การประลองตะลุมบอนบนลานที่สองและสามดำเนินไปอย่างดุเดือดไม่แพ้ลานแรก เสียงโห่ร้องและเสียงปะทะยังคงดังต่อเนื่องเป็ระลอกคลื่น ภาพของนักสู้ที่ถูกเหวี่ยงตกจากลานกลายเป็ภาพที่ชินตา แต่เฟยหลงและสวี่เจี๋ยไม่ได้มองมันด้วยความตื่นตระหนกอีกต่อไป พวกเขากำลังศึกษา...กำลังเรียนรู้
เมื่อการประลองบนลานที่สามสิ้นสุดลง และมีเสียงประกาศหยุดพักชั่วครู่ สวี่เจี๋ยก็ถอนหายใจยาวออกมา เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นบนหน้าผากของเขาแม้จะยังไม่ได้ลงแข่งก็ตาม
"เ้าเห็นความโหดร้ายของมันรึยังเฟยหลง" เขากล่าว "คนกว่าสามร้อยคนถูกคัดออกไปแล้ว เหลือเพียงเก้าสิบคนเท่านั้น...แต่ถ้าหากผ่านรอบนี้ไปได้ล่ะก็...รางวัลของมันช่างคุ้มค่ากับเืทุกหยดจริงๆ"
"รางวัล?" เฟยหลงทวนคำเป็ครั้งแรกที่เขาเอ่ยปากถามถึงเื่นี้ "รางวัลคืออะไรกันแน่?"
สวี่เจี๋ยหันมามองเพื่อนของเขาด้วยแววตาเป็ประกายที่เต็มไปด้วยความใฝ่ฝัน "เ้าไม่รู้จริงๆ หรือนี่!" เขากล่าวอย่างกระตือรือร้น "การประลองนี้ไม่ใช่แค่การแข่งขันของเมืองหินขาว...แต่เป็งานคัดเลือกยอดฝีมือที่จัดขึ้นทุกสามปีโดย 'สำนักัคราม' (Azure Dragon Academy)!"
ชื่อนี้ทำให้เฟยหลงขมวดคิ้ว เขาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน
"สำนักัครามคือสำนักสอนยุทธ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในดินแดนแถบนี้!" สวี่เจี๋ยอธิบายต่อ "ที่นี่เป็เพียงสาขา แต่สำนักแม่ของพวกเขาตั้งอยู่ในเมืองหลวงของจักรวรรดิ! อำนาจและบารมีของพวกเขานั้นเหนือกว่าสี่ตระกูลใหญ่ของเมืองนี้รวมกันเสียอีก! การที่ตระกูลไป๋และตระกูลจ้าวร่วมกันเป็เ้าภาพจัดงานนี้ ก็เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีและหวังว่าจะส่งยอดฝีมือของตระกูลตัวเองเข้าไปในสำนักัครามให้ได้ยังไงล่ะ! มันคือเกียรติยศสูงสุด!"
เขาชี้ไปยังกระดานประกาศ "แค่เพียงผ่านรอบตะลุมบอนนี้ไปได้ ทุกคนจะได้รับเงินรางวัลหนึ่งร้อยเหรียญเงินเป็รางวัลปลอบใจจากสี่ตระกูลใหญ่ แต่รางวัลที่แท้จริงน่ะมาจากสำนักัครามต่างหาก!"
"ผู้ที่ผ่านเข้าสู่รอบ 16 คนสุดท้าย จะได้รับสิทธิ์ในการเข้าทดสอบเป็ 'ศิษย์สายนอก' ของสำนักในเงื่อนไขที่ง่ายกว่าคนทั่วไป ส่วนผู้ที่เข้าถึงรอบ 8 คนสุดท้าย จะได้รับเทียบเชิญให้เป็ศิษย์สายนอกได้ทันทีโดยไม่ต้องทดสอบ!"
เขาหยุดหายใจไปชั่วขณะ ก่อนจะพูดถึงรางวัลใหญ่ที่สุดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา "แต่สำหรับสองคนสุดท้าย...ผู้ที่ได้เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ...ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ...จะได้รับสิทธิ์ในการเข้าสำนักัครามในฐานะ 'ศิษย์สายหลัก' ทันที! จะมีอาจารย์ระดับปรมาจารย์ของสำนักรับเป็ศิษย์โดยตรง ได้เข้าถึงเคล็ดวิชาแก่นแท้และทรัพยากรที่ดีที่สุด! เ้าเข้าใจไหมเฟยหลง?
