ความจริงที่ไม่อยากเจอ
“คุณป้าคะ ชุรบกวนรอชุแป้บหนึ่งนะ เดี๋ยวชุไปเอาของให้คุณแม่ก่อน”
ชุติมาบอกรสรินทร์หลังจากที่ให้คนรถจอดรอหน้าร้านตัดเสื้อผ้าชั้นนำ
“ไม่เป็ไรจ้ะไม่ต้องรีบก็ได้ ป้าไม่รีบไปไหน”
“ค่ะ” ชุติมารับคำแล้วก็วิ่งเข้าไปในร้าน
“เอ๊ะนั่นมันรถเ้าธรรนี่ใช่มั้ยนายใหญ่”
รสรินทร์ถามคนขับรถเมื่อเห็นรถธรรทรจอดตรงหน้าร้านดอกไม้ พร้อมกับเห็นลูกชายหอบช่อดอกไม้ช่อโตออกมากับหญิงสาว ซึ่งเธอจำได้ว่าเป็คนคนเดียวกับที่ไปบ้านเธอวันนั้น
“เอ่อ! ครับๆ ใช่ครับคุณหญิง”
นายใหญ่คนขับรถตอบ
“แล้วนั่นมาทำอะไรกับแม่นั่นล่ะ ดูสิ เขาไม่ยอมมากับหนูชุแต่มากับแม่นี่ พักนี้ชักจะเอาใหญ่แล้วนะเ้าธรรนี่สงสัยจะต้องกำราบสักครั้งแล้ว”
เธอบ่นพร้อมกับนั่งดูพฤติกรรมของลูกชายกับเทียมหทัยที่มีท่าทีที่สนิทสนมกันมากเป็พิเศษเกินความเป็คนรู้จัก ซึ่งทำให้เธอนึกสงสัยอะไรขึ้นมาได้ทันที แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่านี้ เพราะธรรทรกำลังขับรถออกไปจากหน้าร้านโดยที่ไม่ได้สังเกตเห็นว่ากำลังเป็เป้าสายตาของใคร
“เสร็จแล้วค่ะคุณป้า”
ชุติมาบอกขณะเข้ามานั่งในรถ
“จ้ะ งั้นเราไปกันเลยนะ”
รสรินทร์บอกพร้อมอาการโล่งใจที่ชุติมาไม่ทันได้เห็นสิ่งที่เธอเห็นเมื่อสักครู่นี้
“คุณหญิงเรียกผมมา มีเื่สำคัญอะไรหรือเปล่าครับ”
อลงกรณ์เข้ามาหารสรินทร์ด้วยท่าทางไม่สบายใจนัก ซึ่งเธอและแม่ของเขานั่งรอที่โต๊ะในสวนหลังบ้าน
“นั่งก่อนสิพ่อกรณ์ ก็ไม่มีอะไรหรอกฉันแค่อยากจะรู้ว่าตอนนี้ลูกชายของฉันไปมีใครที่ไหนนอกจากหนูชุบ้างหรือเปล่า”
บอกพร้อมหยั่งเชิงดูอลงกรณ์ว่าจะรู้เื่เื่นี้ด้วยหรือไม่
“เอ่อ! คุณหญิงหมายถึงใครครับ”
อลงกรณ์ถามด้วยอาการอ้ำอึ้ง ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับแม่ของเขาที่รู้เื่มาโดยตลอด
“ฉันหมายถึงว่าคนพิเศษที่เ้าธรรเขาคบอยู่น่ะ มีมั้ย”
“เอ..ไม่เห็นคุณธรรพูดถึงใครนะครับ”
“แล้วแม่เทียมหทัยลูกเลี้ยงคุณกรรชัยกับแม่พรรณีล่ะ”
รสรินทร์รีบเข้าประเด็นเพราะรู้ดีว่าอลงกรณ์จะต้องรู้ดีที่สุด
“คุณเทียมหทัยก็เป็คนที่เราร่วมงานด้วยครับ คุณธรรก็รู้จักพอๆ กับที่ผมรู้จักครับ ไม่มีอะไรพิเศษมากไปกว่านี้ครับคุณหญิง”
อลงกรณ์ตอบด้วยอาการนิ่ง เพราะรู้ดีว่าถ้าเขาเผลอไปบอกอะไรรสรินทร์จะต้องเล่นงานธรรทรแน่ๆ เลย
“จริงเหรอเ้ากรณ์ อย่าโกหกฉันนะ เพราะฉันไม่ชอบ”
รสรินทร์พูดท่าทางเอาจริง เล่นเอาอลงกรณ์ถึงกับหน้าถอดสี
