ตอนที่37อดีตที่หนีไม่ได้
ฟูกอันอ่อนนุ่มอย่างกับใยนุ่ม ทำให้เหล่าเด็กๆที่นั่งดูโทรทัศน์จนผล็อยหลับกันไปจนถึงเช้าวันถัดไป เหล่าพี่น้องทั้ง 8 ได้มานอนรวมกันโดยที่ไม่รู้อะไรกันเลยโพรทาเลียนอนกอดลูกสาวอย่างสบายใจ เธอรู้สึกปลอดภัยมากๆจนตอนที่นั่งดูหนังก็หลับไป ทุกวันเธอก็ระแวงนูอัสอยู่แล้วพอปีศาจตนนั้นไม่อยู่แล้ว เธอก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง พอได้ทำตัวสบายๆมันทำให้เธอหลับอย่างเด็กน้อยไปเลย
เมื่อยามเช้ามาถึงเหล่าผู้ใหญ่แห่งบ้านแจ็กสันก็ต้องตื่นกันเพอร์ซีย์ตื่นขึ้นมาก็มองภรรยาที่ตื่นมาพร้อมเขาทั้งสองลงไปข้างล่างเพื่อเตรียมตัวสำหรับวันใหม่ทั้งสองเดินไปยังห้องนั่งเล่นที่เด็กๆ กำลังนอนกัน พวกเขามองเด็กๆที่หลับอย่างสบายกัน แอนนาเบ็ธซบไหล่ของเพอร์ซีย์พวกเขามองภาพตรงหน้าก็แอบหุบยิ้มไม่ได้เลย
“เหมือนมีลูกเพิ่มขึ้นเลยนะ” แอนนาเบ็ธเลยพูดขึ้นมา
“ใช่ ถึงเมื่อคืนจะทะเลาะกันเรื่องๆ เดิมๆแค่ดูทีวีกัน แต่ดีที่คีย์ตักเตือนและก็...”
เพอร์ซีย์หยุดพูดไปแป๊บหนึ่งเขาเกิดนึกถึงเรื่องในอดีตที่ลูกๆ เขาก็เคยทะเลาะกันแบบนี้แต่ตอนนั้นเลิกทะเลาะกันได้ไง ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่าตอนนั้นคนที่ห้ามพี่น้องทะเลาะกันก็คือลูกสาวคนที่4 โพรทาเลียที่ห้ามทุกคนแล้วแก้ปัญหาเหมือนที่คีย์ทำไม่มีผิดเพอร์ซีย์รู้สึกแปลกใจขึ้นมาทันที
“แล้วก็อะไรเหรอ?” แอนนาเบ็ธถามอีกฝ่ายอย่างสงสัย
“อ๊ะ...แล้วก็แก้ปัญหาได้ดีเลยนะ” เพอร์ซีย์ตอบคำถามของภรรยาก่อนที่เขาจะถอนหายใจด้วยความเหนื่อยใจ “เฮ้ออออออ”
เพอร์ซีย์เดินออกไปนั่งที่เก้าอี้ที่อยู่ในห้องอาหารแอนนาเบ็ธเห็นสามีถอนหายใจเหมือนกำลังมีเรื่องในใจอยู่เธอเลยเดินตามอีกฝ่ายไปทันที เธอเข้าไปใกล้ๆ เขาแล้วแตะไหล่ทั้งสองข้างของอีกฝ่ายเบาๆ
“มีเรื่องกลุ้มใจอะไรหรือคะถึงได้ถอนหายใจแบบนั้นนะ”
“อ๊ะ...ไม่มีอะไรนะ...” เพอร์ซีย์มองภรรยาของตนแล้วตอบปฏิเสธออกไปทันที
แอนนาเบ็ธสงสัยทันทีว่าสามีของเธอทำไมทำตัวเหมือนคนไม่มีเรื่องกลุ้มใจแต่ใบหน้าของเขาแสดงออกมาก่อนแล้ว เธอเดินตรงไปหาอีกฝ่ายก่อนจะยืนด้านข้างของเขาแล้วจ้องมองเขา
“ปากบอกไม่มีแต่ใบหน้าของนายแสดงออกอย่างชัดเจนเลยนะ เพอร์ซีย์”
เพอร์ซีย์ได้ยินประโยคของภรรยา เขาถึงกับยิ้มอ่อนๆและขำในลำคอ “ฉันหลอกเธอไม่ได้เลยสินะ”
“ใช่และให้ฉันทายนายกำลังกังวลใจเรื่องโพรทาเลียที่ออกไปนอกค่ายนั้น”
“ถูกต้อง...” เพอร์ซีย์ทำสีหน้าเศร้าหมองขึ้นมา“ทำไมนะ แอนนี่เราเลี้ยงแกมาดี ดีมากๆ จริงๆ ไม่เคยให้ขาดอะไร แต่แกกำลังทำให้ตัวเองแย่ลงฉันสั่งคนตามหา แต่ก็ไม่เจอตัวเลย ทำไมแกต้องออกนอกค่ายไป แกยังต้องการอะไรอีก”
เพอร์ซีย์ลุกขึ้นออกจากเก้าอี้แล้วไปยืนที่หน้าตาที่มองออกไปเห็นบ้านหลังอื่นๆ
“ลูกอาจจะแค่ต้องการการผจญภัยในชีวิตก็ได้นะเพอร์ซีย์ เหมือนพวกเราในวัยเด็กไงล่ะ!”
