การรับมือกับเ้าพวกหนูดินเนี่ย ถ้าให้คนธรรมดามาจัดการคงปวดกบาลจนต้องกุมขมับ แต่พอส่งไม้ต่อให้ผู้ฝึกอสูร แม้จะเป็แค่มือใหม่อย่างพวกสืออวี่ ผลลัพธ์กลับต่างกันราวฟ้ากับเหว
หนูดินที่เติบโตมาอย่างอุดมสมบูรณ์ มีพลังต่อสู้พอฟัดพอเหวี่ยงกับหมาป่าได้ ดุร้ายเอาเื่ ลองจินตนาการว่าคนธรรมดาต้องมาเจอหมาป่า ต่อให้มีอาวุธครบมือก็ยังขาสั่นพั่บๆ
แต่เมื่อเปลี่ยนคู่ต่อสู้มาเป็อสูรกินเหล็กที่มีพลังรบเป็รูปเป็ร่าง แถมยังมีสกิลตาเหยี่ยวเข้าไปอีก งานนี้พวกหนูดินถือว่าซวยหนัก โดนตบทีเดียวจอด!
นับว่าพวกมันยังมีบุญ ที่ไม่ได้เกิดเป็หนูพุก ไม่งั้นคงโดนล้างบางยกโคตรไปนานแล้ว...
แต่ถึงจะเป็หนูพุก เ้าสิบเอ็ดก็คงไม่นึกพิสมัยอยากกินอยู่ดี อสูรกินเหล็กในโลกใบนี้ผ่านการวิวัฒนาการทางร่างกายมาแล้ว โดยพื้นฐานพวกมันไม่ค่อยชอบกินเนื้อ แต่โปรดปรานแร่โลหะมากกว่า ซึ่งก็นับว่าแปลกพิลึก ไม่รู้เหมือนกันว่าในโลกนี้จะมีสิ่งมีชีวิตประเภทหนูเหล็กบ้างรึเปล่า…
“ตัวนี้ยกให้สืออวี่ละกัน ถ้าไม่มีอสูรกินเหล็กของเขา เ้าหนูดินตัวนี้หนีไปได้แน่”
อวี๋จิงจิงเอ่ยขึ้นหลังจากที่ปีศาจเถาหนามของเธอรัดร่างหนูดินจนหมดสภาพ
เธอประมาทปฏิกิริยาตอบสนองของพวกหนูดินเกินไป... ขนาดปีศาจเถาหนามที่เป็นักล่าตามธรรมชาติยังจับตัวมันไม่ได้ในจังหวะแรก เห็นทีการฝึกฝนของพวกเธอยังไม่ถึงขั้น
“อื้ม” เฉินข่ายกับจวงเยว่พยักหน้าเห็นด้วย
ค่าหัวในการกำจัดหนูดินตกตัวละสิบกว่าหยวน สำหรับสืออวี่ยังเฉยๆ กับเงินแค่นี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงแก๊งนักเรียนบ้านรวยพวกนี้เลย
ในมุมของสืออวี่ ถ้าในหนึ่งวันกำจัดหนูดินได้สัก 100 ตัว เมื่อหักลบกลบหนี้กับค่าพลังงานและค่าอาหารเสริมของเ้าสิบเอ็ดแล้ว ถึงจะพอคุ้มทุน แต่ก็นั่นแหละ ถ้ากะจะมาหาเงิน เขาคงไม่เลือกมาที่นี่หรอก การฝึกฝนสกิลตาเหยี่ยวต่างหากคือประเด็นหลัก!