“งั้นก็ไม่มีอะไรแล้วขอบใจนะ ไปพักเถอะทำงานมาเหนื่อยๆ แล้วเ้าธรรไปไหนหรือนี่ ฉันไม่เห็นหน้าลูกฉันมาหลายวันแล้วนะ”
รสรินทร์นึกได้
“วันนี้โทรมาบอกว่าจะพาลูกค้าไปเลี้ยงข้าวค่ะคุณ เห็นว่าจะกลับดึกไม่ต้องรอทานข้าว”
สายชลรีบชิงตอบแทนลูกชาย
“จริงหรือสายชล”
“จริงค่ะคุณหญิง”
“งั้นไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวนะครับ”
“ตามสบายจ้ะพ่อกรณ์ เธอด้วยสายชล วันนี้ช่วยฉันหลายอย่างแล้วไปพักผ่อนกับลูกเถอะ ขอบใจมาก” รสรินทร์บอกเพื่อนรัก
“ค่ะขอบคุณค่ะคุณหญิง”
สายชลกล่าวด้วยความนอบน้อม แล้วก็เดินผละไป ทิ้งให้รสรินทร์นั่งอยู่คนเดียว และก็กำลังครุ่นคิดถึงเื่ที่ได้พบเห็นมาเมื่อวันก่อน ด้วยสีหน้าที่ไม่สู้จะพอใจนัก
แล้วเธอจะทำยังไงกับลูกชายคนนี้ดี ถึงจะทำให้เขาทำอย่างที่เธอตั้งใจเอาไว้ และเธอก็รู้ว่าการใช้วิธีที่รุนแรงกับเขานั้นไม่ค่อยจะได้ผลเท่าไหร่ จะเหลือก็วิธีเดียวที่เธอยังไม่ได้งัดออกมาใช้
“ไม่ยักรู้นะคะ ว่านักธุรกิจอย่างคุณธรรนี่จะยอมคุณแก้วทุกเื่เลย”
เทียมหทัยแซวอลงกรณ์เพราะเห็นยอมให้ดวงแก้วใช้หยิบโน่นนี่อยู่ตลอดั้แ่มาถึงจนตั้งเตาบาร์บีคิวเสร็จ เพราะทั้งสี่คนพากันยกขบวนมาพักที่บ้านพักของกรรชัยที่ภูเก็ต
โดยเธอใช้เหตุผลกับกรรชัยว่าจะมาประชุม เพราะถ้ากรรชัยรู้ก็คงจะไม่พอใจแน่ๆ เลย ส่วนธรรทรกับพรรคพวกก็หาเื่โกหกคุณหญิงได้ไม่ยาก เพราะมีคนรู้เห็นเื่นี้หลายคน
“ก็คนเรามันก็ต้องมีจุดอ่อนกันบ้างนะครับคุณขิม ดูอย่างเ้ากรณ์สิยังยอมคุณขิมไปทุกเื่เลย จริงมั้ยกรณ์”
อลงกรณ์แซวเ้านายบ้าง เพราะอาการที่ธรรทรเป็ก็ไม่แตกต่างจากเขาเลยแม้แต่น้อย เพราะคอยบริการโน่นนี่ให้เทียมหทัย ดูแล้วทำให้เขารู้สึกเห็นใจเ้านายเขามากๆ เลย
เพราะเขารู้ดีว่าคุณหญิงรสรินทร์น่าจะระแคะระคายอะไรบางอย่างแล้ว แต่ยังไม่ทำอะไรให้เด็ดขาดเท่านั้นเอง คิดแล้วพลอยทำให้เขานึกสงสารเทียมหทัยไม่ได้! เพราะเธอไม่รู้เื่ราวอะไรเลย
“ก็คนมันรักเข้าไปแล้วนี่หว่า จริงมั้ยครับคุณขิม”
ธรรทรส่งสายตาหวานเยิ้มไปทางเทียมหทัยซึ่งกำลังง่วนกับการปิ้งๆ ย่างๆ อย่างขวยเขินกับคำบอกรักต่อหน้าเพื่อนๆ ของเขา
“อะไรคะ ขิมไม่รู้เื่นะใครรักใครกันคะ”
เธอออกอาการอาย
“อ้าว! พูดอย่างนี้สงสัย้าพยานรู้เห็นแน่ๆ เลย งั้นมานี่เลย” เขาพูดพลางเดินเข้ามากอดด้านหลังเธอและหอมเข้าที่แก้มฟอดใหญ่
“อุ๊ย! ปล่อยค่ะ ดูสิอายคุณธรรกับคุณแก้วบ้างสิคะ”
