Personal Driver : คนขับ(รัก)ส่วนบุคคล

    ตอนที่ 38. ตีตราจอง

    Personal Driver : คนขับ(รัก)ส่วนบุคคล

    ตอนที่ 38. ตีตราจอง


                  หลังจบประชุมที่แสนกระอักกระอ่วนก็ไม่มีใครแวะเวียนเข้ามาหาคุณต่อ ภายในห้องทำงานจึงเงียบเชียบ มีเพียงเสียงเคาะแป้นพิมพ์ดังเป็นระยะเท่านั้นที่บอกว่ายังมีสิ่งมีชีวิตหายใจอยู่ตรงนี้ หลังจากจบการชิมขนมและสินค้าอื่นๆผมก็นั่งจมปลักอยู่กับความรู้สึกผิดที่พลั้งปากพูดไปแบบไม่คิดในตอนนั้น แม้ว่าคุณต่อจะปลอบใจว่าไม่เป็นไรก็ตาม มันก็ยังรู้สึกแย่ที่เราไปทำร้ายความรู้สึกของทีมงานที่คอยทุ่มเททำงานมาตลอด เมื่อจมจ่ออยู่กับหน้าจอโน้ตบุ๊กเพื่อจัดการการบ้านและรายงานจนเสร็จ ผมก็เงยหน้าไปมองฝั่งตรงข้ามที่กำลังจ้องมาทางนี้เช่นกัน ใบหน้าหล่อเหลานั้นส่งสายตาที่ชวนหลอมละลายมาให้ ไม่รู้ว่ามองมาทางนี้นานเท่าไหร่แล้ว

    “มะ มองอะไรครับคุณต่อ” ถามพลางก้มหน้า รู้สึกเขินทุกครั้งที่โดนมอง

    “ผมบอกให้เรียกน้องต่อ หรือไม่ก็ที่รัก”

    “อื้อ อย่าแกล้งกันสิครับ” คนมันชินนี่นา ไหนจะเกรงใจตำแหน่งของสุดหล่อที่นั่งจ้องอยู่อีก

    “กลับบ้านกันไหมครับ” ผมหันไปมองเวลาที่มือถือ

    “ยังไม่ถึงเวลาเลิกงานเลยนี่ครับ” น้ำเสียงดูแปลกใจจนอีกฝ่ายขมวดคิ้ว

    “อย่าบอกนะว่าพี่เอกลืม”

    “ลืม ลืมอะไรเหรอครับ” ผมขมวดคิ้วบ้าง

    “ก็เมื่อเช้า...บนรถ”

    ฉ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา ... เสียงหน้าผมเองครับ มันแดงจนร้อนไปหมดแล้ว “คุณต่อ” ผมตัดพ้อ

    “กลับบ้านกันครับ” รายนั้นไม่ได้สนใจว่าผมกำลังเขินจนตัวแทบระเบิดเพราะความร้อนที่ก่อตัวเหมือนลาวาภูเขาไฟ “เร็วสิครับเดี๋ยวรถติด”

    “อะ ครับๆ” ผมจะประท้วงอะไรได้บ้างไหม เมื่อเขาเป็นเจ้านายนี่นา บอกอะไรก็ต้องทำ สองขายาวเดินฉับๆไปที่ลานจอดรถ เมื่อเดินผ่านแต่ละแผนก เสียงเซ็งแซ่ที่ดังเมื่อครู่พากันเงียบกริบ ออร่าเย็นยะเยือกของคุณต่อทำให้แต่ละคนดูอึดอัดจนน่าขนลุก ผมมองด้วยความทึ่ง เพราะตอนที่อยู่ด้วยกัน คนตึงๆคนนี้ไม่มีอยู่จริง มีแต่คนหื่นหน้าหล่อที่พยายามหลอกล่อและแกล้งผมไม่เว้นวันต่างหาก

