คำมั่นที่พระองค์เพียรพร่ำเอ่ยวาจาขอนางอยู่ทั้งคืน ในที่สุดเจ้าซอมพอคนงามก็กล้าเอ่ยมันออกมาต่อหน้าพระองค์ เจ้าขุนอินทร์ถวายทรงรีบถอดธรรมรงค์วงแหวนพญานาคินทร์ สวมใส่ให้เจ้าซอมพอยอดดวงใจ
“แหวนนี้ของพี่มอบให้เจ้า แหวนพญานาควงนี้พ่อท่านทำให้ลูกสองคน คือข้าแลพระเชษฐาในแดนแถน บัดนี้พี่มอบให้เจ้า เท่ากับเจ้าคือแม่ญิงหนึ่งเดียวที่พี่รักหนักหนา ทันทีที่ถึงสุวรรณโคมคำพี่จะเร่งจัดการทุกอย่างในทันที”
เจ้านางซอมพอมองดูแหวนบนนิ้วด้วยความสิเน่หาล้นทรวง “ดาบที่ข้าเจ้าให้พี่ท่าน…”
“อยู่นี่…” เจ้าขุนอินทร์ถวายยกดาบทองที่ถืออยู่ให้นางดู แล้วรีบนำมันขึ้นสะพายใส่บ่าใส่หลัง “ดาบนี้ที่เจ้าให้ พี่จักพกติดกายมิได้ห่าง เสมือนหนึ่งด้วยน้องนางอยู่เคียงกาย เช่นดาบที่เจ้าถวายให้พี่ยา”
“แหวนนาคีนี้ข้าก็จักใส่ติดนิ้วมิถอดขว้าง ให้เสมือนพี่ยาอินทร์ถวายอยู่เคียงกายเฉกเช่นกัน แม้นตัวข้านี้สิ้นใจทิ้งร่างไป แหวนนี้ก็จักติดกายไปชั่วกาล”
ของแทนใจที่ให้กัน ประหนึ่งคำสัญญาหมั้นหมาย
อีเอื้องสายจัดการให้ไพร่พลขนข้าวของอันตนจัดเตรียมนำขึ้นล้อเกวียนเทียมควาย มันดูแลความเรียบร้อยทุกอย่างด้วยความรอบคอบ จนแน่แก่ใจว่าไม่มีสิ่งใดตกหล่น แล้วจึงรีบเร่งไปยังเพนียดอันเป็นที่ตั้งทัพของเจ้าพรหมเสก ช้างบางส่วนที่เจ้าพรหมเสกเตรียมนำกลับสุวรรณโคมคำ ได้แต่งองค์ใส่กูปพร้อมเดินทาง แลอีกส่วนที่ต้องอยู่รั้งเวียงชัยก็ถูกล่ามโซ่เดินวนไปมายังเสาเพนียดเคี้ยวหญ้าซ้อมเอื้องราววัวควาย
มันพยายามชะเง้อมองหาคนที่หมายปอง เห็นพระองค์ร่างสูงใหญ่ประชุมงานสั่งการต่อแสงอินถาแลนายทหารใกล้ชิด มิได้ใส่ใจหันมามองมันเลยแม้แต่น้อย อีเอื้องจึงทำได้แค่เดินวนไปมา ราวช้างที่ถูกล่ามโซ่ติดบ่วงไปไหนมิได้
“มึงจักเดินอยู่เช่นนี้ไปตลอดชีวิตฤาอีเอื้อง” เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้น
อีเอื้องที่เอาแต่ก้มหน้ามองตีนตนเดินวนไปมา มันมองเห็นตีนปลอมของชายที่มันแอบหมายปองมาหยุดอยู่ตรงหน้า จึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองพร้อมรอยยิ้มแห้ง ๆ
“หากข้าเจ้าเดินอยู่เช่นนี้ แล้วพระองค์ทรงทอดพระเนตรมองเห็น ก็นับว่าคุ้มค่าหากต้องเดินเช่นนี้ไปทั้งชาติ”
“หยุดเดินเถิด เพราะยามนี้กูมองเห็นมึงแล้ว มาหากูถึงนี้ มึงมิกลัวว่าทัพเวียงสรวงจะหลงลืมทิ้งมึงไว้เวียงชัยหรืออย่างไร”
“แล้วข้าเจ้าอยู่ด้วยได้หรือไม่” มันทำหน้าทะเล้นใส่คนนัยย์ตาคม
“มึงนี่นะ เหลือเกินเลย”
อีเอื้องมองไปยังพลับพลาของเจ้าพรหมเสก เห็นหีบดาบเวียงสรวงที่เคยมอบให้ ถูกแสงอินถาขนออกมาใส่ขึ้นเกวียน
“นั่นดาบเวียงสรวง?”