“ไม่ต้องอายหรอกครับเราไม่เห็นอะไรนะแก้วนะ”
อลงกรณ์แกล้งกลับ
“ว้า! สงสัยขิมจะโดนรุมใช่มั้ยคะ”
“โถ! ใครจะกล้ารุมคะคุณขิม แก้วว่าน่ารักออกค่ะ ดูคุณสองคนสิคะ หน้าตาสดใสมากๆ เลย นี่แล่ะน้าเขาเรียกว่าคนกำลังมีความรัก โลกทั้งใบมักจะสดใส”
“งั้นโลกของเราก็ด้วยใช่มั้ยจ้ะ”
อลงกรณ์พูดพลางเดินมากอดดวงแก้วบ้าง ทำให้ทั้งสี่คนหัวเราะด้วยความสุขพร้อมๆ กัน
“คุณขิมผมว่าเราเดินไปทางโน้นดีกว่านะ ให้เ้านายผมได้จู่จี๋กับคุณแก้วบ้าง ไม่อยากจะอยู่เป็ กอขอคองอ”
เขาพูดพลางจูงแขนเทียมหทัยออกไปจากกลุ่ม
“ดูเ้านายของกรณ์สิคะ” ดวงแก้วพูดเมื่อสองคนคล้อยหลังไปแล้ว
“เฮ้อ! ปล่อยๆ คุณธรรบ้างเถอะแก้ว ไม่รู้ว่าความสุขแบบนี้คุณหญิงจะเรียกคืนเมื่อไหร่ก็ไม่รู้”
“นั่นสิคะ เห็นคุณแม่กรณ์บอกว่าถึงกับเคยจ้างนักสืบตามคุณธรรเลยไม่ใช่หรือคะ”
“แต่ก็โชคดีที่คุณธรรรู้ตัวก่อน ไม่งั้นเราก็คงต้องไปงานแต่งหรือไม่ก็งานศพคุณธรรแทนที่จะได้มาที่นี่แน่ๆ เลย”
“แล้วคุณขิมล่ะคะแก้วนี่สงสารเธอมากๆ เลย ถ้ารู้ความจริงเข้า ไหนจะเื่ตัวจริงคุณธรร ไหนจะเื่คุณชุติมาอีก แล้วสองคนนี้จะลงเอยยังไงนี่”
“ก็ปล่อยตามบุญตามกรรมก็แล้วกันนะ ถ้าเขาสองคนเกิดมาเป็คู่กันก็คงจะได้อยู่ครองรักกัน แต่ถ้าไม่ใช่เราก็ฝืนชะตาไม่ได้นะจ๊ะ” อลงกรณ์บอกดวงแก้ว
“แต่กรณ์ว่าอย่างคุณธรร ถ้าลองได้รักคุณขิมขนาดนี้คงไม่ปล่อยให้หลุดไปไหนหรอก ก็คงต้องหาทางเอาชนะใจคุณหญิงท่านจนได้นั่นล่ะ ไหนสุกหรือยังกรณ์หิวแล้ว”
อลงกรณ์พูด พลางสายตาควานหาของกิน
“ผมมีความสุขจังเลย คุณรู้สึกเหมือนผมมั้ย”
ธรรทรเอ่ยขณะยืนกอดเทียมหทัยไว้แนบอกบนสะพานไม้ที่สร้างยื่นเข้าไปในทะเล และเป็ท่าเรือส่วนตัวไปด้วย ซึ่งบรรยากาศทะเลยามค่ำคืนที่อบอุ่น บ้านพักของกรรชัยเป็บ้านพักขนาดใหญ่เก็บเอาไว้สำหรับพักผ่อนเมื่อยามอยากชื่นชมธรรมชาติ
“ขิมก็เหมือนกันค่ะ”
“นี่ก็ร่วมปีหนึ่งแล้วนะที่เรารู้จักกันมา และก็นับจากวันที่ผมบอกรักคุณก็หลายเดือนแล้วด้วยคุณรู้มั้ยผมมีความสุขที่สุดเลย นี่ใช่มั้ยที่เขาเรียกว่ารัก”
เขาพูดเพราะรู้สึกอย่างที่พูดจริงๆ เพราะเขาไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้กับใครเลย
“ไม่รู้สิคะ ขิมไม่เคยรักใครมาก่อนนี่คะ”
“จริงสิ ผมก็ลืมไปว่าผมเป็คนรักคนแรกของคุณ และก็เป็คนที่ เอ่อ! จูบคุณเป็คนแรกด้วย คุณจำได้มั้ยว่าวันแรกที่ผมจูบคุณแล้วคุณเป็! เอ่อ!”
