“พัมคิ้นหยุดเดี๋ยวนี้นะ” เด็กสาวผมบ็อบสั้นสีน้ำตาลวิ่งมาผสมโรงร่วมจับลิงเผือกกับเมวิสเธอเองก็สวมเครื่องแบบนักเรียนของโรงเรียนลิเบอร์ลิเทีย
“fu-ni-cu-lus”เด็กสาวเสกคาถาใส่ลิงเผือกที่พยายามวิ่งหนีอยู่ มีเชือกพุ่งออกมาจากปลายไม้กายสิทธิ์เข้ารัดขาทั้งสองข้างของลิงเผือกไว้จนมันล้มลงเด็กสาวทั้งสองเดินเข้าใกล้ลิงเผือกอย่างเหนื่อยหอบ
“นี่พัมคิ้นอย่าวิ่งหนีฉันไปแบบนั้นอีกนะ เข้าใจมั้ย ไม่งั้นก็จะเจ็บตัวแบบนี้แหละ”เด็กสาวดุ เข้าไปช่วยแก้มัดให้พัมคิ้นลิงเผือกตัวเล็กของเธอ
“ล็อกเกตนั่น--ของฉันน่ะ”
“อ๋อ!ฉันต้องขอโทษเธอจริง ๆ นะจ๊ะ นี่จะ” เด็กสาวผมบ็อบดึงล็อกเกตออกจากมือของพัมคิ้นและยื่นมันให้กับเมวิสเมวิสมองเด็กสาว เธอมีั์ตาสีน้ำตาลเข้ม ผมบ็อบสั้นหน้าม้าเหมือนสีตาของเธอใบหน้าเล็กได้รูป
“ไม่เป็หรอกตอนนี้ฉันก็ได้คืนแล้วล่ะ” เมวิสรับล็อกเกตมา เธอตรวจสอบล็อกเกตว่าไม่มีความเสียหายตรงไหนและเธอก็นำมันมาสวมคอ
“ต้องขอโทษเธออีกครั้งนะปกติมันไม่ได้วิ่งไปหยิบของใครมั่วซั่วหรือวิ่งหนีฉันไปแบบนี้หรอก” เด็กสาวกล่าวพลางทำสีหน้ารู้สึกผิด
“ไม่เป็ไรหรอกล็อกเกตก็ไม่ได้เสียหายตรงไหนด้วย”
เด็กสาวยิ้มให้เธอก่อนจะแนะนำตัว“ฉันชื่อ ทิวลิพี่ จูนิเปอร์ เรียกฉันว่าทิวลี่ก็ได้นะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ”
“ฉันชื่อเมวิส ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน”
“ขอฉันเรียกเธอว่าเมวี่ได้รึเปล่าเพราะมันดูน่ารักดีน่ะ” ทิวลี่ทำตาเป็ประกายพลางเขยิบหน้าเข้ามาถามเธอใกล้ ๆ
“ได้สิ”เมวิสตอบออกไปอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ เธอแค่รู้สึกประหม่าที่ทิวลี่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ แบบนี้
“วันนี้เป็วันแรกเลยที่ได้ไปโรงเรียนเวทมนตร์ฉันก็เลยตื่นเต้นมากน่ะ เลยเผลอทำกรงของพัมคิ้นคว่ำลงแล้วมันก็คงใวิ่งหนีไปฉันตามหามันตั้งนานแหนะ ขอบใจเมวี่มากเลยนะ ตอนที่ฉันเดินตามหาพัมคิ้นอยู่ฉันเห็นเมวี่กำลังวิ่งตามอะไรบางอย่างฉันก็เลยลองวิ่งตามไป จนจับพัมคิ้นได้อย่างที่เห็นนี่แหละ” ทิวลี่อธิบาย
“ฉันเองก็จะไปโรงเรียนเวทมนตร์วันนี้วันแรกเหมือนกัน”
“ว้าว!นั้นยอดไปเลย! แต่เมวี่ยังไม่เปลี่ยนเป็เครื่องแบบนักเรียนเหรอฉันว่าควรรีบไปเปลี่ยนนะ แล้วเอากระเป๋าไปฝากไว้ให้เ้าหน้าที่หรือยังล่ะ”ทิวลี่ถามอย่างร่าเริง
“ยังเลยฉันกำลังคิดว่าจะเอากระเป๋าไปฝากเดี๋ยวนี้แหละ”
“งั้นดีเลยเดี๋ยวฉันเองก็ต้องเอากระเป๋าไปฝากเหมือนกัน เราไปพร้อมกันนะ”
ทั้งสองลากกระเป๋าไปฝากเ้าหน้าที่เก็บกระเป๋า
“สวัสดีเด็ก ๆ ฝากกระเป๋าเที่ยวบินโรงเรียนเวทมนตร์ลิเบอร์ลิเทียได้ที่นี่จะขอเช็คชื่อด้วยนะ” เ้าหน้าที่ชายวัยกลางคนกล่าวอย่างใจดี
“ทิวลิพี่จูนิเปอร์ ค่ะ”
“อยู่ไหนนะนี่ไง เจอแล้ว เช็คเรียบร้อย เธอวางกระเป๋าและกรงสัตว์เลี้ยงไว้ตรงนี้ได้เลยนะ”เ้าหน้าที่ติ๊กเครื่องหมายถูกลงบนกระดาษเช็คชื่อ เขาหันมาทางเมวิส มองเธอเป็นัยๆ เพื่อให้เด็กสาวบอกชื่อตัวเอง
“เมวิสค่ะ” เด็กสาวตอบ
“แล้วนามสกุลล่ะ”เ้าหน้าที่ถามพลางมองหาชื่อในใบรายชื่อ “นี่ไง เจอแล้ว รายชื่อสุดท้ายเลย เมวิสมิลเลอร์ นี่ใช่เธอมั้ย มันมีอยู่เมวิสเดียวด้วยนะ”
เด็กสาวงงงวยเล็กน้อยเธอจำได้ว่าตัวเองไม่มีนามสกุล แต่ดูจากที่มันเป็รายชื่อสุดท้ายแล้วมีเมวิสแค่ชื่อเดียวก็คงเป็เธอนั้นแหละ มาลีน่าคงจัดการทุกอย่างพร้อมทั้งตั้งนามสกุลให้เธอแล้ว แต่คงลืมบอกเธอ
“ใช่ค่ะเมวิส มิลเลอร์คือฉันเอง”
“เอาล่ะวางกระเป๋าไว้ตรงนี้ได้เลย เรือเหาะออกตอนบ่าย 2 โมง อย่าไปสายล่ะเพราะถ้าตกเรือเหาะเที่ยวนี้ คงโบกเรือลำใหม่เหมือนรถเมย์ไม่ได้หรอกนะ” เ้าหน้าที่บอกอย่างขำขัน
เมวิสและทิวลี่เดินขึ้นไปบนเรือเหาะและตามหาตู้นั่งที่ว่างภายในเรือเหาะมีตู้นั่งหลายตู้เรียงติดกันไป มีหมายเลขระบุอยู่ที่ประตูหน้าตู้ ทิวลี่บอกว่าควรที่จะรีบขึ้นเรือเหาะให้เร็วที่สุดเพราะจะได้ที่นั่งดี ๆ และที่นั่งในเรือเหาะเองก็เป็แบบไม่ระบุสามารถนั่งตรงไหนก็ได้ในตู้นั่งที่ว่าง ในที่สุดพวกเธอก็หาที่นั่งเหมาะเจาะได้