อรุณรุ่งวันใหม่ไม่ได้เริ่มต้นด้วยการฝึกท่าร่างที่พลิ้วไหวอีกต่อไป สำหรับเฟยหลงแล้ว มันเริ่มต้นด้วยความนิ่ง...ความนิ่งที่ทรมานยิ่งกว่าการเคลื่อนไหวใดๆ
"การฝึกไม่ได้เริ่มต้นที่ร่างกาย แต่เริ่มที่ลมหายใจ" ลี่อินกล่าวในเช้าวันแรกของการเรียนการสอนที่แท้จริง "ร่างกายเป็เพียงภาชนะ ลมหายใจคือสายน้ำที่หล่อเลี้ยง ทุกวิชาที่ยิ่งใหญ่ล้วนมีรากฐานมาจากการควบคุมลมหายใจ"
นางไม่ได้สอนเทคนิคการโคจรลมปราณที่ลึกล้ำซับซ้อน นางเพียงแค่ให้เฟยหลงนั่งขัดสมาธิบนพื้นหินที่เย็นเฉียบ หลับตาลง และหายใจ...
ชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า...
ในตอนแรก เฟยหลงรู้สึกกระสับกระส่าย ความคิดของเขาฟุ้งซ่านไปหมด เขาคิดถึงการประลองแห่งหุบเขาจันทรา คิดถึงท่าร่างในตำราเล่มเก่า คิดว่าเมื่อไหร่จะได้เรียนรู้วิชาที่แท้จริง
"ท่านแม่ เราจะทำเช่นนี้ไปถึงเมื่อไหร่ขอรับ?" เขาถามขึ้นในที่สุด ทำลายความเงียบสงบของผืนป่า
ลี่อินซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกล ลืมตาขึ้นช้าๆ "จนกว่าเ้าจะเลิก 'ทำ' และเริ่ม 'เป็'" นางตอบเรียบๆ "ตอนนี้เ้ากำลัง 'ทำ' สมาธิ เ้าพยายามที่จะสงบ แต่เ้าไม่ได้ 'เป็' ส่วนหนึ่งของความสงบนั้น"
คำพูดของนางลึกซึ้งเกินกว่าที่เฟยหลงจะเข้าใจในทันที แต่เขาก็เชื่อฟังและพยายามต่อไป วันแล้ววันเล่า เขานั่งนิ่งๆ ฟังเสียงลม ฟังเสียงน้ำตก ฟังเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นเป็จังหวะ จนกระทั่งเขาสามารถแยกแยะเสียงใบไม้ที่เสียดสีกันออกจากเสียงแมลงที่กระพือปีกได้ เขาสามารถรู้สึกถึงไอเย็นจากลำธารและไออุ่นจากแสงแดดที่ส่องลงมากระทบผิวได้ในเวลาเดียวกัน
หลังจากผ่านไปหนึ่งสัปดาห์เต็ม ลี่อินจึงได้เริ่มบทเรียนต่อไป...ท่ายืนม้า
นางสาธิตให้เขาดูเพียงครั้งเดียว ร่างที่ดูบอบบางของนางย่อลง ยืนอย่างมั่นคงราวกับต้นสนพันปีที่หยั่งรากลึกลงไปในแก่นโลก ไม่มีการสั่นไหว ไม่มีการโคลงเคลง มันคือภาพของความสมบูรณ์แบบที่เรียบง่ายที่สุดแต่ก็ทรงพลังที่สุด
"ยืนท่านี้ไว้" นางสั่งสั้นๆ
เฟยหลงทำตาม...และนรกบนดินก็ได้เริ่มต้นขึ้น
เพียงไม่กี่ลมหายใจ ต้นขาของเขาก็เริ่มสั่นระริก เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นเต็มหน้าผาก กล้ามเนื้อทุกมัดกรีดร้องประท้วง เวลาแต่ละวินาทีผ่านไปเชื่องช้าราวกับชั่วนิรันดร์ เขาล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า ยืนได้ไม่ถึงหนึ่งก้านธูปก็ล้มลงไปกองกับพื้น
"รากฐานของเ้ายังไม่มั่นคง" ลี่อินวิจารณ์เรียบๆ "เ้าใช้เพียงกำลังของกล้ามเนื้อเพื่อยืน แต่เ้ายังไม่ได้ใช้ 'พลัง' ของผืนดิน"
ทุกเช้าคือการทรมานแบบเดิมๆ เฟยหลงกัดฟันสู้กับความเ็ปและความท้อแท้ แต่เขาก็ไม่เคยยอมแพ้ เขาเชื่อมั่นในตัวมารดาโดยสมบูรณ์
แล้วเขาก็เริ่มสังเกตเห็นผลลัพธ์ของการฝึกในชีวิตประจำวัน...