เขาต้องหยุดพูดเพราะมีมือน้อยๆ มาปิดปากเขาไว้ด้วยความเขินอาย
“พอแล้วค่ะ ไม่ต้องย้ำมาก ขิมไม่ได้ความจำเสื่อมนะคะ ไม่เอาแล้วไปดีกว่า อยู่ไปก็เปลืองตัวเปล่าๆ”
เธอพยายามจะแกะมือที่เขาโอบกอดอยู่ แต่ไม่สำเร็จเลย
“ไม่ยอม อยู่ๆ จะมาเดินหนีผมได้ไง ยังงี้ต้องทำโทษนะรู้มั้ย”
สิ้นเสียงของเขา เรียวปากรูปกระจับก็ถูกปิดด้วยริมฝีปากอันอบอุ่นของเขา โดยที่หญิงสาวไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด เพราะเธอนั้นรู้สึกเป็สุขยิ่งนักเมื่อยามได้อยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่นของเขา
และถูกเขาประทับรอยจูบอันแสนหวานปานน้ำผึ้ง มือน้อยๆ สองข้างโอบกอดเขาตอบด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า แต่ทั้งสองก็ยุติแรงปรารถนานั้นไว้
เพราะรู้ตัวดีว่าขอบเขตนั้นจะอยู่ที่ตรงไหน โดยเฉพาะธรรทรเอง เขาจะไม่มีวันทำอะไรให้เธอต้องด่างพร้อยแน่นอน ตราบใดที่เขายังไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะใจแม่ได้
“ผมรักคุณ”
เขาบอกเมื่อปล่อยให้เรียวปากสวยเป็อิสระ
“ขิมก็รักคุณค่ะ คุณรู้มั้ยคะ ว่าคุณเป็ผู้ชายคนแรกที่ขิมรัก และก็จะเป็คนสุดท้ายที่ขิมจะรักค่ะ”
“ผมก็เหมือนกันครับ คุณคือผู้หญิงที่ผมรักและก็จะเป็คนสุดท้ายเหมือนกัน”
“จริงสิคะ อาทิตย์หน้าคุณแม่จะจัดงานวันเกิดให้ขิมที่บ้านค่ะ คุณกรณ์กับคุณธรรจะไปหรือเปล่าคะ”
“ผมต้องรอดูเ้านายก่อนนะ แล้วคุณจะให้ผมไปในฐานะอะไรครับ”
“ก็ในฐานะคนทำธุรกิจด้วยกันสิคะ แล้วคุณจะไปในฐานะไหนคะ” เธอแกล้งแหย่เขา
“เฮ้อ! จริงสินะ ไอ้เราก็แค่...”
เธอยกมือมาปิดปากไม่ให้เขาพูดต่อ
“พอแล้วค่ะ! ห้ามพูดอีกนะคะว่าคุณไม่คู่ควรกับขิม คุณพ่อขิมไม่คิดอย่างนั้นหรอกค่ะ ท่านให้โอกาส และดูคนที่ความเป็คน ไม่ใช่ที่ฐานะหรือชาติตระกูลเหมือนคนอื่นๆ”
“แต่ผมก็รู้สึกไม่สบายใจนักครับที่บังอาจมารักลูกสาวคนเดียวของท่าน”
“แต่ขิมก็แค่เด็กที่ท่านเก็บมาเลี้ยงนะคะ ไม่เอาแล้วค่ะ พูดอะไรก็ไม่รู้ เรากลับไปหาคุณธรรดีกว่านะคะ”
เธอตัดบทและรีบจูงมือเขาเดินกลับตามสะพานที่ทอดยาวไปในทะเล
“ยัยขิม! มาพอดีลูก นี่มาเลือกแบบชุดงานวันเกิดเราเลย แม่ให้คุณไก่ เอามาให้เลือกถึงที่เลย เดี๋ยวขิมก็จะบอกว่าไม่มีเวลาไปอีก”
พรรณีร้องเรียกเทียมหทัย ขณะที่เดินเข้าบ้านหลังจากกลับจากทำงานพอดี
“โอ้โห! ต้องตัดชุดใหม่เลยหรือคะคุณแม่ ชุดขิมมีตั้งเยอะแยะแล้ว บางชุดที่คุณไก่ตัดไว้ให้ยังไม่ได้ใส่เลยค่ะ”
ร่างบอบบางเดินมาห้องรับแขก
