ตอนที่ 2
หลังจากที่นั่งและนอนทบทวนเื่ราวต่างๆก็ผ่านมาหนึ่งคืนแล้วทำให้เขาคิดได้ว่าบางทีเขาคงต้องทำอะไรกับสภาพความเป็อยู่ตอนนี้แล้วไม่งั้นละก็ทั้งเขาและอาคุนอาจจะตายก่อนที่จะสิ้นสุดฤดูหนาวปีนี้ไม่เพียงแค่สภาพบ้านที่แทบไม่กันลมหนาวแต่แม้กระทั่งอาหารเราก็แทบจะไม่มีกิน
ดูได้จากอาหารที่อาคุนเอามาให้เมื่อวานที่เป็ข้าวต้มไม่สิน้ำต้มข้าวเสียมากกว่าและเขาคิดว่าตนเองก็ดูคนเป็ประมาณหนึ่งจากประสบการณ์เพื่อนเฮงซวยนั่นก็สามารถเดาได้ว่าอาคุนไม่น่าจะเป็บ่าวที่ลักเล็กขโมยน้อยหรือแม้กระทั่งเอาเปรียบนายจ้า
เพราะดูได้จากการที่ร่างเดิมป่วยใกล้ตายเ้าตัวก็ยังไม่ทิ้งเ้านายไปไหนทั้งยังไปตามหมอมารักษาแม้ว่าตนเองแทบจะไม่มีเงินเลยก็ตามไม่แทบสิไม่มีเลยดีกว่าไม่รู้ว่าตอนมาอยู่นี้ใหม่ๆมีเงินมาด้วยหรือเปล่าเขาถามอาคุนว่าได้ขอความช่วยเหลือจากครอบครัวร่างเดิมไหมแน่นอนว่าเคยแต่ไอ้พวกบ้านั่นมันกะตัดหางปล่อยวัดร่างเดิมแน่นอน
ไม่รู้ว่าแม่เลี้ยงนั่นไปทำเสน่ห์วัดไหนอยากจะไปกราบไว้เสียเหลือเกิน
เอาละกลับมาที่ปัจจุบันเขาคิดว่าตัวเองทีนี่อีกปีก็น่าจะเข้าวัยผู้ใหญ่ดังนั้นเพียงแค่รอเวลาที่จะสามารถรักษาคนได้แต่ก่อนหน้านั้นหนึ่งปีนี่ต้องทำอะไรสักอย่างลำพังแค่ข้าวยังไม่มีปัญญาซื้อจะไปซื้อเข็มมารักษาคนได้ยังไงจริงไหม
แต่สิ่งที่ยากที่สุดก็คือไม่รู้ว่าเราจะเริ่มจากอะไรนี่สิแค่คิดก็เหนื่อยรอเลยปกติพวกที่ทะลุมิติมักจะมีชีวิตที่ดีกันไม่ใช่เหรอไม่ว่าจะจำพวกได้เป็องค์หญิงองค์ชายผู้กล้าช่วยโลก ลูกขุนนางเป็ชนชั้นสูงแต่เออเขาก็เป็ลูกขุนนางนี่หว่าแต่ว่าเป็ลูกที่พ่อไม่รักนะแค่คิดน้ำตาก็พลันจะไหล
จริงสิชนบทแบบนี้ก็น่าจะมีป่ามีเขาตัวเขาเองก็ร่ำเรียนเื่สมุนไพรมาแล้วก็ต้องใช้ให้เป็ประโยชน์สิอุตสาห์ไปเรียนมาถึงเมืองจีนมันต้องมีเื่ที่ใช้ได้บ้างแหละสมุนไพรมีตั้งเยอะตั้งแยะแม้ว่าเด็กอายุ14แบบเขาจะยังไม่สามารถรักษาใครได้ก็ตามแต่กับอีแค่ขายสมุนไพรคงไม่มีใครห้ามเด็กเอาไปขายหรอกมั้ง
งั้นก็เริ่มจากการค้าขายเอาเงินมาปรับปรุงชีวิตของเขาและอาคุนก่อนก็แล้วกันดีละไปชวนอาคุนขึ้นเขาดีกว่า