                 ผมเคยได้ยินมาว่า ถ้าเขาบอกจะออกไปข้างนอก...ก่อนหน้านี้คุณต่อจะยังไม่รีบออกจากห้องทำงาน ถึงแม้จะบอกคนขับรถว่าจะไปโน่นไปนี่ร่วมชั่วโมงก็ตาม รถคันหรูจะต้องมาจอดรอหน้าออฟฟิศ ติดเครื่องและเปิดแอร์เย็นฉ่ำไว้เนื่องจากเจ้านายเป็นคนขี้ร้อน จนกระทั่งเคลียร์งานเสร็จหรือไม่ก็รู้สึกตัวเนื่องจากคุณอ้อยโทรเตือน คุณต่อถึงจะเดินไปขึ้นรถ ... แต่ตอนนี้ดันเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะเจ้านายหนุ่มชอบที่จะเดินไปที่ลานจอดรถพร้อมกัน มีหลายครั้งที่พยายามแย่งกุญแจไปขับเอง แต่ก็ถูกผมเอ็ดจนต้องยอมรามือ ถ้าปล่อยให้เขาขับรถเอง ผมก็ตกงานพอดี

    “คุณต่อไปรอที่หน้าตึกก็ได้นะครับ เดินมาตรงนี้มันร้อน” ผมพูดประโยคนี้รอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ แล้วคำตอบที่ได้กลับมาก็คงเหมือนเดิมว่า

    “ผมอยากเดินมากับพี่เอก” แค่นั้นแหละ ร่างสูงใหญ่ก็เข้าไปนั่งข้างคนขับทันที “หิวมั้ยครับ”

    “นิดหน่อยครับ” ปกติเวลานี้คือเวลาของว่าง แต่เพราะได้ชิมขนมไปก่อนหน้า ท้องผมยังเต็มอยู่ “คุณต่อล่ะครับ”

    “ไม่หิวครับ กลับบ้านกันเถอะ”

    “ทำไมรีบกลับ... เอิ่ม” ผมหุบปาก เพราะนึกถึงเหตุผลแล้วหน้าแดงอีกรอบ ไอ้คนข้างๆเหมือนจะชอบใจเพราะส่งเสียงหัวเราะหึหึจนต้องมองค้อน มือหนามาจับแก้มซ้ายผมแล้วดึงเล่นราวกับเด็กห้าขวบ

    “เขินเหรอครับ” นั่นไง แซวมาอีกแล้ว

    “...” ไม่ตอบแม่ง

    “พี่เอกเขินแล้วน่ารัก” เสียงชมไม่ได้มีความจริงใจเลยสักนิด ใครจะว่ายังไงก็ช่าง ผมไม่เคยมองว่าตัวเองน่ารักเลยแม้แต่น้อย ไอ้ว่าหล่อน่ะก็พอรู้มาบ้าง แต่หล่อในระดับที่ดึงดูดเพศเดียวกันมาชอบนะ แต่ความใสแบ๊วหรือน่ารักแบบที่โดนแฟนชมอยู่ตอนนี้ ดูไกลตัวเหลือเกิน

    “ตรงไหนเนี่ย” ผมยู่ปาก คาดเข็มขัดและกดปุ่มสตาร์ท เครื่องยนต์ทำงานแต่เสียงเงียบกริบสมราคา

    “ทุกตรงแหละ ยิ่งตอนคราง..”

    “โว้ย พอแล้ว” คิดแล้วก็อาย ผมน่ะครางตอนไหนบ้างน่ะเหรอ ไม่บอกหรอก แต่ไม่ใช่ตอนล้างรถแน่ๆ

    “ขอบคุณนะครับ”

    “หะ ขอบคุณอะไรครับ” ผมหันไปมองหน้าหล่ออย่างแปลกใจ ตอนนี้รถเคลื่อนตัวเข้าสู่ถนนใหญ่แล้ว

    “ก็ที่ไปช่วยชิมและติดชมขนมไง”

    “ผมไม่เห็นได้ช่วยอะไรเลย มีแต่ไปทำพังล่ะไม่ว่า”

    “ไม่หรอกครับ พี่เอกช่วยได้มากเลย” น้ำเสียงนั้นไม่มีสำเนียงล้อเล่นแต่อย่างใดจนน่าแปลกใจ

    “ช่วยยังไงอะครับ” ถนนสุขุมวิทขาเข้าช่วงบ่ายรถเยอะเป็นปกติ ผมตั้งใจขับรถพลางรอฟังคำตอบ