นั่นคือการพลิกชะตาจากดินสู่ฟ้าอย่างแท้จริง! คือเหตุผลที่คนอย่างไป๋หลินและจ้าวเทียนหลงต้องมาลงแข่งด้วยตัวเองไงล่ะ!"
บัดนี้เฟยหลงเข้าใจทุกอย่างแล้ว...เป้าหมายของยอดฝีมือเหล่านี้ไม่ใช่ตระกูลคู่แข่ง...แต่เป็สำนักที่อยู่เหนือกว่านั้น...สถานที่ซึ่งรวบรวมไว้ซึ่งยอดฝีมือและเคล็ดวิชาที่แท้จริง ความปรารถนาในใจของเขายิ่งลุกโชนขึ้น...สถานที่เช่นนั้น...คือที่ที่เขาจะได้ทดสอบฝีมือของตนเองอย่างแท้จริง
สวี่เจี๋ยมีสีหน้าที่จริงจังขึ้น "เฟยหลง...เราโชคไม่ดีที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มสุดท้ายกลุ่มเดียวกัน" เขากล่าว "บนนั้น...เราอาจจะต้องเป็ศัตรูกัน"
เฟยหลงมองเข้าไปในดวงตาของสหาย เขาวางมือลงบนบ่าของสวี่เจี๋ยอย่างหนักแน่น "บนนั้น เราต่างต้องเอาชีวิตรอด...แต่ข้างล่างนี้...เรายังคงเป็สหาย"
คำพูดนั้นทำให้ความกังวลของสวี่เจี๋ยคลายลง เขายิ้มออกมาได้อีกครั้ง "ใช่! เรายังเป็สหาย!"
ฆ้อง! ฆ้อง! ฆ้อง!
เสียงฆ้องดังขึ้นอีกครั้ง เป็สัญญาณว่าการพักได้สิ้นสุดลงแล้ว
"ผู้เข้าแข่งขันหมายเลขสามร้อยหนึ่ง ถึง สี่ร้อย!" เสียงพิธีกรประกาศก้องฟ้า "เตรียมขึ้นสู่ลานประลองที่สี่!"
หัวใจของเฟยหลงเต้นแรงขึ้นมาหนึ่งจังหวะ...374...ถึงตาของเขาแล้ว
สวี่เจี๋ยซึ่งได้หมายเลข 368 หันมามองหน้าเขา ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรอีก แต่สายตาของพวกเขาก็สื่อความหมายถึงกันและกัน...ความปรารถนาดี...ความมุ่งมั่น...และความเข้าใจ...
พวกเขาลุกขึ้นยืนพร้อมกัน แล้วเดินตามกระแสของผู้เข้าแข่งขันอีกเกือบร้อยชีวิต มุ่งหน้าออกจากที่พักและเดินเข้าสู่ลานประลองที่เปิดโล่ง เสียงโห่ร้องของฝูงชนดังกระหึ่มจนแผ่นดินะเื
เฟยหลงสูดลมหายใจเข้าลึก...เสียงรอบข้างค่อยๆ เลือนหายไป...จิตใจของเขากลับคืนสู่ความสงบนิ่งที่คุ้นเคย...เขาััได้ถึงไอเย็นจากจี้ของบิดาบนหน้าอก...
เขาและสวี่เจี๋ยก้าวเท้าขึ้นไปบนลานประลองหินที่กว้างใหญ่พร้อมกัน ประตูเหล็กบานั์เลื่อนปิดลงด้านหลังพวกเขา...กักขังนักสู้ร้อยชีวิตไว้ในสนามรบแห่งนี้
เฟยหลงมองตรงไปเบื้องหน้า...เขามองเห็นคู่ต่อสู้นับสิบที่จ้องมองกันและกันด้วยสายตาที่พร้อมจะขย้ำ...
ฆ้องงงงงงงง!
เสียงฆ้องสุดท้ายดังกังวานยาวนาน...เป็สัญญาณเริ่มต้นการต่อสู้!
พายุ...ได้พัดมาถึงตัวเขาแล้ว