เขาหันหน้ามามองภรรยาพร้อมกับยกมือขึ้นชี้มาทางภรรยาของเขา
“อย่าเปรียบเหมือนพวกเรา แอนนี่” เขาวางมือลงแล้วหันไปทางหน้าต่างอีกครั้ง"การผจญภัยไม่ได้สนุกเลยมีแต่การเสี่ยงตาย พวกเราเกือบตายมากี่ครั้งแล้วล่ะฉันอยากให้เธอกลับมา...แต่...ฉันก็ทำไม่ได้"
แอนนาเบ็ธเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายพร้อมกับกอดเขาจากด้านหลัง“เราทำดีที่สุดแล้ว เพอร์ซีย์ นายเลิกทำตัวเองเถอะนะถึงเวลาที่เราจะปล่อยเด็กคนนั้นได้แล้วล่ะนะ”
“จริงของเธอ ฉันควรยกเลิกการค้นหาเด็กคนนั้นแล้วรอเวลาเธออยากกลับมาก็พอ...”
แอนนาเบ็ธซบหลังของอีกฝ่ายมือของเธอที่กอดเขาอยู่เกิดสั่นขึ้นมาพร้อมกับพูดบางอย่างออกมา “พวกเรา...เสียเด็กคนนั้นไปแล้วจริงๆใช่ไหม?”
เพอร์ซีย์ได้ยินแบบนั้น เขานำมือของเธอออกจากตัวเขา แล้วเขาก็หันไปหาเธอพร้อมกับมองใบหน้าของภรรยาที่มีน้ำตาไหลออกมาเขาเช็ดน้ำตานั้นออกจากใบหน้าอันงดงามของเธอ
“ถึงเสียไปเรายังต้องค้ำจุนลูกๆ ที่เหลือต่อแอนนี่”
แอนนาเบ็ธหลับตาลงน้ำตาก็ยิ่งไหลออกมาเธอโผเข้ากอดอีกฝ่าย น้ำตาแห่งความเสียใจก็ไหลออกมา หลังกำแพงหนาเหล่าสายเลือดของพวกเขาทั้ง7 กำลังแอบยืนฟังสิ่งที่พ่อแม่ฟังบางคนจุกกับคำพูดของพ่อแม่ที่กำลังเสียใจกับเพียงคนเดียวที่พวกเขารักมากๆโฟกัสหันไปมองอีกคนที่เดินออกจากตรงนั้นไปทำเป็นเหมือนไม่สนใจเรื่องของครอบครัวอื่น แต่ภายในใจลึกของเธอนั้นกับรู้สึกจุกที่พ่อแม่ต้องมาเสียน้ำตาให้แก่คนที่ไม่ใช่ตนเองแบบนั้น
โฟกัสเดินตามอีกฝ่ายมาพอเจออีกฝ่ายเธอก็หันมองซ้ายมองขวา ก่อนจะพูดบางอย่าง “พี่ค่ะ...หนูว่าพี่ควรบอกพ่อแม่ดีกว่าไหมว่าพี่เป็น…”
“ไม่! โฟกัส พี่จะยังไม่บอก!”
