หลังจากความช่วยเหลือที่ได้รับจากกลุ่มต่อต้าน ทำให้กองกำลังของ Arcus มีกำลังพลมากขึ้นเล็กน้อย และยังได้รับพิมพ์เขียวของ DEP รุ่นใหม่ที่ถูกเรียกว่า Scout Class พวกเขาก็ได้พัฒนาอาวุธและขยายขีดจำกัดของ DEP ที่มี เพื่อเตรียมการโจมตีที่ใกล้ถึงกำหนดเวลา แต่อย่างไรก็ตาม ทางด้านของเธนท์นั้นก็ไม่คิดจะรอให้ถูกจู่โจมเช่นกัน มันได้สั่งให้ล็อกดาวน์เมือง A ทั้งเมือง และหลอกลวงแก่ประชาชนว่าจะมีกลุ่มก่อการร้ายมาโจมตีเมืองจึงต้องปิดเมืองไว้ แต่ในความเป็จริงแล้ว มันคิดจะใช้ประชาชนเป็โล่มนุษย์เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายสามารถโจมตีได้อย่างเต็มที่
Apex | วันที่ 1 เดือน 6 ปี 2134 [ระบบเวลาถูกตัด]
ระบบระบายอากาศของฐานยังคงใช้ได้อีกราว 19 วัน เนื่องจากต้องปิดทุกช่องทางที่อาจมีหุ่นลอบสังหารเข้ามาได้ทำให้อากาศมีจำกัด และระบบสนับสนุนบางส่วนต้องถูกปิดลงเพื่อป้องกันการแฮกข้อมูล แต่ทีมยังคงมีโชคที่กลุ่มต่อต้านได้ประกอบอุปกรณ์ที่ใช้สัญญาณบุคคลที่สาม ทำให้ยังเหลืออุปกรณ์ให้ใช้งาน
ภายในห้องพักของฮิมารุ เขายังคงนั่งอยู่ที่ขอบเตียง คิดวนไปวนมาอยู่อย่างไม่หยุดหย่อน
"แผลหายดีหรือยัง?" เสียงของ S-12 ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องของฮิมารุ
"ฉะ- ผมไม่เป็ไรครับหัวหน้า พวกเราจะไปกันหรือยัง?" ฮิมารุถามแล้วลุกขึ้นเดินไปแต่งตัว เขาถอดผ้าพันแผลออกทีละส่วน
"ไม่ต้องมาสุภาพเอาตอนนี้เลย... พวกเรายังไปไม่ได้ เราต้องคิดหาทางเจาะบาเรียของเมือง A ก่อน ถึงจะเข้าไปได้ก็ต้องหาทางไม่ให้ประชาชนได้รับอันตราย"
S-12 ยืนกอดอกรออยู่หน้าห้อง "พี่สาวของนายต้องไม่เป็อะไรอยู่แล้ว สบายใจเถอะ ยังไงเธนท์ก็ไม่มีทางทำอะไรเธอหรอกตราบใดที่มันยังไม่ได้ตัวนาย"
ฮิมารุเดินออกมาจากห้องในชุดนักบิน "ฉันเข้าใจ แต่ที่กังวลคือเอเลเซียต่างหาก มันคงไม่ปล่อยเธอไว้เฉยๆ แน่" ฮิมารุขยับปลอกแขนให้เข้าที่แล้วเดินนำไป
"แล้วนายคิดจะทำอะไร อย่าออกนอกแผนสิ" S-12 เดินตามไป
"ฉันจะไปมอบตัวให้มัน... ที่เหลือเพวเน่ต้องรู้แน่นอนว่าฉันจะทำอะไร" ฮิมารุเดินแยกออกไปอีกทาง มุ่งตรงไปที่โรงเก็บหุ่น
"มุกไม่บอกแผนอีกแล้วเหรอ... เอาจริงดิ ฉันก็เป็หัวหน้านายนะ ไม่บอกให้รู้หน่อยหรือไง ทำเป็ละครไปได้ที่ปล่อยให้คนดูรอลุ้น" S-12 บ่นอุบอิบก่อนจะเดินไปอีกทาง
เพวเน่ที่กำลังปรับปรุงหุ่นอยู่เหลือบตาไปเห็นฮิมารุเดินออกมาในชุดนักบิน เธอทำหน้าสงสัย แต่ก่อนที่จะเดินไปถาม เพวเน่ก็ััได้ว่าหมอนี่ต้องทำอะไรที่อีกฝ่ายคาดไม่ถึงแน่ๆ เธอจึงสั่งให้เปิดประตูฐานทันที
"เบเทอร์! ไปบอกให้เฉินเปิดประตูซะ!" เพวเน่หันไปชี้นิ้วสั่งหนึ่งในช่างเครื่อง
"ว่าไงนะเจ๊! ปะ-เปิดเลยเหรอครับ!?" ช่างเครื่องใถาม ก่อนจะรีบวิ่งออกไปปฏิบัติหน้าที่
สัญญาณไฟสีแดงแจ้งเตือนขึ้นทันที ทั่วทั้งฐานตกอยู่ในความสับสน ก่อนที่ Nuro จะก้าวขาเดินพังทางเดินของช่างออกไปแบบไม่ทันให้ใครตั้งตัว ในเวลานั้น A-5 และเรย์วิ่งออกมาดูเหตุการณ์ทันที
"เฮ้ย! ใครปล่อยให้เขาออกไปโดยพลการ!?" เรย์ะโถามแข่งกับเสียงสัญญาณเตือน
"ปล่อยเขาไปเถอะ พวกเราเองก็ควรจะรีบเตรียมตัวได้เลย" S-12 เดินมาแตะไหล่ของเรย์เพื่อให้เธอใจเย็นลง
"แล้วน้องสาวเธอไปไหนล่ะ?" A-5 หันไปถามเรย์
Nuro เดินไปจับ Railgun Backpack มาติดตั้งที่ด้านหลัง จากนั้นดึงอาวุธออกมาจากคลังและเดินออกไปจากฐานทันที เป้าหมายที่มุ่งหน้าไปคือเมือง A อย่างไม่ต้องสงสัย
