ตสีแดงเพลิงราคาเหยียบสามสิบล้านก็พุ่งเข้ามาจอดที่หน้าประตูรั้วอย่างแรงจนฝุ่นตลบ เสียงแตรดังสนั่นยาวเหยียดเพื่อไล่ให้คนขวางทางหลบไป บานหน้าต่างถลันเปิดออก เผยให้เห็นหญิงสาวใบหน้าสะสวยที่แต่งหน้าจัดเต็ม เสื้อผ้าแบรนด์เนมั้แ่หัวจรดเท้า เธอคือ 'หลินอวี้' คุณหนูตระกูลผู้ดีตกอับที่เป็ญาติห่างๆ ของคุณชายรอง และกำลังพยายามทำคะแนนหวังจะรวบหัวรวบหางหลงเทียนเพื่อตำแหน่งนายหญิงคนใหม่
"นี่มันอะไรกัน! ใครมาสั่งให้พวกชั้นต่ำยืนขวางประตูบ้านหลงแบบนี้!" หลินอวี้ก้าวลงจากรถด้วยรองเท้าส้นสูงสี่นิ้ว ท่าทางฟัดฟัดฟันเหวี่ยง
แม่บ้านรีบวิ่งกุลีกุจอไปเปิดประตูรั้วเล็กแล้วประคองหลินอวี้ทันที "คุณหนูหลินอวี้! ขอประทานโทษค่ะ พอดีอีผู้หญิงคนนี้กับลูกผีลูกคนของมันมาตื๊อจะขอพบเ้าของบ้านน่ะค่ะ ไล่เท่าไหร่ก็ไม่ไป"
หลินอวี้ถอดแว่นกันแดดราคาแพงออก กวาดสายตามองมู่หลันและอาเฟยั้แ่หัวจรดเท้าด้วยแววตาเหยียดหยามราวกับมองสิ่งปฏิกูล "พวกแกเป็ใคร? มาจากป่าช้าไหนไม่ทราบถึงกล้ามาเสนอหน้าที่นี่?"
มู่หลันพยายามรวบรวมความกล้า "ฉัน... ฉันแค่มาหาคนชื่อหลงเทียนค่ะ ฉันคิดว่าฉันรู้จักเขา..."
"รู้จักพี่เทียนงั้นเหรอ?" หลินอวี้หัวเราะเยาะอย่างบ้าคลั่ง "หัดส่องกระจกดูสารรูปตัวเองบ้างนะ สภาพอย่างกับแม่ค้าหาบเร่ คิดจะมาอ้างตัวรู้จักกับทายาทตระกูลหลงเพื่อหวังเงินล้านล่ะสิ? น่าสมเพชจริงๆ!"
อาเฟยก้าวออกมาบังหน้าแม่ของเขา แววตาสีดำเข้มของเขาวูบกลายเป็สีทองอำพันครู่หนึ่ง "นี่ป้าคนสวย... พูดจาให้มันระวังปากหน่อยนะ ใบหน้าสวยๆ นั่นน่ะถ้าโดนสาปให้เหี่ยวขึ้นมาหมอที่ไหนก็ช่วยไม่ได้นะจะบอกให้"
"แก! ไอ้เด็กนรก! เรียกใครป้า!" หลินอวี้ปี๊ดแตก เธอเงื้อมือหมายจะตบอาเฟย "นอกจากจะไม่มีพ่อสั่งสอนแล้วยังปากดีอีกนะ! รปภ.! มาลากตัวพวกมันออกไปจากสายตาฉันเดี๋ยวนี้! อย่าให้ฉันเห็นพวกมันเดินป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้อีก ไม่อย่างนั้นพวกแกตกงานแน่!"
อาเฟยแสยะยิ้มมุมปาก เขาแอบดีดลมปราณเซียนสายหนึ่งเข้าไปที่ส้นเข็มของรองเท้าหลินอวี้อย่างเงียบเชียบ
"ได้... พวกข้าจะไป แต่จำไว้เถอะ ป้าจะเข้าบ้านหลังนี้ได้อย่างลำบากลำบนแน่นอน!"
ทันทีที่หลินอวี้หันหลังจะเดินเข้าบ้านด้วยท่าทางเชิดๆ...
กร๊อบ!
ส้นเข็มของรองเท้าข้างซ้ายหักดังสนั่น ทำให้เธอเสียหลักจนขาพันกัน ร่างทรงสเน่ห์ล้มคะมำหน้าคว่ำลงกับพื้นหญ้าที่เปียกชื้น หน้าผากกระแทกเข้ากับกระถางต้นไม้จนดินเปรอะเปื้อนไปทั้งใบหน้าและเสื้อผ้าสุดหรู
"ว๊ายยยย! คุณหนู!" แม่บ้านร้องเสียงหลง
อาเฟยหัวเราะร่วนพลางจูงมือแม่เดินออกมา "โอ้โห... ท่าลงกราบพื้นสวยมากเลยครับป้า! ไปกันเถอะครับแม่ ตรงนี้กลิ่นขยะมันแรงเกินไป ข้าแสบจมูก!"