ทุกคนต่างหันมามองเมื่อทั้งสองออกเดินผ่านห้องนั้นไปไม่มีผู้ชายคนไหนที่จะไม่ตกอยู่ใต้อิทธิพลของ
พริสซิลล่าทุกท่วงท่าของหล่อนเต็มไปด้วยความยั่วยวนกวนสวาท และคำร่ำลือเกี่ยวกับความสามารถพิเศษเมื่อบำเรอความสุขให้กับผู้ชายนั้นทำให้หล่อนกลายเป็ตำนานที่เล่าขานกันอย่างไม่มีวันจบสิ้นทั่วทั้งเท็กซัสเพียงแต่มันไม่ใช่เื่ที่สร้างชื่อเสียงในทางบวกให้กับหล่อนเท่านั้นมันเป็ธรรมดาที่ผู้ชายทุกคนย่อมไม่อยากให้ภรรยาของตนเป็เช่นนั้นแต่ไม่ได้หมายถึงคู่นอนที่เขาสามารถกำเงินไปซื้อได้
ความปรารถนาที่ผู้ชายทุกคนมีต่อหล่อนมันจึงมิได้เกิดขึ้นด้วยความทรงจำแต่เป็เพราะความใคร่รู้และการสร้างมโนภาพเพ้อฝันขึ้นมาเองน้อยคนนักที่จะได้รับความสำราญจากพริสซิลล่า เพราะหล่อนเป็คนช่างเลือกแม้พวกเขาจะสามารถสู้ราคาที่หล่อนตั้งไว้สูงลิ่วได้แต่ก็น้อยคนนักที่จะได้รับเลือกให้เข้าไปถึงห้องหับส่วนตัวของหล่อนดังนั้นจึงไม่มีผู้ชายคนไหนที่จะไม่อิจฉาในความโชคดีของเจค แลงสตัน
แต่ถ้าผู้ชายจะมองเขาด้วยสายตาที่บ่งบอกความอิจฉาพวกผู้หญิงก็จะมองเขาด้วยความอาวรณ์โสเภณีที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วห้องให้บริการแขกที่มาเยี่ยมเยียนแต่หัวค่ำล้วนเป็ผู้หญิงทำงานด้วยกันทั้งนั้นพวกหล่อนรู้จักค่าของเงิน เวลาของพวกหล่อนจึงต้องหมายถึงเงิน
แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีหลายคนที่ยอมเสียสละเงินค่าชั่วโมงขอแต่เพียงให้ได้บริการเจค แลงสตัน บ้างก็พอ
เขาเป็คนรูปร่างสะโอดสะองแต่ท่าทางเดินเหินสง่างามราวแมวูเากางเกงที่สวมใส่รัดรูปทรงจนเห็นแก้มก้นและแนบอยู่กับต้นขาราวหนังชั้นสองเข็มขัดปืนห้อยต่ำอยู่กับ่สะโพกซึ่งยิ่งเน้นความเป็ชายชาตรีของเขาให้เด่นชัดขึ้น
พวกผู้ชายยอมรับนับถือฝีมือการยิงปืนของเขายิ่งนักส่วนผู้หญิงนั้นชื่อเสียงของเขาที่กระฉ่อนฉาวทำให้พวกหล่อนตื่นเต้นอยากอยู่ใกล้เสียเหลือเกินมันเป็การเสี่ยงต่ออันตราย ที่สุภาพสตรีทั้งหลายพยายามที่จะอยู่ให้ห่างไกลที่สุด
แม้แผงไหล่กับแผงอกจะกว้างผึ่งผายใกล้เคียงกันแต่ไม่ได้ทำให้เสียรูปทรงแต่อย่างใดเลยเขาเดินด้วยท่าทางสบาย ๆผู้หญิงที่โชคดีเคยให้บริการกับเขามาแล้วถึงกับลงทุนสาบานว่าเขาเป็คนบ้าบิ่นกับกามกีฑาและสะโพกที่ยักย้ายด้วยท่าเดินนั้นมิได้จำกัดการส่ายไหวไว้แต่เฉพาะการเดินเพียงอย่างเดียว
พริสซิลล่าล้วงกุญแจออกมาจากอกเสื้อที่คว้านต่ำและไขประตูห้องส่วนตัวให้เปิดออกทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องนั้น หล่อนก็โยนพัดลงบนโซฟา เดินดิ่งไปยังขวดแก้วเจียระไนรินเหล้าใส่แก้วให้เจค เขาปิดประตูตามหลังอย่างใจเย็นพริสซิลล่าหันขวับมามองเมื่อได้ยินเสียงกุญแจเลื่อนเข้าที่หล่อนไม่ชอบแรงเต้นในหัวใจของตัวเองยามนี้เสียเลย
คืนนี้จะเป็คืนของหล่อนกับเขาหรือไม่หนอ...
