ตึก ตึก ตึก
เสียงน้ำหนักเท้าทิ้งลงบันไดเป็จังหวะเท่ากันอย่างคล่องแคล่วแสดงถึงความคุ้นชินกับบ้านหลังใหญ่นี้เป็อย่างดี
บ้านเดี่ยวสองชั้นปลูกบนพื้นที่เกือบสองไร่ใจกลางแหล่งเศรษฐกิจของกรุงเทพที่คุณพ่อคุณแม่เธอได้รับเป็ของขวัญวันแต่งงานจากคุณตาถึงคุณตาจะเคยบ่นเสียดายที่ดินผืนนี้อยู่บ้างเพราะราคาที่พุ่งสูงขึ้นหลายเท่าจากตอนที่ท่านกัดฟันซื้อมาตอนวัยหนุ่มแต่พอได้เห็นหลานๆเติบโตที่นี่ ท่านก็ว่าคุ้มกว่าปล่อยขายให้คนอื่นเยอะเลย
เมื่อถึงบันไดขั้นสุดท้ายเ้าของเสียงเดินเบนเท้าไปทางห้องครัวที่อยู่ด้านหลังเล็กน้อยแต่ต้องมาสะดุดกับแสงสว่างประหลาดในห้องนั่งเล่นทางขวามือ เธอค่อยๆลากเท้าถอยกลับอย่างเบาที่สุดเพื่อเข้าไปใกล้แสงนั้นความคิดในหัวเริ่มแย่งกันวิ่งเข้ามาเสนอหน้า
‘แสงอะไรน่ะ? คนหรือผี?’ ถ้าเป็คน ก็ไม่รู้จะเรียกว่าใจกล้ามากหรือโง่มากกันแน่ที่บังอาจมาขึ้นบ้านหลังนี้ บ้านชองครอบครัวตำรวจ ไม่สิ ตระกูลตำรวจเลยจะถูกกว่าเพราะั้แ่เริ่มจำความได้เธอก็เห็นรูปบรรพบุรุษและเหล่าวงศาคณาญาติในชุดราชการตำรวจมาตลอด ทั้งแขวนบนผนังบ้านทั้งวันรวมญาติต่างๆ มีแค่ส่วนน้อยที่ทำอาชีพอื่นกับอีกเศษที่ยังไม่เลือกอาชีพอย่างเธอเ้าโจรที่เลือกบ้านนี้ก็เสมือนมาเดินเล่นในปากเสือรอแค่โดนขย้ำก็เท่านั้น
‘แล้วถ้าไม่ใช่ล่ะถ้าเป็...ผอ อี....’
นั่นก็ยิ่งเป็ไปไม่ได้ไปใหญ่เพราะบ้านหลังนี้เธออยู่กับครอบครัวมาั้แ่เกิด ไม่เคยมีเงาสักแว้บหรือเสียงสักแอะมาทำให้ใแต่ถึงแม้ว่าเธอจะไม่เคยเจอสิ่งที่ออกเสียงว่า ‘ผอ อี’ เธอก็ยังยินดีรับอย่างเต็มใจเลยว่าเธอกลัวเ้าสิ่งนั้นแบบชนิดที่ว่า
‘เธอยินดีจากโลกนี้ไปโดยไม่้ารับรู้หรือเกี่ยวข้องกับเ้าสิ่งนั้นเลยตลอดชีวิตนี้’ เธอไม่เคยเข้าใจพวกที่ชอบฟังเื่ผีหรือรายการล่าผีต่างๆ อย่างเพื่อนๆ หรือพี่ชายของเธอจริงๆ ว่าทำไมถึงชอบกันนัก
แต่ถึงเธอจะกลัวเ้านั่นมากแค่ไหน ตอนนี้เวลาวิกาลยามดึก ในเวลาเที่ยงคืนกว่าๆเช่นนี้ เธอขอให้เป็เ้าสิ่งนั้นยังดีซะกว่าเป็คนเพราะถ้าเป็เ้านั่นเธออาจแค่ใกลัว แต่ถ้าเป็คนเธอที่ลงจากห้องมามือเปล่าหวังเพียงแค่จะไปดื่มน้ำเย็นๆให้ชื่นใจก็อาจสู้มันไม่ได้และอีกอย่าง เธอก็ยังไม่อยากตายตอนนี้
เมื่อเข้าใกล้ห้องนั่งเล่นในระยะพอเหมาะมือเรียวบางค่อยๆไล่ไปตามกำแพงห้องและ...
