ครั้งแรกนั้น...มันช่างวาบหวามใจเหลือประมาณ...
เราร่วมรักกันในคอกม้า ท่ามกลางกลิ่นฟาง กลิ่นสาบม้าและฝุ่นละอองที่ลอยคลุ้งอยู่รอบ การเสพสมของเราเต็มไปด้วยความแรงร้อนกับตัณหา และเมื่อมันจบลง ร่างกายของเราทั้งสองก็โชกชุ่มด้วยหยาดเหงื่อ
เรานอนก่ายกอดกันด้วยความอิ่มอกอิ่มใจเหลือประมาณเศษฟางติดอยู่เต็มผมฉัน แล้วเขาก็ช่วยดึงออกให้ ขณะที่ฉันเปี่ยมปลื้มกับการมองดูแสงแดดที่ส่องสอดเข้ามาทางช่องกระดานที่แตกเป็ร่องรอยของฝาผนัง แสงนั้นทาบทับลงบนแผงอกที่ปกคลุมด้วยไรขน
อันที่จริงเราก็รู้กันอยู่แล้วว่าเื่นี้ต้องเกิดขึ้น เพียงแต่เขาเป็ผู้เลือกเวลาที่จะให้มันเกิดได้อย่างเหมาะเจาะที่สุด ตอนนั้นฉันเพิ่งกลับมาจากการขี่ม้าออกกำลังกายประจำวันและกำลังจะเอาม้าเืผสมของพ่อเข้ามาในคอก หัวใจเต้นระทึกเมื่อเห็น “เขา” ซึ่งเป็คนงานประจำคอกม้ายืนพิงร่างอยู่ตรงมุมคอกม้านั้น ไม่มีใครอยู่แถวนั้นเลยสักคน
ฉันมองเข้าด้วยสายตาดูิ่ด้วยความรู้สึกว่าตัวเองสูงส่งกว่าเขามากนัก ซึ่งมันก็เป็ธรรมดา เพราะมันเป็สายเืที่ฉันได้รับมรดกจากบรรพบุรุษผู้อยู่ในตระกูลผู้ดี
เขารีบรุดวิ่งเข้ามา มันมีรอยยิ้มอย่างจองหองฉาบอยู่บนใบหน้า ตอนที่เอื้อมมือมาตวัดเอวเพื่อพยุงฉันลงจากหลังม้า ทั้งที่ฉันอยากจะเบี่ยงตัวหนี ด้วยความมั่นใจว่าฉันสามารถลงจากหลังม้าเองได้ แต่ฉันก็ยังเจตนาปล่อยตัวให้เลื่อนลงทางด้านหน้าของเขา ก่อนที่เท้าจะแตะดิน ฉันเห็นแววในดวงตาของเขาเครียดเคร่งขึ้น แต่ดูเหมือนชัยชนะในครั้งนี้ของฉันช่างมีอายุสั้นเหลือเกิน
มันคล้ายกับเขาอยากจะท้าทายต่อไปบางอย่าง เพราะเขาไม่ได้ปล่อยตัวฉันลงในทันที แต่กลับโอบร่างฉันแนบอยู่กับร่างเขาเช่นนั้น แล้วฉันก็เหลือบตาขึ้นมองหน้าเขาโดยไม่คิดจะอำพรางความปรารถนาในอะไรบางอย่างไว้ด้วย
ความรู้สึกดังกล่าวคล้ายจะถูกยั่วยุให้เกิดความรุนแรงขึ้น ทั้งนี้เพราะไม่เพียงแต่เข้าจะเป็ลูกจ้างของพ่อเท่านั้น แต่ยังเป็ต่ำต้อย ไม่มีสภาพทางสังคมที่จะทัดเทียมกับฉันได้เลย เพราะฉะนั้น ถ้ามันจะมีความสัมพันธ์เกิดขึ้นระหว่างคนงานประจำคอกม้ากับตัวฉัน นอกจากมันจะไม่มีทางเป็ไปได้แล้วก็ยังเป็สิ่งต้องห้าม...ตรงนี้แหละที่มันยั่วยุใจให้อยากลองนัก
ยิ่งกว่านั้น เขาก็ยังเป็ชาวไอริช ขณะที่ฉันเป็อังกฤษ เขาเป็คนที่มีอารมณ์รุนแรงราวท้องทะเลไอริชที่บ้าคลั่งด้วยแรงพายุร้าย ส่วนฉันนั้นเกิดมาในตระกูลผู้ดีมีเงิน ย่อมจะได้รับการอบรมบ่มนิสัยให้เป็กุลสตรีอยู่แล้ว