“ทำไมล่ะ พี่ก็ได้ยินพ่อแม่เสียงใจเพราะสิ่งที่นูอัสทำ ถ้าพี่รักพ่อแม่พี่ต้องบอกพวกท่านนะ”
“โฟกัส...” โพรทาเลียเรียกชื่ออีกฝ่ายทำให้อีกฝ่ายพูดไปเธอค่อยๆ หันไปมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาที่เริ่มแดงก่ำ “พี่ไม่บอกพวกท่าน เพราะพี่รักพวกท่านไงล่ะถ้าบอกไปอันตรายจะเพิ่มขึ้นอีก พี่ไม่อยากให้พวกท่านมาเดือดร้อน”
“พี่ค่ะ...”
“พี่จะบอกแน่ๆ พี่สัญญา” โพรทาเลียพูดจบก็เดินต่อไปเธอเดินไปห้องน้ำทันที
ความรู้สึกลึกๆ ของโพรทาเลียมันเจ็บปวดไปหมดเธอไม่อยากให้พ่อแม่มาเดือดร้อนกับเรื่องนี้จริงๆนั่นล่ะแค่พี่น้องที่มารู้เรื่องนี้ก็ลำบากแล้ว และเธอไม่รู้ว่าพวกนูอัสจะทำอะไรอีก ตอนนี้ไม่มีเรื่องอะไรแต่อีกไม่นานแน่ๆ ก็จะมีเรื่องเข้ามาแน่ๆ เธอต้องเตรียมตัวให้พร้อมโพรทาเลียมาถึงห้องน้ำ เธอมองใบหน้าของตัวเองก่อนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นพร้อมกับตบไปที่หน้าของตัวเองทันที
“มาสู้กันนูอัสว่าใครจะรอดให้ศึกครั้งนี้กัน!!”
ภายใต้ความรู้สึกกลัวที่กำลังจะฮึดสู้กับเหล่าอสูรนั้นภายนอกค่ายนั้น สถานที่สำหรับเหยื่อล่อให้มนุษย์เข้ามาผู้คนเข้ามากันเป็นพันกว่าคนที่เข้ามายังสถานที่แห่งนี้กัน โลตัส คาสิโน่เหล่ามนุษย์กำลังหลงระเริงกับสิ่งตรงหน้าภายในคาสิโน่นั้นส่วนลึกเข้าไปก็มีจุดที่มนุษย์เข้ามาไม่ได้ ก็ได้มีเหล่าอสูรอยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่เหมือนเป็นคาสิโน่ของเหล่าอสุรกายในเหล่าพวกนั้นก็มีโต๊ะหนึ่งกำลังนั่งโกรธอย่างไม่พอใจก่อนจะทำให้แก้วบนโต๊ะแตกไปทันที
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด!! ยัยโพรทาเลีย!!”
เหล่าอสูรต่างหันมามองอสูรสาวผมงูทันทีก่อนจะมีพนักงานเข้ามาเก็บแก้วที่เธอทำแตก แล้วมีคนหนึ่งกำลังเดินตรงมาหาเธอเอมีรูปลักษณ์คล้ายกับมนุษย์ ก่อนจะมองอีกฝ่ายมีใบหน้านั้นมีผ้าพันแผลพันเอาไว้
“อย่าเอาความโกรธมาพังร้านของข้าจะได้ไหม? นูอัส”
“หุบปากเน่าๆ ของเจ้าซะไอ้นางพรายเจ้าเล่ห์!!”
“โอ้ เจ็บจัง เจ้าไม่มีคำดีๆ กว่านี้หรือไงยัยอสรพิษ”
นูอัสหันไปจ้องมองอีกฝ่ายทันที “อยากตายหรือไง! ?”
“ก็มาสิ!!”
ทั้งสองคนประจันหน้ากันทันที ทำเอาเหล่าอสูรตนอื่นๆต่างพากันหลบจากตรงนั้นกันก่อนจะมีชายหนุ่มที่มีรูปลักษณ์คล้ายมนุษย์เดินตรงมาทางนั้นแต่ผิวกายของเขาเป็นสีเขียว เครื่องแต่งกายอันมิดชิดเดินตรงมาพร้อมกับปัดมือลงบนโต๊ะตรงหน้าทั้งสองทันทีทั้งสองมองดาบตรงหน้าของตนก่อนจะหันไปหาชายคนนั้น
“นี่เจ้า!! อย่ามาพังข้าวของของคนอื่นสิ!!”
“ขอโทษทีนะ” ชายคนนั้นพูดขึ้นมาทันทีก่อนจะหันไปหานูอัส “นายท่านเรียกเจ้าให้กลับไป!”
“!!” นูอัสถึงกับหน้าซีดทันทีเธอเงยหน้ามองชายตรงหน้า “เจ้าว่าไงนะ! ?”