แป๊ก
พริบตาภายในห้องสว่างขึ้นทั่วทุกซอกมุม
“ใครน่ะ?” เธอตวาดเสียงออกไปพร้อมกันกับที่คนบนโซฟาหันมาทำหน้าแปลกใจ
“พี่เอง จะเสียงดังทำไมเบล” แบร์มองน้องสาวที่ยืนถอนหายใจเฮือกใหญ่เหมือนได้ยกูเาออกจากอก
“ไหนพี่แบร์บอกว่าวันนี้ไม่กลับไงเบลอยู่บ้านคนเดียวก็นึกว่าโจรเข้าบ้าน เลยเสียงดังไว้ก่อนสิ” น้องสาวบ่นแทนคำตอบ จบแล้วก็เดินมานั่งข้างเขา แอบชำเลืองสายตาไปมองหน้าจอโทรศัพท์พี่ชาย
ตารางรูปภาพหลายสิบรูปบนหน้าจอล้วนเป็รูปของพี่ชายเธอยิ้มคู่กับชายอีกคนหนึ่งที่ดูเด็กกว่าตัวเล็กและเพรียวบางกว่า เรียกได้ว่าสะโอดสะองเกินชายก็ว่าได้ และต่อให้เป็คนไม่รู้จักกันมาดูก็ต้องเข้าใจได้ทันทีว่าสองคนนี้มีสัมพันธ์ก้าวข้ามเกินคำว่าเพื่อนหรือคนรู้จักเป็แน่เพราะทั้งแววตา สีหน้าท่าทางและรอยยิ้มแห่งความสุขที่ปรากฎเ่าั้เป็เครื่องยืนยันได้อย่างดีว่าพวกเขาคือคู่รัก...ที่รักกันมากด้วย
หากเพียงแต่ตอนนี้เหลือแค่พี่ชายของเธอที่นั่งดูรูปจากโทรศัพท์เพราะอีกคนหนึ่งต้องหายไปตลอดกาล จากการกระทำที่ไม่ใช่แค่เพียงทำร้ายชีวิตตัวเองแต่ได้ทำลายหัวใจของคนที่ยังอยู่ และยังคงอยู่พร้อมปมปริศนาสาเหตุของการกระทำในครั้งนั้นด้วย
“คิดถึงซิดนี่ย์หรอพี่แบร์” น้องสาวเอียงหัวมาซบไหล่พี่ มีเพียงเสียง “อืม”ในลำคอตอบกลับมาจากพี่ชาย
“เบลก็คิดถึงมัน ถ้ามันยังอยู่คงได้ย้ายเข้ามาอยู่บ้านนี้ด้วยกันแล้วเนอะ” เสียงคนน้องยังอาลัยถึงเพื่อนสนิทที่กลายมาเป็แฟนพี่ชาย
“ฮึ คิดว่าคุณพ่อจะยอมหรอ” นั่นก็จริง ถึงเบลจะดีใจที่เพื่อนรักคบกับพี่ตัวเองแต่ก็เกิดขึ้นท่ามกลางเสียงคัดค้านของผู้นำครอบครัวอย่าง...คุณพ่อ
อดีตนายตำรวจใหญ่ที่แม้หลังเกษียรจะย้ายไปอยู่บ้านสวนกับคุณแม่และคุณตาที่ต่างจังหวัดแล้วปล่อยให้สองพี่น้องอยู่บ้านในกรุงเทพกันตามลำพังแต่ก็ต้องยอมรับอย่างนึงว่าท่านยังมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตและหน้าที่การงานของทั้งสองคนอย่างมาก
“แต่คุณแม่ก็กล่อมคุณพ่อจนเกือบสำเร็จแล้วนะล่าสุดตอนที่พวกเราไปบ้านสวนด้วยกัน คุณพ่อยังยอมรับไหว้ซิดนี่ย์เลยแกเริ่มใจอ่อนแล้วล่ะ แต่...ซิดนี่ย์ก็ไม่อยู่รอวันนั้น น่าเสียดาย” จริงอยู่ที่คุณพ่อเป็บุคคลมียศ มีตำแหน่ง มีหน้ามีตาในสังคม ยิ่งในสังคมตำรวจด้วยกันยิ่งแล้วใหญ่
การที่ลูกชายคนเดียวของบ้านมีคนรักเป็เพศเดียวกันแบบนี้ยังเป็เื่ที่ท่านยอมรับได้ยากคิดว่าน่าอับอาย แต่ท้ายที่สุดท่านก็ยังเลือกวางฐานะ หน้าตาทางสังคมแล้วกลับมาเลือกความสุขของลูกแม้จะทำใจยากแค่ไหนแต่ก็ยังพยายามเพราะลูกชายคนนี้ไม่เคยทำเื่ให้เสื่อมเสียหรือหนักใจเลยสักครั้งมีเพียงแค่เื่นี้เื่เดียวเท่านั้น
แบร์เลื่อนนิ้วเปลี่ยนรูปในโทรศัพท์ไปเรื่อยๆเพียงไม่นาน จึงตัดสินใจเล่าเื่ที่เจอในคืนนี้ให้น้องสาวฟัง มีเพียงเื่เดียวที่ติดค้างในใจเขาคือเ้าเด็กหนุ่มคนนั้น