ห้องนั่งเล่นแห่งนี้น่าจะอยู่ในคฤหาสน์ของสุภาพสตรีถ้าจะไม่มีภาพเปลือยของพริสซิลล่า ที่เขียนขึ้นโดยลูกค้ารายหนึ่งซึ่งพอใจจะจ่ายบิลล์ด้วยการเขียนรูปให้ติดประดับไว้ตรงหน้าต่างก็เลิศหรูโต๊ะทุกตัวที่ตั้งอยู่ในห้องนี้จะมีดอลลี่ที่ถักด้วยฝีมือประณีตวางประดับไว้น่าจะเป็ฝีมือถักของคุณย่าของใครคนหนึ่งทีเดียว
ครอบตะเกียงน้ำมันดวงใหญ่นั้นเล่าก็มีลวดลายดอกไม้สวยงามเขียนประดับไว้พื้นห้องปูลาดไว้ด้วยพรมเนื้อหนาแจกันทรงสูงปักประดับอยู่ด้วยหางนกยูงตั้งอยู่ตรงมุมห้องภาพของหญิงเลี้ยงแกะสมัยศตวรรษที่ 17 ยืนเปลือยอกอยู่เบื้องหน้าฝูงแกะในจานกระเบื้องใบใหญ่
เจคกวาดสายตาพิจารณาการตกแต่งภายในห้องนี้ช้าๆ เขาเข้ามาในห้องนี้จนนับครั้งไม่ถ้วนแต่ก็ยังประทับใจในบรรยากาศและความงามอยู่ดี
จากเด็กสาวแก่นแก้วที่มีมารดาผู้เข้มงวดกวดขันและบิดาที่อ่อนแอพริสซิลล่าได้ยกระดับตัวเองขึ้นมาสู่จุดนี้ได้อย่างน่าชื่นชม ครั้งกระนั้นเจค...และคนอื่น ๆ อีกหลายคนลักลอบร่วมรักกับหล่อนในโรงนาร้างและบนแผ่นหินริมธารน้ำที่เต็มไปด้วยโคลนตมแต่เมื่อมาถึงจุดหนึ่งไม่ว่าจะเป็ที่ไหนมันก็ไม่สำคัญทั้งนั้นคนที่เกิดมาเพื่อเป็โสเภณีก็ย่อมจะต้องเป็โสเภณีอยู่วันยังค่ำพร้อมที่จะขายสินค้าของตนได้ในทุกแห่ง
พริสซิลล่าผู้ไม่อาจหยั่งความคิดที่กำลังเกิดอยู่กับเขาในยามนี้ได้เดินเข้ามาถึงตัวและยื่นแก้วเหล้ามาให้หล่อนดึงเชอรูทที่คาบอยู่ระหว่างไรฟันออกมาสูบเสียเองอัดควันลึกลงไปในปอดก่อนจะระบายออกมาช้า ๆ
“ขอบใจมากนะ ฉันไม่อนุญาตให้ผู้หญิงที่นี่สูบบุหรี่ก็เลยไม่อยากทำอะไรเป็ตัวอย่างเราเข้าไปในห้องนอนกันเถอะฉันจะเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวต้องลงไปต้อนรับแขกอีกรอบหนึ่ง”
เขาเดินตามหล่อนเข้าไปในห้องที่เปิดติดต่อกันมันเป็ห้องที่ได้รับการตกแต่งไว้สวยงามกว่า และบอกความเป็ผู้หญิงชัดแจ้งซึ่งก็ออกจะน่าแปลกที่เจคกลับมีความรู้สึกว่า มันไม่เหมาะกับหล่อนเอาเสียเลย เพราะ
