"นายอำเภอจ้าว หากวันนี้ท่านไม่ให้คำตอบข้า ข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น" หญิงสาวกล่าวด้วยท่าทางแข็งกร้าว
"เอาเทปกาวนี้ไป แล้วรีบไปเถิด" จ้าวสิงหยิบเทปกาวม้วนหนึ่งออกมาจากที่ไหนสักแห่ง แล้วยัดใส่มือหญิงผู้นั้น
ใบหน้าของจ้าวสิงเต็มไปด้วยความจริงใจและการอ้อนวอน คนที่ติดตามจูหยวนจางซึ่งอยู่ด้านข้างเห็นแล้วแทบจะหลุดขำออกมา
ดี ดีมาก! เ้าเด็กนี่ในที่สุดก็มีเวลาที่ต้องจนมุมเสียที
"น้องชายจ้าว หรือว่าเ้าไปติดค้างหนี้รักไว้ที่ไหนกัน?" จูหยวนจางเห็นเื่สนุกแล้วไม่คิดจะปล่อยผ่าน จึงพูดเติมไฟอยู่ข้าง ๆ
หญิงสาวจึงหันมามองจูหยวนจาง สำรวจั้แ่หัวจรดเท้า จากนั้นก็มองไปยังหลิวป๋อเวินที่อยู่ด้านข้าง แล้วรีบชักสายตากลับมาอย่างรวดเร็ว
นางรับของมาแล้วยัดใส่ไว้ในอกเสื้อ ก่อนจะกล่าวต่อ "ข้าไม่ได้พูดถึงเทปกาวอันนี้"
"ข้าขอถามท่านว่า ท่านเอาสามีของข้าไปไว้ที่ไหนกันแน่! ข้าเป็ผู้หญิงที่มีสามีอยู่แท้ ๆ แต่ตอนนี้กลับต้องใช้ชีวิตเหมือนหญิงม่าย" ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
นางยื่นมือผลักเฮยจื่อและคุนจื่อให้ถอยออกไป "ท่านนายอำเภอ อย่าได้ส่งเ้าทึ่มสองคนนี้มาหลอกข้าเลยเ้าค่ะ ใครบ้างไม่รู้ว่าพวกเขาทั้งสองคนทำงานตามคำสั่งของท่าน?"
จ้าวสิงยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน เงยหน้ามองฟ้า แล้วก้มหน้ามองดิน
ขณะที่พูด เสียงของหญิงสาวเริ่มสั่นเครือ นางมองไปที่จ้าวสิง "ท่านบอกข้ามาเถิดว่า ตาแก่บ้านข้านั้นตายหรือยังอยู่?"
จ้าวสิงเงียบ จ้าวสิงลำบากใจ "ลองทายดูสิ?"
"แค่ก แค่ก… ข้าจะเล่าปริศนากวนโอ๊ยให้ท่านฟังเื่หนึ่งนะ..." จ้าวสิงรีบหาข้ออ้างเพื่อปกปิดความผิดพลาดและความกระอักกระอ่วนของตนเอง
"ในโลกนี้มีสิ่งใดที่มีสี่ขาแต่พูดไม่ได้ และเคลื่อนไหวไม่ได้?"
"โต๊ะหรือเ้าคะ?" หญิงผู้นั้นตอบพลางสะอึกสะอื้น
"ตอบผิดแล้ว เป็ตาแก่บ้านท่านนั่นแหละ ตอนนี้กลายเป็ผีไปจริง ๆ แล้ว"
จูหยวนจาง หลิวป๋อเวิน และคนอื่น ๆ ที่อยู่ด้านข้างต่างใ สิ่งที่จ้าวสิงพูดนี้มันคือมุกตลกร้ายประเภทไหนกัน?
สีหน้าของจูหยวนจางยิ่งเคร่งขรึมขึ้น
สามีเสียชีวิต ภรรยามาถามหาสาเหตุ แต่จ้าวสิงกลับบ่ายเบี่ยงปกปิดทุกวิถีทาง เป็เพราะเหตุใดกัน?
