หนึ่งเดือนผ่านไปไวราวกับโกหก...
ข่าวการทดสอบประจำปีของศิษย์ชั้นนอกได้แพร่สะพัดไปทั่วสำนักเมฆาอรุณ สร้างความคึกคักและกระตือรือร้นให้กับเหล่าศิษย์เด็กๆ อย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน สำหรับพวกเขาแล้ว นี่คือโอกาสสำคัญเพียงปีละครั้งที่จะได้แสดงความสามารถให้เหล่าผู้าุโได้เห็น หากทำผลงานได้โดดเด่น ก็อาจจะถูกรับเลือกให้เป็ศิษย์ชั้นใน ซึ่งหมายถึงทรัพยากรการฝึกฝนที่ดีขึ้น สถานะที่สูงขึ้น และอนาคตที่สดใสกว่าเดิม
ณ ลานประลองกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดของเขตศิษย์ชั้นนอก บัดนี้แน่นขนัดไปด้วยศิษย์นับร้อยชีวิตที่มาเข้าร่วมการทดสอบ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า เสียงพูดคุยจอแจดังอื้ออึงไปทั่วบริเวณ บนอัฒจันทร์ไม้ที่สร้างขึ้นชั่วคราว เหล่าผู้าุโและครูฝึกของสำนักหลายท่านได้นั่งประจำที่แล้ว ใบหน้าของแต่ละคนเรียบเฉยแฝงแววเข้มงวด คอยจับตาประเมินเด็กๆ ทุกคนอย่างละเอียด
ท่ามกลางฝูงชนนั้น ร่างของเด็กชายวัยแปดขวบคนหนึ่งยืนอยู่อย่างเงียบเชียบ เขาคือหลินเฟิง สามปีหลังจากฟื้นตัว บัดนี้ร่างกายของเขาดูสมบูรณ์แข็งแรงไม่ต่างจากเด็กทั่วไป แม้จะดูผอมบางกว่าคนอื่นไปบ้าง แต่ก็ไม่มีใครมองว่าเขาคือเด็กขี้โรคที่เคยนอนติดเตียงเกือบตายอีกต่อไป...แน่นอนว่าก็ไม่มีใครให้ความสนใจเขาเช่นกัน
หลินเฟิงกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความสงบนิ่งที่ผิดกับอายุ สติปัญญาของผู้ใหญ่ทำให้เขาไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นหรือประหม่าเหมือนเด็กคนอื่นๆ เขากำลังวิเคราะห์...เขามองไปยังจ้าวหู่และพรรคพวกที่กำลังยืนโอ้อวดพละกำลังอยู่กลางกลุ่มเพื่อนฝูง มองไปยังศิษย์พี่สองสามคนที่ดูมีความมั่นใจเป็พิเศษ ััได้ถึงพลังปราณที่หนาแน่นกว่าคนอื่นเล็กน้อย...และสายตาของเขาก็หยุดลงที่ร่างของเด็กหญิงคนหนึ่งที่ยืนให้กำลังใจเพื่อนๆ อยู่ไม่ไกล...หลิวซูซิน
ซูซินในวัยสิบขวบเริ่มฉายแววความงามแล้ว เธอเห็นหลินเฟิงเข้าพอดีจึงโบกมือให้พร้อมกับส่งยิ้มให้กำลังใจมาให้ หลินเฟิงพยักหน้ารับเบาๆ เป็การตอบกลับ ในใจพลันรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด
"เอาล่ะ! เงียบได้แล้ว!"
เสียงทรงอำนาจของผู้าุโที่เป็ประธานในการทดสอบดังขึ้น ทำให้เสียงจอแจทั้งหมดเงียบลงทันที "การทดสอบประจำปีจะแบ่งออกเป็สองส่วน! ส่วนแรก คือการทดสอบพละกำลังขั้นพื้นฐาน พวกเ้าจะต้องชกไปยัง 'ศิลาทดสอบพลัง' นี่ให้สุดแรง ผลลัพธ์จะแบ่งออกเป็สิบระดับ ใครก็ตามที่ได้ต่ำกว่าระดับสาม ถือว่าไม่ผ่าน! ส่วนที่สอง คือการประลองยุทธ์! เราจะจับคู่ให้พวกเ้าประลองกันแบบแพ้คัดออก ผู้ที่แสดงให้เห็นถึงทักษะการต่อสู้และความเข้าใจในวิชายุทธ์ จะได้รับการพิจารณาเป็พิเศษ! เริ่มการทดสอบส่วนแรกได้!"