“นายท่านเรียกเจ้าให้กลับไป!!”
“ไม่! ไม่! ข้าไม่อยากกลับ ได้โปรด!!” นูอัสเข้าไปหาชายตรงนั้นพร้อมกับจับชายเสื้อของอีกฝ่าย“ได้โปรดให้โอกาสข้าอีกครั้งข้าจะเข้าไปข้างในนั้นแล้วจัดการแจ็กสันทันที”
“งั้นเจ้าก็ไปบอกกับนายท่านเอาเองละกัน!” ชายหนุ่มจ้องมองอีกฝ่ายที่มีสีหน้าหวาดกลัวเขาดึงชายเสื้อของตนเองก่อนจะเดินออกไป
นูอัสถึงกับหวาดกลัวว่าตนเองจะกลับไปแล้วจะโดนอะไรมั้ง “เพราะแก! เพราะแก โพรทาเลียแจ็กสันนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน!!”
โพรทาเลียเข้าห้องน้ำเสร็จ เธอก็ฮัดเช้ยแรงๆ ออกมากหนึ่งครั้ง เธอยกมือขึ้นมาขยี้จมูกเบาๆเธอมองซ้ายมองขวาว่าอากาศแถวนี้มันแปรปรวนเหรอ หรือว่า ใครนินทาเธอกันเธอส่ายหน้าเดินออกมาตามทาง เธอมองรอบๆ ทางเดินที่น่าคุ้นเคยบ้านนี้ถูกออกแบบคล้ายกับบ้านในนิวยอร์กไม่มีผิด พอเธอเดินมาถึงห้องอาหารก็ไม่เห็นทุกคนที่แอบอยู่ตรงนี้กันเธอมองไปที่ห้องนั่งเล่นทุกคนกำลังเตรียมตัวเก็บที่นอนกันอยู่เธออยากไปช่วยแต่เธอก็แอบมองพ่อแม่ของเธอก่อนไปช่วยเธอยื่นหน้าเข้าไปมองพวกท่านทั้งสองคน แม่กำลังทำกับข้าวอย่างขยันส่วนพ่อกำลังอ่านหนังสือพิมพ์พร้อมกับจิบกาแฟไปเรื่อยๆเธอจับจ้องมองพวกท่านอย่างเป็นห่วง
เพอร์ซีย์ที่มองหนังสือพิมพ์อยู่นั้นก็รู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองเขาอยู่เขาเงยหน้ามองหาคนที่จ้องมองก็เห็นคีย์มองเขาอยู่
“อ้าว? คีย์เข้ามาสิ มารอทานข้าวกัน”
“อ๊ะ!” โพรทาเลียตกใจสะดุ้งเมื่อพ่อเรียกเธอเธอค่อยๆ ออกมาช้าๆ “แหะๆเอ่อ...จะดีเหรอครับ ที่มารบกวนอาหารเช้าแบบนี้นะครับ?”
“ดีแล้วจ้ะ ทานกันอีกมื้อนะ คีย์” แอนนาเบ็ธหันมายิ้มให้คีย์อย่างแจ่มใส
เมื่อมองคนเป็นแม่ยิ้มอย่างร่าเริงทำให้โพรทาเลียไม่กล้าปฏิเสธ “คะ...ครับ...”
ทั้งสองคนต่างทำสิ่งที่ตัวเองทำต่อโพรทาเลียมองทั้งสองคนอีกครั้ง เธอไม่นึกเลยว่าพวกเขาจะเปลี่ยนอารมณ์ได้เร็วแบบนี้จากที่เมื่อกี้พวกเขายังแสดงความรู้สึกต่อกันอยู่เลย ต่อหน้าลูกๆพ่อแม่ก็ต้องเข้มแข็งและร่าเริงเข้าไว้ หลายปีที่พ่อแม่ทำแบบนี้เธอนับถือพวกท่านจริงๆ โพรทาเลียกำหมัดแน่นรอบๆ ตัวเธอเริ่มมีออร่าบางอย่างขึ้นมา
“หนูนับถือ...พ่อแม่จริงๆ ...”
“เอ๋?” เพอร์ซีย์ได้ยินสิ่งที่คีย์พูดเขามองเด็กชายที่มองเขาด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงความเศร้าใจ “คีย์ เธอพูดอะไรออกมา?”