"เด็กสมัยนี้ ใจร้อนกันจริง" จอมพลยืนดูเหตุการณ์อยู่ในห้องปฏิบัติการ
"จะดีจริงๆ เหรอคะ? ที่ปล่อยให้สองคนนั้นออกไปหากับดักแบบนั้น" เลขาเมล์ถามด้วยความเป็ห่วง
"ผมไม่เห็นว่ากับดักแบบนั้นจะทำอะไร ANX-01 ได้หรอก ตราบใดที่สิ่งนั้นยังอยู่ในตัวหุ่นน่ะนะ" จอมพลยิ้มแล้วเดินออกไปจากห้อง เขาคือคนที่ให้แินี้กับฮิมารุเอง
เมื่อเดินออกมาพ้นจากฐาน เบื้องหน้านั้นคือเมืองที่ไร้ แสงไฟหลากสี ตอนนี้มีเพียงบาเรียสีฟ้าและหุ่นตำรวจลาดตระเวนอยู่เต็มเมือง Nuro เดินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง อ้อมไปที่อีกด้านของเมืองที่มีการป้องกันไม่หนาแน่น ทันทีที่เดินมาถึงก็ใช้มือทั้งสองข้างจับไปที่สนามพลังอย่างไม่ลังเล กระแสไฟฟ้าพุ่งเข้าหาตัวหุ่นทันที สร้างความเ็ปให้คนขับด้านในพอสมควร
"เค! ดันสุดเลย!" ฮิมารุสั่ง
เคที่นั่งอยู่ด้านหลังดันคันโยกขึ้นจนสุด Nuro ดูดพลังงานไฟฟ้ามหาศาลจากบาเรียเข้ามา ก่อนจะใช้พลังนั้นแหวกฝ่าม่านสนามพลังเข้าไปได้ จากนั้น Railgun ที่ด้านหลังก็เล็งไปที่ยอดตึกของ Kyro Tech แล้วยิงทันที! ลำแสงพลังงานเข้มข้นสีม่วงยิงเจาะปลายตึกจนพังถล่มลงมา ซึ่งมันทำให้พวกตำรวจรู้ตำแหน่งของพวกเขาในทันที และในเวลาเดียวกัน ณ ห้องทำงานบนตึกนั้น...
"นึกว่าจะไม่มาซะแล้วนะ คงได้เวลาที่ฉันเองต้องไปเตรียมตัวบ้างแล้ว" เธนท์ที่ยืนมองออกไปนอกหน้าต่างวางแก้วน้ำลง ก่อนจะเดินออกจากห้องไป
ใช้เวลาไม่นาน พวกตำรวจก็ยกโขยงกันมาเกือบทั้งหมดไปยังจุดที่แสงของ Railgun ถูกยิงออกไป แต่เมื่อไปถึงก็พบเพียง Railgun Backpack ถูกถอดวางทิ้งไว้ พร้อมกับแสงสว่างวาบ! ระบบของกลุ่มตำรวจในบริเวณนั้นหายวับ เหลือเพียงซากภายในพริบตา
"พวกนั้นเริ่มแล้ว! จัดกองกำลังเตรียมไปอพยพประชาชนได้!" เรย์สั่งการกองกำลังของเธอทันที ด้านนอกของเมืองมี Breakzerz ที่ขับโดย S-12 และ McProton ที่ขับโดยเพวเน่ ส่วนภาคพื้นดินคือเรย์และกองทัพจำนวนหนึ่งที่พร้อมเปิดศึก
"จำไว้ว่าพวกเราจะเน้นโจมตีระยะประชิดทันที หากเจอเธนท์ในพื้นที่" เพวเน่พูดกับ S-12 ผ่านสัญญาณสื่อสารที่มีเสียงซ่าเนื่องจากต้องหลบการตรวจจับ "ทุกคนพร้อมไหม?" เพวเน่พูดผ่านลำโพงรวม
กลุ่มคนตอบกลับมาทันที "พวกเราพร้อมแล้วพี่สาว! สั่งมาได้เลย!"
เพวเน่ยิ้มก่อนจะออกคำสั่ง "Libertiria, กลุ่มต่อต้าน และ Arcus... เปิดฉากะเิศึกได้!"
เมื่อได้รับคำสั่ง A-5 ที่นั่งอยู่บนรถก็กดปุ่มส่งสัญญาณ EMP จากฐาน Apex ตรงไปที่เมือง ก่อนที่คลื่นจะหักลงดินแล้วเจาะทะลุไปถึงแกนพลังงานของเมือง ส่งผลให้ไฟทั้งเมืองดับพรึบลงทันที เหลือเพียงแสงไฟจากตำรวจและทหารของฝ่ายตรงข้ามที่ส่องสว่างจนกลายเป็เป้านิ่ง ทุกคนวิ่งเข้าชาร์จโจมตีทันที ค่อยๆ กำจัดศัตรูไปทีละคนผ่านความมืดทำให้พวกมันตั้งตัวไม่ทัน
ส่วนเพวเน่และ S-12 ได้บังคับหุ่นของตนแอบตามซอกตึกเพื่อพยายามไปให้ถึงตึก Kyro Tech แต่แผนที่เตรียมมาก็มีข้อผิดพลาด เมื่อตึก Kyro Tech สามารถเปิดระบบพลังงานสำรองให้เมืองได้ ทำให้เมืองกลับมาสว่างอีกครั้งและเปิดเผยตำแหน่งของพวกเขาทันที
"อย่าเพิ่งใ! พวกเธอรีบไปช่วยประชาชนซะ ส่วนที่เหลือคอยขัดขวางพวกตำรวจเอาไว้!" เรย์ะโสั่งทหารของเธอ
ทันทีที่มีแสงไฟเกิดขึ้น A-5 ก็กดสัญญาณพลุสีขาวขึ้นฟ้าทันที DEP ทั้งหมดของ Arcus และทหารของจอมพลที่รอเป็กำลังเสริมจึงพุ่งเข้าเมืองไปทันที ในกองกำลังนั้นมียานเกราะและยานอากาศมากมายที่รวบรวมมาได้ แต่ทางฝ่ายของเธนท์เองก็ยังมีกำลังเสริมที่ดึงมาจากเมืองอื่นเช่นกัน ทั้งสองฝ่ายเข้าปะทะกันที่ขอบเมืองและค่อยๆ ลุกลามเข้ามาในตัวเมืองทีละน้อย