“งั้นเอาตามที่คุยกันบนรถ แยกย้ายกันลุยเถอะ” สืออวี่เสนอ
“จัดไป” เฉินข่ายรับคำ “เที่ยงค่อยกลับมารวมที่นี่”
แบบนี้จะช่วยให้งานเดินเร็วขึ้น เพราะพื้นที่ไร่นาและป่าเขาแถบนี้กว้างใหญ่ไพศาลมาก แยกกันเดิน ถ้าเจอหนูดินหลุดมาเดี่ยวๆ ก็จัดการเอง แต่ถ้าเจอเป็ฝูงค่อยะโเรียกเพื่อนมาช่วย แบบนั้นน่าจะเวิร์กกว่า
“มาแข่งกันไหมว่าใครจะกำจัดหนูดินได้มากกว่ากัน?” อวี๋จิงจิงท้าทาย
“เอ่อ...” จวงเยว่หันไปมองอสูรกินเหล็กของตัวเองแล้วก็นิ่งคิดอย่างหนักใจ ถ้าจะแข่ง เธอสงสัยว่าตัวเองคงรั้งท้ายแหงๆ
ทำไมเธอรู้สึกว่าอสูรกินเหล็กของเธอ กับของสืออวี่ มันเหมือนคนละสปีชีส์กันเลย?
ตอนนี้อสูรกินเหล็กของจวงเยว่เริ่มสัปหงก เดินสะลึมสะลือเหมือนแบตจะหมด ในขณะที่ของสืออวี่ยังดีดจัด เชิดหน้ามองซ้ายมองขวาอย่างคึกคัก...
สายตาดี... มองอะไรก็ชัดเจนแจ่มแจ้ง สายตาไม่ดี... มองอะไรก็เหมือนติดโมเสก นี่คือความแตกต่างของเ้าสิบเอ็ดในตอนนี้
เมื่อตกลงกันได้ ทั้งสี่คนก็แยกย้าย
“เป้าหมายคือก่อนเที่ยงต้องได้สัก 20 ตัวนะ...” สืออวี่หันไปบอกเ้าสิบเอ็ดที่เดินตามต้อยๆ
“โฮก!” สิบเอ็ดทำหน้าจริงจัง
ไม่! หนูจะเอา 200 ตัว!
นานๆ ทีจะมองเห็นชัดแจ๋วระดับ 4K ขนาดนี้ ขออาละวาดให้สุดเหวี่ยงหน่อยเถอะ!
“จะจับกี่ตัวฉันไม่ว่า” สืออวี่ชี้ไปที่หลุมใหญ่เมื่อครู่ “แต่ห้ามทำลายพืชผักผลไม้ชาวบ้านเขา เข้าใจไหม? ไม่งั้นนอกจากจะไม่ได้ตังค์ ยังต้องควักเนื้อจ่ายค่าเสียหายอีก บ้านเรายิ่งจนๆ อยู่ ถ้าต้องจ่ายจริงคงต้องหักจากค่าอาหารแกแล้วล่ะ”
“งู้วว...” สิบเอ็ดหน้าจ๋อยลงทันที สายตามองอุ้งมือที่เคลือบสกิลกายาเหล็กเตรียมพร้อมไว้อย่างน่าสงสาร พลางจำใจสลายพลังออก
ทำไมชีวิตมันยากเย็นแบบนี้...
“วันนี้ยังไม่ต้องฝึกกายาเหล็ก เน้นฝึกปฏิกิริยาตอบสนองเป็หลัก ด้วยสมรรถภาพร่างกายของแก ไม่ต้องใช้สกิลก็ตบหนูดินคว่ำได้สบาย” สืออวี่ถอนหายใจอย่างโล่งอก
เ้าตัวแสบนี่ ตอนนี้ตบแผ่นเหล็กยังบุบ ขืนไปตบต้นไม้ใบหญ้า มีหวังเละเป็หน้ากลอง!
“แต่ว่า... ไม่ว่าแกจะจับได้กี่ตัว เงินรางวัลทั้งหมดจะเอาไปซื้ออาหารมื้อพิเศษให้แกกินไม่อั้น!”
สืออวี่มีระบบให้รางวัลและลงโทษที่ชัดเจน พอได้ยินแบบนั้น แววตาของสิบเอ็ดก็ลุกวาวขึ้นมาทันที
...