พริสซิลล่าเป็ผู้หญิงที่จิตใจแข็งแกร่งไม่น่าจะพำนักอยู่ในห้องที่สีสันอ่อนหวานเช่นนี้ แต่เจคก็เดาเอาว่าการที่หล่อนแต่งห้องด้วยสีหวาน ๆ เช่นนี้ เพื่อสร้างอารมณ์ให้กับแขกที่หล่อนต้อนรับอย่างเป็การส่วนตัวนั่นเอง
“ช่วยหน่อยเถอะเจค”หล่อนหันหลังมาให้ ซึ่งทำให้เขาต้องคาบเชอรูทไว้ด้วยไรฟันอีกครั้งหยีตาเมื่อควันลอยขึ้นรบกวนวางแก้วเหล้าไว้ทางหนึ่งแล้วจึงได้ช่วยปลดกระดุมที่เรียงเป็แถวให้เมื่อเรียบร้อยแล้วหล่อนจึงได้หันมาบอกเขาด้วยสุ้มเสียงแหบพร่าว่า
“ขอบใจมากค่ะสุดที่รัก” แล้วจึงได้ผละออกห่าง
เจคยิ้มกว้างเมื่อทิ้งตัวบนเก้าอี้ที่หุ้มเบาะด้วยผ้าทอยกดอกเขายกขาข้างหนึ่งขึ้นพาดไว้กับเท้าแขนไม่สนใจสเปอร์และคราบโคลนที่เกาะติดอยู่กับรองเท้าบู๊ท
“พักหลัง ๆนี่ทำอะไรบ้างล่ะ” พริสซิลล่าเปลื้องเสื้อออกจากร่างด้วยท่วงท่าที่ไม่จำเป็ต้องใช้ความสามารถแต่อย่างใดเลย
เจคพ่นควันบุหรี่ออกมาเป็ทางยาวแล้วจึงได้เอื้อมไปหยิบแก้วเหล้า
“ทำงานในแพนแฮนเติ้ลรับจ้างทำรั้วกั้นอาณาเขตไปเรื่อย ๆ”
หล่อนขมวดคิ้วย่นเมื่อถอดรองเท้าคู่สีม่วงเข้มออกทิ้งมันไว้ตรงนั้นเช่นเดียวกับเสื้อที่เปลื้องออกผู้ชายไม่ชอบความเ้าระเบียบของผู้หญิงเท่าใดนักโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขากำลังสนใจกับเตียงนอนมากกว่า
“คุณกลายเป็คีมปากนกแก้วไปแล้วหรือยังไง”เสียงที่ถามนั้นเย้ยหยัน
มันเป็สรรพนามที่ใช้เรียกโคบาลผู้ซึ่งภายหลังจากที่ผ่านการเดินทางต้อนรับวัวมาเป็เวลายาวนานแล้วก็พบว่าตัวเองตกอยู่ในสภาพที่จำเป็ต้องหางานเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำไปตามเื่อย่างเช่นการรับซ่อมรั้วลวดหนามกั้นอาณาเขตไรปศุสัตว์เป็ต้น
“อ้าว...ก็ผมยังต้องกินนี่”เจคตอบเรื่อย ๆ ตามสบาย สายตามิได้คลาดจากท่าทางยั่วอารมณ์ที่หล่อนกำลังแสดงอยู่
เครื่องเสริมทรงที่หล่อนสวมใส่รัดไว้ด้วยแผงลูกไม้แ่ามันจะดันเนินทรวงขึ้นมาจนล้น, เนินทรวงที่เจครู้จักมาแล้วอย่างดีหล่อนเปลื้องกระโปรงชั้นในออกแล้วจึงได้ทรุดตัวลงนั่งบนม้ากลมเบื้องหน้าโต๊ะเครื่องแป้งซึ่งนอกจากกระจกเงาบานกลางแล้วก็ยังมีทั้งปีกด้านซ้ายขวาอีกด้วยเพื่อที่หล่อนจะได้พิศโฉมตัวเองได้จากทุกด้านหล่อนหยิบพัฟฟ์ขึ้นแตะแป้งลงตรง่ลำคอ หลังไหล่และทรวงอก