"ฝั่งของเรย์เริ่มใช้แผนสำรองแล้ว พวกเราต้องรีบอีกหน่อยนะ คานาตะ" เคที่อยู่ในห้องนักบินพูดขึ้นเมื่อเห็นแสงไฟจากะุรอบๆ
"ฉันเห็นแล้ว แต่พวกเรายังต้องเข้าใกล้กว่านี้ ฉันถึงจะส่งเธอลงไปได้" ฮิมารุตอบ
Nuro เองก็กำลังรับศึกหนักเนื่องจากมีหุ่นและยานบินไล่ตามมาไม่ลดละ เขาต้องจัดการหุ่นตรงหน้าไปพร้อมกับหลบหลีกะุ โดยต้องพยายามให้โดนบ้านเมืองน้อยที่สุด มันไม่ใช่งานง่ายเลยเมื่อฮิมารุต้องคอยพะวงสิ่งรอบตัวไปด้วย ซึ่งต่างจากการต่อสู้กับ Kairyu อย่างสิ้นเชิง จังหวะนั้นมีมิสไซล์ลูกหนึ่งกำลังพุ่งไปโดนตึก ฮิมารุไม่มีทางเลือกจึงวิ่งเข้าไปเอาโล่บังป้องกันเอาไว้ เกิดการะเิขึ้นอย่างรุนแรง แต่ Nuro ยังคงปลอดภัย
"ไอ้โล่นี่มันทำจากอะไรเนี่ย ทำไมถึงทนทานได้ขนาดนี้" ฮิมารุพูดด้วยความทึ่ง
Nuro วิ่งมาจนในที่สุดก็ถึงเป้าหมาย เบื้องหน้าคือตึก Kyro Tech ที่รอพวกเขาอยู่ เคลุกขึ้นแล้วปีนออกจากที่นั่งเสริมออกไปด้านนอกทันที มือของ Nuro มารับเธอเอาไว้ก่อนจะใช้มืออีกข้างต่อยเข้าไปในตัวตึกเพื่อเปิดทาง และส่งเคเข้าไปได้อย่างปลอดภัย
"ไปช่วยพวกพี่ซะ! ด้านนอกนี่ฉันจะถ่วงเวลาเอาไว้เอง!" ฮิมารุพูดผ่านลำโพง
เคพยักหน้า แต่แล้วเธอส่องสายตาไปเห็นบางอย่าง "คานาตะ ระวัง!"
Nuro หันไปมองด้านข้างแต่กลับถูกชนและจับกระแทกกับตึกอย่างรุนแรง! เมื่อฮิมารุตั้งตัวได้เขาก็รีบบังคับหุ่นลุกขึ้นแล้วต่อยสวนกลับไป แต่ศัตรูตัวนี้ยกแขนขึ้นมาป้องกันได้ทัน ก่อนจะโจมตีกลับอย่างรวดเร็วด้วยการต่อยเข้าที่เอว ลำตัว และตามด้วย Uppercut จน Nuro ลอยขึ้นฟ้าไป ฮิมารุรีบเปิดระบบไอพ่นลอยตัวขึ้นไปตั้งหลักทันที
"เร็วมาก... เร็วเหมือนไม่มีแรงเสียดทานเลย..." ฮิมารุเพ่งมองดูดีๆ
หุ่นตัวนั้นจ้องกลับมาที่เขา มันเป็หุ่นที่มีหน้าตาคล้ายกับ Nuro แต่มีอุปกรณ์ที่ดีกว่า มี Backpack ที่มีปีกยืดออกมาเล็กๆ สี่ชิ้น เกราะหัวไหล่หนาและกว้าง ่เอวมีชิ้นส่วนเกราะปกปิดข้อต่อไว้อย่างมิดชิด และที่สำคัญ... ผิวตัวของมันเป็สีทองอร่ามทั้งตัว
จากนั้นมีเสียงดังแทรกเข้ามาในระบบสื่อสารของฮิมารุ "คานาตะ ฮิมารุ... ในที่สุดเราก็ได้พบกัน ฉัน้าทั้งตัวนายและ DEP ตัวนั้น มารวมกับฉันซะ แล้วฉันจะคืนพี่สาวนายให้" เสียงนั้นคือ เธนท์ แมนเดรส ที่เป็คนขับ DEP เครื่องนี้อยู่
"นายคือเธนท์สินะ! ฉันไม่มีวันเข้าร่วมกับนายหรอก! นายมันคนเห็นแก่ตัว ทั้งๆ ที่นายสามารถช่วยเหลือ Zainan ได้ แต่นายกลับทิ้งความหวังของมนุษยชาติเพื่อเงิน นายมันไม่สมควรได้เป็อันดับหนึ่งเลยด้วยซ้ำ!" ฮิมารุพูดด้วยความโมโห
Nuro ชักปืนพลังงานที่เอวขึ้นมาแล้วยิงใส่เธนท์ทันที แต่เธนท์กลับไม่หลบ ลำแสงพุ่งโดนเป้าหมายเต็มๆ ทว่าลำแสงนั้นกลับเบี่ยงวิถีออกไปโดนบ้านเมืองโดยรอบจนเกิดแรงะเิแทน
"อะไรกัน!?" ฮิมารุอุทานอย่างใ
"สีทองของฉันไม่ได้มีไว้อวดรวยอย่างเดียวหรอกนะ... นี่คือเกราะ Absorption Life Fiber พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือเกราะที่สามารถดูดซับพลังงานและหักเหเปิดทิศทางมันออกไปจากตัวหุ่นได้ แถมมันยังชาร์จพลังงานได้ด้วย หรือก็คือ DEP ของฉันสามารถป้องกันลำแสงได้สมบูรณ์แบบ และด้วยเกราะแบบพิเศษนี้ มันก็ป้องกันการโจมตีกายภาพได้เช่นกัน" เธนท์บังคับให้หุ่นยกแขนขึ้นกางออกท้าทาย "DEP เครื่องนี้คือ Chryselot อัศวินทองคำแห่ง The Unbash ไงล่ะ!
