ตอนที่ 28 : ของดีต้องเห็นความต่าง
เช้าวันต่อมา ลานตากของหน่วยผลิตคึกคักกว่าปกติ
คนรับของจากสหกรณ์มาถึงั้แ่แสงแดดยังไม่พ้นหลังคาเก็บเมล็ดเขามากับรถเข็นสองคันและตาชั่งแขวนเก่า ๆ หนึ่งชุด ตั้งใจรับของที่ค้างจากวันก่อนให้หมดก่อนฝนรอบใหม่จะมา
กองพืชแห้งวางเรียงอยู่ใต้ชายคา
กองหนึ่งสีสม่ำเสมอก้านแห้ง ดินน้อย
อีกกองยังปะปนทั้งก้านชื้นใบช้ำ และเศษราก
คนรับของยกก้านจากกองแรกขึ้นบีบลองดม แล้วหันไปถามหัวหน้ากลุ่มงาน
“กองนี้ใครคัด”
หญิงที่ทำงานข้างหลินซูเหยาชี้มาโดยไม่ลังเล
“เด็กซูเหยาเริ่มแยกไว้แล้วพวกเราช่วยกันทำ”
หลินซูเหยากำลังผูกเชือกกระสอบเธอเงยหน้าขึ้น
“ฉันแค่แยกของชื้นกับของเสียออกค่ะ”
คนรับของหยิบอีกกำขึ้นดู
“อย่างน้อยไม่ต้องเสียเวลารื้อใหม่ครึ่งกอง”
เขาหันไปบอกคนจดบัญชี
“รับกองนี้ก่อน”
เพียงประโยคเดียวคนรอบข้างก็หันมองของที่แยกไว้ต่างจากเดิม
ไม่มีใครปรบมือ
ไม่มีใครประกาศว่าหลินซูเหยาเก่ง
แต่ลำดับการรับของเปลี่ยน
ของที่คัดไว้ถูกชั่งก่อน
คนทำงานไม่ต้องยืนรอให้คนรับของคัดทิ้งทีละกำ
และของเสียที่เคยปะปนจนทำให้ทั้งกองถูกกดคุณภาพถูกแยกไว้ั้แ่ต้น
หลินซูเหยามองตัวเลขบนตาชั่ง
นี่ต่างหากที่เธอ้า
ไม่ใช่คำชม
เป็ผลที่เห็นได้
หัวหน้ากลุ่มงานเดินมาหยุดข้างเธอ
“ถ้าทำแบบนี้ทุกครั้งจะเสียเวลามากไหม”
“่แรกช้ากว่าเดิมนิดหน่อยค่ะแต่ถ้าแยกั้แ่รับของ จะไม่ต้องรื้อทั้งกองตอนส่ง”
“ต้องเพิ่มคนไหม”
“ไม่จำเป็ค่ะแค่กำหนดกองให้ชัด คนที่เอาของมาส่งช่วยดูของตัวเองก่อนก็ได้”
หัวหน้ากลุ่มคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ลองอีกสามวัน”
หลินซูเหยาพยักหน้า
สามวันก็พอ
เธอไม่้าเปลี่ยนระบบทั้งหมู่บ้านภายในเช้าเดียว
วิธีที่ดีควรยืนได้ด้วยผลของมันเอง
่พัก หญิงสองคนที่ทำงานด้วยกันนั่งกินมันนึ่งตรงชายคาคนหนึ่งยื่นครึ่งหัวมาให้
“เมื่อเช้าเขารับกองเราก่อนจริงๆ”
“ค่ะ”
“ถ้าต่อไปไม่ต้องโดนตีกลับก็ดี”
“ถ้าของแห้งเท่ากันและสะอาดขึ้นโอกาสตีกลับก็น้อยลงค่ะ”
อีกคนหัวเราะ
“เธอพูดเหมือนคนค้าขาย”
หลินซูเหยาหักมันนึ่งชิ้นเล็กเข้าปาก
“ของจะขายได้ก็ต้องให้คนซื้อเห็นว่าต่างตรงไหนนี่คะ”
ประโยคธรรมดา
แต่ในใจเธอรู้ดีว่าหลักการนี้ไม่ต่างจากห้างในชีวิตก่อน
สินค้าเหมือนกันบนชั้นเดียวกันคนซื้อย่อมเลือกของที่มั่นใจว่าคุ้มกว่า
ยุคไหนก็ไม่ต่างกันมากนัก
หลังเลิกงานครึ่งวันหัวหน้าหน่วยเรียกคนทำงานบางส่วนไปช่วยคัดของอีกชุดที่เพิ่งส่งลงมาจากพื้นที่เชิงเขา
งานนี้นับคะแนนแรงงานเพิ่มจากงานประจำเล็กน้อยเพราะต้องเร่งให้เสร็จก่อนเย็น