หลังจากที่หนิงเยว่เล่อหาข้อสรุปให้ตัวเองได้แล้วก็ทำท่าจะวิ่งออกไปด้านนอกเพื่อตามหาอาคุนแต่ทว่าทันทีที่เปิดประตูเท่านั้นแหละภายในห้องว่าหนาวแล้วด้านนอกหนาวกว่าหนาวขนาดนี้ไม่รู้ว่าอาคุนไปไหนหนิงเยว่เล่อจึงเดินกลับเข้าไปในห้องหาผ้าอีกหลายๆชิ้นมาใส่เพื่อออกไปเดินหาอาคุน
“คุณชายจะไปไหนหรือขอรับ”
“อ้าวอาคุนมาพอดีเ้าไม่หนาวหรือมาๆนั่งก่อน”
หนิงเยว่เล่อที่เห็นอาคุนเดินเข้ามาพอดีก็ลุกขึ้นไปจับจูงมือเล็กที่ติดหยาบกร้านเล็กน้อยตามฉบับคนทำงานรับใช้ให้มานั่งที่โต๊ะจากนั้นก็เอาผ้าที่ตนหามาได้คลุมทับร่างกายแบบบางนั่นอีกชั้นเพื่อสร้างความอบอุ่นให้แก่อีกฝ่าย
แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็บ่าวรับใช้แต่ว่าก็เป็เพียงแค่เด็กคนหนึ่งจะไปทนหนาวอะไรได้มากกมาย
“มะไม่เป็อะไรขอรับท่านห่มเถอะ”
“ห่มไปเถอะหน่าเ้ามาพอดีเลยข้ามีเื่ต้องบอกเ้าอยู่พอดี”
อาคุนทำหน้าสงสัยได้น่ารักมากสำหรับเขางืออยากปั้นเป็ก้อนแล้วกลืนลงไปแต่ทำไม่ได้
“เื่สถานะของเราน่ะ”
“บะบ่าวขอโทษขอรับ”
“ขอโทษทำไมข้าแค่จะบอกว่าข้าหาทางแก้ได้แล้วแต่อาจจะลำบากไปสักหน่อยไม่สิไม่หน่อยเลยหนักเอาการเชียว”
“อะไรหรือขอรับ”
“ข้าพอรู้เื่สมุนไพรอยู่บ้างฉะนั่นเราจะขึ้นเขาไปหาสมุนไพรไปขายในเมืองกันและก็หาของป่าเล็กๆน้อยไปขายด้วยเป็อย่างไร”
อาคุนที่ได้ยินแบบนั้นก็ใตาโตเท่าไข่ห่านพลางทำสีหน้าเสียใจออกมาทำเอาหนิงเยว่เล่อเอียงคอเล็กน้อยด้วยความสงสัย
“เป็อะไรหรืออาคุนไม่ดีหรือ”
“ก็ท่านเป็คุณชายทั้งชีวิตของท่านั้แ่เกิดไม่เคยต้องลำบากเช่นนั้นบ่าวขึ้นเขาคนเดียวแล้วค่อยเอาลงมาให้ท่านดูดีหรือไม่ขอรับ”
“แล้วทำไม่ต้องทำให้มันยุ่งยากละข้ารู้เื่อยู่ผู้เดียวก็ให้ข้าขึ้นไปเอง”
“แต่มันลำบากนะขอรับ”
“อาคุนตอนนี้เราก็กำลังลำบากหากข้าไม่ทำแล้วรอเ้าผู้เดียวแล้วเมื่อไรเราจะหลุดพ้นจากการอดยากกัน”
อาคุนที่ได้ยินแบบั้นก็รู้สึกเสียใจพลางเจ็บแค้นขึ้นมาเล็กน้อยคิดว่าทำไมชีวิตคุณชายของตนต้องมาเจออะไรแบบนี้จนต้องสะดุ้งเล็กน้อยจากััอบอุ่นบนศีรษะขอตนเองเมื่อตั้งสติได้แล้วก็เห็นว่าคุณชายของตนกำลังลูบหัวของตัวเองพร้อมกับบอกว่า