Chryselot จับสิ่งที่เหน็บอยู่ตรงเอวก่อนจะดึงออกมาเปิดใช้งาน มันคือดาบพลังงานเรืองแสงสีฟ้า จากนั้นมันก็พุ่งตัวขึ้นไปหา Nuro ทันที ฮิมารุที่ยังไม่ทันตั้งตัวรีบยกโล่ขึ้นมาป้องกัน แต่ดาบนั้นกลับฟันตัดโล่ทิ้งไปได้อย่างง่ายดาย โชคดีที่ Nuro ยังไวพอที่จะฉากหลบออกมาได้ เขารีบยิงปืนลำแสงใส่เข้าไปอีกครั้ง แต่ก็ยังเปล่าประโยชน์ แสงดีดออกไปโดนสิ่งก่อสร้างด้านล่างจนพังพินาศ
"มันเข้าใจยากตรงไหน กับคำว่า 'การโจมตีไม่มีผล' น่ะ ฮ่าๆ!" เธนท์พุ่งเข้าใส่ต่ออย่างไม่ลดละ
Nuro ตัดสินใจโยนปืนใส่หน้า Chryselot ทำให้มันต้องฟันปืนทิ้ง สร้างแรงะเิจากพลังงานในปืนจนเกิดหมอกควันหนาทึบ และเมื่อ Chryselot โผล่ออกมาจากควัน Nuro ก็พุ่งมาจากด้านล่างใช้ดาบพลังงานฟาดเข้าใส่ทันที แต่ Chryselot ก็ยังป้องกันไว้ได้ แสงจากดาบพลังงานทั้งสองเล่มปะทะกันจนเปล่งประกายสว่างไปทั่วเมือง ทำให้ทุกคนมองเห็นได้ทันที
"ตรงนั้นมัน... Nuro นี่!!" เพวเน่พูดขึ้น "S-12 เรารีบไปกันเถอะ!"
Breakzerz และ McProton รีบวิ่งไปหามุมประจำตำแหน่งจากนั้นล็อกเป้าเตรียมยิง แต่ทว่ายังมี Nuro อยู่ในวิถีะุ พวกเขาจึงยังยิงไม่ได้
"ไอ้เด็กน้อยนี่... ฉันจะทำยังไงให้ยิงโดยไม่เผลอพัง Nuro ไปด้วยล่ะเนี่ย!" เพวเน่มองหน้าจอที่พยายามจับเป้าหมายไปที่หุ่นสีทอง
"มาถึงขั้นนี้แล้ว เปิดระบบสื่อสารไปเลย พวกเราไม่ต้องซ่อนแล้ว" S-12 พูด
"แล้วพวกมันก็จะดักฟังแผนเรา แล้วเอาไปวิเคราะห์น่ะสิ!?" เพวเน่ตอกกลับอย่างไว
การต่อสู้ของ Nuro และ Chryselot นั้นรวดเร็วเกินกว่าที่หุ่น DEP ทั่วไปจะทำได้ ราวกับพวกเขาไม่รับรู้ถึงโลกภายนอกเลยแม้แต่น้อย มุมมองที่ทหารทั่วไปเห็นตอนนี้มีเพียงแสงสีทองและสีขาวที่กำลังพุ่งปะทะกันไปมาทั่วทั้งเมืองอย่างรวดเร็ว
"นี่ขนาดหุ่นตัวใหญ่ตั้ง 50 เมตร พวกนั้นยังขับเหมือนมันไร้น้ำหนักได้... เหลือจะเชื่อจริงๆ ..." A-5 พูดขณะหลบอยู่ตรงช่องหน้าต่างของตึกเพื่อเฝ้าดูสถานการณ์
ทางด้านในตึก Kyro Tech
มีศพของยามหลายคนนอนทอดรายตามทางเดินจากฝีมือของเค ตอนนี้เธอกำลังจะขึ้นไปยังชั้นที่ 14 และสัญญาณแจ้งเตือนก็ดังไปถึงเธนท์ที่กำลังต่อสู้อยู่ด้านนอก
"พอดีเลย ถ้าฉันจับยัยแฟนสาวของคานาตะ ฮิมารุ มาได้ ก็จะมีข้อต่อรองเพิ่ม" เธนท์กดปุ่มบางอย่างที่แผงควบคุม "เปิดระบบ ปล่อยตัวทดลอง M-1 ได้"
เคสามารถฝ่าการป้องกันมาจนถึงห้องที่กักขังตัวฮอร์นไว้ได้สำเร็จ เธอไม่รอช้ารีบถีบประตูจนกระเด็นไปติดกำแพงอีกด้านแล้ววิ่งไปหาฮอร์นทันที
"สวัสดีค่ะคุณลุง วันหยุดเป็ไงบ้าง?" เคพยายามช่วยปลดกุญแจมือให้
"เธอมาช้าไป... มัน... มันจับเอเลเซียไปทำอะไรบางอย่าง..." ฮอร์นพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ
"คุณมีอาการขาดสารอาหารนะ รอดมาได้ยังไงเกือบเดือนเนี่ย"
เบื้องหน้าของเธอคือเอเลเซียที่มีหน้ากากสวมทับใบหน้าอยู่ และมีสายบางอย่างที่มีของเหลวสีดำเชื่อมต่อจากหน้ากากเข้าสู่สมองของเธอ เอเลเซียใช้พลังล่องหนหายตัวไป เคไม่สามารถจับตำแหน่งของเธอได้เลยและถูกโจมตีใส่อยู่ฝ่ายเดียวโดยที่ทำอะไรไม่ได้
"พวกมันทำ... อะไรกับเธอ!? เอเลเซีย!?" เคลุกขึ้นยืน
เบื่องหน้าของเธอคือ เอเลเซีย ที่มีหน้ากากสวมทับใบหน้าอยู่และสายบางอย่างที่มีของเหลวสีดำต่อจากหน้ากากเข้าสมองของเธอ เอเลเซียใช้พลังของเธอล่องหลหายไป เคไม่สามารถจับตัวเธอได้เลยและถูกโจมตีจากเอเลเซียโดยที่เคทำอะไรไม่ได้
"เค... หนีไปซะ! เป้าหมายต่อไปของเธนท์ต้องเป็เธอแน่!" ฮอร์นพยายามจะแหกกุญแจมือด้วยตัวเอง