หลินซูเหยาอยู่ในรายชื่อด้วย
เมื่อสามวันก่อนเธอยังต้องพักทุกครั้งที่ยกตะกร้าเต็ม
วันนี้ยังเหนื่อย
แต่เหนื่อยแบบคนทำงานไม่ใช่เหนื่อยแบบร่างกายใกล้ทรุด
่บ่ายเธอหยุดดื่มน้ำสองครั้งกินข้าวฟ่างกับไข่ต้มจากบ้าน แล้วกลับมาทำต่อได้โดยไม่หน้ามืด
ผลเล็ก ๆแบบนี้ทำให้เธอพอใจมากกว่าการมองกระจกเสียอีก
เพราะความแข็งแรงหมายถึงเวลา
และเวลาหมายถึงทางเลือก
ตอนพักครั้งสุดท้ายหลินซูเหยานั่งเหยียดขาใต้ชายคา แล้วมองฝ่ามือตัวเอง
รอยแตกเก่าแทบปิดหมดแล้วเหลือเพียงผิวหยาบจากงานและอากาศเย็น
หญิงข้าง ๆส่งมันนึ่งมาให้ครึ่งหัว เธอรับไว้โดยไม่ปฏิเสธเหมือน่แรก เพราะตอนนี้กระเพาะเริ่มรับอาหารระหว่างมื้อได้
เธอกินหมดช้า ๆแล้วดื่มน้ำตาม
ไม่มีอาการจุก ไม่มีหน้ามืดและไม่ต้องนั่งพักนานกว่าคนอื่นหลายเท่า
การฟื้นตัวไม่ได้เกิดขึ้นในคืนเดียวแต่วันนี้ร่างกายตอบเธอชัดเจนว่า สิ่งที่ทำมาตลอดหลายวันเริ่มได้ผลแล้ว
เมื่อแดดคล้อย รถทหารสีเขียวคันหนึ่งเลี้ยวผ่านถนนหน้าลาน
หลายคนเงยหน้ามองตามแต่รถไม่ได้จอด
หลินซูเหยาจำได้ว่าเป็รถจากค่าย
เธอก้มทำงานต่อ
ในเวลาเดียวกัน ห่างออกไปอีกหลายลี้ลู่ชิงเหอนั่งอยู่ในห้องเก็บเอกสารของคลังชั่วคราว
บนโต๊ะมีใบส่งของสิบวันเรียงตามวันที่
เขาไม่ได้ดูยอดรวม
แต่ดูเวลา
รถคันเดียวกัน เส้นทางเดียวกันระยะทางใกล้เคียงกัน
บางเที่ยวออกจากคลังเก้าโมงสิบห้าถึงปลายทางสิบเอ็ดโมงห้านาที
บางเที่ยวออกเก้าโมงยี่สิบถึงสิบเอ็ดโมงสิบ
แต่มีสามเที่ยวที่ใช้เวลาเกินสามชั่วโมง
ไม่มีบันทึกรถเสีย
ไม่มีรายงานถนนปิด
ไม่มีฝนหนักในวันนั้น
ลู่ชิงเหอใช้ดินสอวงเวลาไว้สามจุด
นายทหารที่ยืนข้างโต๊ะถาม
“จะเรียกคนขับมาสอบไหมครับ”
“ยัง”
“ถ้าเวลาหายจริงอย่างน้อยคนขับน่าจะรู้”
“ถ้าเรียกตอนนี้คนที่ไม่รู้ก็จะเริ่มกลัว คนที่รู้จะเริ่มเตรียมคำตอบ”
เขาเลื่อนใบส่งของอีกชุดมาเทียบ
“ดูว่าเที่ยวที่ช้าสามเที่ยวขนอะไร ใครลงชื่อรับ และก่อนออกจากคลังมีใครเปลี่ยนคำสั่งหรือไม่”
“ครับ”
ลู่ชิงเหอหยิบแผนที่ขึ้นมา
เส้นทางหลักจากคลังไปจุดส่งของไม่มีเหตุให้หายไปเกือบสองชั่วโมง
ถ้าไม่ได้เสียบนถนน
เวลาก็ถูกใช้ที่อื่น
คำถามไม่ใช่หายไปไหนเพียงอย่างเดียว
แต่ทำไมความล่าช้าจึงเกิดเฉพาะบางเที่ยว
เขาใช้ดินสอลากเส้นสั้นข้างวันที่ทั้งสาม
รูปแบบยังไม่พอให้สรุป
แต่มีรูปแบบแล้ว
่เย็น หลินซูเหยาได้รับคะแนนแรงงานเพิ่มจากงานเร่งตามบัญชี
ไม่ใช่เงินสด
แต่เป็ครั้งแรกั้แ่กลับมามีชื่อในงานของตัวเองคะแนนที่ได้มาวันนี้ถูกบันทึกใต้ชื่อ “หลินซูเหยา” โดยไม่มีใครรับแทน