จากนั้น สิบเอ็ดก็เริ่มวิ่งพล่านไปทั่วทุ่งนาอย่างบ้าคลั่ง คุณลุงชาวนาที่รับหน้าที่เฝ้ายามเดินตามมาอย่างต้วมเตี้ยม คอยนับซากหนูดินที่ถูกกำจัด
หนูั์พวกนี้รับมือยากจริงๆ ถ้าเจอตัวที่อยู่ไกลปากรูยังพอไหว ด้วยพลังของสิบเอ็ด มันสามารถพุ่งไปดักทางแล้วตบให้สลบได้ทันควัน
แต่ถ้าเจอตัวที่อยู่ใกล้ปากรู ต่อให้สิบเอ็ดพยายามแค่ไหนก็มีหลุดรอดไปได้บ้าง เล่นเอาเ้าตัวเล็กโมโหจนแทบอยากจะให้สืออวี่สอนสกิลมุดดินให้รู้แล้วรู้รอด มันจะลงไปไล่จับในรูเองเลย!
สืออวี่ได้แต่พูดไม่ออก ทีเมื่อก่อนทำเป็รังเกียจการได้รับสกิลโดยไม่ต้องออกแรงไม่ใช่เหรอ... ตอนนี้รู้ซึ้งแล้วสินะว่ามีสกิลเยอะไว้ก่อนย่อมดีกว่า?
แต่ก็นั่นแหละ การคัดลอกสกิลมุดดินเป็ไปไม่ได้ ในเมื่อสารานุกรมสกิลมีขีดจำกัดจำนวนสกิลที่บันทึกได้ สกิลที่จะเลือกต่อจากนี้ต้องคัดมาอย่างดีที่สุด
ขนาดสกิลพ่นใย เขายังต้องหาช่องทางทำเงินจากมันเลย ขืนเพิ่มสกิลมุดดินเข้าไปอีก มีหวังเขาได้เปิดบริษัทรับเหมาขุดอุโมงค์รถไฟใต้ดินหาเงินแน่
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ถึง่เที่ยง สถิติของสืออวี่กับสิบเอ็ดอยู่ที่ 22 ตัว เฉลี่ยแล้วจับหนูดินได้ 1 ตัวทุก 5 นาที น่าเสียดายที่ไม่เจอกลุ่มใหญ่ ไม่งั้นยอดคงพุ่งกว่านี้
เวลานี้ ด้วยพลังงานที่ล้นเหลือ สิบเอ็ดยังคงวิ่งหาหนูดินทั่วทุ่งอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เข้าตำรา 'ตราบใดที่หนูไม่พัก หนู-–สิบเอ็ด—ก็จะไม่พัก'
ในขณะที่อีกสามคนเดินโซซัดโซเซกลับมาด้วยความหิวโหย จนเหลือแค่คู่หูสืออวี่กับสิบเอ็ดที่ยังบ้าพลังอยู่
“เฮ้ย เอาจริงดิ พวกเขายังจับอยู่อีกเหรอ?” เฉินข่ายร้องเสียงหลง
พอกลับมารวมกลุ่มกับสืออวี่ เห็นสิบเอ็ดยังวิ่งปรู๊ดปร๊าดกลางทุ่งนา สภาพจิตใจของพวกเขาก็ถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง นี่มันสองชั่วโมงกว่าแล้วนะ อสูรกินเหล็กตัวนี้ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนเยอะแยะ???
โดยเฉพาะจวงเยว่ที่ทำหน้าบอกบุญไม่รับ เพราะอสูรกินเหล็กของเธอเดินเล่นได้แป๊บเดียวก็เริ่มง่วงซะแล้ว...
“ก็นะ ถือเป็การฝึกอย่างหนึ่ง อสูรกินเหล็กของฉันนอกจากกินแล้ว สิ่งที่ชอบที่สุดก็คือการฝึกนี่แหละ”
สืออวี่เงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบ “เทียบกับตารางฝึกปกติของเ้าหมอนี่... แค่นี้จิ๊บจ๊อย”
สามสหาย: ???