“อาคุนเ้าก็เห็นว่าตอนนี้เรามีกันอยู่แค่สองคนเ้าคิดว่าแม่เลี้ยงของข้าจะยอมให้ข้ากลับไปอยู่อย่างสุขสบายที่เมืองหลวงหรือ”
“มะไม่ขอรับ”อาคุนตอบพร้อมกับกลั้นก้อนสะอื้น
“นั่นสิฉะนั้นเราก็มีกันอยู่แค่นี้แล้วหากว่าข้าไม่มีเ้าป่านนี้ข้าก็คงจะตายไปแล้ว”จริงๆก็ตายไปแล้วนั้นแหละ“ฉะนั้นต่อจากนี้เ้าไม่ต้องเรียกข้าว่าคุณชายและแทนตัวเองว่าบ่าวแล้วอย่างไรอยู่ที่นี่ข้าก็ไม่มีปัญญาจ้างเ้าหรอกนะ หึหึ”
“ดะได้อย่างไรกันละขอรับอย่างไรฐานะของข้าและคุณชายก็ยังแตกต่างกันอยู่ดี”
“อาคุนเ้าอยู่กับข้ามาตั้งหลายเดือนจนเมื่อเกิดเื่ครั้งล่าสุดที่ข้าหยุดหายใจหรือเรียกง่ายๆว่าตายไปแล้วจนกระทั่งฟื้นขึ้นมาอีกครั้งข้าก็เลิกมองเ้าว่าเป็บ่าวแล้วบ่าวที่ไหนจะทุ่มเทให้ข้าได้มากขนาดนี้”หนิงเยว่เล่อหยุดพูดเพื่อดูปฏิกิริยาจากเด็กน้อยตรงหน้าเล็กน้อยจ้าอยู่กับข้าในวันที่ข้าลำบากทั้งยังคอยดูแลข้าอย่างดีเผลอๆดีกว่าครอบครัวแท้ๆของข้าเสียอีก“
“ฮึกคุณชาย”อาคุนพูดได้แค่นั้นหนิงเยว่เล่อก็เอ่ยขัดขึ้นมาก่อน
“เอาละๆไม่ร้องๆเ้าฟังข้าดีๆนะอาคุนข้ามีแค่เ้าที่ตอนนี้เปรียบเสมือนครอบครัวของข้าเป็คนเดียวที่อยู่กับข้าในวันที่เลวร้ายที่สุดซึ่งก็คือในวันที่ข้าป่วยแล้วตายไปครู่หนึ่งเมื่อวานอย่างไรละฉะนั้นหากว่าข้าจะมองเ้าไม่ใช่บ่าวอีกต่อไปก็ไม่ใช่เื่แปลกหรือเปล่า”
เอาจริงแล้วเขาก็ไม่ได้ซาบซึ้งอะไรขนาดนั้นแต่ว่าเขาอายุเท่าไรแล้วถ้าจะให้เด็กอายุเท่านี้มาคอยดูแลทุกอย่างมันก็ถือเป็การเอาเปรียบและใช้แรงงานเด็กแล้วก็เข้าใจแหละว่าโลกนี้มันเป็แบบนี้ยุคนี้เื่แบบนี้มันเป็เื่ปกติ
แต่มันไม่ปกติสำหรับคนที่มาจากอีกที่ที่ถือว่าเด็กคืออนาคตของชาติแบบเขาฉะนั้นถ้าให้เลือกว่าจะให้เด็กเลี้ยงเขาเลี้ยงเด็กมันเองดีกว่า
เด็กน้อยน่ารักขนาดนี้จะให้มาใช้หาบน้ำหุงข้าวยกน้ำล้างนู้นล้างนี้มันก็ไม่ได้ไงแล้วเมื่อครู่ที่เขาเปิดประตูออกไปข้างๆทางเดินมันมีกองหิมะสูงๆกองอยู่แต่ทางเดินมายังห้องของเขากลับมีหิมะน้อยมากแค่นี้ก็คิดได้แล้วว่าต้องเป็ฝีมือเด็กคนนี้แน่แค่คิดว่าต้องไปกวาดเยอะขนาดนั้นก็เหนื่อยและหนาวจนแข็งแล้ว