แอนนาเบ็ธได้ยินสามีของตนพูดอะไรกับเด็กชายทำให้เธอทั้งสองคนมีอะไรกัน
“ทำไมมันลำบากใจแบบนี้กันความทุกข์ที่ตัวเองแบกรับ” โพรทาเลียยกมือขึ้นมาช้าๆเธอเห็นมือของเธอที่มีสีแดงๆ เลอะที่มือของตนเอง “ทำไมรู้สึกโดดเดี่ยวแบบนี้กัน อยากบอกอยากบอกว่าเราเป็นใครกัน แต่...แต่...ก็กลัว...กลัวแซเทิร์นมาทำร้ายพ่อแม่อีก!!”
“คีย์!!”
เสียงของเพอร์ซีย์ดังไปทั่วทั้งบ้านทำให้ทุกคนที่อยู่ในบ้านต่างพากันมองหน้ากันแล้ววิ่งตรงไปที่ห้องอาหารกันอย่างเร็ว ลิซ่าได้ยินอีกฝ่ายเรียกชื่อโพรทาเลียเธอเลยรีบอุ้มคาเร็นน่าแล้วก็รีบตามทุกคนไปเมื่อทุกคนมาถึงภาพตรงหน้าก็ทำให้พวกเขาถึงกับตกใจ เมื่อรอบกายของคีย์มีแสงสีเขียวและสีทองออกมาพร้อมกับพวกที่คล้ายๆ ธัญพืช อย่าง ข้าว บาร์เลย์ ฯลฯหรืออะไรอีกมากมาย กำลังขึ้นรอบๆ ตัวของคีย์ โฟกัสเห็นแบบนั้นเธอถึงกับคิดเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่สาวของเธอ
“พี่ค่ะ!!” โฟกัสหันไปหาโอราอุสทันที
โอราอุสได้ยินน้องสาวเรียก เขาได้สติก็รีบเข้าไปหาโพรทาเลียทันที
“คีย์! ได้สติเร็วเข้าพลังของนายกำลังทำให้รอบๆ เปลี่ยนไปนะ!!”
โพรทาเลียไม่ได้ยินที่อีกฝ่ายพูดปากของเธอเอาแต่ขยับพูดไปเรื่อยๆ ไม่ได้สนใจรอบข้างพอโอราอุสจะเข้าไปพวกธัญพืชพวกนั้นก็ขึ้นมาสูงจนปิดทางไม่ให้โอราอุสเข้าไป โอราอุสหยิบดาบของเขาออกมาเขาฟันไปที่ธัญพืชพวกนั้นทันที แต่มันก็ขึ้นมาเรื่อยๆ พวกพี่น้องคนอื่นๆก็เห็นแบบนั้น พวกเขาจะอ้อนไปอีกทาง แต่ต้นพวกนั้นก็ขึ้นสูงขึ้นมาทำให้สงสัยเลยว่านี้มันเรื่องอะไรกัน
“ต้นพวกนี้มันอะไรเนี่ย!!” เอเดอร์ถามขึ้นมาอย่างสงสัยทันที
“ออกไปจากพี่คีย์ของพวกเรานะ!!” เรน่ากับคาเร็นน่าใช้มีดสั้นตัดธัญพืชพวกนั้นทันที
เพอร์ซีย์มองพวกเด็กที่กำลังช่วยคีย์กันอยู่เขาไม่รู้ว่าควรทำยังไงดี แต่เห็นเด็กพยายามควรเด็กชายเขาก็ต้องการจะช่วยเหมือนกัน เขาหยิบปากกาออกมา กดให้มันออกมาเป็นดาบยาวในทันที
“เด็กๆ ออกไปจากตรงนั้น เดียวพ่อจัดการเอง!”
“พ่อ!!” ทุกคนต่างมองพ่อพวกเขายอมหลบทางให้แก่ผู้เป็นพ่อทันที
“เพอร์ซีย์ ระวังเฟอร์นิเจอร์นะ!!” แอนนาเบ็ธที่กำลังคลำทางอยู่ได้ตะโกนออกมา
“มันใช่เวลามาห่วงเฟอร์นิเจอร์ไหมเนี่ย!!”