“ไม่ได้หรอกลูก ขิมน่ะโตเป็สาวแล้วนะ แล้วชุดที่มีก็เป็แบบเด็กๆ วัยรุ่นๆ ทั้งนั้น ขิมเป็สาวออฟฟิศแล้วนะต้องเอาแบบใหม่ มาเลยเดี๋ยวคุณไก่ตัดไม่ทันงานแม่ไม่รู้ด้วยนะจะบอกให้”
“ไหนคะมีแบบไหนบ้างเอ่ย”
“เอ่อ! นี่พี่ปัญญา ลูกลุงภุชงค์กับป้าวิมลก็จะกลับมาจากนอกด้วย เดี๋ยวเขาจะมางานด้วยนะ แม่ไม่อยากให้ลูกสาวแม่ไม่สวย”
พรรณีพูดด้วยความชื่นชมปัญญาเป็นัยๆ แต่เทียมหทัยก็ไม่ทันได้คิดอะไร มัวแต่ตั้งหน้าตั้งตาเลือกชุดกับคุณไก่ช่างตัดผ้าประจำบ้านอยู่
“ยัยขิมจำพี่เขาได้มั้ยลูก”
พรรณีไม่ละความพยายาม
“ใครคะ พี่ปัญญาเหรอคะคุณแม่”
เธอย้ำอีกทีเพราะจริงๆ แล้วเธอจำเขาแทบไม่ได้ เพราะว่าตอนที่เธอเข้ามาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ ก็พบกับปัญญาบ้าง และหลังจากที่ปลายไปเรียนที่เมืองนอกก่อนปัญญาไป ก็ได้มีโอกาสได้พูดคุยกันบ้าง แต่มันก็เลือนรางเต็มที เพราะตอนนั้นเธอยังเด็กมาก
“ไม่แน่ใจค่ะคุณแม่ ขิมยังเด็กมาก คุณแม่ถามทำไมคะ”
“ก็ไม่มีอะไรหรอกลูก เดี๋ยวพี่เขาก็จะมาเป็หมอประจำบ้านเราแทนลุงภุชงค์ไงจ๊ะ เห็นเขาบอกหน้าตานี่หล่อเหมือนคุณภุชงค์ตอนหนุ่มๆ เลยนะ มาแล้วก็จะเข้าไปเป็คุณหมอและบริหารงานต่อเลยล่ะลูก”
“เหรอคะคุณแม่ งั้นคุณย่าก็จะมีคุณหมอคนใหม่ แล้วสิคะ”
เธอบอกด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
“ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่พี่ปลายของเราจะมาก็ไม่รู้นะ คนอื่น เขากลับกันมาหมดแล้ว ไม่รู้จะหาประสบการณ์อีกนานแค่ไหน”
พรรณีบ่นถึงลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ทำเอาหญิงสาวถึงกับอึ้ง เพราะเธอนึกถึงใบหน้าที่ไม่เป็มิตรกับเธอเมื่อครั้งยังเด็กๆ แล้ว ก็อดหวั่นใจไม่ได้ ไม่รู้ว่าถ้าเขากลับมาแล้ว
จะยังคงไม่ชอบหน้าเธอเหมือนเมื่อก่อนหรือเปล่าก็ไม่รู้ได้ แต่ถ้าจะให้เธอเดานั้น นับวันเขาก็ยิ่งจะไม่อยากจะเป็มิตรกับเธอขึ้นทุกวันๆ
“ขิมเลือกชุดนี้ค่ะคุณไก่”
“โอ้โห! คุณขิมนี่ตาแหลมนะคะ แต่ว่าไก่ว่ามันเรียบไปหน่อยนะคะ สำหรับงานกลางคืน และอีกอย่างคุณขิมก็เป็แม่งานด้วย ไก่ขอเสนอชุดนี้ดีมั้ยคะ”
“มันจะไม่โป๊ไปหรือคะ”
เทียมหทัยพูดเพราะรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ
“ไหนลูก! แม่ว่าไม่โป๊หรอกจ้ะ ขิมโตแล้วนะ ใส่ชุดที่เซ็กซี่หน่อยก็ไม่เป็ไรหรอกลูก”
พรรณีเสริม
“งั้นก็ตามใจค่ะ ตัดอะไรมาขิมก็ใส่ได้ค่ะ! เสร็จแล้วขิมขอตัวไปอาบน้ำนะคะ จะไปหาคุณย่าก่อนค่ะ ไม่ค่อยได้ไปหลายวันแล้ว”
“จ้ะลูกย่าเขาบ่นหาเหมือนกัน"
"งั้นขอตัวนะคะคุณไก่”
เธอบอกตามมารยาทก่อนจะผละจากไป
