ฟึบชุดนอนแขนยาวขายาวสีฟ้าอ่อนถูกปาใส่หน้าคาเอลที่เดินตัวปลิวไปมาด้วยผ้าเช็ดตัวผืนเดียวขณะตรงมายังที่นอนที่ชินกำลังรายงานบางอย่างแก่นายน้อยของเขา
“ถ้ากล้านอนแก้ผ้ากูถีบ” คนจะโดนถีบจับชุดนอนออกจากหน้าแล้วโยนลงบนปลายเตียงอย่างไม่ใส่ใจ
“ทำไม เขินเหรอ” คาเอลพูดด้วยใบหน้ากรุ้มกริ่มเมื่ออีกคนรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาถึงคอพลางมองเขาอย่างระแวดระวัง
“อุจาดตาสิไม่ว่า” คาเอลยักไหล่ไม่สนใจกับคำชมแล้วทิ้งตัวลงที่เตียงนอนเดี่ยวขนาดคิงไซซ์ฝั่งขวาโดยพันผ้าเช็ดตัวผืนเดียวที่ดูท่าจะหลุดแหล่ไม่หลุดแหล่
“นี่เรียกเซ็กซี่เวอร์จิ้นอย่างนายจะไปรู้อะไร” คนนอนฝั่งขวาพูดหน้าตายแอรอนถึงกับเหลืออดคว้าหมอนปาใส่เต็มแรงในความมั่นหน้านี้
“มึงไสหัวไปนอนห้องมึงเลยถ้ามึงจะแก้ผ้านอนรำคาญ”
“ฮาฮ่า ใส่ก็ใส่” คนถูกหมอนปาหน้าหัวเราะชอบใจยกเื่นี้มาพูดทีไรไอดอลมาดขรึมอย่างแอรอนเสียทรงทุกทีขณะคว้าหมับเข้าที่ชุดนอนเตรียมจะลุกใส่อยู่บนนั้น
“ไอ้เชี่ยเอล เดี๋ยวฟ้าก็ผ่ากบาลมึงหรอกไอ้เวร” คนเสียทรงกราดเกรี้ยวให้ไอ้คนหน้าไม่อายมีอย่างที่ไหนจะมาแก้ผ้าต่อหน้าคนอื่นแถมเขายังเป็ผู้ชายอีก
ไม่ด่าเปล่าแอรอนยังต่อสายโทรหาผู้จัดการในตอนนั้นทันที“ทอมมึงมาลากไอ้สันขวานออกไปเดี๋ยวนี้” ทอมรับสาย แอรอนก็บังคับผู้จัดการด้วยความหัวเสียทันที
“มึงเลือกเอาระหว่างไอ้คาเอลกับไคกิ”ทอมผู้จัดการผิวสียื่นทางเลือก ซึ่งมันเหมือนให้แอรอนเป็คนเลือกโดยที่แอรอนไม่สามารถ
ปฏิเสธคนที่เขาเลือกให้ได้
“ไอ้เวรมาร์ช”
“ไอ้เวรนั่นมึงลืมไปได้เลยนอกเสียจากมึงจะอยากผสมเทียม” เมื่อได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของอดีตสัตวแพทย์ทีไรก็พาลให้นึกถึงวันที่เส้นเืในขมับเต้นตุบตุบ
“แล้วทำไมพวกแม่งนี่ต้องมานอนทั้ง ๆที่กูมีบอดี้การ์ดอยู่แล้ววะ” แอรอนเริ่มหงุดหงิดขณะเหลือบมองตัวปัญหาในห้องที่นอนเล่นโทรศัพท์สบายใจ
“แต่ตอนนี้เกรย์ยังนอนโคม่าอยู่โรงพยาบาลอ้อ! หรือจะให้คุณเลออนไปนอนแทน”
“อะไรนะ เลออนมาที่นี่เหรอ” คนหงุดหงิดถามซ้ำอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ดวงตาสีน้ำข้าวมองไปที่ชินชินรับยกมือปฏิเสธว่าเขาไม่รู้เื่นี้มาก่อน
“ก็เออสิตอนนี้ทั้งหมอทั้งพยาบาลชุลมุนไปหมด แม้แต่ผอ.โรงพยาบาลยังนั่งไม่ติด” ทอมทำน้ำเสียงเหนื่อยใจขณะมองเหล่าคนสวมชุดยูนิฟอร์มที่วิ่งพล่านกันทั้งโรงพยาบาลด้วยความเห็นใจและสงสาร
“ทำไมวะ”
“ก็ถ้าคืนนี้เกรย์มันไม่ฟื้นกูจะเผาโรงพยาบาลนี้ทิ้งรวมทั้งมึงด้วยไอ้น้องเวร”
