บทที่ 38 เด็กน้อยน่ารักน่าเอ็นดู
การออกมาครั้งนี้ของหรงจู้เฉิงทำให้เขาได้พบกับเด็กน้อยน่ารักคนหนึ่ง
เขานึกถึงภาพของถังโย่วโย่วที่ได้เจอเมื่อครู่
ใบหน้าเล็กน่ารักจิ้มลิ้มกับรอยยิ้มหวาน ๆ ถึงแม้จะมีสร้อยคอที่ดูขัดตาอยู่บ้าง แต่ก็ยังทำให้หรงจู้เฉิงรู้สึกชอบมาก
"ฉันจะหาวิธีเอาสร้อยคอนั่นมาให้ได้ นายกลับไปรายงานก่อนเถอะ"
"ครับ..." แต่ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง ลูกน้องลังเลอยู่สักพักก่อนจะถามออกมา "นายน้อย คุณไม่ได้บอกว่าไปตามหาแมวเหรอครับ แล้วมันอยู่ที่ไหนแล้ว?"
"แมวอยู่กับคนที่ใส่สร้อยคอเส้นนั้น นายไปหาซื้อตัวใหม่กลับไปให้แม่ก็พอแล้ว"
เดิมทีแมวตัวนั้นเป็นของขวัญวันเกิดที่หรงจู้เฉิงซื้อให้แม่ของเขา
แต่เมื่อคืนมันดันวิ่งหนีไป เขาก็ไม่ได้คิดจะตามหามันกลับมา คิดว่าก็แค่ซื้อตัวใหม่ มันไม่ใช่ของหายากอะไร แต่กลับไม่คิดว่าตอนเช้าจะมีสาวใช้มาถามที่หน้าประตูว่าแมวของบ้านเขาหลุดไปหรือเปล่า และตอนนี้มันอยู่ที่บ้านของพวกเขา
ในเมื่อมีคนมาตามหาถึงหน้าประตู
ถ้าไม่ไปรับกลับมาก็คงน่าสงสัย หรงจู้เฉิงไม่อยากทำเรื่องให้วุ่นวายจึงไปด้วยตัวเอง
แต่กลับไม่คิดว่าการไปครั้งนี้จะทำให้เขาได้พบกับเรื่องน่าประหลาดใจอย่างไม่คาดฝัน
ลูกน้องได้ยินหรงจู้เฉิงพูดอย่างนั้นก็พยักหน้าด้วยความเคารพ
"ครับ นายน้อย"
แมวสีขาวถูกทิ้งไว้ที่คฤหาสน์ตระกูลชาง
ตอนนี้ในคฤหาสน์จึงมีสัตว์เลี้ยงสองตัว
พ่อบ้านส่งคนใช้ไปเลือกซื้อของใช้สำหรับสัตว์เลี้ยง
บนโซฟา ถังโย่วโย่วนั่งกอดแมวอยู่ในอ้อมแขน
และได้ยินเสียงเล็กๆ นุ่มนวลของถังโย่วโย่วพูดพึมพำคนเดียวว่า "แมวน้อย เธอชื่ออะไร? หรือจะตั้งชื่อให้เธอดี?"
"อืม? ให้ฉันคิดดูก่อนนะ"
เมื่อมองดูแมวขาวที่อยู่ในอ้อมแขนตัวขาวโพลน เวลามันขดตัวก็จะเหมือนโมจิไอศกรีม
ถังโย่วโย่วตบมือ
เสียงเล็ก ๆ พูดออกมาว่า "จริงด้วย! งั้นเรียกเธอว่า 'ไป๋หนั่วมี่' ก็แล้วกัน!"
หา? โมจิกับไป๋หนั่วมี่มันเกี่ยวอะไรกัน?
แต่ในสมองของถังโย่วโย่วก็คิดคำนี้ออกมาโดยอัตโนมัติ
เวลาเรียกแล้วก็รู้สึกเหมาะสมดี จึงตกลงเอาแบบนั้นอย่างมีความสุข
"มี่มี่! ต่อไปนี้จะเรียกเธอว่ามี่มี่แล้วนะ!"