    “เอาจริงๆบริษัทเราส่งออกพวกอาหารสำเร็จรูปแบบผลิตให้ลูกค้า ใส่แบรนด์ลูกค้ามากกว่าใช่ไหม” ผมพยักหน้าเป็นคำตอบ “แต่ทีนี้ทางทีมการตลาดอยากลองเพิ่มสินค้าเข้ามาเพื่อเพิ่มยอดขาย เลยลองฉีกไปทำขนมขบเคี้ยวแบบที่ให้พี่ชิมนั่นแหละ”

    “อ่อ”

    “แต่มันไม่ใช่สิ่งที่เราถนัดไง” คุณต่อพูดมาขนาดนี้ ผมเลยพอจะเข้าใจภาพรวมแล้ว “พอทำสิ่งที่ไม่ถนัด มันเลยต้องลงทุนเยอะมาก ทั้งเรื่องวัตถุดิบ เรื่องเครื่องจักร ไหนจะเรื่องอาร์ดีอีก (R&D)” ผมพยักหน้าเชิงเข้าใจ

    “พอต้นทุนมันเยอะ เลยทำให้สินค้าเราแพง ผมก็ค้านมาสักพักแล้ว แต่ไอ้กรมันขอให้ผมตัดสินใจอีกที”

    “คุณต่อเลยให้ผมไปชิม เพื่อพูดความจริง”

    “ครับ” ผมไม่ได้มองไปทางต้นเสียง แต่พอจะเดาได้ว่ากำลังรู้สึกผิด “ผมขอโทษนะครับที่ไม่ปรึกษาพี่ก่อน เหมือนผมยืมมือพี่...”

                 ผมหงุดหงิดใจในตอนแรก แต่ก็ใจอ่อนให้ภายในเวลาไม่ถึงสามสิบวินาที มือข้างที่ว่างเลยไปจับมือใหญ่ที่กำหมัดแน่นแทนคำปลอบใจ ไม่รู้ว่าถ้าพูดอะไรไปตอนนี้มันจะดีไหม บางครั้งผมก็เลือกที่จะเงียบเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจมากกว่า

    “พี่อย่าโกรธผมนะครับ” น้ำเสียงอ้อนวอน ใจหนึ่งก็อยากจะแกล้งงอนหรอก แต่พอคิดไปคิดมาการที่เราได้ไปชิมขนมและติติงไปนั้นก็เท่ากับว่าเราทำประโยชน์ให้บริษัททางอ้อมอยู่ไม่น้อย เพราะไม่ต้องลงทุนอีกหลายสิบล้านบาท

    “...” ผมได้แต่ถอนหายใจ จะดึงมือกลับแต่ถูกจับไว้แน่น สองมือเย็นมากุมไว้อย่างหวงแหน ผมแอบยิ้มที่ได้เห็นท่าทางซึมๆนั้น ก่อนจะตั้งใจขับรถต่อไป

    “ไม่ยกโทษให้จริงๆเหรอครับ” น้ำเสียงเว้าวอน ผมใจอ่อนยวบไปตั้งนานแล้ว แต่ที่เงียบเพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่างหาก ตอนนี้กำลังดีใจอยู่ที่เป็นส่วนหนึ่ง(แม้จะเป็นส่วนทำลายก็เถอะ)ของงานที่แฟนตัวเองทำอยู่ นึกย้อนไปไม่ใช่แค่ขนมที่ได้ชิม ยังมีอาหารไทยพร้อมทานซีลในถุงพลาสติกและอาหารกระป๋องอีกหลายอย่างที่ได้ชิมแล้วอร่อยจนบรรยากาศในห้องประชุมผ่อนคลายท้ายที่สุด

    “คุณต่อชอบแกล้งพี่” ผมไม่ตอบตรงๆ แกล้งมาแกล้งกลับไม่โกง

    “ขอโทษษษษษษษษษษษษษ” ลากเสียงยาวอย่างอ้อนวอน ให้มันได้อย่างนี้สิ ผมน่ะแพ้ทุกอย่างที่เป็นต่อพงษ์จริงๆ

    “พี่ไม่ได้โกรธหรอกครับ” ผมพูดไปตามตรง “ที่เงียบก็แค่อยากแกล้งแฟนบ้าง”