เพอร์ซีย์ยกดาบขึ้นฟันไปที่พวกธัญพืชพวกนั้นทันทีเมื่อมันขาดเป็นสองท่อน ทำให้ทุกคนเห็นคีย์ที่อยู่ในนั้น โฟกัสเห็นพี่สาวเธอเห็นใบหน้าของพี่สาวที่มีน้ำตาไหลออกมาภายใต้น้ำตานั้นความรู้สึกของโพรทาเลียกำลังเอ่อล้นออกมาความรู้สึกที่ไม่ต้องกลับไปที่แบบนั้นอีก ความรู้สึกที่ต้องการใครสักคนเข้ามาเข้าใจเรื่องของเธอโฟกัสเห็นพี่สาวเป็นแบบนั้น เธอรีบวิ่งเข้าไปหาพี่สาวทันที
“พี่คีย์!!”
“ไม่เอา...ไม่เอาแล้ว...ไม่เอาไม่อยากกลับไปที่นั่น!!”
พอสิ้นเสียงของโพรทาเลีย ตัวเธอซุกลงไปกับพื้น รอบๆข้างทั้งหมดกลายเป็นสีดำไปหมด เหลือแค่ตัวพวกเขาที่ยังเห็นในความมืดนั้นทุกคนต่างมองกันว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมรอบๆ ข้างกลายเป็นสีดำไปหมดโฟกัสไม่ได้มองใครเลยนอกจากพี่สาว เธอมองพี่สาวที่ซุกไปกับพื้นเธอรีบวิ่งตรงไปหาเธอพอเข้ามาใกล้เธอดันตัวพี่สาวก็เห็นว่าดวงตาของอีกฝ่ายเหมือนหลุดออกไปเหลือแค่ร่างกายที่ว่างเปล่า โฟกัสเห็นแบบนั้นก็รู้สึกตื่นกลัวก่อนจะเรียกอีกฝ่าย
“พี่ค่ะ!!”
ทุกคนที่กำลังกังวลกับสิ่งรอบข้างของตนเองอยู่นั้นตัวของโพรทาเลียนั้นได้ตกไปสู่จิตใจอันลึกที่สุดของเธอรอบข้างเป็นสีดำไปหมดเหมือนกับภายนอกนั้นโพรทาเลียอยู่ในสภาพที่กำลังนอนอยู่ที่พื้น ความรู้สึกที่ไม่อยากหลับกำลังทำให้เธอได้สติแล้วค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ สายตาของเธอที่พร่ามัวกำลังค่อยๆ กระจ่างขึ้นเรื่องๆเธอเห็นแต่รอบกายมีแต่ความมืด เธอสะดุ้งลุกขึ้นมา รอบๆ ต้วเธอไม่มีใครเลยเมื่อกี้เธอยังคุยกับพ่อแม่อยู่เลยแท้ๆ พอพยุงสติได้ก็ค่อยๆ ลุกขึ้นช้าๆ เธอมองรอบๆที่ไม่มีอะไรเลย เธอสงสัยว่าที่นี้มันที่ไหนกัน
“นี่ฉัน...โดนผ่านมาที่โลกแห่งจิตใจอีกแล้วเหรอ?”
“ที่นี้ไม่ใช่ที่ที่เจ้าคิด!!”
โพรทาเลียถึงกับสะดุ้งเธอหันไปมองทันทีว่าเสียงนั้นมาจากไหน เธอไม่เห็นใคร เธอยิ่งมองรอบๆ กว่าเดิมก่อนจะตะโกนออกไปทันที
“ใครนะ!! เจ้าเป็นใคร!! ออกมาเดียวนี้นะ!!”