“ก่อนนี้ใช่ แต่ตอนนี้เจ้าพี่มอบให้กูพญาเวียงชัยแล้ว แลอินถากำลังจะนำไปส่งยังพวกป่าย”
“อันใดฤา ป่าย?”
เจ้าพรหมเสกถึงกับหัวเราะออกมา "พี่ท่านอินทร์ถวายกับกู แบ่งแผ่นดินด้านตะวันออกให้เยว่หวางตั้งเมืองป่าย คนของเขาก็ดูแลกันเอง ส่วนเวียงชัยกูฝากแสนอินถาไว้ชั่วคราว จนกว่ากูจักกลับคืนมาจากสุวรรณโคมคำ”
“ข้าเจ้าหลงคิดว่าพระองค์จะทรงพำนักอยู่เสียที่นี่เลย”
“มิได้ดอกมึง การกูยังมิจบสิ้น มึงเห็นไอ้นักโทษกระเหรี่ยงนั่นหรือไม่”
อีเอื้องสายมองไปตามที่เจ้าพรหมเสกชี้นำ ร่างไอ้นักโทษกระเหรี่ยงทั้งสองถูกขังคอก มัดโซ่โยงกันไว้ อีกคนนอนราบกับพื้น ส่วนอีกคนนั่งหลังพิงคอกคอตก หมดสภาพมือสังหาร
“นี่ฝ่าบาทจะลากมันไปเช่นนั้นฤา” อีเอื้องดูตกใจต่อสิ่งที่เจ้าพรหมเสกกระทำ
“ทำไมฤา มึงสงสารไอ้เดรัจฉานสองคนนี่รึ จำมิได้แล้วฤา ว่ามันเกือบลงมือกับพี่กู แลเจ้านางซอมพอนายมึงเยี่ยงไร ใส่คอกยังนับว่าดีมากแล้ว หากเกลอมันอีกคนไม่เจ็บปางตาย กูจะให้มันสองเดินตีนเปล่าตามช้างกูไปเสียให้ถึงยังสุวรรณโคมคำ” สายตาอ่อนโยนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นดุดัน เมื่อนึกย้อนไปถึงวันคืนอันวุ่นวายจากมันสองคน
“เอาเถิด ทำเยี่ยงไรย่อมได้รับผลเยี่ยงนั้น ที่ข้าเจ้ามาก็เพื่อนำผ้าผืนนี้มาคืนต่อพระองค์”
เจ้าพรหมเสกมองผ้าดำยกทองของตน ในมือนางกำนัลเมืองสรวง ผ้าพาดบ่าที่พระองค์ห่มให้มันเมื่อยามค่ำคืนที่ผ่านมา “เอามาคืนกูทำไม กูให้มึงแล้วก็จงเก็บไว้เถิด”
“ได้เยี่ยงไร ผ้างามเช่นนี้ให้ข้าเจ้า”
“ให้มึงไว้กอดนอนฝัน ยามที่คิดถึงกูมิดีฤา ไหนเลยจึงหลงลืม ว่าตนพูดอันใดออกมาแก่กูหน้ากองไฟ”
อีเอื้องหน้าแดงร้อนวูบขึ้นมา ด้วยตนเมาหนักจนหลงลืมเสียสิ้น ว่าหลุดพูดคำใดออกไปจนคนร่างใหญ่ตรงหน้า ทรงประทานความอ่อนโยนจนถึงขั้นอุ้มมันมาส่งถึงพลับพลา แลห่มผ้าของตนให้แก่มันผู้ต่ำต้อย
“ข้าเจ้าเมา หารู้ไม่ว่าพูดอันใดออกไป หากไม่เข้าหู ก็อย่างทรงนำมาใส่ใจเลยหนา ข้าเจ้าออกมานานแล้ว หากเจ้านางกลับมาจากผาเจ้าเวียงแล้วไม่พบ ข้าเจ้าจักโดนเอ็ด เจ้าพรหมเสก ข้าเจ้าไปก่อนหนา”