เ้าเด็กที่อาศัยอยู่ในห้องของซิดนี่ย์ห้องเกิดเหตุที่ตำรวจได้เข้าไปตรวจสอบเก็บหลักฐาน แต่มีอะไรบ้างนั้นตัวเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะผู้การสั่งห้ามแบร์ไม่ให้ทำคดีหรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดีนี้เป็อันขาดรายละเอียดและหลักฐานทั้งหมดจึงตกไปอยู่กับทีมของเพื่อนเขา..ผู้กองลอยด์
นายตำรวจหนุ่มลูกครึ่งยุโรป เขาเติบโตมาในตระกูลตำรวจใหญ่ไม่ต่างจากแบร์ถูกเลี้ยงดูและปลูกฝังมาให้มีเป้าหมายเดียวกันคือ การเข้ารับราชการตำรวจ
และถึงแม้ว่าการที่ลอยด์มีคุณแม่เป็ชาวต่างชาตินั่นก็ไม่ได้เป็ปัญหาอะไรเพราะเขามีคุณพ่อที่เป็ถึงพลตำรวจโทที่ยังคงดำรงตำแหน่งอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติและยังเป็รุ่นน้องของคุณพ่อแบร์อีกด้วย
เพราะเหตุนี้ทำให้ทั้งสองคนได้เติบโตมาด้วยกันเข้าเรียนรุ่นเดียวกัน ได้ประดับยศและไต่ระดับเลื่อนขั้นมาพร้อมๆกัน จากสายตาของคนภายนอกอาจมองว่าเขาทั้งคู่เป็เหมือนคู่แข่งที่ต้องคอยสร้างผลงานให้โดดเด่นเป็ที่ยอมรับมากกว่าอีกฝ่าย แต่ความจริงนั้นพวกเขากลับเป็เพื่อนรักและสนิทกันมากกว่าที่คนอื่นคิดเสียอีก
และการที่คดีของซิดนี่ย์เข้าไปอยู่ในมือของลอยด์ก็ทำให้แบร์วางใจไปได้เยอะเพราะจากผลงานที่ผ่านมาถ้าหากเขาได้จับคดีไหนแล้วล่ะก็เขามักจะตามสืบและกัดไม่ปล่อยจนกว่าคดีจะถูกไขให้กระจ่าง
แถมลอยด์เองก็คอยมาอัพเดตข้อมูลในคดีให้แบร์ได้รู้อยู่เรื่อยๆแต่ก็ยังมีบางจุดในเนื้อหาคดีที่เขาอยากลงไปตรวจสอบเอง ติดแค่เขาเกรงใจไม่อยากทำอะไรข้ามหน้าข้ามตาเพื่อน ไม่ใช่เพราะกลัวคำสั่งจากผู้การแต่อย่างใด
ดังนั้นหากเขา้าลงไปสืบคดีนี้เองก็คงต้องเริ่มจากจุดเกิดเหตุของเื่...ห้องพักของซิดนี่ย์
ห้องที่เขารู้จักดีกว่าหน่วยสืบสวนหรือกองพิสูจน์หลักฐานคนไหนเสียอีกเพราะเขาเคยเข้า-ออกห้องนั้นอยู่ร่วมปีถึงเวลาจะผ่านมาหลายเดือนแล้วเขาก็ยังเชื่อว่าสภาพห้องไม่น่าจะเปลี่ยนจากเดิมมากนัก
เพราะมีเสียงร่ำลือมาหนาหูเหลือเกินว่าไม่เคยมีใครอยู่ห้องนั้นได้นานหรือนานพอจะเคลื่อนย้ายสิ่งของข้างใน แต่เขาเองก็ใช่ว่าจะกลับไปที่ห้องนั้นได้ง่ายเพราะผู้การกำชับทุกฝ่ายว่าห้ามให้แบร์เข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีนี้ไม่เว้นแม้แต่เ้าของหอพักก็ตาม
เพราะฉะนั้นหากเขาจะกลับเข้าไปห้องพักนั้นโดยไม่เป็ที่สงสัยจากคนในที่ทำงานและคนในหอพักก็คงต้องลองตีสนิทเ้าเด็กเสริฟร้านเฮียเมธแล้วล่ะ
‘เด็กนั่นดูเป็คนซื่อๆไม่น่ามีพิษมีภัยอะไร น่าจะพอคุยได้ไม่ยาก แต่อาจต้องใช้เวลาสักหน่อยเพราะอยู่ๆจะไปขอเข้าค้นห้องเลย ก็ดูจะน่ากลัวเกินไป ยิ่งเป็คดีที่มีคนตายแบบนี้ยิ่งไม่มีใครอยากเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่แล้ว
งั้นพรุ่งนี้ลองไปดักรอเ้านั่นที่ร้านเฮียเมธดีกว่า
ร้านเฮียเมธ....เอ๊......เหมือนลืมอะไรบางอย่าง
อะไร
อะไรว๊า
เอ๊า!
ลืมฝากเงินเ้าเด็กนั่นไปจ่ายเฮียเมธ!!’