สิ้นเสียงประกาศ ศิษย์แถวหน้าก็เริ่มทยอยเดินเข้าไปทดสอบทีละคน ศิลาทดสอบพลังคือแผ่นหินสีดำขนาดใหญ่ที่สลักอักขระพิเศษไว้ เมื่อถูกกระแทก มันจะส่องแสงสว่างขึ้นมาเป็ระดับต่างๆ
"หลี่ซาน...ระดับสอง! ไม่ผ่าน!" "จางเหว่ย...ระดับสาม! ผ่านเกณฑ์!" "ซุนเจี๋ย...ระดับสี่! ยอดเยี่ยม!"
เสียงประกาศผลดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่จะทำได้ที่ระดับสามและสี่ ซึ่งถือเป็มาตรฐานของศิษย์ชั้นนอกทั่วไป มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ทำได้ถึงระดับห้า สร้างเสียงฮือฮาจากรอบข้างได้เป็อย่างมาก
และแล้วก็ถึงตาของจ้าวหู่ เขาเดินอาดๆ ออกไปพร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยัน ะโลั่น "ดูให้ดี นี่แหละพลังของผู้ที่จะได้เป็ศิษย์ชั้นใน!"
"หมัดพยัคฆ์คลั่ง!"
เขาทะยานเข้าใส่ศิลาทดสอบพลัง พร้อมกับซัดหมัดที่ห่อหุ้มด้วยพลังปราณสีเหลืองจางๆ เข้าไปเต็มแรง!
ปัง!
เกิดเสียงกระแทกดังสนั่น แสงสว่างบนศิลาพุ่งพรวดขึ้นอย่างรวดเร็ว...หนึ่ง...สอง...สาม...สี่...ห้า...หก! หยุดนิ่งอยู่ที่ระดับหกอย่างมั่นคง!
"โอ้! ระดับหก! จ้าวหู่บรรลุระดับก่อร่างขั้นที่หกแล้ว!" "แข็งแกร่งเกินไปแล้ว! ศิษย์ชั้นนอกปีนี้คงไม่มีใครเทียบเขาได้!"
เสียงชื่นชมดังกระหึ่ม จ้าวหู่ยืดอกรับคำชมอย่างภาคภูมิใจ สายตาของเขากวาดไปมองหลินเฟิงที่ยืนอยู่เงียบๆ พร้อมกับแสยะยิ้มเยาะ ราวกับจะบอกว่า 'เห็นความแตกต่างระหว่างเราแล้วหรือยัง'
หลินเฟิงเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย...ระดับก่อร่างขั้นที่หกงั้นรึ? ก็ไม่เลวสำหรับเด็กสิบขวบ แต่สำหรับเขาที่อยู่ในระดับเก้าขั้นสูงสุดแล้ว...มันช่างอ่อนหัดสิ้นดี
"คนต่อไป! หลินเฟิง!"
เมื่อชื่อของเขาถูกขานออกมา ทุกสายตาก็หันมามองเป็จุดเดียว แต่แววตาส่วนใหญ่เต็มไปด้วยความว่างเปล่า บ้างก็มีความสงสารเล็กน้อย ไม่มีใครคาดหวังอะไรจากเด็กกำพร้าที่เพิ่งหายป่วยได้ไม่นาน
หลินเฟิงเดินออกไปอย่างเชื่องช้า เขาไม่ได้ทะยานเข้าไปอย่างโอ้อวดเหมือนจ้าวหู่ เขาเพียงแค่เดินไปหยุดอยู่หน้าศิลาทดสอบพลังอย่างสงบ ในหัวของเขากำลังคำนวณอย่างรวดเร็ว 'ต้องใช้แรงแค่ไหนถึงจะดูดี แต่ไม่โดดเด่นเกินไป? ระดับห้าก็น่าจะพอ...สร้างความประหลาดใจได้ แต่ก็ยังอยู่ในวิสัยที่พอจะยอมรับได้'
เขาตัดสินใจได้แล้ว จึงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ไม่ได้โคจรพลังปราณอะไรเป็พิเศษ เพียงแค่ใช้พละกำลังกายล้วนๆ ที่ได้รับการเสริมสร้างจาก "เพลงหมัดเสริมสร้างกายา" มาตลอดสามปี ซัดหมัดตรงๆ ที่ดูเรียบง่ายธรรมดาเข้าไปที่ศิลา
ตุ้บ!
เสียงกระแทกไม่ได้ดังสนั่นเหมือนของจ้าวหู่ มันเป็เสียงทึบๆ ตันๆ แต่แสงบนศิลากลับพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วและมั่นคงไม่แพ้กัน...หนึ่ง...สอง...สาม...สี่...
และหยุดนิ่งอยู่ที่ ระดับห้า!
ชั่วขณะหนึ่ง ทั่วทั้งลานประลองตกอยู่ในความเงียบงัน!
"ระ...ระดับห้า! เป็ไปได้อย่างไร!" "เ้าเด็กขี้โรคคนนั้นเนี่ยนะ! ข้าตาฝาดไปรึเปล่า!"