“ดูคุณขิมยิ่งโตขึ้นยิ่งสวยนะคะคุณพรรณี ไก่นึกถึงวันแรกๆ ที่เธอมาอยู่ที่นี่แล้วยังนึกแปลกใจ ไม่น่าเชื่อว่าโตขึ้นแล้วจะหน้าตาสะสวยขนาดนี้! นี่ถ้าคุณพรรณีส่งเข้าประกวดนี่สงสัยต้องมีตำแหน่งพ่วงมาแน่ๆ เลยค่ะ”
ไก่บอกตามความเป็จริง
“ประกงประกวดอะไรคะ รายนี้ไม่ค่อยชอบค่ะ ไม่รู้เป็อะไรทำแต่งาน เดี๋ยวก็ขอไปทำไร่บ้างล่ะ ไม่เหมือนลูกชาวบ้านคนอื่นๆ ค่ะ”
พรรณีพูดด้วยท่าทางท้อใจ
“ก็ดีสิคะ ไก่เห็นลูกคนอื่น ไม่ค่อยอยากจะทำงาน เอาแต่แต่งตัวออกงาน แล้วก็ใช้เงินพ่อแม่ไปวันๆ ไม่เห็นจะได้สาระอะไรเลย บางคนเรียนก็ไม่จบ ส่งไปนอกก็ยังเรียนไม่จบเลย กลับมาพร้อมเอาหลานหัวแดงมาฝากก็ถมไป”
ไก่แย้ง
“เหรอคะ อุ๋ย..น่าสงสารพ่อแม่แย่เลยนะคะ พี่นี่โชคดีค่ะ ที่ทั้งยัยขิมและตาปลายนั้นไม่ออกนอกลู่นอกทาง ก็เลยเบาใจค่ะ”
พรรณีพูดพร้อมกับดวงตาฉายแววแห่งความภูมิใจในตัวคนทั้งสองไม่น้อย
“สวัสดีค่ะ คุณขิมหรือเปล่าคะ”
พนักงานต้อนรับที่คอนโดหรูร้องทักเทียมหทัยขณะกำลังจะเดินไปยังลิฟต์เพื่อขึ้นไปชั้นบน เพราะเมื่อบ่ายนี้ได้รับข้อความจากเลขาฯ ว่ามีลูกค้า้าอยากจะทำสัญญาใช้บริการห้องพักและการจัดงาน
เลขาฯ บอกว่าลูกค้าระบุให้เธอเป็คนเข้ามาคุยให้ได้ ไม่ยอมให้ผู้ช่วยหรือคนอื่นมาแทน ทำให้เธอรู้สึกแปลกใจไม่น้อย แต่ก็ต้องมาเพราะนั่นคือลูกค้า
“ค่ะ ดิฉันกำลังจะขึ้นไปชั้นบนค่ะ แล้วคุณรู้จักชื่อดิฉันได้ยังไงคะ” เธอถามอาการงงๆ
“พอดีแขกที่นัดไว้ค่ะ แจ้งว่าให้เชิญคุณไป้าเลยค่ะ ชั้นยี่สิบ ห้องสองศูนย์ศูนย์หนึ่ง ออกจากลิฟต์แล้วเลี้ยวขวาค่ะ”
พนักงานบอก
“ขอบคุณค่ะ”
เธอตอบแล้วก็รีบผละไป
“สวัสดีค่ะ ดิฉันเทียมหทัยค่ะ มาตามนัดค่ะ”
เทียมหทัยเคาะประตูเป็นานสองนาน แต่ไม่มีใครตอบรับเลย และรู้สึกว่าประตูไม่ได้ล็อกเอาไว้
“งั้นดิฉันเข้าไปนะคะ”
เธอตัดสินใจเปิดเข้าไปในห้อง แต่ก็ต้องตกตะลึง เพราะในห้องนั้นถูกตกแต่งไปด้วย ดอกไม้นานาชนิดเต็มห้อง และลูกโป่งหลากสีเต็มไปหมด และไม่นานก็มีเสียงเพลงอวยพรวันเกิดดังจากเครื่องเสียง เธอเดินหาเ้าของห้องไปเรื่อยๆ ท่ามกลางแสงไฟที่สลัวๆ
“สวัสดีค่ะ นั่นใครคะออกมานะ”
เธอชักไม่แน่ใจแล้วว่าจะเป็คนใกล้ตัวหรือเปล่า แต่วันนี้ก็ไม่ใช่วันเกิดเธอ
“สุขสันต์วันเกิดครับคนดี”
ธรรทรออกมาจากที่หลบซ่อนสวมกอดเธอทางด้านหลัง เล่นเอาเ้าของร่างถึงกับสะดุ้งด้วยความใ
“คุณกรณ์นี่ทำอะไรก็ไม่รู้ ขิมใหมดเลย” เธอหันมาพร้อมทั้งระดมกำปั้นทุบไหล่เขาเบาๆ
“โอย! ช่วยด้วยผมถูกฆาตกรรม จากคนรักครับ”
เขาแหย่
“คุณกรณ์ทำอะไรคะ นี่ไม่ใช่วันเกิดขิมสักหน่อย พรุ่งนี้ต่างหาก”