เธอมองบรรทัดนั้นนานกว่าปกติ
คนจดบัญชีเงยหน้า
“มีอะไรผิดหรือ”
“ไม่มีค่ะ”
เธอยิ้มบาง ๆ
“แค่ขอดูให้แน่ใจว่าชื่อฉันอยู่ถูกบรรทัด”
อีกฝ่ายขมวดคิ้วเหมือนไม่เข้าใจว่ามีอะไรน่าดู
แต่หลินซูเหยารู้
สองสัปดาห์ก่อน เสบียงของเธอมีคนลงชื่อรับแทน
วันนี้คะแนนแรงงานของเธอกลับมาอยู่ใต้ชื่อของตัวเอง
ยังไม่ใช่เงินก้อน
แต่เป็สิ่งที่มีมูลค่าและไม่มีใครควรตัดออกจากมือเธอได้อีก
ระหว่างเดินกลับบ้านรถทหารคันเดิมจอดอยู่ตรงข้างทางใกล้โรงเก็บเครื่องมือ
ลู่ชิงเหอยืนคุยกับเ้าหน้าที่สองคน
หลินซูเหยาไม่ได้ตั้งใจเข้าไปหา
แต่ชายหนุ่มหันมาเห็นก่อน
สายตาของเขาเลื่อนจากใบหน้าเธอลงไปยังตะกร้าที่มีเชือกกับถุงผ้าแล้วหยุดตรงมือซ้ายซึ่งถือกระสอบเล็ก
“วันนี้ไม่มีอะไรหล่นแล้ว”
หลินซูเหยาชะงัก
จากนั้นจึงนึกถึงวันที่กองฟืนหลุดจากแขนและคนตรงหน้าต้องรับไว้แทบทั้งหมด
“ผู้พันยังจำอีกหรือคะ”
“ของตกใส่รองเท้าผม”
“ฉันจำได้ว่าไม่โดนค่ะ”
“เกือบ”
มุมปากของหลินซูเหยายกขึ้น
“อย่างนั้นวันนี้ถือว่าฉันพัฒนาขึ้นแล้วค่ะ”
ลู่ชิงเหอมองเธออีกครั้ง
สีหน้าของเด็กสาวยังผอมแต่ไม่ซีดจนเหมือนจะล้มทุกครั้งที่ยืนกลางลมเหมือนวันแรก
“พัฒนาขึ้น”
คำตอบสั้นเกินกว่าจะเรียกว่าชม
แต่หลินซูเหยากลับรู้สึกว่าเขาหมายถึงมากกว่าการถือของ
เธอไม่ได้พูดต่อ
ลู่ชิงเหอก็ไม่ถามเื่บ้านไม่ถามเื่สมุด และไม่ถามว่าเมื่อคืนกินอะไร
เขาเพียงหลบทางให้เธอเดินผ่านก่อนหันกลับไปคุยงานกับทหารต่อ
ความรู้สึกนั้นพอดีอย่างประหลาด
ไม่ถูกดูแลจนหายใจไม่ออก
แต่ก็ไม่ได้ถูกมองผ่านเหมือนไม่มีตัวตน
กลับถึงบ้าน หลินซูเหยาปิดประตูวางตะกร้า แล้วตรวจหน้าต่างด้านตะวันตก
ลิ่มไม้ยังอยู่ตรงเดิม
เส้นถ่านบนปลายลิ่มยังตรงกับกรอบ
เธอพยักหน้าให้ตัวเองก่อนเข้าไปในห้าง
คืนนี้เธอให้รางวัลตัวเองด้วยนมอุ่นครึ่งแก้วกับขนมปังเนื้อนุ่มชิ้นเล็ก
ไม่ใช่เพราะได้เงิน
แต่เพราะสิ่งที่ทดลองไว้เริ่มพิสูจน์ว่าใช้ได้
และเพราะชื่อของเธอกลับมาอยู่ในบัญชีแรงงานของตัวเองแล้ว
หลินซูเหยานั่งกินช้าๆ ตรงโต๊ะเล็กในห้าง
ความสุขไม่ใหญ่
แต่มันเป็ของเธอ
ส่วนอีกฟากหนึ่งของพื้นที่ลู่ชิงเหอยังคงนั่งอยู่ใต้แสงตะเกียง
ใบส่งของสิบวันถูกแบ่งออกเป็สองกอง
เที่ยวปกติ
กับเที่ยวที่เวลาหาย
สามเที่ยวที่ช้าผิดปกติมีสิ่งหนึ่งเหมือนกัน
คนลงชื่อรับปลายทางไม่ใช่คนเดียวกัน
ของที่ขนก็ไม่เหมือนกัน
มีเพียง่วันที่—
ทั้งหมดเกิดหลังมีการเปลี่ยนเวรเฝ้าคลังในสัปดาห์เดียวกัน
ลู่ชิงเหอหยุดปลายดินสอ
สองชั่วโมงที่หายไป
เริ่มมีขอบเขตแคบลงแล้ว