วันหนึ่งขณะที่เขาออกไปล่าสัตว์กับอาิ เขาสามารถยืนนิ่งซุ่มอยู่ในพุ่มไม้ได้นานกว่าครึ่งชั่วยามโดยไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งกวางป่าตัวหนึ่งเดินเข้ามาในระยะยิงธนูโดยไม่ระแคะระคาย การเดินของเขาก็เงียบลง เขาสามารถย่องไปในป่าโดยแทบไม่ทำให้เกิดเสียงฝีเท้าเลย สมาธิและความอดทนของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าสิ่งที่มารดาสอน ไม่ใช่แค่การฝึกร่างกาย แต่เป็การหลอมรวมกายและใจให้เป็หนึ่ง
เมื่อเห็นว่าร่างกายของเฟยหลงเริ่มคุ้นชินกับท่ายืนม้าแล้ว ลี่อินก็ตัดสินใจว่าถึงเวลาสำหรับบททดสอบที่แท้จริง
เช้าวันนั้น หลังจากที่เฟยหลงตั้งท่ายืนม้าได้อย่างมั่นคงแล้ว ลี่อินก็เด็ดใบไม้สีเขียวสดใบหนึ่งมาจากกิ่งไม้ข้างตัว นางบรรจงวางมันลงบนกระหม่อมของเฟยหลงอย่างแ่เบา
"จงยืนจนกว่าตะวันจะลับขอบฟ้า...อย่าให้ใบไม้นี้ร่วงหล่น"
เฟยหลงเบิกตากว้าง นี่มันจะเป็ไปได้อย่างไร? แค่ยืนเฉยๆ ก็ยากลำบากแสนสาหัสแล้ว แต่นี่ต้องไม่ขยับเลยแม้แต่น้อยจนกว่าจะเย็น?
บททดสอบเริ่มต้นขึ้น...
ชั่วโมงแรกผ่านไปอย่างยากลำบาก ชั่วโมงที่สองคือความทรมาน ชั่วโมงที่สามคือความปรารถนาที่จะยอมแพ้ กล้ามเนื้อของเขาลุกเป็ไฟ เหงื่อไหลเข้าตาจนแสบไปหมด จิตใจของเขากรีดร้องให้ล้มเลิก แต่ภาพของใบไม้ที่วางนิ่งอยู่บนหัว ทำให้เขาต้องข่มกลั้นทุกอย่างเอาไว้
เขาเริ่มลืมความเ็ป เขาเริ่มลืมกาลเวลา เขาจดจ่ออยู่กับลมหายใจเข้า...และออก... เขารู้สึกถึงรากที่มองไม่เห็นที่งอกออกจากฝ่าเท้าหยั่งลึกลงไปในผืนดิน เขารู้สึกถึงพลังของป่าที่โอบล้อมตัวเขา จิตใจของเขาที่เคยต่อสู้กับร่างกาย เริ่มหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกัน...
เขาไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ รู้ตัวอีกที แสงสีทองสุดท้ายของวันก็กำลังจะลาลับขอบฟ้าไปแล้ว...และใบไม้ใบนั้น...ก็ยังคงวางนิ่งอยู่บนศีรษะของเขา
ทันทีที่แสงสุดท้ายหายไป ร่างของเฟยหลงก็ทรุดลงกับพื้นทันที เขานอนหอบหายใจอย่างหนักหน่วง หมดสิ้นเรี่ยวแรงโดยสมบูรณ์ แต่ในใจกลับรู้สึกถึงชัยชนะอันยิ่งใหญ่
ลี่อินเดินเข้ามาเงียบๆ ในมือของนางมีถ้วยใส่น้ำสมุนไพรเย็นๆ ส่งให้เขา มุมปากของนางยกขึ้นเป็รอยยิ้มจางๆ...รอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจที่หาได้ยากยิ่ง
ค่ำคืนนั้น ขณะที่ลี่อินกำลังใช้ยาหม่องสมุนไพรนวดคลึงกล้ามเนื้อที่ปวดระบมให้เฟยหลง ความรู้สึกผูกพันและความไว้วางใจที่ก่อตัวขึ้นทำให้เฟยหลงกล้าที่จะเอ่ยถามคำถามที่อยู่ในใจมาตลอด
"ท่านแม่..." เขาเอ่ยขึ้นเบาๆ "...ท่านพ่อ...เขาแข็งแกร่งมากหรือขอรับ?"
มือของลี่อินที่กำลังนวดเฟ้นอยู่นั้นชะงักไปชั่วครู่ บรรยากาศในกระท่อมพลันเปลี่ยนไป นางทอดสายตามองออกไปในความมืดนอกหน้าต่าง "สิ่งที่แข็งแกร่งที่สุดในตัวพ่อของเ้า...ไม่ใช่พลังของเขา...แต่เป็หัวใจของเขาต่างหาก"
คำตอบนั้นทำให้เฟยหลงนิ่งงัน มันไม่ใช่คำตอบที่เขาคาดหวัง แต่กลับตราตรึงอยู่ในใจของเขามากกว่าคำยกย่องใดๆ
เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าการฝึกฝนที่มารดามอบให้ ไม่ใช่หนทางสู่การเป็ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด...แต่คือหนทางสู่การเข้าใจความหมายที่แท้จริงของความแข็งแกร่ง...และความหมายของชายที่ชื่อว่า 'พ่อ' ของเขา...