ฉันมีความรู้ทั้งภาษาฝรั่งเศสและละติน ส่วนเขานั้นหลายครั้งที่ฉันได้ยินเขาใช้ภาษาอังกฤษผิด ๆ ถูก ๆ และบ่อยครั้งที่ใช้คำพูดที่มีความหมายไปในทางหยาบโลน อย่างที่ฉันไม่กล้าแม้แต่จะเดา
ถ้าข่าวซุบซิบที่ฉันเคยได้ยินเกี่ยวกับตัวเขามาเป็ความจริงอยู่แล้ว เขาก็ยังเป็นักดื่มตัวฉกาจ สำหรับฉันนั้นบางครั้งที่จะได้รับอนุญาตให้ดื่มไวน์ก่อนรับประทานอาหารค่ำได้บ้างแต่นั่นหมายถึงว่าจะต้องเป็โอกาสพิเศษจริง ๆ เท่านั้น
ฝ่ามือของฉันนุ่มละมุน เล็บได้รับการตกแต่งไว้อย่างสวยงาม แต่สำหรับเขา มันเป็ฝ่ามือที่หยาบกระด้างด้วยผ่านการทำงานหนักมาโดยตลอด
อย่างไรก็ตาม เื่เหล่านี้ดูจะไม่ได้มีความสำคัญอะไรเลย โดยเฉพาะเมื่อเขายังรั้งร่างฉันให้แนบอยู่กับเนื้อตัวเขาเช่นนั้น
แล้วเขาก็ยังโน้มใบหน้าลงประทับจูบฉันด้วย ราวกับว่าเขามีสิทธิทุกประการที่จะทำได้ ไม่ได้นึกกลัวแม้แต่น้อยว่าจะมีใครมาพบเห็นเข้าและเขาอาจจะถูกลงโทษ ปอยผมหยักศกยุ่งเหยิงปัดอยู่กับหน้าผาก ตอนที่เขาประทับจูบลงบนปาก
แม้แต่เขาจะสนองตอบต่อความปรารถนา ซึ่งเขาจะต้องมองเห็นอยู่ ว่ามันฉายชัดอยู่ในดวงตาของฉัน กระนั้นการที่เขาแสดงออกถึงความบังอาจเช่นนี้ มันก็ทำให้ฉันบังเกิดความเคืองขุ่นขึ้นมาได้เหมือนกัน
ฉันผลักไสเขาจะให้ออกห่างจากตัว แต่มันเป็การต่อสู้ที่ไม่มีทางชนะได้เลย มันมิใช่เพียงเพราะเขาแข็งแรงกว่าฉันเท่านั้น แต่เป็เพราะฉันยังต้องต่อสู้กับความปรารถนาที่คุกรุ่นอยู่ในใจของตัวเองอีกด้วย
ฉันจำต้องยอมรับ ว่าไม่ได้ใช้ความพยายามมากมายอะไรที่จะให้หลุดพ้นจากวงแขนของเขา หรือปลายลิ้นยามที่มันแทรกไซ้เข้าไปในปากของฉัน
และตอนนั้น ที่ฉันมีความรู้สึกเหมือนจะเป็ลมล้มลง...
ด้วยความอ่อนแออย่างเหลือจะกล่าว ฉันกลับเดินตามเขาที่จูงมือ เข้าไปในคอกม้า จนกระทั่งถึงมุมหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในเงามืด
ฉันถามตัวเองอยู่ว่า...ก็นี่มิใช่สิ่งที่ฉัน้าหรอกหรือ...
นี่ไม่ใช่สิ่งที่บ่งบอกด้วยสายตายามที่เราสบตากันมาเป็อาทิตย์หรอกหรือ...
จากกิริยาท่าทางที่ฉันแสดงออกให้เขาเห็นอยู่ตลอดเวลานั้น มันไม่ได้บอกให้เขารับรู้หรอกหรือว่าฉัน้าในสิ่งนี้...
อีกไม่นานความลับทั้งหลายที่จิตใจฉันเฝ้าจดจ่อใคร่จะแสวงหาความจริงอยู่ก็ใกล้จะเปิดเผยความจริงของมันออกมาให้เห็นอยู่แล้ว ก็ฉันมิได้อยากรู้เื่ที่สาวใช้ทั้งหลายในบ้านป้องปากกระซิบให้กันและกันฟังอยู่หรอกหรือ...