เสียงฮือฮาที่ดังขึ้นคราวนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยความชื่นชม แต่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและไม่เชื่อสายตา! แม้แต่เหล่าผู้าุโบนอัฒจันทร์ยังต้องหันมามองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ
จ้าวหู่ที่กำลังยิ้มอย่างกระหยิ่มย่องถึงกับหน้าชา รอยยิ้มค้างเติ่งอยู่บนใบหน้า เขากำหมัดแน่นด้วยความโกรธระคนอิจฉา "มันต้องโกงแน่ๆ! เป็ไปไม่ได้!"
หลินเฟิงไม่สนใจเสียงวิพากษ์วิจารณ์เ่าั้ เขาก้มศีรษะให้ผู้าุโเล็กน้อยแล้วเดินกลับไปยืนที่เดิมอย่างสงบ ราวกับว่าผลลัพธ์ระดับห้านั้นเป็เื่ธรรมดาสำหรับเขาที่สุด ยิ่งเขาทำตัวปกติมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้คนอื่นรู้สึกว่าเขาลึกลับมากขึ้นเท่านั้น
การทดสอบส่วนแรกดำเนินต่อไปจนครบทุกคน แต่ไม่มีใครสามารถสร้างความตกตะลึงได้เท่ากับหลินเฟิงอีกแล้ว
และแล้วก็มาถึงการทดสอบส่วนที่สอง...การประลองยุทธ์
"คู่แรก! จางเหว่ย ปะทะ หวังซื่อ!"
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว การประลองของเด็กๆ ไม่ได้มีกระบวนท่าที่ซับซ้อนอะไรนัก ส่วนใหญ่เป็การแลกหมัดกันด้วยพละกำลังตรงๆ ผู้ที่มีพลังปราณสูงกว่าและร่างกายแข็งแรงกว่าก็มักจะเป็ฝ่ายชนะไป
หลินเฟิงผ่านรอบแรกและรอบสองไปได้อย่างง่ายดาย คู่ต่อสู้ของเขาเป็เพียงศิษย์ที่อยู่ระดับก่อร่างขั้นที่สามและสี่เท่านั้น เขาไม่จำเป็ต้องใช้พลังปราณเลยด้วยซ้ำ เพียงแค่ใช้ทักษะการต่อสู้ที่เหนือกว่าจากความทรงจำในชาติก่อน...การอ่านจังหวะ การใช้แรงของคู่ต่อสู้ให้เป็ประโยชน์ และการโจมตีจุดอ่อน...เขาก็สามารถเอาชนะได้อย่างหมดจดงดงาม ทำให้เหล่าผู้าุโเริ่มพยักหน้าให้เขาอย่างชื่นชม
และแล้ว...ในรอบที่สาม โชคชะตาก็เล่นตลกจนได้
"คู่ต่อไป...จ้าวหู่ ปะทะ หลินเฟิง!"
เมื่อชื่อของทั้งสองถูกประกาศขึ้น เสียงฮือฮาก็ดังกระหึ่มยิ่งกว่าครั้งไหนๆ นี่คือการต่อสู้ที่ทุกคนรอคอย! การปะทะกันระหว่างดาวเด่นคนเก่ากับม้ามืดที่ไม่มีใครคาดคิด!
จ้าวหู่เดินขึ้นลานประลองพร้อมกับเสียงข้อนิ้วที่ดังกร๊อบแกร๊บ เขาจ้องหลินเฟิงด้วยสายตาอาฆาตแค้น "ในที่สุดก็ได้สั่งสอนเ้าสักทีนะเ้าขยะ! คราวนี้ข้าจะอัดเ้าจนต้องกลับไปนอนบนเตียงอีกรอบเลย คอยดู!"
หลินเฟิงเดินขึ้นมาอย่างสงบ สีหน้าของเขายังคงเรียบเฉยไม่เปลี่ยนแปลง "ศิษย์พี่จ้าว ปากดีเหมือนเดิมเลยนะ"
คำพูดสั้นๆ แต่แฝงไปด้วยความไม่ยี่หระนั้นยิ่งราดน้ำมันเข้ากองไฟ จ้าวหู่คำรามลั่น "หนอย! ตายซะเถอะ!"
สิ้นเสียง เขาก็ทะยานเข้าใส่หลินเฟิงทันที! พลังปราณระดับก่อร่างขั้นที่หกถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่ หมัดของเขาเร็วกว่าและหนักกว่าตอนที่ทดสอบกับศิลาหลายเท่านัก!
"เพลงหมัดกรงเล็บพยัคฆ์!"
ทว่า...สิ่งที่ทุกคนได้เห็นกลับน่าเหลือเชื่อ!