ติ๊ดแอรอนวางสายทันทีแล้วโยนให้ชินที่ยืนอยู่ข้างเตียงแถมยังบังคับให้โกหกคำโต
“ถ้ามันโทรมา บอกว่ากูไม่อยู่ เข้าใจ”
“เข้าใจครับ แล้วจะให้บอกว่าไปไหนครับนายน้อย”คนถามเกาหัวแกรกอย่างไม่เข้าใจ
แอรอนถึงกับต้องสูดลมเข้าปากไปฟอดใหญ่เพื่อระงับอารมณ์“ไปฝังศพมึงมั้ง” เสียงทุ้มพูดด้วยใบหน้าเรียบนิ่งไม่มีแววหยอกล้อทำเอาคนฟังถึงกับก้าวถอยหลังอัตโนมัติขณะกลืนก้อนน้ำลายเหนียวลงคอ
“อ้อ อย่าลืมสั่งให้คนไปยืนคุ้มกันหน้าห้องแพรวาด้วยละส่วนมึงไอ้คาเอล ไสหัวไปนอนโซฟาโน่นกับไอ้ชิน” แอรอนชี้ไปยังโซฟาห้องรับแขกข้างนอกเพื่อไล่สองตัวนี้ไปให้พ้นหูพ้นตา วันนี้เขาเหนื่อยเต็มทีแล้วและต้องนอนหลับให้สนิทไม่งั้นพรุ่งนี้สิวเม็ดโตได้ขึ้นมาประจานเขาแน่
ในส่วนของห้องตรงข้ามหญิงสาวที่กำลังนั่งเอาน้ำแข็งประคบมุมปากด้วยใบหน้าเหยเกมืออีกข้างเลื่อนเมาส์ไอแพดเพื่อหาข้อมูลบางอย่างด้วยใบหน้าเครียดร่วมสองชั่วโมงแล้วมีบางจังหวะที่ต้องลุกขึ้นมากินยาระงับความปวดที่ปวดั้แ่ต้นคอร้าวไปยังเบ้าตาทั้งสองข้างเพราะเธอปฏิเสธการนอนโรงพยาบาล แม้คุณหมอจะแนะนำก็ตาม โดยใช้แอรอนเป็ข้ออ้าง
“ใช่ เคเจสเตเดี้ยมไหมคะ” เมื่อพยายามค้นหาข้อมูลของคนที่เธอเจอเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าไม่พบทางเดียวที่จะรู้ก็คือกล้องวงจรปิดของที่เกิดเหตุ
“ครับผม”
“เอ่อคือฉันเป็ผู้จัดการของวงดีเฟ้นท์ค่ะ พอดีจะขอรบกวนดูกล้องวงจรปิด”
ติ๊ดพูดยังไม่ทันจบปลายสายก็ตัดสายทิ้งทันที แพรวามองโทรศัพท์นิ่งก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อโค้ตตัวหนาขึ้นมาสวมทับเนื่องจากอากาศเริ่มหนาวแล้ว
แกร๊ก
ทันทีที่แพรวาเปิดประตูห้องก็พบกับบอดี้การ์ดมือซ้ายของแอรอนยืนอยู่หน้าประตูห้องก่อนแล้ว
“คุณแพรวาจะไปไหนเหรอครับ” เขาหันมาถามด้วยความสุภาพแต่แววตาเจือไปด้วยความแปลกใจเมื่อตอนนี้เป็เวลาตีสามกว่าแล้ว
“เอ่อ คือแพรจะออกไปหาอะไรกินนิดหน่อยค่ะ ยังไม่ได้กินข้าวั้แ่เย็นแล้ว” มือเล็กแสร้งลูบท้องไปมา
“ร้านอาหารแถวนี้ปิดหมดแล้วครับน่าจะมีแต่ร้านสะดวกซื้อ”
“ใช่ค่ะแพรกำลังจะไปหาอะไรกินที่ร้านสะดวกซื้อพอดีค่ะ” หญิงสาวได้ทีก็ยืนแถพลางระบายรอยยิ้มที่ยิ้มไม่ถึงดวงตา
“งั้นผมไปด้วยครับ”
“เอ่อ..คือ..” หญิงสาวมีท่าทีลังเลเมื่อชินเสนอตัวจะไปกับเธอดูแล้วคืนนี้เขาน่าจะไม่ปล่อยให้ไปคนเดียวแน่ คืนนี้คงทำได้แค่พักเอาแรงพรุ่งนี้ค่อยหาวิธีใหม่แล้วกัน
“แต่ตอนนี้แพรชักง่วงแล้วค่ะ” พร้อมกับยกมือขึ้นปิดปากหาวแล้วปิดประตูทันที ชินมองประตูนิ่งใบหน้ากำลังครุ่นคิดบางอย่างก่อนจะยืนทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป
ในขณะที่ห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่สถานการณ์กำลังตึงเครียดพยาบาลกำลังใช้ทิชชูที่เกือบจะหมดกล่องซับเหงื่อที่ผุดขึ้นเป็เม็ดเล็ก ๆอยู่บริเวณไรผมและใบหน้าของอาจารย์หมอที่เคร่งเครียดไม่ต่างจากผอ.โรงพยาบาลที่นั่งมองผ่านห้องกระจกบานใหญ่ รวมทั้งเหล่าผู้บริหารต่างก็นั่งไม่ติดกันทีเดียวได้แต่ฝากความหวังไปที่ทีมแพทย์โดยมีอาจารย์หมอ ผู้ช่วยพยาบาลและวิสัญญีแพทย์น้ำดีของ
โรงพยาบาลแห่งนี้ ในขณะเ้าของโรงพยาบาลนั่งไขว่ห้างอยู่โดยมีชายแปลกหน้าที่ดูหล่อเหลาแต่แฝงไปด้วยความน่าเกรงขามและอำนาจนั่งข้างรวมทั้งนอกโรงพยาบาลก็มีเหล่าชายชุดยืนอยู่เต็ม
“พกมาด้วยไหม” คนที่นั่งไขว่ห้างจู่ ๆก็โพล่งถามขึ้น ทำเอาเหล่าผู้บริหารลอบมองหน้ากัน
“พกมา” เ้าของชื่อตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งดวงตายังโฟกัสไปที่ทีมแพทย์ที่อยู่ในห้องผ่าตัดทำเอาคนที่ถือมีดผ่าตัดอยู่นั้นพยายามบังคับไม่ให้มือสั่นด้วยความหวาดกลัวเพราะั์ตาสีมะกอกคู่นั้นทำให้พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะสบตา
“พกมากี่กระบอก”
“สองกระบอก”
“ปืน?” ทันทีที่ได้ยินถึงเครื่องมือที่ใช้ในการปลิดชีพเพียงเสี้ยววินาทีก็ทำเอาเหล่าคนที่ได้ยินนั้นถึงกับยกมือปาดเหงื่อกันทีเดียวบางคนถอดแว่นตาเพื่อจะเช็ดทำความสะอาดด้วยมืออันสั่นเทาก่อนจะพยายามใส่มันอีกครั้งอย่างอยากลำบาก
“เปล่าข้าวหลามหนองมนพอดีไปเก็บค่าคุ้มครองแล้วติดใจเลยซื้อพกมาด้วยสองกระบอก” ขณะที่นิโคไลล้วงมือไปที่กระเป๋าเป้ที่วางข้างกัน เหล่าผู้บริหารใบหน้าซีดเผือดเมื่อรู้แน่ว่าตัวเองจะไม่สามารถออกจากที่นี่ได้โดยที่ยังมีลมหายใจอยู่
“ลองไหม” ผอ.โรงพยาบาลที่นั่งก้มหน้างุดมือเย็นเฉียบถึงกับสะดุ้งโหยงเมื่อไหล่ัักับวัตถุที่มีลักษณะแข็งเขาทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นอย่างหมดแรงก่อนจะรีบยกมือเพื่อร้องขอชีวิตขณะที่หลับตาปรี๋ไม่กล้าสบตา
“ไว้ชีวิตผมด้วยเถอะลูกผมยังเล็กยังไม่อยากให้เขากำพร้าพ่อ ฮือฮือ” ชายชราที่ไม่มีผมบนหัวร้องขอชีวิตตัวสั่นงกงก
“ผมหมายถึงลองไหม เผื่อหิว” ชายชราได้ยินก็ชะงักกึก ก่อนจะค่อย ๆมองเ้ารูปร่างทรงกระบอกที่มีกลิ่นหอมแปลกตรงหน้าด้วยใบหน้าฉงน ในขณะที่เลออนนั่งกินมันด้วยใบหน้าเอร็ดอร่อยทำเอาเหล่าผู้บริหารต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอกแล้วหัวเราะกลบเกลื่อนด้วยไม่เคยได้ยินชื่อและไม่เคยเห็นเ้าบ้องข้าวหลามที่ว่านี่