หลังเล่นกับแมวขาวอีกพักหนึ่ง ถังโย่วโย่วก็ตั้งใจดูวันพีซต่อ
ชางจื่อเล่นกับเฮยจ่ายอยู่ข้าง ๆ แต่เฮยจ่ายไม่อยากเล่นด้วย สักพักมันจึงเดินไปนั่งอยู่กับถังโย่วโย่วที่โซฟาแทน
สัตว์เลี้ยงสองตัวต่างก็อยู่รอบกายถังโย่วโย่ว
ชางจื่อรู้สึกเสียใจ
แต่เขาก็ไม่คิดมาก ไม่นานก็ขึ้นไปทำการบ้านที่ชั้นบน
ตอนเที่ยง หลิวชิงกลับมาจากช้อปปิ้งพร้อมกับของเล่นใหม่อีกมากมาย มีทั้งเสื้อผ้า ของตกแต่ง ของกิน ของใช้
และส่วนใหญ่เป็นของใช้ของเด็กสองคนในบ้าน
เมื่อสั่งให้คนใช้นำไปเก็บแล้ว หลิวชิงก็มาที่โซฟา ก้มลงหอมถังโย่วโย่วเบา ๆ ก่อนจะเห็นเจ้าไป๋หนั่วมี่ที่อยู่ข้าง ๆ
"ว้าว! แมวน้อยน่ารักจังเลย!"
"ทำไมบ้านเราถึงมีแมวน้อยได้ล่ะ?"
แน่นอนว่าตราบใดที่เป็นสิ่งมีชีวิตเพศหญิง เมื่อได้เห็นสัตว์เลี้ยงน่ารัก ๆ เหล่านี้แล้วก็ย่อมต้านทานไม่ได้
หลิวชิงยื่นมือไปอุ้มเจ้าไป๋หนั่วมี่มา แล้วเริ่มลูบ ๆ หัวมันอย่างชอบใจ
"คุณป้า นี่เป็นแมวน้อยที่หนูเจอเมื่อคืนนี้ตรงหน้าต่าง หนูตั้งชื่อให้มันว่าไป๋หนั่วมี่ค่ะ"
หลิวชิงตอบ "อย่างนี้นี่เอง คงจะเป็นแมวของข้างบ้านใช่ไหม"
ถังโย่วโย่วพยักหน้า "ค่ะ เมื่อกี้เพื่อนบ้านมาแล้ว เขาบอกว่าเขาเลี้ยงแมวน้อยตัวนี้ไม่ดี เลยจะให้บ้านเรารับไปเลี้ยง หนูจึงตกลงจะรับเลี้ยงค่ะ คุณป้าไม่ว่าอะไรใช่ไหมคะ"
"ไม่ว่าอะไรอยู่แล้ว!"
ถ้าเป็นสัตว์ตระกูลแมวขนาดใหญ่อย่างเฮยจ่ายที่มีกำลังทำร้ายคนได้ หลิวชิงถึงจะกังวล
แต่สำหรับแมวน้อยแบบนี้ หลิวชิงจะปฏิเสธไม่ให้เลี้ยงได้อย่างไร
มันน่ารักเกินไปแล้ว
"เมี้ยว~" ไป๋หนั่วมี่ร้องเสียงเบา
หลิวชิงกรี๊ดด้วยความดีใจ กอดมันไว้ไม่ยอมปล่อย คิดว่าบ่ายนี้คงต้องไปเดินห้างซื้อเสื้อผ้าเล็ก ๆ ให้ไป๋หนั่วมี่ใส่แล้ว
ถังโย่วโย่วเห็นหลิวชิงชอบไป๋หนั่วมี่มาก เธอจึงยื่นมือไปลูบหัวเฮยจ่ายเบา ๆ แล้วพูดว่า "เฮยจ่าย ดูสิป้าชอบมี่มี่มาก แกก็ต้องพยายามนะ!"
"เมี้ยว~"
เฮยจ่ายเข้าใจคำพูดของถังโย่วโย่ว มันเลียนแบบเสียงร้องของไป๋หนั่วมี่
ถึงจะลดความน่ากลัวลงไปบ้างแต่ก็ยังไม่น่ารักอยู่ดี
ถังโย่วโย่วยิ้มมองมัน ลูบหัวเฮยจ่ายสองสามครั้งแล้วหันไปมองทีวีต่อด้วยดวงตาเป็นประกาย
...