    “ร้ายนักนะ” น้ำเสียงร่าเริงนั้นบ่นอย่างไม่จริงจัง ใบหน้าที่เปื้อนยิ้มทำเอาผมใจเต้น “คอยดูเถอะ คืนนี้ผมจะจัดให้หนักเลย”

    “จะ จัดอะไร อ๊ะ” ยังไม่ทันถามจบ มือก็ถูกเลื่อนไปตะปบกับของแข็งบางอย่างที่ร้อนระอุใต้ร่มผ้า ผมแทบเป็นลมเพราะความเขิน มนุษย์คนนี้ร้ายเกินไปจริงๆ การต่อกรกับคนที่ชื่อว่าต่อพงษ์คือหายนะของเอกภพชัดๆ

    “เวลาพี่เขินเนี่ย น่ารักจัง”

    “...” ผมไม่มองหน้า ไม่ตอบโต้อะไรแล้ว โฟกัสกับทางข้างหน้าอย่างเดียว ไม่อย่างนั้นหัวใจที่เต้นอยู่คงทะลุออกมานอกทรางอกเป็นแน่


    ###### #####

    ไลน์!!

                 ผมเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางไว้ข้างตัวหลังจากถอยรถเข้าที่จอด คุณต่อไม่ได้ถามว่าเป็นใครส่งข้อความมาเพราะรายนั้นรู้ว่าผมคุยกับใคร ที่ไหน อย่างไรอยู่แล้ว แถมยังมีการล็อกอินโปรแกรมไลน์ของผมไว้ที่คอมพิวเตอร์ส่วนตัวอีกต่างหาก ถ้าเป็นคนอื่นทำขนาดนี้ผมคงรู้สึกอึดอัดไม่น้อย แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่คิดแบบนี้กับผู้ชายคนนี้นะ อันนี้ก็แปลกใจเหมือนกัน

    GeO : พี่เอก เย็นนี้เตะบอลกันนะครับ เวลาเดิม

    ผมอ่านข้อความที่ได้รับแล้วไปสบสายตาคนที่นั่งอยู่ข้างๆ แววตานิ่งๆแบบนี้ส่งมาอีกแล้ว

    เอก : วันนี้ขอผ่านครับ

    ข้อความถูกอ่านทันทีราวกับว่าคนส่งมาตั้งหน้าตั้งตารอคำตอบ ผมทำท่าจะพิมพ์อธิบายเหตุผล แต่....

    “พอแล้วครับ” มือใหญ่ชิงมือถือและล็อกหน้าจอก่อนจะเดินลงจากรถ เปิดประตูและเข้าบ้าน ผมได้แต่ชะงักมองภาพนั้นจนประตูโรงรถปิดถึงได้สติรีบคว้าข้าวของที่เหลือวิ่งตามไป

                 ภายในบ้านเงียบเชียบ ถึงแม้จะหลังไม่ใหญ่แต่ก็อบอุ่นและเป็นระเบียบ โซฟาที่คุณต่อโดนผมแกล้งให้นอนจนป่วยถูกเปลี่ยนเป็นโซฟาขนาด 6 ฟุตที่สามารถดึงส่วนที่ซ่อนอยู่ข้างใต้ออกมาทำเป็นเตียงนอนได้แถมมีหมอนและผ้าห่มสำรองเผื่อฉุกเฉินอีกต่างหาก เสียงเดินของคุณต่อดังโครมครามมาจากห้องนอน ท่าทางจะร้อนเพราะป้าหยุดไม่ได้เปิดแอร์รอไว้ คงเพราะเรากลับก่อนเวลา คุณต่อดูเหมือนจะหงุดหงิดเพราะเสียงดังเล็ดลอดออกจากห้องชั้นสอง คงเพราะเปิดประตูระบายอากาศไว้ด้วยล่ะมั้ง ผมเดินขึ้นตามบันไดปูนสีขาวที่เพิ่งใส่ราวจับไปเมื่อเดือนก่อนเพราะก่อนหน้านี้มันเป็นบันไดเหมือนบันไดลอย ไร้ราวให้จับ ผมเลยถลาพุ่งก้นจ้ำเบ้าตอนที่เมาจนแข้งขาบวมไปหลายวัน คุณต่อเลยสั่งให้รื้อ แต่ผมแค่บอกว่าให้เพิ่มราวจับก็พอแล้ว