“แล้วตอนนี้พักร้อนหรือไง”
เสียงหัวเราะกังวานออกมาจากแผงอกของเจค
“เปล่าเลยผมเพียงแต่เบื่อหน่ายที่มันไม่มีอะไรเลยนอกจากหญ้ากับฝุ่น ก็เลยออก”
“แล้วตอนนี้คิดจะทำอะไรต่อไปล่ะ”
นั่นสิ...ตอนนี้เขากำลังคิดจะทำอะไรต่อไปลอยล่องไปเรื่อย ๆจนกว่าจะพบงานที่ถูกใจกระมัง...แบบเดียวกับที่เขาเคยทำมาตลอดชีวิตในวันหนุ่มบางทีเขาอาจจะยังหาเงินได้จากสนามโรดิโอ มากพอที่จะทำให้เขากับม้าคู่ใจมีชีวิตอยู่ต่อไปได้มากพอที่จะเอาไปถลุงในวงโป๊กเกอร์และมากพอที่จะเอามาแจกจ่ายบำเรอความสุขให้กับตัวเองอย่างเช่นในสำนัก การ์เด้น ออฟอีเดน ของพริสซิลล่ากระมัง...
“คุณต้อนวัวมากี่เที่ยวแล้วนะเจคฉันจำไม่ได้ว่าคุณกลับมาจากเหนือแล้วก็ดิ่งมาที่ฝอร์ท เวิร์ธ นี่กี่ครั้งแล้ว”
“ผมก็จำไม่ได้เหมือนกันขึ้นไปคันซัส ซิตี้ ตั้งหลายเที่ยว แล้วก็ไปโคราโด้ครั้งหนึ่ง แต่ไม่ชอบที่นั่นที่จริงบ้านเมืองมันก็สวยดีอยู่หรอก แต่หนาวเป็บ้าเลย” เขาประสานมือรองอยู่ตรงท้ายทอยมีความสุขกับการจับตามองยอดทรวงของหล่อน โดยเฉพาะยามที่หล่อนแตะครีมในกระปุกตรงหน้าลูบไล้ลงบนเนินทรวงช้าๆ อย่างทะนุถนอม
“แล้วคุณล่ะพริสซิลล่าเป็เ้าของที่นี่มานานเท่าไหร่แล้ว”
“ห้าปี”
“เสียอะไรไปบ้างล่ะ”
หล่อนอยากจะตอบให้สะใจว่าก็นอนหงายอยู่วันละหลาย ๆ ชั่วโมงน่ะสิต้องเผชิญกับพวกชาวไร่ที่เนื้อตัวสกปรกโสมมด้วยสาบเหงื่อพร่ำบ่นอยู่แต่ว่าเมียไม่อยากมีลูกแล้วก็เลยไม่ยอมให้ร่วมหลับนอนด้วยแล้วก็ยังต้องเจอกับโคบาลหนุ่ม ๆ ที่เอากลิ่นขี้วัวติดตัวเข้ามาด้วย
หล่อนเคยทำงานที่เจฟเฟอร์สันมาก่อนมันเป็จุดสุดท้ายที่นักบุกเบิกทั้งหลายจะต้องมาหยุดพักกันที่นั่นแต่เมื่อมีทางรถไฟตัดผ่านนั้น มันก็เท่ากับทำลายการค้าของหล่อนลงอย่างสิ้นเชิงพริสซิลล่าจึงเดินทางมาฝอร์ท เวิร์ธ อันเป็จุดศูนย์รวมของเส้นทางทุกสายทั่วรัฐเป็เมืองที่อึกทึกที่สุด เต็มไปด้วยพวกโคบาลที่ใจร้อนมีเงินเท่าไรจะต้องใช้ให้หมดแม้จะเป็เงินที่ได้มาจากการต้อนวัวขึ้นสู่ภาคเหนืออย่างเหน็ดเหนื่อยก็ตาม