ร่างของหลินเฟิงที่ดูบอบบางกว่ากลับขยับหลบได้อย่างพริ้วไหวราวกับใบหลิวลู่ลม หมัดหนักๆ ของจ้าวหู่ทำได้เพียงแค่เฉียดผ่านเสื้อผ้าของเขาไปเท่านั้น ไม่ว่าจะออกหมัดเร็วแค่ไหน รุนแรงเพียงใด ก็ไม่สามารถััตัวหลินเฟิงได้เลยแม้แต่ปลายเล็บ
"มีดีแค่หลบอย่างเดียวรึ ไอ้ขี้ขลาด!" จ้าวหู่ะโอย่างหัวเสีย
หลินเฟิงยังคงไม่ตอบโต้อะไร ในสายตาของเขา เพลงหมัดของจ้าวหู่นั้นเต็มไปด้วยช่องโหว่ การเคลื่อนไหวที่ใหญ่โตเกินความจำเป็ การทิ้งน้ำหนักที่ไม่สมดุล ทุกอย่างล้วนเป็จุดอ่อนที่ชัดเจนในสายตาของผู้ที่มีประสบการณ์ (จากการอ่าน) มาอย่างโชกโชน
เขาไม่ได้หลบเพียงอย่างเดียว แต่เขากำลังรอ...รอจังหวะที่สมบูรณ์แบบที่สุด!
และโอกาสนั้นก็มาถึง!
จ้าวหู่ที่กำลังโกรธจัดจนขาดสติ ตัดสินใจใช้ท่าไม้ตายที่รุนแรงที่สุดของเขา เขารวบรวมพลังปราณทั้งหมดไว้ที่หมัดขวาแล้วซัดเข้าใส่หลินเฟิงตรงๆ เป็การโจมตีที่ทรงพลัง แต่ก็เปิดช่องว่างขนาดมหึมาเช่นกัน
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง! แววตาของหลินเฟิงก็พลันเปลี่ยนเป็คมกริบ!
เขาไม่ได้หลบอีกต่อไป แต่กลับก้าวเท้าเข้าหาการโจมตีนั้น! เขาเอียงตัวหลบหมัดของจ้าวหู่ไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ทำให้หมัดนั้นเฉียดผ่านสีข้างของเขาไป จากนั้นก็ใช้จังหวะที่จ้าวหู่เสียหลักจากการโจมตีที่พลาดเป้า...
เพลงหมัดเสริมสร้างกายา กระบวนท่าที่สาม...พสุธาะเื!
มันเป็เพียงการใช้ไหล่กระแทกเข้าไปที่่อกของจ้าวหู่ที่กำลังเปิดโล่ง...เป็การเคลื่อนไหวที่เรียบง่าย แต่กลับแฝงไปด้วยการส่งแรงที่สมบูรณ์แบบ!
ปึ้ก!
ร่างของจ้าวหู่ที่กำลังพุ่งไปข้างหน้าถึงกับตัวงอด้วยความจุก ร่างกายเสียสมดุลอย่างสิ้นเชิง หลินเฟิงไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย เขาก้าวเท้าไปด้านหลังพร้อมกับใช้ขาขัดไปที่ข้อเท้าของจ้าวหู่
ตุ้บ!
ร่างสูงใหญ่ของจ้าวหู่ล้มหงายหลังลงไปบนพื้นประลองอย่างแรง ฝุ่นตลบฟุ้งไปทั่วบริเวณ
ก่อนที่จ้าวหู่จะได้ทันได้ตั้งตัว ร่างของหลินเฟิงก็ปรากฏขึ้นเหนือร่างของเขาแล้ว ฝ่ามือเล็กๆ แต่หนักแน่นราวกับภูผา วางจ่ออยู่ที่ลำคอของจ้าวหู่นิ่ง...
ทั่วทั้งลานประลอง...เงียบกริบ!
ไม่มีใครคาดคิดว่าการต่อสู้จะจบลงเช่นนี้! จ้าวหู่...ดาวเด่นระดับก่อร่างขั้นที่หก...พ่ายแพ้ให้กับหลินเฟิง...เด็กกำพร้าที่ทุกคนเคยดูแคลน...อย่างหมดรูป!
"เ้า...แพ้แล้ว" หลินเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วหันหลังเดินลงจากลานประลองไป ทิ้งให้จ้าวหู่นอนนิ่งอยู่บนพื้นด้วยความตกตะลึง อับอาย และไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
บนอัฒจันทร์ ผู้าุโท่านหนึ่งลูบเคราขาวๆ ของตนเองเบาๆ แววตาที่เคยมองหลินเฟิงด้วยความประหลาดใจ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็ความชื่นชมอย่างแท้จริง
"น่าสนใจ...เด็กคนนี้น่าสนใจยิ่งนัก..."
ก้าวแรกสู่ยุทธภพของหลินเฟิง...ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และมันก็ได้สร้างคลื่นใต้น้ำลูกเล็กๆ ขึ้นในสำนักเมฆาอรุณแห่งนี้เรียบร้อยแล้ว