                 หลังจากวางหนังสือและสัมภาระตัวเองที่ห้องทำงานก็เดินมาที่ห้องนอนใหญ่ ประตูเปิดอ้ากว้าง ภายในอบอ้าวเพราะข้างนอกร้อนเหมือนซ้อมลงนรก คนตัวใหญ่ไม่ได้อยู่ในห้อง แต่เสียงน้ำดังมาจากห้องเล็กก็พอรู้ว่ากำลังอาบน้ำอยู่ ผมล่ะใจแป้ว คงเพราะท่าทางที่เหมือนจะงอนของคุณต่อนั่นแหละที่ทำให้ใจร้อนรุ่ม คุณต่อขี้หึงมาก ซึ่งผิดกับผมที่ไม่เคยจะหึงเขาเลยสักครั้ง ... อย่ากลับไปอ่านตอนที่ไปงานแต่งคุณกรนะครับ อันนั้นไม่เกี่ยว

                 ปกติแล้ว คุณต่อก็ไม่ได้หัวเสียกับน้องจีโอ้เท่าไหร่นักหรอก เพราะเคยเจอแบบผ่านๆที่สนามฟุตซอลมาแล้ว ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้ออกอาการว่าจะหึงหวงกับเด็กคนนี้ พวกเราก็ไลน์ชวนไปเตะบอลกันเป็นประจำ แต่ไม่รู้ว่าทำไมต้องออกอาการไม่พอใจในวันนี้ด้วย ผมเหลือบมองมือถือที่นอนแอ้งเม้งบนเตียง หยิบมันออกมาเพื่อดูข้อความที่ยังไม่ได้อ่าน

    GeO : อ่า ไม่เป็นไรครับ เจอกันครั้งหน้า

    GeO : เสียดายที่พี่เอกไม่ได้มา เนี่ยผมซื้อขนมมาฝากพี่ด้วยนะ [รูป]

    อื้อหือ ... อ่านแล้วทุกข้อความ

    GeO : พี่เอกคงยุ่งอยู่ ผมไม่กวนละครับ แต่พี่เอกจะว่าอะไรมั้ยถ้าผมจะขอแอด Facebook พี่

    เอก : ว่า

    เฮือก! ผมไม่ได้พิมพ์แน่ๆ และมีอยู่คนเดียวแหละที่ทำ

    ชะตาจะขาดมั้ยกรู (>_____________<) ... ไม่อยากจะคิดเลย


                 เสียงประตูห้องน้ำดังแกร็กทำผมรู้สึกตัว ใบหน้าหล่อเดินตัวเปียกชื้นมาโดยไม่สวมอะไรสักอย่าง พวกเราเหมือนจะชินกับเรื่องนี้ไปเสียแล้ว แต่ก็ใช่ว่าผมจะไม่เขินนะครับ นอกจากนั้นก็พ่วงด้วยความอิจฉานี่แหละ มองเรือนร่างสูงโปร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างจดจ่อ เส้นผมเปียกไหลลู่ไม่เป็นทรงขับใบหน้าให้ดูคล้ายแบดบอย ไหล่หนาที่ไร้ไขมันรับกับกล้ามแขนแกร่งที่กอดผมทุกคืนช่างชวนฝัน ร่องอกใหญ่ขึ้นพร้อมกล้ามเนื้อประดับที่สวยงามมีเม็ดน้ำเกาะพราวคล้ายกากเพชรที่สะท้อนแสงจากออร่าความหล่อของเจ้าตัวเอง กล้ามหน้าท้องเป็นลอนแปดลูกเรียงตัวสวยราวกับรูปปั้นพร้อมแนวโค้งของเอวแกร่งเคลื่อนรับกับวีเชฟตรงลำตัวทำให้ผมละสายตาไม่ได้เลยจริงๆ

    “จ้องขนาดนี้ ไม่จับผมทำผัวเลยล่ะ”

    “อ๊ะ” ผมหน้าร้อนวูบ ปกติคุณต่อจะไม่ใช้คำว่าผัวนอกจากอารมณ์ไม่ค่อยดี และแน่ล่ะ ถึงไอ้เอกภพไม่ฉลาด ก็พอจะรู้นะว่าคนที่ยืนอ่อยผมหน้าห้องน้ำไม่พอใจเรื่องอะไรอยู่