และเมื่อมาถึงเวลานี้ ถึงคิดจะเปลี่ยนใจ เขาก็คงไม่ยอมง่ายๆ เขาดันร่างฉันไปติดผนังคอกม้า กองฟางตรงนั้นสูงแค่เข่า ส่งกลิ่นหอมหวนด้วยยังสดอยู่ ภายในคอกม้าอากาศค่อนข้างอบอ้าวและมืดสลัว ฝุ่นละอองลอยตัวชื้นในอากาศ ขณะที่สมองฉันปั่นป่วยจนตั้งสติไม่อยู่
ด้วยริมฝีปากที่ผนึกแน่นอยู่กับฉัน เขายืนอยู่ในท่าที่้าให้รับรู้และััความปรารถนาของเขาที่อัดแน่นอยู่กับกางเกงคับติ้วที่สวมใส่ไว้ตัวนั้น ถ้าจะว่าไปแล้ว ฉันชื่นชมกับรูปร่างหน้าตาของเขามาั้แ่แรกเห็น และเคยแอบมองทางม่านหน้าต่างห้องนอนตามธรรมชาติของผู้หญิงเสมอมา
ขณะนี้ต้นขาของฉันสั่นระริก แต่ก็ยอมแยกห่างออกจากกัน เมื่อเขาใช้หัวเข่าดันเพียงเบา ๆ และแนบเรือนกายท่อนล่างเข้าหา
มือทั้งสองข้างนั้นเคลื่อนขึ้นมาดึงโบเสื้อคลุมตรงคอออก และเพียงครู่ เสื้อตัวนั้นก็ลงไปกองอยู่ฟาง กระดุมไข่มุกที่ขัดรังอยู่กับเสื้อตัวใน ดูจะไม่ใช่อุปสรรค สำหรับมือที่เคลื่อนอย่างชำนิชำนาญนั้นเลย และมันก็เลื่อนหลุดออกจากรังอย่างง่ายดาย
ฉันถึงกับเปล่งเสียงอุทานออกมา เมื่อฝ่ามือหยาบกร้านลูบไล้ลงบนทรวงอก ดูราวกับร่างกายของฉันเตรียมพร้อมที่จะให้เขาได้สำรวจโดยมิได้อุทธรณ์แต่อย่างใดเลย
อาจจะเป็เพราะฉันถูกครอบงำด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยพานพบมาก่อน ทำให้ฉันหลับตาลง พิงศีรษะอยู่กับแผ่นกระดานนั้น และยอมให้เขาพรมจูบลงบนเนื้อตัว...จูบที่แรงร้อนนั้นโดยไม่คิดจะปิดป้อง
ฉันไม่เคยนึกฝันมาก่อนเลย ว่าปากของผู้ชาย กับทั้งไรฟันและปลายลิ้นนั้น จะสามารถสร้างความปั่นป่วนรัญจวนใจให้เกิดขึ้นได้ถึงเพียงนี้
ฉันถามตัวเองอยู่ว่า...นี่คือความผิดบาปมิใช่หรือ...ในหนังสือพระคัมภีร์มิได้อธิบายถึงความรู้สึกเช่นนี้ไว้และเรียกมันว่า “ตัณหาราคะ” ...หรือ...
ฉันยอมรับว่ามันเป็บาปที่ลวงล่อจิตใจให้ใหลหลง แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็ความรู้สึกที่ประหลาดล้ำเหลือประมาณ
เพราะกับความรู้สึกนี้ที่ทำให้ทรวงอกของฉันเต่งตึงชูชันราวกับมันพร้อมที่จะต่อสู้กับปลายลิ้นที่โลมไล้แนบเน้นอย่างรวดเร็ว ความกระสันรัญจวนที่เกิดขึ้นอย่างมากมายนั่นเองทำให้ฉันพร่ำเรียกชื่อเขาออกมา
“จุ๊ย์...จุ๊ย์...อย่าอึงไปสิสุดที่รัก"
เขากระซิบด้วยน้ำเสียงเหน่อ ๆ แบบที่ฉันชอบ “เราจะต้องระวังให้มาก
เดี๋ยวใครจับได้รู้ไหม
มือทั้งสองของเขาโลมลูบไปทั่วทั้งเนื้อตัวสอดเข้าไปใต้กระโปรงขี่ม้าผ้ากำมะหยี่สีแดงทับทิมที่ฉันสวมใส่อยู่ ซอนไซ้ลึกล้ำจนในที่สุดก็เสียดสีอยู่กับเนื้อในที่เปล่าเปลือย ขณะเดียวกันเขาก็กระซิบกระซาบ แสดงความชื่นชมกับร่างกายของฉันด้วยภาษาไอริช และดูเขาจะเร่าร้อนยิ่งขึ้นทุกขณะ
และแล้ว ฉันก็ได้เห็นร่างกายที่แท้จริงของเขา มันทำให้ฉันตื่นใไม่น้อยเลย เขาเห็นแววหวาดกลัวในดวงตาของฉันเข้า ก็กระซิบปลอบโยนพร้อมกับให้คำรับรอง ว่าเขาจะทำให้ฉันมีแต่ความสุขอย่างที่สุด
ยามที่เขาเสียดแทรกร่างกายเข้าไปในเนื้อตัวฉันนั้น เสียงครวญคร่ำของเราทั้งสองดั่งประสมประสานกันอยู่ในเงามืดของคอกม้า ความปรีดาปราโมทย์ที่เกิดขึ้นกับฉันในยามนั้นมันเหมือนจะฉุดรั้งจิติญญาให้ลอยออกจากร่าง เขาพรมจูบลงบนทรวงอกของฉันอย่างเร่าร้อน ขณะที่ร่างกายแทรกลึกเข้าไปในเนื้อตัวฉันยิ่งขึ้นทุกที จนกระทั่ง...