บทที่ 31 มันหวานเชื่อมน้ำตาล
"หัวปลามีความนุ่มและคุณค่าทางโภชนาการ ช่วยให้คนฉลาด มีประโยชน์ต่อการพัฒนาสมอง และการกินหัวปลาบ่อยๆไม่ใช่แค่บำรุงสมอง แต่ยังช่วยชะลอความเสื่อมของสมอง ช่วยบำรุงร่างกายและชะลอความแก่ ไม่ต่างจากยาบำรุงราคาแพงเลย ต่อไปถ้ามีหัวปลาแบบนี้อีก ก็ไม่ต้องทิ้งแล้ว ทิ้งไปน่าเสียดายแย่"
หลังจากที่ทำน้ำแกงหัวปลาเสร็จ ซ่งเส้าเส้าก็เก็บของไปพลางพูดคุยกับป้าแม่ครัวไปพลาง
ถึงแม้ว่าลู่จินโม่จะรู้จักกับซ่งเส้าเส้ามาสักพักแล้ว แต่ก็แค่เห็นว่านางตัดชุดเก่ง และตันปิ่งผักป่าที่นางทำอร่อย ไม่นึกว่านางจะเก่งขนาดนี้ จึงรู้สึกชื่นชมนางมาก
"ช่างตัดเสื้อตัวน้อย ข้าไม่รู้มาก่อนเลยว่าเจ้าจะเก่งกาจขนาดนี้"
ซ่งเส้าเส้ายิ้มอย่างถ่อมตัว "ก็ไม่ได้เก่งกาจอะไรหรอกเจ้าค่ะ แค่วิธีทำง่ายๆเท่านั้น"
"คุณหนูพูดถูกเจ้าค่ะ แม่นางคนนี้เก่งกาจจริงๆ บ่าวทำอาหารในคฤหาสน์ตระกูลลู่มานาน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้รู้ว่าหัวปลาก็สามารถนำมาทำอาหารได้"
"ท่านป้าแม่ครัวชมเกินไปแล้วเจ้าค่ะ ถ้าท่านอยากเรียนรู้วิธีทำ ข้าสอนให้ก็ได้เจ้าค่ะ"
ป้าแม่ครัวได้ยินซ่งเส้าเส้าพูดแบบนั้นก็ดีใจมาก
ซ่งเส้าเส้าก็ไม่หวงวิชา สอนวิธีทำน้ำแกงหัวปลาให้ป้าแม่ครัว
"ว่าแต่ช่างตัดเสื้อตัวน้อย น้ำแกงนี้เรียกว่าอะไรหรือเจ้าคะ"
จริงสิ ตอนอยู่ที่ศตวรรษที่ 21 นางแค่เรียกว่าน้ำแกงหัวปลามาตลอด แต่มันฟังดูธรรมดาเกินไป ต้องคิดชื่อที่เพราะๆ และน่ากินกว่านี้
"อืม ... เรียกว่า ... น้ำแกงหัวปลาแปดสมบัติก็แล้วกันเจ้าค่ะ!"
ใช่แล้วน้ำแกงหัวปลาแปดสมบัติ เอาเป็นชื่อนี้แหละ!
"น้ำแกงหัวปลาแปดสมบัติ ... ฟังดูน่ากินจัง" ลู่จินโม่พูดด้วยความประทับใจ
ซ่งเส้าเส้ายิ้มอย่างภาคภูมิใจ แน่นอนว่าต้องน่ากิน เพราะมันอาหารจากฝีมือของบล็อกเกอร์สายอาหารเชียวนะ!
ซ่งเส้าเส้ากำลังยิ้มอย่างภาคภูมิใจ ก็เหลือบไปเห็นมันเทศกองใหญ่กองหนึ่งวางอยู่บนพื้น ในหัวของนางก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาทันที
นางมาเยือนโลกในนิยายก็นานแล้ว แต่เนื่องจากฐานะทางบ้านของครอบครัวซ่งไม่ค่อยดี ทำให้นางไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก นางคันไม้คันมือ อยากทำอาหารจานใหม่มาตั้งนานแล้ว พอเห็นมันเทศกองนี้ก็อยากจะทำของหวานเสียหน่อย
"หมอยาตัวน้อย นั่น..."