“ก็ผมไม่ไปงานพรุ่งนี้นี่ เพราะไปแล้วก็ต้องเป็แค่คนรู้จักของคุณ ไม่รู้คุณลุงท่านจะคิดยังไงถ้าเกิดผมอดใจไม่ให้ไปใกล้ชิดลูกสาวท่านไม่ได้ เกิดเผลอทำอะไรไม่ถูกที่ถูกทางเข้า ท่านเอาผมตายแน่เลย และอีกอย่างก็...ทำแบบนี้ก็ไม่ได้ด้วย”
เขาพูดพลางดึงร่างเธอมากอดแนบอกไว้
“ปล่อยค่ะ คุณกรณ์แกล้งขิมอีกแล้วนะ! ขิมไม่เห็นเป็อะไรเลยนี่คะ ไม่มีใครว่าคุณสักหน่อย และอีกอย่างคุณก็กอดขิมอยู่นี่ไง พรุ่งนี้ก็อดกอดสักวันจะเป็อะไรไปคะ”
เธอแกล้งแหย่
“เดี๋ยวคุณรอแป๊ปนะ” เขารีบผละจากเธอไปที่ประตูเพราะมีเสียงเคาะดังขึ้น
“สุขสันต์วันเกิดค่ะคุณเทียมหทัย ดิฉันเป็ผู้จัดการที่นี่ค่ะ ได้รับมอบหมายให้ทุกๆ วันก่อนวันเกิดคุณขิมหนึ่งวัน ให้นำเค้กมาอวยพรวันเกิดให้คุณที่ห้องนี้ ทุกๆ ปีค่ะ”
ผู้จัดการคอนโดเดินถือเค้กเข้ามาพร้อมกับพนักงานต้อนรับอีกสองคน โดยมีธรรทรเป็ผู้เปิดประตูให้ และเขาก็ยืนยิ้มดูอาการของคนรักอยู่ด้านหลัง
“ขอบคุณค่ะ”
เธอรับเค้กมาไว้ในมือและผู้จัดการคอนโดและพนักงานต้อนรับออกไปจากห้องแล้ว
“นี่คุณกรณ์ทำอะไรคะ แล้วที่นี่เป็ห้องของใครคะ”
เพราะลำพังแค่นายอลงกรณ์ก็คงจะไม่สามารถหาเงินมาซื้อห้องชุดสุดหรูอยู่ใจกลางเมืองได้ขนาดนี้
“ก็คุณธรรครับให้ผมยืมห้องนี้ใช้ได้ทุกๆ วัน ก่อนวันเกิดคุณทุกปี จนกว่า! เอ่อ...”
“จนกว่าอะไรคะ”
“ก็จนกว่าเราจะแต่งงานและอยู่กินกันน่ะสิครับ หรือไม่ก็จนกว่าคุณขิมจะหมดรักผมไป พบรักใหม่กับผู้ชายคนใหม่ครับ”
เขาพูดด้วยอาการขำๆ เพราะรู้ดีว่าบัดนี้เขาได้หัวใจของเธอมาครองไว้แต่เพียงผู้เดียวแล้ว
“งั้นปีนี้ก็คงจะไม่มีแล้วสิคะ เพราะขิมพบคนรักใหม่แล้ว”
เธอแกล้งกลับบ้างเพราะหมั่นไส้เขาขึ้นมาทันที พร้อมวางเค้กลงที่โต๊ะ และทำอาการจะเดินกลับ
“โถ! คุณขิมน่ะ แกล้งผมอีกแล้ว งั้นไม่เอาแล้ว มานั่งตรงนี้นะ หลับตาด้วย”
เขาจูงแขนเธอให้มานั่งโต๊ะชุดเล็กที่หน้าระเบียง
“อะไรคะ”
“คุณหลับตาก่อนนะ ให้ผมนับสามก่อน แล้วคุณค่อยลืมตานะ”
เขาให้เธอหลับตา แล้วเธอก็ทำตามอย่างว่าง่าย
“อ้าว! หนึ่ง! สอง! สาม! ลืมตาได้ครับ” เขายกสิ่งที่อยู่ในมือของเขาออกมาให้เธอเห็น
“อะไรคะ ขิมไม่เข้าใจ”
เธองงเพราะมันคือแหวนเพชรน้ำงามที่ดูแล้วเหมือนเป็มรดกตกทอดมาหลายสมัย
“แหวนนี้เป็แหวนของคุณปู่ที่ท่านให้คุณพ่อเอามาหมั้นคุณแม่ผม และคุณพ่อท่านก็ให้แหวนวงนี้กับผมไว้ก่อนที่ผมจะไปเมืองนอก เพื่อมอบให้กับคนที่ผมรัก และจะเลือกมาเป็คู่ชีวิตครับ และผมก็เลือกคุณ”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง และแฝงแววตาที่เศร้าสร้อยอย่างบอกไม่ถูก