พูดจบอีเอื้องก็รีบแล่นหนี แต่แล้วมันก็หยุดเท้าลงพร้อมกลับหันหลังวิ่งเข้ามาสวมกอดคนร่างสูงใหญ่
“อีเอื้องมึงทำกระไร อีนี่ปล่อยกูบัดเดี๋ยวนี้ คนมองกันใหญ่แล้ว” เจ้าพรหมเสกปากเอ่ยไล่ แต่มือหยาบกลับจับไหล่มันมั่น
อีเอื้องผละออกจากร่างของเจ้าพรหมเสกพร้อมรอยยิ้มพอใจ “จากกันครานี้ มิรู้เมื่อใดจักได้พานพบ พระองค์ให้ผ้า เช่นนั้นข้าขอมอบสิ่งนี้ตอบแทน”
อีเอื้องดึงถอดปิ่นเงินบนม้วนผม ของมีค่าที่ติดกายเพียงชิ้นเดียว แล้วยืนเขย่งหมายปักเสียบม้วนผมให้แก่บุรุษตรงหน้าแต่พระองค์กลับสูงใหญ่จนสุดจะยื่นมือถึง เจ้าพรหมเสกเห็นท่าทางของมันแล้วให้รู้สึกขบขัน จนต้องย่อกายลง ให้สาวเจ้าปักปิ่นบนม้วยผมได้สำเร็จสมใจคนมอบ
มันยิ้มมองชายตรงหน้า คนผู้นี้งามนักในใจมัน มิคิดว่าราชบุตรผู้งามสง่าเก่งกล้า จะโน้มกายให้มันได้ชื่นชม
“ไปเถิดอีเอื้อง เอาไว้กูแล้วงานการยุ่งยาก จักตามไปหามึงที่เวียงสรวง”
"แล้วหากข้าเจ้ามิได้อยู่เวียงสรวงเล่า"
“เออน่า…มึงอยู่ที่ใดกูก็จักตามไปหามึง ไม่มีมึงเสียคนกูคงเหงาใจนัก” เจ้าพรหมเสกแย้มยิ้มละมุนใจให้แก่มัน รอยยิ้มแรกที่อีเอื้องได้เห็นเต็มสองตา ด้วยน้อยนักจักได้เห็นชายผู้นี้มีรอยยิ้ม อีเอื้องเอียงหน้ามองชั่วอึดใจ หมายอยากเก็บภาพนี้ให้ตราตรึงใจไปจนชั่วชีวิตของขี้ข้าต่ำต้อย ที่มีบุญหัวได้รับน้ำใจจากเทพบุตรจากฟ้า
ผ้าพาดบ่ากลิ่นหอมร่ำจากเจ้าพรหมเสก ถูกมันยกขึ้นพาดคอคล้องใจ บุญหนักหนาที่เจ้าพรหมเสกมีใจตรงกับมัน
เจ้าราชวงศ์ขุนอินทร์ถวายแลเจ้าพรหมเสกและเหล่าแม่ทัพนายกองแห่งสุวรรณโคมคำ ยืนส่งขบวนทัพจากหัวเมืองน้อยใหญ่ให้พวกเขาเดินทางลากลับล่วงหน้าไปก่อน แล้วจึงขึ้นม้าควบนำกองทัพช้างกลับคืนบ้านเมืองตน ทิ้งไว้เพียงกองกำลังกึ่งหนึ่งให้แสงอินถาดูแลปกครองป้องกันแนวชายแดนแทนทัพหลวงที่ต้องกลับคืนสุวรรณโคมคำ
แบบอีบุ๊ค 3 เล่มจบ :
เล่ม 1. https://shorturl.asia/e8Lbh
เล่ม 2 https://shorturl.asia/BxnNW
เล่ม 3. https://shorturl.asia/hCcXH