ซ่งเส้าเส้าชี้ไปที่มันเทศที่อยู่ตรงมุมห้องมองลู่จินโม่
"ข้าขอมันเทศพวกนั้นไปทำของหวานได้หรือไม่เจ้าคะ"
ลู่จินโม่ไม่คิดเลยว่าซ่งเส้าเส้าจะทำของหวานเป็นด้วย ช่างตัดเสื้อตัวน้อยของนางมีแต่เรื่องที่ชวนให้เหลือเชื่อจริงๆ
"ได้สิเจ้าคะ อันที่จริงหากเป็นเจ้านะช่างตัดเสื้อตัวน้อย ของในคฤหาสน์ตระกูลลู่ เจ้าอยากใช้อะไรก็ใช้เลย"
"แล้วท่านชอบกินของหวานหรือไม่เจ้าคะ"
"ชอบสิ ข้าชอบมากเลย"
พอได้ยินแบบนั้น ซ่งเส้าเส้าก็โล่งใจ
"เช่นนั้นก็ดีแล้วเจ้าค่ะ รอสักครู่นะเจ้าคะ ข้าจะทำมันหวานเชื่อมน้ำตาลให้ท่านกิน"
"มันหวานเชื่อมน้ำตาล?"
ลู่จินโม่ทำหน้าสงสัย มันเทศนางรู้จัก แต่มันหวานเชื่อมน้ำตาลนี่คืออะไรแถมยังเป็นของหวานอีก
ซ่งเส้าเส้าพยักหน้าอย่างภาคภูมิใจ
"กลิ่นอะไรหอมเช่นนี้"
ซ่งเส้าเส้ากำลังยิ้มอย่างภาคภูมิใจ ลู่เฉินโม่กับเหยียนหลีลั่วก็เดินมาจากห้องหนังสือ
"พี่ใหญ่ เหตุใดพวกท่านถึงมาที่นี่เล่าเจ้าคะ"
"พวกเราเพิ่งออกจากห้องหนังสือ เห็นพวกเจ้าไม่อยู่ พอถามหมิงอวี่ นางบอกว่าพวกเจ้าอยู่ที่ครัว พวกเราก็เลยแวะมาดูเสียหน่อย"
เหยียนหลีลั่วพูดพลางตักน้ำแกงหัวปลาแปดสมบัติที่ซ่งเส้าเส้าเพิ่งทำเสร็จใส่ชามของตัวเอง
"โอโห อร่อยจริงๆ ท่านป้าแม่ครัว เหตุใดที่ผ่านมาท่านไม่ทำอาหารจานนี้เล่า?"
ป้าแม่ครัวชี้ไปที่ซ่งเส้าเส้า บอกเหยียนหลีลั่วว่าน้ำแกงนี้ไม่ใช่ฝีมือของนาง แต่เป็นฝีมือของซ่งเส้าเส้า เหยียนหลีลั่วได้ยินแบบนั้นก็รีบวิ่งไปหาซ่งเส้าเส้า
"สาวน้อยนี่เจ้าเป็นคนทำหรือ"
"เจ้าค่ะ"
"สุดยอดไปเลยสาวน้อย ต่อไปหากข้าอยากกินอีก จะมีโอกาสหรือไม่?"
ซ่งเส้าเส้าพยักหน้า "ได้สิเจ้าคะ ข้าเพิ่งจะสอนวิธีทำให้ท่านป้าแม่ครัวไป"
เหยียนหลีลั่วผงะ "เอ่อ .. ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น"
ที่แท้ตอนอยู่ในห้องหนังสือ เหยียนหลีลั่วกับลู่เฉินโม่ได้หารือกัน และเห็นว่าการปล่อยให้นางซึ่งเป็นสตรีออกไปตั้งร้านแผงลอยตามลำพังมันค่อนข้างอันตราย บังเอิญพ่อครัวในกรมทหารองครักษ์เหนือเพิ่งจะย้ายออกไปพอดี เลยอยากจะให้ซ่งเส้าเส้าไปทำอาหารที่นั่นแทน
เหยียนหลีลั่วบอกความคิดของเขาและลู่เฉินโม่ให้ซ่งเส้าเส้าฟัง พูดตามตรง เรื่องนี้ดึงดูดใจซ่งเส้าเส้าไม่น้อย การไปทำอาหารที่กรมทหารองครักษ์เหนือก็เป็นความคิดที่ดี แต่ถ้าไปแล้วนางก็ต้องเจอกับลู่เฉินโม่ทุกวัน นี่คงจะหลบหน้าเขาลำบากขึ้นไปอีก
"นี่..."
"ช่างตัดเสื้อตัวน้อย นี่ดีออกเจ้าค่ะ ถ้าเจ้าไปที่กรมทหารองครักษ์เหนือ ข้าก็จะได้กินอาหารอร่อยๆที่เจ้าทำบ่อยๆ"
ซ่งเส้าเส้ายิ้มอย่างอึดอัด "เรื่องนี้ข้าต้องคิดดูก่อนเจ้าค่ะ ต้องปรึกษากับท่านพ่อท่านแม่และพี่ชายด้วย"
ซ่งเส้าเส้าปฏิเสธอย่างสุภาพ
ลู่เฉินโม่ที่ยืนอยู่ข้างๆมองซ่งเส้าเส้า เริ่มมั่นใจแล้วว่านางเหมือนกำลังหวาดกลัวเขา
"แต่..."