“ขอบคุณค่ะ”
เธอพูดไม่ออกนอกจากจะปลาบปลื้มใจกับท่าทีที่จริงจังของเขา
“ผมอยากให้คุณจงจดจำวันนี้ระหว่างเราสองคนเอาไว้ตลอดไป และคุณจงจำไว้ว่าเมื่อผมมอบแหวนวงนี้ให้ใคร คนคนนั้นก็คือคนที่ผมอยากจะใช้ชีวิตร่วมกับเธอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตระหว่างเราสองคน ขอให้คุณคิดและจำไว้ว่าผมรักคุณมาก และจะรักคุณคนเดียวตลอดไป”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่มาจากความรู้สึกของเขาจริงๆ พร้อมทั้งบรรจงสวมแหวนให้เธอที่นิ้วนางข้างซ้าย และสิ่งที่เขาบอกเธอนั้นคือความจริงทั้งหมด ยกเว้นว่าคนที่พูดคือธรรทรไม่ใช่อลงกรณ์ในความคิดของเธอ
“ขิมรักคุณค่ะ และขิมก็จะรักษาแหวนวงนี้ไว้ตลอดไปค่ะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นตราบใดที่ขิมยังสวมแหวนวงนี้ที่นิ้วไว้ นั่นหมายถึงว่าทุกห้องหัวใจของขิมนั้นจะมีคุณคนเดียวค่ะ”
เธอสวมกอดเขาเอาไว้ด้วยความรัก
“คุณกรณ์เป็อะไรหรือเปล่าคะ”
เพราะสังเกตเห็นแววตาที่ไม่ค่อยจะสดใสเลย
“ผมไม่เป็อะไรมากหรอกครับ เพียงแต่แก้ปัญหาบางอย่างยังไม่ได้เท่านั้นเอง แต่ไม่นานก็คงจะมีทางแก้ไขได้ คุณไม่ต้องห่วงนะ วันนี้ผมอยากให้เป็วันที่วิเศษสุดสำหรับเราสองคน คุณสัญญากับผมนะว่าคุณจะมาที่นี่ในวันนี้ของทุกๆ ปี”
เขาพูดพร้อมทั้งเชยคางเรียวงามของเธอขึ้นมาและจ้องมองไปที่ดวงตาเธอเพื่อเป็การวิงวอน
“ค่ะขิมให้สัญญาว่าขิมจะมาที่นี่ทุกๆ วันนี้ของปีค่ะ แต่ถ้าคุณมีคนรักใหม่ที่ไม่ใช่ขิม ขิมขอไม่มานะคะ”
“คุณคือคนที่ผมรักคนเดียว และถ้าผมจำเป็ที่จะต้องมีคนใหม่ก็ต้องด้วยเหตุผลอื่นจะไม่ใช่เพราะผมรักเขาแน่นอน คุณเชื่อผมมั้ยคนดี”
เขาบอกเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังนั้นรู้สึกไม่ค่อยจะสู้ดี
“ขิมก็เหมือนกันค่ะ ถ้าคนที่ขิมต้องเลือกมาเป็คู่ชีวิตไม่ใช่คุณ ก็คงเป็เพราะความจำเป็อื่น ที่ไม่ใช่ความรักเหมือนกันค่ะ”
เธอบอกเขากลับ และทั้งคู่ก็สวมกอดกันเอาไว้ คล้ายๆ จะให้ท้องฟ้า และเมฆหมอกที่อยู่บนฟ้าได้เป็พยานให้กับความรักของทั้งสองคน
========================
???????????? Promotion Valentine's Day จ้า????????????
shorturl.at/irC26 <= ในรอยรักร้าว 389 เหลือ 259บ.
shorturl.at/kmR15 <= อาญาซาตาน 490 เหลือ 199บ.
shorturl.at/afJUV <= วิมานสอยดาว 467 เหลือ 199บ.
shorturl.at/oqAT8 <= ร้อยดาวฯ 460 เหลือ 199บ.
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น
========================