‘เมื่อเช้านายยังดูเพลียๆ อยู่เลยไม่ใช่เหรอ ทำไมตอนนี้ดีดจังวะ’ เฉินข่ายมองสืออวี่อย่างงุนงง อสูรกินเหล็กเป็สิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ ไม่เหนื่อยก็พอเข้าใจได้ แต่นายที่เป็คนธรรมดาเนี่ยนะ? ตากแดดเปรี้ยงๆ มาตั้งนาน ยังดูชิลเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
สืออวี่หยิบแคปซูลจิตกระจ่างออกมาอย่างเป็ธรรมชาติ “สักเม็ดไหม? ช่วยได้เยอะนะ”
สภาพจิตใจของทั้งสามคนถูกกระทบกระเทือนซ้ำสอง ปกติคนเราเหนื่อยก็ต้องพัก แต่สืออวี่ดัน... กินยาโด๊ปเพื่อฟื้นสภาพเนี่ยนะ??? จะสู้ชีวิตไปไหนพ่อคุณ!
“ฉันเริ่มรู้แล้วว่าทำไมฉันถึงแพ้พวกนักเรียนในเมือง...”
เฉินข่ายเผลอจินตนาการภาพเด็กนักเรียนในเมืองนั่งอ่านหนังสือโต้รุ่งพร้อมกำยาโด๊ปในมือ เขาไม่กลัวคนเก่งที่มีพร์ แต่กลัวคนเก่งที่บ้าเืมากกว่า! บ้าเอ๊ย! แพ้ราบคาบเลย
“ละ... แล้วนายจับได้กี่ตัวแล้ว?” จวงเยว่มองสิบเอ็ดซึ่งมีสไตล์ต่างจากอสูรกินเหล็กของเธออย่างสิ้นเชิง แล้วหันมาถามสืออวี่
“แล้วพวกเธอล่ะ” สืออวี่ถามกลับ
“ฉันได้ 6” อวี๋จิงจิงตอบ
“7 ตัว” เฉินข่ายว่า
จวงเยว่: “อสูรกินเหล็กของฉันมันทึ่มน่ะ ได้แค่ 2 ตัวเอง”
“โฮก——”
จังหวะนั้นสิบเอ็ดวิ่งกลับมาพอดี หูจับคีย์เวิร์ดคำว่า ‘อสูรกินเหล็ก’ กับ ‘ทึ่ม’ ได้อย่างแม่นยำ มันถึงกับแสดงอาการไม่พอใจทันที
อย่ามาเหมารวมนะเฟ้ย... มาตรฐานร่างกายของอสูรกินเหล็กแต่ละตัวมันไม่เหมือนกัน!
คุณลุงชาวนาที่ช่วยเก็บกวาดสนามรบเดินตามหลังมา พร้อมเอ่ยชมเปาะ
“อย่าพูดแบบนั้นเลย อสูรกินเหล็กตัวน้อยตัวนี้เป็สัตว์อสูรที่ทำงานไวที่สุดเท่าที่ลุงเคยเจอมาเลยนะ สองชั่วโมงฟาดไป 22 ตัว เก่งจริงๆ พับผ่าสิ”
ประสิทธิภาพระดับนี้ ปกติลุงแกเคยเห็นแต่พวกสัตว์อสูรสายพันธุ์นกอินทรี พอมาอยู่กับอสูรกินเหล็กนี่แทบไม่อยากจะเชื่อสายตา
22 ตัว???
สมองของเพื่อนทั้งสามเริ่มประมวลผลไม่ทัน 22 ตัว? แน่ใจนะว่าไม่ใช่ 12 แต่เป็ 22???
จวงเยว่ยืนอึ้ง มากกว่าเธอ 11 เท่าเนี่ยนะ? ล้อกันเล่นรึเปล่า?