""ไม่มีวัน! ฉันสัญญากับคานาตะไว้แล้ว เพราะงั้นฉันจะช่วยพวกคุณและคุณมารินะให้ได้!" เคตั้งการ์ดรับการโจมตีที่มองไม่เห็นอย่างต่อเนื่อง
เคตัดสินใจหลับตาลงแล้วเพ่งสมาธิทั้งหมดไปที่เท้า ถึงพลังของเอเลเซียจะทำให้มองไม่เห็นแต่เธอยังมีมวลอยู่จริง เคจึงจับทิศทางจากแรงสั่นะเืบนพื้นที่เท้าของเอเลเซียเหยียบย่ำ พอจับทางได้เธอก็โต้กลับอย่างแม่นยำด้วยการศอกเข้าที่หน้าของเอเลเซียอย่างแรง! แต่เพราะของเหลวที่เอเลเซียได้รับ ทำให้ร่างกายของเธอแข็งแกร่งขึ้นจนสามารถรับการโจมตีเอาไว้ได้ เอเลเซียชักมีดออกมาหวังจะแทงเค แต่เคไวพอที่จะจับข้อมือของเอเลเซียแล้วสะบัดจนมีดหลุดลอยไปทางฮอร์น แม้ว่าเคจะมีประสบการณ์และวิชาการต่อสู้มากกว่า แต่สิ่งที่เธนท์ทำกับเอเลเซียทำให้เธอมีพละกำลังมหาศาลจนสามารถต่อสู้กับเคได้อย่างสูสี
ที่ด้านนอกเมือง
ฮิมารุสังเกตเห็นด้านล่าง McProton (ซึ่งขับโดย S-12) ใช้กระจกของตึกสะท้อนแสงให้ Nuro เห็นสัญญาณ เขาจึงรีบผลัก Chryselot ออกแล้วพุ่งตัวถอยฉากไปให้ไกล
"อะไรกัน? หนีแล้วเหรอ? ฉันนึกว่านายจะเก่งกว่านี้ซะอีกนะ" เธนท์เอ่ยเย้ยหยันฮิมารุ
ก่อนที่ Chryselot จะได้ตามไป ก็มีเส้นแสงเลเซอร์สีแดงชี้ไปที่หัวของมัน มันจึงหันไปหาต้นตอและพบ Breakzerz ที่ติดตั้งปืนใหญ่กำลังเล็งมาอยู่ และก่อนจะได้ตั้งตัว McProton และ Breakzerz ก็ได้ยิงลำแสงพลังงานขนาดใหญ่อัดใส่ Chryselot พร้อมกัน! ลำแสงนั้นกว้างและรุนแรงมากจนทำให้กำแพงเมืองใต้ดินเกิดช่องโหว่ทะลุขึ้นไปจนถึงโลกเบื้องบน แสงอาทิตย์สาดส่องลงมาที่เมืองเป็ครั้งแรก ประชาชน ทหารของ Arcus และเหล่าตำรวจมนุษย์ของเมืองโซน A ได้เห็นแสงตะวันเป็ครั้งแรกในชีวิต
แต่ทว่า... กลับมีเงาร่างหนึ่งยืนบดบังแสงนั้นไว้ Chryselot ไม่ได้รับความเสียหายใดๆ เลยแม้แต่น้อย "ไอ้พวกสวะพวกนี้ มีของอันตรายขนาดนี้เลยงั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้นต้องกำจัดทิ้งก่อน" รอยยิ้มของเธนท์หายไปเมื่อเห็นอานุภาพของอาวุธนั้น
ที่หน้าจอของ Breakzerz ขึ้นแจ้งเตือนว่าพลังงานเหลือน้อยและ้ารีชาร์จ แต่ก็ไม่ทันการเมื่อ Chryselot พุ่งตรงมาหาอย่างรวดเร็วหวังจะพังหุ่นตัวนี้ทิ้ง ทันใดนั้น McProton และ Nuro ก็ใช้ดาบพลังงานเข้ามาต้านรับดาบของ Chryselot เอาไว้ได้ทันท่วงที และทั้งสองก็ใช้แรงผลักหุ่นสีทองออกไป
"พวกนายมีแผนอื่นไหม!? เ้านั่นมันมีเกราะ Absorption Life Fiber ทำให้ลำแสงใช้ไม่ได้ผลเลย!" ฮิมารุบอก
"ไอ้เวร! ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้!" เพวเน่บ่นอย่างหัวเสีย พร้อมกับถอดปืนใหญ่ออกจากหลังของ Breakzerz
"ถ้าเป็ะุตระกั่วล่ะ?" S-12 ถาม
"ไม่มีผล เกราะชั้นในของมันเป็ Hyper KA-122 แร่ที่รับแรงมหาศาลได้ เมื่อเอามาผสานกับเตาพลังงาน M.T.I. ก็เท่ากับพวกเรากำลังสู้กับหุ่นะสีทองอยู่ชัดๆ" เพวเน่อธิบาย
"มีของขี้โกงขนาดนี้อยู่ แต่กลับไม่ยอมเอาไปใช้กอบกู้ดาวของเรางั้นเหรอ... พวกแกนี่มัน!" ฮิมารุโกรธยิ่งกว่าเดิมก่อนจะพุ่งเข้าใส่เพื่อต่อสู้ต่อทันที
"คานาตะ เดี๋ยวสิ!" McProton พุ่งตามไปช่วยทันที
"อาวุธที่พอจะสร้างความเสียหายได้มันก็มีอยู่หรอก... แต่มันอยู่ที่ฐานนี่สิ!" Breakzerz ชักดาบพลังงานสองเล่มออกมาแล้วเข้าร่วมวงอีกคน
และในตึก Kyro Tech
เคยังคงต่อสู้อยู่กับเอเลเซีย แต่ในตอนนี้เธอเริ่มตกเป็ฝ่ายเสียเปรียบเนื่องจากความเหนื่อยล้า เธอถูกเอเลเซียสกัดขาจนล้มลง เอเลเซียฉวยโอกาสดึงมีดพกของเคออกมาและกำลังจะแทงลงที่หัวใจ แต่ทว่ามือของเอเลเซียกลับถูกหยุดเอาไว้... นั่นคือฮอร์นที่เข้ามาจับมือของเอเลเซียไว้ได้ทัน