หรือว่า… การตายของคนผู้นั้นจะเกี่ยวข้องกับจ้าวสิง
"ฮูหยินท่านนี้ ท่านอย่าได้กลัว หาก้าทวงคืนความยุติธรรม ในตอนนี้พวกข้าล้วนเป็พยาน และสามารถช่วยเหลือท่านได้"
หญิงสาวเช็ดน้ำตาบนใบหน้าทันที นางเหลือบมองจูหยวนจางและคนอื่น ๆ แล้วกลอกตาพลางกล่าวว่า "ข้าไม่ได้รู้จักพวกท่าน จะมาพูดเื่ไร้สาระอะไรที่นี่? นายอำเภอจ้าวแม้จะเป็คนเ้าเล่ห์จนน่าเกลียด แต่ข้าเต็มใจ ข้ารู้ว่าเขาเ้าเล่ห์"
หญิงสาวปรบมือแล้วกล่าวอย่างช้า ๆ ว่า "ในเมื่อเขาตายแล้วจริง ๆ เช่นนั้นข้าจะกลับแล้วเ้าค่ะ"
จ้าวสิงเงียบ "เดินทางกลับดี ๆ ข้าไม่ส่งนะ"
หญิงสาวเดินไปได้ครึ่งทางก็หันกลับมากล่าวว่า "วันหน้าถ้าข้าแต่งงานใหม่ นายอำเภอจ้าวอย่าลืมส่งของขวัญมาด้วยนะเ้าคะ"
"ได้ ข้าจะส่งไปแน่นอน"
เมื่อเห็นนางจากไป ใบหน้าที่เคยดูไม่ยี่หระของจ้าวสิงก็แฝงไปด้วยความหม่นหมอง เขาเงียบงันไม่พูดจา
ส่วนหญิงสาวหลังจากเดินพ้นประตูไป นางกัดฟันแน่น จนกระทั่งกลับถึงบ้านและปิดประตูลง จึงพิงหลังกับบานประตูแล้วทรุดตัวลงนั่ง ร้องไห้ออกมาเสียงดัง
ภายในที่ว่าการอำเภอ
จ้าวสิงผลักผู้คนออกไปข้างนอกด้วยความหงุดหงิด "ไปเถอะ ไปเถอะ พวกท่านรีบ ๆ ไปกันให้หมดเถิด"
หากเป็ไปได้ เขาก็ไม่อยากให้ราษฎรคนใดในอำเภอเฟิ่งหยางต้องไปตายข้างนอก เขาอยากให้ทุกคนสามารถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย เพียงแต่เมื่อเื่นี้กลายเป็ความกดดันที่เลี่ยงไม่ได้ ก็ทำได้เพียงกัดฟันใช้ชีวิตเข้าแลก
แต่ตอนนี้จูหยวนจางยิ่งไม่ยอมไป เขาจะต้องรู้ต้นสายปลายเหตุของเื่นี้ให้ชัดเจน
ราษฎรเหล่านี้เดิมทีอยู่ดี ๆ จ้าวสิงให้พวกเขาไปทำสิ่งใดกันแน่ ถึงขั้นที่แม้แต่โครงกระดูกก็ยังนำกลับมาไม่ได้? หรือว่าเขาแอบค้ามนุษย์ เปลี่ยนชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ให้กลายเป็ทาสแล้วขายออกไป?
เมื่อเห็นคนทั้งสามตรงหน้ามองตนเองด้วยสายตาจับผิด จ้าวสิงก็ถึงกับพูดไม่ออก "พวกท่านมองข้าด้วยสายตาแบบไหนกัน? เอาเถอะ ๆ เื่นี้ไม่ใช่ว่าจะบอกไม่ได้"
จ้าวสิงถอนหายใจยาวแล้วนั่งลง "ประมาณสามปีก่อน ตอนที่ข้าเพิ่งมารับตำแหน่ง ที่นี่มันจนฉิบหายเลยขอรับ! ที่อำเภออื่น ราษฎรแย่งชิงกันเื่เสบียงอาหาร เื่ที่ดิน"
"แต่ที่อำเภอเฟิ่งหยางน่ะหรือ? แม้แต่ขี้ยังต้องแย่งกัน! แย่งกันไปเทถังอุจจาระให้พวกบ้านเศรษฐี"
"แต่ในอำเภอเฟิ่งหยางของเราจะมีเศรษฐีที่ไหนกัน? คนที่รวยที่สุด ก็แค่พอจะมีข้าวกินได้วันละสองมื้อ และได้กินเนื้อเดือนละสองสามครั้งเท่านั้นเอง"
จูหยวนจางเงียบไปครู่หนึ่ง
ประตูบ้านเศรษฐีมีเหล้าและเนื้อจนส่งกลิ่นหอมฉุย แต่ตามท้องถนนกลับมีโครงกระดูกที่หนาวตาย หากในตอนนั้นไม่ใช่เพราะเื่นี้ เขาก็คงไม่ก่อฏ
เมื่อได้ยินว่าในดินแดนที่ตนปกครองยังมีเื่เช่นนี้เกิดขึ้น จูหยวนจางก็รู้สึกไม่สบายใจ
"ตอนนั้นข้าในฐานะนายอำเภอ จะปล่อยให้พวกเขาอดตายแบบนั้นไม่ได้ ข้าขอแค่ทนอยู่ที่นี่สามปี ก็สามารถจากสถานที่ผีสิงแห่งนี้ไปได้แล้ว"
"แต่พอกลับมาคิดดู ที่นี่จนถึงเพียงนี้ ก่อนที่ข้าจะมาเคยเกิดการขาดแคลนอาหารครั้งหนึ่ง ถึงขั้นทำให้ราษฎรต้องแลกบุตรเพื่อนำมากิน หากข้าไม่สนใจพวกเขา แล้วใครจะสนใจพวกเขาเล่า?"