ลู่จินโม่กำลังจะพูดอะไรบางอย่างก็ถูกพี่ชายดึงไว้ ลู่เฉินโม่ส่ายหน้าให้ลู่จินโม่ ตั้งใจสื่อว่าให้ซ่งเส้าเส้าทำตามใจตัวเองเถิด
ซ่งเส้าเส้าเห็นว่าพวกเขาผิดหวังก็รู้สึกไม่ดี เพราะอย่างไรเสียพวกเขาหวังดีกับนาง อย่างไรก็ตาม ก็พวกไม่รู้นี่ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในนิยาย ดังนั้นแค่นางขอกลับไปคิดก่อนมันใช่เรื่องผิดขนาดนั้นเชียวหรือ?
ซ่งเส้าเส้าพยายามเปลี่ยนบรรยากาศ
"เอาล่ะๆ อย่าทำหน้าบึ้งกันแบบนี้เลยเจ้าค่ะ ข้าจะทำอาหารอีกจานให้พวกท่านกิน"
"อาหารอะไรหรือ" เหยียนหลีลั่วเป็นคนไม่คิดมาก พอซ่งเส้าเส้าเปลี่ยนเรื่อง อารมณ์ของเขาก็กลับมาเป็นปกติ
"รอดูก็แล้วกันเจ้าค่ะ" ซ่งเส้าเส้าพูดอย่างลึกลับ
ซ่งเส้าเส้าหยิบมันเทศสองหัวมา ล้างให้สะอาด ปอกเปลือกแล้วก็หั่นเป็นชิ้นๆ จากนั้นตั้งกระทะใส่น้ำมัน รอจนน้ำมันเดือดแล้วจึงใส่มันเทศลงไป ทำแบบนี้มันเทศจะได้มีสีเหลืองทองสวยงาม
"เวลาทอดมันเทศ อย่าใจร้อน ไม่งั้นจะเสียรสชาติ"
ซ่งเส้าเส้าสอนวิธีทำให้ป้าแม่ครัวไปพลางทำไปพลาง
หลังจากที่ทอดมันเทศเสร็จ ซ่งเส้าเส้าก็ใส่น้ำและน้ำตาลลงไปในกระทะ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนกว่าน้ำตาลจะละลายและเริ่มมีฟองเล็กๆ
จากนั้นรอจนกระทั่งเกิดฟองใหญ่ น้ำตาลจะกลายเป็นน้ำเชื่อม ถึงตอนนี้น้ำเชื่อมจะเริ่มเหนียวข้น สีของน้ำเชื่อมก็จะเข้มขึ้น ฟองจะเริ่มเล็กลงและถี่ขึ้นก็เป็นอันใช้ได้
จากนั้นก็ใส่มันเทศที่ทอดไว้ลงไป คนให้เข้ากัน ตักใส่จานพักไว้ รอให้เย็นก็พร้อมรับประทาน
"จริงสิท่านป้าแม่ครัว ตอนที่ใส่มันเทศลงไปในน้ำเชื่อม ควรใช้มันเทศที่ยังร้อนอยู่นะเจ้าคะ แบบนี้น้ำเชื่อมจะเคลือบมันเทศได้ดีกว่า"
ท่านป้าแม่ครัวเป็นคนที่รอบคอบ นางจดจำทุกคำพูดของซ่งเส้าเส้า
"แล้วของหวานจานนี้ชื่ออะไรหรือเจ้าคะ"
"นี่เรียกว่ามันหวานเชื่อมน้ำตาล ลองชิมดูสิเจ้าคะ"
ทุกคนต่างก็พากันล้อมวงเข้ามาอยากจะลองชิมมันหวานเชื่อมน้ำตาลที่ซ่งเส้าเส้าทำ
ลู่เฉินโม่ไม่ได้ชิมเพราะกลัวเสียหน้า แต่สุดท้ายก็ถูกน้องสาวยัดใส่มือ พอกินเข้าไป ลู่เฉินโม่ก็มองซ่งเส้าเส้าอย่างชื่นชม มุมปากเผยรอยยิ้มออกมา
ส่วนคนอื่นๆพอได้กินมันหวานเชื่อมน้ำตาลก็ต่างพากันชมไม่หยุดปาก