"ได้สติได้แล้วไอ้หนู!" ฮอร์นชกเข้าที่หน้าของเอเลเซียอย่างแรงจนเธอล้มลงไปข้างๆ เค ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นมาใหม่
"ยัยนี่ไม่เหนื่อยเลย... เหมือนเป็หุ่นยนต์ยังไงอย่างงั้น..." เคลุกขึ้นมาเตรียมสู้ต่อ
เอเลเซียที่เห็นท่าไม่ดี เธอจึงเปิดระบบหายตัวและหนีหายไปในที่สุด
"ยัยหนู นั่นหนีไปแล้ว... ฉันคงโดน S-12 ฆ่าแน่ๆ ที่ไปชกหน้าลูกรักเขาแบบนั้น" ฮอร์นจับมือตัวเองสะบัดไปมาเพราะเจ็บมือจากการต่อยเอเลเซีย มันรู้สึกเหมือนต่อยเข้ากับกำแพงเหล็กหนาๆ
"พวกเรามีเวลาไม่มาก ตอนนี้ทุกคนด้านนอกกำลังซื้อเวลาให้เราอยู่ ถ้าไม่รีบไปช่วยคุณมารินะเราอาจจะแย่ได้" เคพูดแล้ววิ่งนำออกไป ฮอร์นเดินไปคว้าหมวกของเขามาสวมแล้ววิ่งตามไป
"ไม่น่าเชื่อจริงๆ สงสัยว่าฉันคงต้องเพิ่มปริมาณยาสักหน่อยล่ะมั้ง..." เธนท์พูดอย่างหัวเสียขณะดูภาพสถานการณ์ของเอเลเซีย สลับกับการต่อสู้กับพวกฮิมารุไปด้วย
เคและฮอร์นวิ่งมาได้สักพัก ฮอร์นก็หอบอย่างหนักจนต้องหยุดพักกลางทาง เคหันกลับมามองเขา
"นายไหวไหม? ดูเหมือนจะขาดสารอาหารหนักมากเลยนะ..." เคพูดด้วยความเป็ห่วง
"ฉันสบายดี ไปต่อเลย... ไปช่วยพี่เขยเธอซะ" ฮอร์นยกนิ้วโป้งให้ ก่อนจะได้ยินเสียงพวกยามลาดตระเวนที่กำลังตามมา
เคที่ได้ยินคำนั้นก็หน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย "พ- พี่เขยอะไรกัน!? ฉันไม่ได้เป็อะไรกับคานาตะนะ นายอย่ามามั่วสิ!!" เครีบวิ่งหนีแก้เขินออกไป
ฮอร์นหัวเราะเบาๆ ในลำคอแล้วหันหน้าไปเผชิญกับทหารยาม เขาเข้าต่อสู้อย่างสุดความสามารถก่อนจะแย่งปืนมาได้ และใช้สเตปคาวบอยยิงใส่พวกยามได้อย่างแม่นยำ
เควิ่งมาจนถึงห้องที่มารินะถูกขังอยู่ เธอใช้มือเปล่าจับไปที่ประตูห้องขังแล้วออกแรงแหวกมันออกจนพัง ด้านในคือ คานาตะ มารินะ ที่มีกุญแจมือผูกติดกับวงแหวนไฟฟ้าที่คอยตรึงกุญแจมือเอาไว้ เควิ่งไปที่แผงควบคุมและพยายามหาทางปิดระบบ
"คันโยก... ด้านขวามือ..." มารินะเค้นเสียงพูดขึ้นม
เคดันคันโยกลงทันทีแล้วรีบเข้าไปพยุงตัวมารินะขึ้น "คุณไม่เป็ไรใช่ไหม? ฉันมาช่วยแล้วค่ะ"
มารินะตาพร่าเบลอ แต่เมื่อเห็นหน้าเคชัดๆ เธอ ก็จำได้ทันที "เธอ!? ฆาตกรที่ฆ่าแม่!"
"คุณรู้ได้ยังไงกัน?! ตอนนั้นฉันสวมหน้ากากไว้หมดนี่นา..." เคใ "เื่นั้นเดี๋ยวให้น้องชายคุณอธิบายแล้วกัน ตอนนี้เราต้องไปจากที่นี่ก่อน"
มารินะจำใจต้องไปกับเคถึงแม้จะไม่ไว้ใจก็ตาม เคพยุงมารินะมาจนเจอกับฮอร์นที่กำลังนั่งดื่มน้ำและกินขนมปังรออยู่
"ต้องบอกเลยว่า ขนมปังที่นี่อร่อยมากๆ เลยล่ะ" ฮอร์นพูด
"กินเสร็จแล้วก็ไปกันเถอะ ขึ้นไปที่ชั้นดาดฟ้าเร็ว" เคบอก
ทั้งสามพากันขึ้นบันไดอย่างยากลำบาก แต่ก็ยังมีข้อดีที่ยามส่วนใหญ่พากันลงไปรับมือกับกองกำลังด้านล่างจนทำให้ชั้นบนๆ ไม่มีคนเฝ้า เมื่อขึ้นมาสูงพอ ฮอร์นก็พบว่า้าของตึกมันแหว่งหายไป ซึ่งเป็ผลจากการที่ฮิมารุใช้ Railgun ยิงไปก่อนหน้านี้ ฮอร์นมองลงไปด้านล่างตึกและเห็นาที่กำลังเกิดขึ้น
"นี่เพื่อคนไม่กี่คน พวกเธอถึงขั้นก่อาเลยงั้นเหรอ!?" ฮอร์นยืนดูแสงสีด้านล่างที่เกิดจากการเข้าปะทะกัน
"พวกคุณสำคัญมากขนาดไหนรู้ตัวไหม? คุณมารินะเป็ถึงบุคคลเื้ัการช่วยเหลือกลุ่มต่อต้านเลยนะ ส่วนคุณก็เป็นักบินอันดับ 8 แถมสังกัดกองทัพที่อันตรายที่สุดอีก" เคพูด
มารินะยืนขึ้นด้วยตัวเองและมองลงไปด้านล่าง "แล้วไหนทางหนีของเราล่ะ?" เธอถาม
เคไม่รอช้า จุดพลุแฟร์สีเขียวขึ้นฟ้าทันที
ณ พื้นดินด้านล่าง