“กินข้าวเที่ยงพักผ่อนกันก่อนเถอะ” สืออวี่ตัดบท
สัตว์อสูรของเขาเปิดโปรมองทะลุโกงชาวบ้านเขาแบบนี้ อย่าไปเทียบเลย เสียกำลังใจเปล่าๆ เื่กินเื่ใหญ่!
เ้าหน้าที่กรรมการหมู่บ้านเอาข้าวกล่องมาส่งให้กินรองท้องนิดหน่อยแล้วก็ต้องลุยงานต่อ นี่เป็ความ้าของพวกเขาทั้งสี่คนเอง เพราะตั้งใจมาฝึกฝน มื้อเที่ยงกินง่ายๆ ก็พอ ไม่ต้องนอนกลางวัน พักแป๊บเดียวแล้วลุยต่อเลย จากนั้นทั้งสี่ก็นั่งล้อมวงกินข้าวกล่องพร้อมน้ำแร่เย็นเจี๊ยบ
อสูรกินเหล็กของจวงเยว่ อสูรเกราะน้ำแข็งของเฉินข่าย และปีศาจเถาหนามของอวี๋จิงจิง ถูกเรียกกลับเข้าไปพักในห้วงมิติอสูรหมดแล้ว
เหลือแค่สิบเอ็ด... ที่ยังอยู่ข้างนอก หลังจากยัดหน่อไม้ที่เป็เสบียงส่วนตัวจากเป้ของสืออวี่เข้าปากอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้เสียเวลา มันก็วิ่งออกไปฝึกซ้อมต่อทันที
มันรู้สึกว่าความเร็วของตัวเองยังช้าเกินไป ไม่งั้นคงไม่ปล่อยหนูดินหลุดมือไปตั้งหลายตัว
หนูหลุด 1 ตัว เท่ากับเสียไผ่ไป 1 ปล้องเชียวนะ...
ด้วยความเจ็บใจ สิบเอ็ดจึงเริ่มวิ่งสปรินต์กลับไปตามคันนาอย่างดุเดือด!
พฤติกรรมนี้ทำเอาเฉินข่ายและเพื่อนๆ มองด้วยความงุนงง เห็นความมีวินัยและความขยันของสิบเอ็ดแล้ว จวงเยว่ เฉินข่าย และอวี๋จิงจิงรู้สึกจุกแน่นในอก ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ข้าวกล่องในมือแม้จะมีน้ำเย็นช่วยลูบคอ แต่ทำไมมันกลืนยากจังนะ
พวกเขามองไปที่สืออวี่ ซึ่งดูเหมือนจะเห็นเื่นี้เป็เื่ปกติ
“นี่... อสูรกินเหล็กของนายไม่ต้องพักเหรอ???” จวงเยว่ถามสิ่งที่ค้างคาใจ นี่มันไม่วิทยาศาสตร์เลย อสูรกินเหล็กมันต้องไม่ใช่นิสัยแบบนี้สิ!! ตอนที่เธอไปเลือกที่ศูนย์เพาะเลี้ยง ดูมาตั้งนานยังไม่เห็นเจอตัวไหนดีดเป็ม้าขนาดนี้เลย!
“ไม่งั้นพวกเธอคิดว่า ทำไมมันถึงฝึกความชำนาญของสกิลกายาเหล็กขั้นเชี่ยวชาญได้ล่ะ” สืออวี่ตอบหน้าตายตลอดการสนทนา
ทั้งสามคนถึงกับพูดไม่ออก... เออมันก็มีเหตุผล
แต่เดี๋ยวนะ ผู้ฝึกอสูรที่พกยาโด๊ปติดตัว กับอสูรกินเหล็กที่วิ่งสปรินต์ออกไปตอนเที่ยง แทนที่จะนอน...
คู่หูคู่นี้มันหลุดโลกไปแล้วโว้ย!!!