“ข้าเป็นใครนะเหรอ? หึข้าต่างหากที่ควรถามเจ้าว่าเจ้าคือใคร?” เสียงนั้นเริ่มดังขึ้นมาเรื่อยๆเธอหันไปจุดหนึ่งผนังสีดำก็ถูกเปิดออกแล้ว ทำให้เห็นบุคคลแปลกหน้าที่ใส่ฮู้ดคลุมหัวเอาไว้เขาใส่ฮู้ดสีขาวผสมน้ำตาล “เจ้าเป็นใครกันแน่คีย์ วันเดอร์เลอร์"
สีหน้าของโพรทาเลียมองด้วยความแปลกใจว่าคนตรงหน้าเป็นใครแล้วทำไมเขาถึงเรียกเธอว่าคีย์ วันเดอร์เลอร์ กันคำถามหลายอย่างกำลังเข้ามาในหัวของเธอเต็มไปหมด
ระหว่างที่โพรทาเลียกำลังตื่นตระหนกกับสิ่งตรงหน้าภายนอกนั้นกำลังแตกตื่นกับสิ่งที่เปลี่ยนไปรอบกาย โฟกัสกำลังมือพี่สาวที่กำลังกุมหัวของตัวเองอยู่เธออยากให้พี่สาวได้สติ พอแกะมือออกตัวของโพรทาเลียก็ล้มลงมาที่โฟกัสเธอรับได้ทันและประคองอีกฝ่ายทันที ให้นอนลงที่ตักของเธอ
“พี่คีย์ พี่ตื่นสิ!!” โฟกัสห่วงพี่สาวมากๆโดยไม่ได้สนใจคนรอบข้างเลย
คนอื่นๆ ต่างมองรอบๆ ข้างที่เป็นสีดำไปแต่ตัวพวกเขานั้นก็ยังเห็นตัวเองอยู่บางคนก็ยังสงสัยว่าที่นี้มืดแต่ก็ยังเห็นตัวเองเบเดอร์เริ่มไม่ชอบใจกับความมืดนี้แบบสุดๆ
“ใครก็ได้ช่วยบอกที่ว่าตอนนี้เราอยู่ไหนกันอยู่ที่นี้นานๆ ไปทำให้ผมรู้สึกเครียดนะเนี่ย!!” เบเดอร์ตะโกนด้วยความหงุดหงิดมากๆเพราะเขาไม่รู้ว่าตนอยู่ไหน
“ใจเย็นๆ น่า เบเดอร์ ทุกคนก็กังวลเหมือนกัน”โอราอุสพูดออกไปทันทีตัวเขาระวังในการเดิน ก่อนจะชนกับบางอย่างเขายกมือขึ้นสัมผัสก่อนจะรู้ได้ว่ามันคือกำแพง "พี่ว่าเรายังอยู่ในบ้าน ที่มีความมืดล้อมรอบสิ่งของทุกอย่างไว้นะ"
“ห๊า!” เบเดอร์รู้สึกงงเลยว่านี่มันเกิดขึ้นจากคนที่สลบอยู่นี้“เพราะคีย์แท้ๆใครกันที่ทำให้หมอนี้เป็นแบบนี้กัน!!”
“เลิกโทษใครสักทีพี่!!” โฟกัสหันไปตะคอกเบเดอร์ทันที
เบเดอร์ตกใจที่น้องสาวที่ไม่เคยทะเลาะหรือตะคอกใส่เขากับขึ้นเสียงอย่างแรงกับเขา
“โฟกัส…” เบเดอร์ถึงกับนิ่งไปเลย
“คีย์ เขาก็คงไม่ได้ตั้งใจเหมือนกันนั้นล่ะถ้าคนเราตั้งใจคงไม่สลบแบบนี้หรอกนะ!! พี่ไม่รู้อะไรช่วยหุบปากไปเถอะ!!”
เบเดอร์ถึงกับหน้าซีดทันที เอเดอร์ต้องเข้ามาปลอบใจทันที “สมแล้วพี่ อยากใช้อารมณ์ไม่คิดน้องสาวเลยต้องดุเข้าให้”
โฟกัสหันไปมองพี่สาวของเธอทันที เธอเป็นห่วงมากๆว่าพี่จะเป็นอะไรไปไหม
“พี่...ตื่นสิ...”
ลิซ่าพาคาเร็นน่ามาหาโพรทาเลียที่นอนอยู่บนตักของโฟกัสทันทีพอเธอเห็นสภาพของโพรทาเลีย เธอก็อึ้งไปเลยที่เห็นเธอเหมือนคนสติร่องรอยไปแล้วคาเร็นน่าเข้ามาใกล้ๆ แม่ของตนอย่างเป็นห่วง
“แม่...ค่ะ...” คาเร็นน่ายื่นมือไปแตะใบหน้าของผู้เป็นแม่“ตื่นสิ...ตื่นมา...คุยกับคาเร็นน่า...”