ตอนที่ข้ามมิติมาครั้งแรก เขายังมึนงงและหิวโหย ออกไปหาของกินก็เห็นมีหม้อตั้งไฟอยู่กลางป่า มีกลิ่นเนื้อหอมฉุย
ในตอนนั้นจ้าวสิงที่หิวจนตาแดงก่ำ พุ่งเข้าไปหมายจะแย่งของกิน แม้แต่ตอนที่มือถูกน้ำร้อนในหม้อทำให้เกิดแผลพุพองจากของร้อน เขาก็ไม่สนใจ
แต่เมื่อนำเนื้อชิ้นนั้นมาดู กลับพบว่ามือเล็ก ๆ อันอ่อนเยาว์ของเด็กยังไม่ได้ถูกตัดออก
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ใบหน้าของจ้าวสิงก็ซีดลงหลายส่วน เขายกมือขึ้นปิดปาก พลันรู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมาทันที
จูหยวนจางเห็นปฏิกิริยาของเขาดูไม่เหมือนการเสแสร้ง จึงรู้ในใจว่าเื่การแลกบุตรเพื่อนำมากินนั้น น่าจะเป็เื่จริง
"แต่เมื่อสามปีก่อน ไม่เห็นมีรายงานเื่การแลกบุตรเพื่อนำมากินส่งขึ้นมาเลยขอรับ"
จ้าวสิงแค่นหัวเราะ "ก่อนปีนั้น ขุนนางที่รับผิดชอบการแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ ได้นำเมล็ดพันธุ์ชั้นดีที่ควรจะถึงมือราษฎรไปขายให้กับพ่อค้าผู้มั่งคั่งในเมืองอื่น"
"หากใครคิดจะเอาเมล็ดพันธุ์ชั้นดีจากมือเขา ก็ต้องใช้เสบียงและเงินทองอ้อนวอนขอ แต่หลังจากจ่ายภาษีแล้ว ผลผลิตทั้งปีก็เพียงพอแค่ให้ท้องอิ่มเท่านั้น"
"ราษฎรบางคนนำเสบียงและเงินทองไปแลกจนได้เมล็ดพันธุ์มา แต่ยังไม่ทันถึงเวลาเก็บเกี่ยวก็หิวจนใกล้ตาย"
"ส่วนคนที่ไม่ได้แลก ก็ทำได้เพียงใช้เมล็ดพันธุ์ชั้นเลว หรือเมล็ดพันธุ์ที่เก็บสะสมไว้เองจากปีก่อน ๆ มาปลูก"
หลิวป๋อเวินมีความไม่เข้าใจบางอย่างจึงเอ่ยถาม "แต่เมล็ดพันธุ์ในมือราษฎรเองก็น่าจะเป็เมล็ดพันธุ์ชั้นดีที่เก็บไว้ทุกปี ตามหลักแล้วผลผลิตไม่น่าจะแย่ขอรับ"
"เมล็ดพันธุ์ที่ราชสำนักส่งมา ส่วนใหญ่มีไว้เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เท่าที่ข้าทราบ แม้จะเป็เมล็ดพันธุ์ชนิดเดียวกัน แต่เมื่อปลูกในที่ต่างกัน การเจริญเติบโตย่อมแตกต่างกัน"
"เหมือนดังคำที่ว่า ส้มปลูกทางใต้ของแม่น้ำหวายจะเป็ส้มรสหวาน แต่ถ้าปลูกในท้องถิ่นหวายเป่ยจะเป็ส้มรสขม ราษฎรแม้ไม่เข้าใจหลักการนี้ แต่ด้วยประสบการณ์การทำนาชั่วชีวิต พวกเขาย่อมชอบใช้เมล็ดพันธุ์ของตนเองมากกว่า"
จ้าวสิงพูดแทรกขึ้นมาทันที "ข้ารู้ว่าท่านหมายถึงอะไร ต่อให้ไม่มีเมล็ดพันธุ์จากราชสำนัก ราษฎรก็ยังปลูกพืชได้ดี"
"แต่ถ้าหากมีใครบางคน ้าบีบให้ราษฎรต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ชั้นเลิศจากมือเขา จึงจงใจทำลายที่ดินอย่างโเี้เล่า?"
ในตอนนี้จูหยวนจางะเิโทสะออกมา "ถึงกับมีคนกล้าทำเื่เช่นนี้เชียวหรือ? เหตุใดจึงไม่มีใครแจ้งทางการ!"