ฮิมารุเห็นสัญญาณพลุแฟร์นั้นแล้ว "เพวเน่! S-12! คุ้มกันด้วย!" Nuro รีบพุ่งตัวออกไปทันที
"ใครจะยอมให้แกหนีไปจากชะตากรรมของฉันกัน!" เธนท์ใช้ความเร็วอันเหนือชั้นตัดขาของ McProton และตัดหัวกับแขนของ Breakzerz ออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะไล่ตาม Nuro ไปทันที
"คานาตะ! มันตามนายไปแล้ว!" S-12 ะโเตือน
Chryselot พุ่งมาจับขา Nuro เอาไว้ได้ ก่อนจะกระชาก Nuro ทุ่มลงกับพื้นและเปิดใช้งานปืนลำแสงที่ด้านหลัง ปืนหักลงมาทาบที่หัวไหล่ทั้งสองฝั่งและเตรียมยิงออกไปทันที
"พี่ครับ!! เค!!" ฮิมารุะโร้องออกมาอย่างใสุดขีดเมื่อเห็นว่าวิถีะุพุ่งตรงไปที่ดาดฟ้าตึก
ใน่วินาทีที่คิดว่าทุกอย่างจะพังทลาย ลำแสงของ Chryselot กลับกระแทกเข้ากับบางสิ่งบางอย่าง ฮอร์น มารินะ และเค ยกมือขึ้นมาบังแสงสว่างจ้าที่เกิดขึ้นก่อนมันจะดับลง และสิ่งที่มาปกป้องพวกเขาไว้ก็คือ ยานเกราะที่ติดตั้งไอพ่น มันทำหน้าที่ดูดซับพลังงานที่ถูกยิงใส่เข้าไป ก่อนจะมีเสียงกลไกดังขึ้น ยานเกราะเปลี่ยนร่างกลายเป็ DEP ที่มีเกราะหนาและมีอาวุธติดตั้งอยู่ทั่วทั้งตัว
"ทั้งสามคน ไม่เป็ไรใช่ไหม?" เสียงของชายสูงอายุดังขึ้นผ่านลำโพง
"Changer งั้นเหรอ!?" เธนท์พูดขึ้นอย่างใ
ฮอร์นที่ได้ยินเสียงจาก DEP ตัวนี้เขารู้ได้ทันที "เสียงนั้นมัน..... ท่านจอมพล!?!"
"ลูกน้องของฉันหลายคนตกอยู่ในสภาวะา จะไม่ให้ฉันเข้าร่วมได้ยังไงกัน"
หุ่นของจอมพลจับอาวุธรอบตัวเข้ามาประกอบกันจนกลายเป็ปืนไรเฟิลยาว เล็งไปที่ Chryselot ทันที
"ก็ยิงมาเลยสิ! ฉันสามารถรับลำแสงของพวกแกได้อยู่แล้ว!" เธนท์พูดท้าทายอย่างมั่นใจ
"โทษทีนะไอ้หนู นี่ไม่ใช่ลำแสงทำลายล้างธรรมดาหรอก" จอมพลพูดสวนกลับก่อนจะกดเหนี่ยวไกทันที
ปืนชาร์จพลังงานสีฟ้าเข้มข้นแบบเดียวกันกับที่ Meganus Vultum เคยใช้ ฮิมารุและฮอร์นรู้ทันทีว่าจะเกิดอะไรขึ้น Nuro รีบวิ่งไปเอาตัวเข้าบังให้ Breakzerz และ McProton ทันที ส่วนฮอร์นก็จับสาวทั้งสองหมอบลงกับพื้น จอมพลปล่อยพลังงานมหาศาลพุ่งตรงไปหา Chryselot ที่ยืนอ้าแขนรับ ก่อนจะเกิดการะเิสีฟ้าขึ้นอย่างรุนแรง จอมพลทิ้งปืนออกจากมือเพราะมันใช้งานได้เพียงครั้งเดียว ก่อนจะหันหลังบังแรงะเิให้ทั้งสามคนบนยอดตึก
"ทุกคนทนไว้!" ฮิมารุพูด ในหน้าจอของ S-12 และเพวเน่ขึ้นข้อความสีแดงแจ้งเตือนไม่หยุด
เมื่อแรงะเิสงบลง ก็มีเสียงของวัตถุขนาดั์ร่วงลงพื้นอย่างแรง Nuro ลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปดูทันที ก่อนจะพบซากของ Chryselot ที่เหลือเพียงลำตัวกับหัวนอนอยู่บนพื้น Nuro ใช้แรงแหวกหน้าอกมันออก แต่กลับพบห้องนักบินที่ว่างเปล่า
"Emergency Eject ช่วยมันไว้เหรอ!? โธ่เอ๊ย!" Nuro ต่อยเข้าไปที่ห้องคนขับที่โล่งโจ้งอย่างเสียอารมณ์
เวลาผ่านไปนานหลังจากนั้น าได้ยุติลงด้วยชัยชนะของ Arcus และกลุ่มต่อต้าน พวกนักการเมืองและตำรวจฝ่ายตัวร้ายได้ถูกจับกุมและถูกขังเอาไว้ในเรือนจำของท่านจอมพล ส่วนประชาชนส่วนมากต้องสูญเสียบ้านเรือนของตนไปจากผลกระทบของา
ทีม Arcus ไปรวมตัวกันที่ยอดตึกแห่งหนึ่งนอกเมือง โดยมี Breakzerz, McProton, Nuro และ DEP ของจอมพล จอดล้อมพวกเขาอยู่
"ดูเหมือนว่าครั้งนี้จะเป็ความผิดของพวกเราเต็มๆ เลยนะ..." จอมพลพูดขึ้น
"ประชาชนน่าจะโกรธจริงๆ นั่นแหละรอบนี้ แต่พวกเราก็จะช่วยสร้างเมืองให้พวกเขาใหม่เอง" S-12 พูด
"อย่าพูดเหมือนตอนจบของหนังสิคะ พวกคุณต้องไปช่วยพวกเขาอยู่แล้ว แถมเธนท์มันดันรอดไปได้ ตอนนี้ทุกเมืองกลายเป็ศัตรูกับเราหมดแล้วนะ" เมล์พูด