ช่วงบ่าย
ผู้เฒ่าอวี้มารับถังโย่วโย่วที่คฤหาสน์ตระกูลซางด้วยตัวเองเพื่อเริ่มการฝึกฝนการประเมินหยกในวันนี้
ถังโย่วโย่วนั่งบนหลังเฮยจ่าย กอดคอของมันไว้
เฮยจ่ายแบกร่างเล็ก ๆ ที่นุ่มนิ่มของเธอไว้ได้อย่างสบาย
"อาจารย์ วันนี้เราจะทำอะไรกันคะ?"
"อาจารย์จะพาเธอไปที่บ้านใหญ่ เมื่อวานพวกเด็ก ๆ ไปขุดหยกดิบกลับมามากมาย มะรืนนี้ต้องไปแข่งแล้ว วันนี้มาฝึกซ้อมกันก่อนเถอะ"
"ได้ค่ะ!"
เช่นเดียวกับผู้เฒ่าไช่ เมื่อวานผู้เฒ่าอวี้ก็มารับถังโย่วโย่วไปสอนในช่วงบ่าย
เพราะถังโย่วโย่วมีพลังพิเศษอยู่แล้ว ผู้เฒ่าอวี้สอนเธอแค่ทฤษฎีเท่านั้น ในงานประมูลทองคำเมื่อวาน ถังโย่วโย่วสามารถรับมือกับสถานการณ์คับขันได้ ทำให้ผู้เฒ่าอวี้เห็นศักยภาพในตัวเธอ ดังนั้นการแข่งขันประเมินหยก ถังโย่วโย่วจะต้องติดอันดับแน่นอน
หลังออกจากคฤหาสน์ตระกูลซางก็ไปที่บ้านตระกูลไช่
ภายในบ้านใหญ่ ทุกอย่างเตรียมการไว้พร้อมแล้ว
บนโต๊ะยาวมีหยกดิบสีดำวางเรียงรายอยู่
เรื่องที่ถังโย่วโย่วกลายเป็นลูกศิษย์ของผู้เฒ่าอวี้ได้แพร่กระจายไปทั่วบ้านตระกูลไช่แล้ว และด้วยคำยืนยันจากผู้เฒ่าไช่ โชคลาภของถังโย่วโย่วที่เป็นเหมือนปลาคาร์ฟนำโชคก็ทำให้ไช่ไป๋เหอฟื้นขึ้นมาได้
ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังต้องเป็นตัวแทนตระกูลไช่ไปแข่งขันประเมินหยกเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับตระกูลอีกด้วย
ถังโย่วโย่วกลายเป็นผู้ช่วยชีวิตของตระกูลไช่
ทุกคนต่างฝากความหวังไว้ที่เธอ
ทุกคนเตรียมสถานที่ไว้ล่วงหน้า รอคอยการมาถึงของเธอ
ขณะที่ทุกคนมีความสุข มีเพียงคนเดียวที่ไม่มีความสุขซึ่งคนคนนั้นคือ ไช่ไป๋เถา
เธอไม่คิดว่าไช่ไป๋เหอจะฟื้นขึ้นมา เธอกลัวว่าเรื่องของตัวเองจะถูกเปิดเผย เดิมทีเธออยากจะเข้าไปในห้องของไช่ไป๋เหอตอนกลางคืนแล้วใช้หมอนปิดหน้าเขาจนตาย แต่กลับพบว่าถึงแม้ไช่ไป๋เหอจะฟื้นขึ้นมาแล้วแต่ก็พูดไม่ได้เนื่องจากสมองได้รับความเสียหาย ทำให้ยังไม่สามารถการทำงานของสมองในด้านภาษาจึงยังไม่ได้รับการฟื้นฟู
ด้วยเหตุนี้เธอจึงยังมีโอกาส
ตราบใดที่เธอได้ไปแข่งขันประเมินหยกแทนถังโย่วโย่ว ถึงแม้ไช่ไป๋เหอจะพูดและชี้ตัวเธอก็ไม่มีประโยชน์
ดังนั้น ตอนนี้ไช่ไป๋เถาจึงกำลังคิดอย่างหนักว่าจะทำอย่างไรให้ถังโย่วโย่วตกกระป๋อง หรือไม่ก็ฆ่าเธอให้ตายอย่างไร