“กะก็บ่าวมีท่านคนเดียวในตอนนี้อีกอย่าง มะ มันก็เป็หน้าที่ ฮึก”
“น่ะเ้ายังบอกเลยว่ามีข้าคนเดียวข้าก็มีเ้าคนเดียวเหมือนกันในเวลานี้”ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมง่ายๆแหะงั้นต้องเล่นละครหน่อยแล้ว
หนิงเยว่เล่อคิดอย่างนั้นก็แสร้งก้มหน้าลงด้วยท่าทีเศร้าๆสร้างระรอกคลื่นความเห็นใจในใจของอาคุน
“หากว่าเ้าไม่อยากเป็พี่น้องของข้าก็ช่างเถอะ”ไม่พูดเปล่าเขายังยกมือขึ้นปาดน้ำตาทิพย์ไปทีแล้วเอ่ยสร้างความเห็นใจอีกที“ข้าเองก็อยากมีพี่น้อยที่ข้าสามารถพูดคุยและสร้างเสียงหัวเราะไปด้วยกันอยากมีคนที่สามารถเชื่อใจและคอยเล่าทุกอย่างให้ฟังได้อย่าสนิทใจและที่สำคัญข้าเองก็อยากมีครอบครัวที่อบอุ่นกับเขาเช่นกันแต่หากว่าเ้าลำบากใจข้าก็...ฮึก”
“คะ คุณชาย”
“ฮึก ขะข้าไม่เป็ไร”
อาคุนได้แต่ทำตาปริบๆอย่างคนทำอะไรไม่ถูกไม่คิดไม่ฝันว่าเ้านายเพียงหนึ่งเดียวในตอนนี้จะอยากเป็พี่น้องกับตัวเองจากที่อีกฝ่ายคอยปลอบเมื่อครู่เหมือนว่าเราจะสลับบทบาทกันเสียแล้วเพราะตอนนี้อาคุนต้องเป็ฝ่ายปลอบเ้านายแล้ว
“บะบ่าวเข้าใจแล้วขอรับ ตะ แต่บ่าวยังไม่ชิน”
“ฮึก จริงหรือเ้าจะมาเป็น้องชายของข้าหรือ”
“เออ คือ ขะขอรับ”
อาคุนพูดด้วยน้ำเสียงเบาหวิวสร้างรอยยิ้มให้กับหนิงเยว่เล่อได้เป็อย่างดีแต่ทว่ายังต้องคีพบทนางโศกเมื่อครู่อยู่จึงได้แต่คว้าอีกฝ่ายมากอดเอาไว้เบาๆ
“เช่นนั้นเรียกพี่ให้ข้าได้ยินดีสิ”
“เอ๊ะ เออ จะจะดีหรือขอรับ”
“เฮ้อ ข้าว่าแล้วว่าคงไม่มีใครอยากเป็น้องของข้า”
“ไม่ๆขอรับ บะบ่าวอยากเป็ขอรับ”
“เช่นนั้นเรียกพี่เร็วแล้วก็เลิกแทนตัวว่าบ่าวได้แล้ว”
อาคุนมีท่าทีลังเลเล็กน้อยก่อนจะจะอ้อมแอ้มพูดด้วยน้ำเสียงเบาชนิดที่แทบจะไม่ได้ยินกันเลยทีเดียวแต่หนิงเยว่เล่อเป็คนหูดีแต่ก็ยังอยากแกล้งอีกฝ่ายอยู่
“ข้าไม่ได้ยินเลยอาคุนเรียกใหม่สิ”
“ทะ ท่านพี่”
“หึหึเรียกพี่ใหญ่เถอะดูเข้ากว่าเรียกท่านพี่เหมือนข้าจะไปเป็สามีของเ้าเลย”
“ของรับ พะ พะพี่ใหญ่”