"เธอไม่ได้มาช่วยสู้ แถมยังจะมาบ่นอีกเหรอ?" เรย์พูดใส่เมล์
"ใครว่าฉันไม่ช่วย! ฉันต้องคอยสั่งการและประสานงานอยู่ด้านหลังไงล่ะ!" เมล์สวนกลับทันควัน
"เอาเถอะ ยังไงก็ถือว่าเป็ไปตามข้อตกลงแล้ว พวกกลุ่มต่อต้านได้รับชัยชนะครั้งแรก และพวกเราก็ช่วยตัวประกันเอาไว้ได้" A-5 พูดตัดบท
"ไม่ใช่ทุกคนหรอก" S-12 พูดขึ้น ทำให้ทุกคนหันไปหาเขา และเห็นฮอร์นกำลังยืนถือเศษเสื้อของเอเลเซียอยู่ "ยังมีอีกคนที่ต้องไปเอากลับมาให้ได้" S-12 พูดพร้อมกำหมัดแน่น
ทุกคนทำสีหน้าจริงจังขึ้น และพยายามจะปลอบใจ S-12 ที่เพิ่งได้รู้เื่ราวทั้งหมดจากเคและฮอร์น
และที่ด้านล่างของตึก ก็ยังมีร่างของคนอีกสามคนกำลังคุยกันอยู่
"พี่จะไม่มาอยู่กับผมจริงๆ เหรอ?" ฮิมารุถาม
"ฉ- ฉันทำใจไม่ได้จริงๆ ... ผู้หญิงคนนี้... เธอคนนี้ฆ่าแม่เรานะ!" มารินะพูดพร้อมชี้ไปที่เค "ฉันรู้เพราะฉันไปค้นข้อมูลในบ้านของคุณพ่อมา! มิรุ... ผู้หญิงคนนี้คือนักฆ่าที่ฆ่าแม่เรานะ!" เคทำหน้าเศร้าและทำได้แค่ก้มหน้ารับความจริงนั้น
"ไม่ใช่นะครับพี่! นั่นมันเป็เพราะเธอถูกหลอกใช้! ตอนนี้เธอกำลังไถ่โทษอยู่!" ฮิมารุสวนกลับเพื่อปกป้องเค
"นายเชื่อเธออย่างงั้นเหรอ!? ถ้าเธอคนนี้โกหกล่ะ! ถ้าความจริงผู้หญิงคนนี้แค่หวังใช้นายเพื่อผลประโยชน์ของพวกรัฐล่ะ!" มารินะโต้กลับ
"เธอเปลี่ยนไปแล้ว พี่ไม่เห็นเหรอ? ถ้าเธอคิดจะทำแบบนั้นจริง เคคงไม่เสี่ยงชีวิตไปช่วยพี่ออกมาหรอก!" ฮิมารุพยายามพูดด้วยเหตุผล
เคสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วะโออกไป "ทั้งคู่พอได้แล้ว!!!" สองพี่น้องหันมามองเคพร้อมกัน
"คุณมารินะ... สิ่งที่ฉันและพี่เรย์ทำในวันนั้นมันเป็เื่ที่ให้อภัยไม่ได้จริงๆ แต่ตอนนี้พวกเราเป็อิสระจากการควบคุมแล้ว และพวกเราพยายามจะไถ่บาปให้กับคุณอยู่ คุณจะสนใจมันหรือไม่ฉันก็จะทำต่อไป... แค่ขอร้องล่ะค่ะ ให้โอกาสฉันได้พิสูจน์ตัวเองเถอะ!" เคพูดออกมาทั้งน้ำตา
"เค..." ฮิมารุเดินเข้าไปสวมกอดเคเอาไว้
มารินะที่เห็นว่าฮิมารุเป็ห่วงและรักเคมาก เธอจึงเริ่มใจอ่อนลง "ฉันจะรอดู... แต่ฉันคงไปกับพวกเธอไม่ได้จริงๆ ฉันยังมีเื่อีกมากมายที่ต้องจัดการ ขอโทษนะ" มารินะเอ่ยขอโทษอย่างจริงใจ ก่อนที่เธอจะหันหลังและเดินจากไป
"พี่น้องตระกูลนี้เขาห้ามอยู่ใกล้กันหรือไงนะ?" เพวเน่เดินออกมาจากเงามืดใกล้ๆ
ฮิมารุหันไปหาเพวเน่ทันที "นี่เธอมาแอบฟังั้แ่ตอนไหนเนี่ย..."
"แอบอะไรกัน ฉันนั่งอยู่ตรงนี้ตั้งนานแล้ว พวกนายนั่นแหละที่หาเื่มาคุยกันตรงนี้พอดี" เพวเน่พูดพลางเดินแยกตัวออกไป "ฉันต้องซ่อมเ้าพวกนี้อีกยาวเลย... น่าเบื่อชะมัด"
และในตอนนี้ เมืองโซน A ได้ถูก The Unbash ประกาศให้เป็เมืองที่ต้องถูกลบให้หายไปจากประวัติศาสตร์แล้ว เธนท์ที่รอดชีวิตมาได้ลี้ภัยออกไปจากเมืองโดยมีเอเลเซียคอยช่วยเหลือ
กองกำลัง Arcus ถูกจัดตั้งให้เป็กองกำลังประจำเมือง แต่ในสายตาของเมืองอื่นๆ พวกเขาคือกองกำลังที่อันตรายที่สุดและต้องหาทางกำจัดทิ้ง S-12 ได้รับการเลื่อนขั้นให้เป็จอมพลคนใหม่ เนื่องจาก จอมพล คีย์เธียม เอ็กส์ แลนเดอร์ หัวหน้าของพวกเขาต้องไปดำรงตำแหน่งนายกเมืองแทน พร้อมจัดตั้งสภาชุดใหม่ขึ้นมา ส่งผลให้เมือง A กลายเป็โลกที่สามอย่างเต็มตัว และข่าวปลอมเื่การก่อการร้ายก็ได้แพร่กระจายไปทั่ว The Unbash แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังคงมีกลุ่มต่อต้านที่คอยบอกเล่าเื่ราวความจริงของกลุ่มฮีโร่ให้ชนกลุ่มน้อยได้รับรู้สืบต่อไป...
จบ Act-2.1: War of Liberation