คาเร็นน่าพูดพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาเธอกลัวว่าแม่ของตนจะเป็นอะไรไปและไม่ตื่นขึ้นมา น้ำตาของคาเร็นน่าค่อยๆไหลลงมาตกลงสู่ใบหน้าของโพรทาเลีย ก่อนที่รอบๆ จะเปลี่ยนไป รอบๆ เปลี่ยนไปเป็นสถานที่ที่พวกบ้านแจ็กสันรู้จักรอบๆ มีตึกมากมายที่เป็นย่านการค้า พวกเขาอยู่บนทางเดิน
“ที่นี้มัน...” มาร์โคเหมือนเคยเห็นสถานที่แห่งนี้
“หรือว่า...” โอราอุสเห็นสถานที่นี้เขาจำได้เลยว่ามันคือที่ไหน
มีเสียงของเด็กดังออกมา ทุกคนหันไปตามทาง พวกเขาก็เห็นภาพที่พวกเขาไม่นึกว่าจะได้เห็นภาพของพวกเขาเมื่อ 9ปีก่อน โฟกัสเห็นภาพนี้ เธอจับได้ภาพในความทรงจำของพี่สาวเธอไม่นึกว่าจะได้เห็นอีก แค่ครั้งเดียวเธอก็เจ็บปวดมากๆอยู่แล้วกลับมาเห็นอีกครั้ง ภาพของทุกคนกำลังเดินตามทางเดินภาพพวกนั้นทะลุพาพวกเขาไป เพอร์ซีย์งุนงงว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“นี่มันพวกเราเหมือนก่อนทำไมกัน?” เพอร์ซีย์มองอย่างสงสัยว่าทำไม
“ฉันก็ไม่รู้...” แอนนาเบ็ธเดินจนมาอยู่ข้างๆกับเพอร์ซีย์เธอยังกำลังปรับตัวกับภาพตรงหน้าว่าทำไมถึงมาอยู่ที่นี้กันและมีภาพสถานการณ์เมื่อหลายปีก่อนเข้ามา
โฟกัสกำลังมองเธอไม่อยากให้พ่อแม่เห็นพ่อแม่เห็นเลยจริงๆเธอประคองพี่สาวลงนอนกับพื้น แล้วลุกขึ้นไปหาพ่อแม่ “พ่อค่ะ แม่ค่ะได้โปรดปิดตาด้วยค่ะ!!”
เพอร์ซีย์กับแอนนาเบ็ธมองลูกสาวอย่างสงสัยว่าทำไมถึงอยากให้เข้า
“ทำไมกันล่ะโฟกัสนี้ก็ความทรงจำของพวกเรานี้?”
“จริงด้วยนะ ลูกแม่”
“แต่ว่า!!” น้ำตาของโฟกัสเริ่มไหลออกมา
“โฟกัส!!” เสียงเรียกโฟกัสดังขึ้นมาทุกคนต่างหันไปมองโอราอุสที่เรียกน้องสาวของเขา
“พี่...” โฟกัสหันไปมองพี่ชายน้ำตายังไหลออกมาตลอด
“เรื่องมาขนาดนี้แล้วปล่อยให้พ่อแม่และคนที่เหลือรู้เรื่องนี้ไปดีกว่า เพราะยังไงเราก็ไม่สามารถหยุดภาพพวกนี้ได้นะ”
โอราอุสหันไปมองทุกคน โฟกัสได้ยินแบบนั้นเธอถึงกับร้องไห้ออกมา ถึงจะเคยบอกพี่ให้บอกพ่อแม่เรื่องความจริงทุกอย่างแต่เมื่อนึกถึงความจริงพ่อแม่จะเสียใจแค่ไหน
“พวกลูกๆ พูดถึงเรื่องอะไรกัน?” เพอร์ซีย์ถามด้วยความสงสัย
“เรื่องเกี่ยวกับโพรทาเลีย...” เสียงของลิซ่าดังขึ้นเพอร์ซีย์หันไปหาเธอทันที รูปลักษณ์ของเธอเปลี่ยนไปเป็นสาวผมสีน้ำเงิน
“เรื่องของโพรทาเลีย?”
สถานที่ก็เปลี่ยนไปอยู่หน้าร้านหนังสือข้างๆ ร้านไอศกรีมทุกคนเห็นโพรทาเลียยังดูหน้าร้านหนังสืออยู่ ทุกคนต่างหยุดดูก่อนจะเข้าไปข้างในร้านไอศกรีมกันทันทีแล้วเหลือแค่โพรทาเลียเธอเรียกครอบครัวแค่ไม่มีคนตอบเด็กน้อยหันไปก็เจอกับเด็กอื่นที่ทำให้เธอตื่นตกใจ
ทุกคนที่เห็นภาพเหตุการณ์นี้ต่างตกใจที่เห็นเด็กอีกคนที่โผล่มา
“นี่มันอะไรกัน?” เบเดอร์มองอย่างตกใจ
“โพรทาเลีย...มีสองคน!!” แอนนาเบ็ธมองอย่างตกใจ
จบตอนที่ 37 โปรดติดตามตอนที่38 ต่อไป