    “...” สายตาคมกริบยังมองมา ผมเด้งตัวจากที่นอนก่อนจะถอดเสื้อและโยนไปที่ตะกร้าใส่ผ้า คุณต่อมองตามอย่างเงียบเชียบ ผมเดินไปทางห้องน้ำ ดันร่างสูงให้หลบจากประตูแล้วถอดกางเกงและพาดที่ไหล่คนที่ยืนนิ่งเป็นหุ่นยนต์

    “ร้อนจังเลยครับ อยากอาบน้ำ แต่ไม่รู้ว่าจะมีใครอยากอาบให้มั้ยนะ” บางครั้งผมก็ไม่ต้องอธิบายหรือเอ่ยคำขอโทษหรอก เพราะผมรู้ว่าทำอย่างไรแฟนหนุ่มจะใจอ่อน

    “ไม่มีสินะ” ผมตัดพ้อ ค่อยๆถอดกางเกงในสีซีดช้าๆ ไม่ต้องบอกก็พอจะเดาได้ว่าคนตัวสูงจับจ้องแผ่นหลังและบั้นท้ายผมอย่างร้อนรุ่ม คุณต่อเป็นคนที่ติดง่าย ยั่วนิดหน่อยก็พร้อมรบแล้ว ที่ผ่านมาเอกภพเลยต้องสงวนท่าทีหน่อย ไม่ใช่ไม่ชอบนะครับที่จะมีอะไรกับแฟน แต่...สารภาพเลยว่ามันเจ็บ แม้จะใช้ทุกวิถีทางเพื่อบรรเทาแล้วก็ตาม

                 ผมทำท่าปิดประตูแต่ถูกมือใหญ่จับไว้ แววตาหื่นกระหายส่งผ่านมาอย่างเร่าร้อน แก่นกายใหญ่โตผงาดรออยู่แล้วราวกับจะลงโทษผมให้สาสมกับที่ไปยั่วยุผู้เป็นนาย กลิ่นสบู่อ่อนๆจากร่างใหญ่ประชิดมาเรื่อยๆ ไร้คำพูด ไม่มีคำเตือนล่วงหน้า มีแต่แววตาที่ไม่ปกปิดความต้องการราวกับสัตว์ป่าที่หิวโหย ใบหน้าหล่อโน้มใกล้ แขนล่ำคว้าท้ายทอยผมให้เชิดเพื่อรองรับกลีบปากกระจับบดเบียดอย่างรุนแรง ผมเผยอรับเพื่อลดแรงกด ฟันขาวขบเนื้อปากล่างผมแผ่วเบาจนเผลอร้องครางอย่างหลงละเมอ มือข้างที่จับประตูหันมากระชับเอวคนที่ยั่วยุ ก่อนจะดันกายให้เข้าไปในห้องน้ำกว้าง แผ่นหลังผมชนเข้ากับผนังเย็นเฉียบก่อนกระแสน้ำจากฝักบัวไหลกระทบจนหนาวเหน็บ ริมฝีปากที่ร่ายงับไปมาส่งผ่านของเหลวที่ไม่อาจแยกได้ว่ามันคือน้ำหรือน้ำลาย มีเพียงความอบอุ่นในโพรงปากพุ่งทะยานไปเรื่อยๆ เวลาจูบกันทีไรผมก็รู้สึกราวกับถูกดึงให้ลอยขึ้นฟ้าจากพลังงานที่มองไม่เห็น ลมหายใจกระชั้นถี่ทำให้คนรุกรานลดจังหวะเปลี่ยนเป็นดูดเฟ้นแผ่วเบาก่อนละริมฝีปากอย่างอ้อยอิ่งเพราะไม่อยากจะยุติการกระทำที่แสนเซ็กซี่นี้ไปได้

                 ใบหน้าขาวใสนั้นยิ้มกริ่ม มันเป็นยิ้มที่แสนยั่วยวนจนผมไร้แรงต้าน ความเป็นจริงคือผมไม่เคยต้านทานเขาได้เลยสักครั้ง จมูกโด่งซุกไซร้ที่ซอกคอเปียกอย่างบ้าคลั่ง แรงดูดเม้มที่ร่องรอยต่อคอและไหล่เสียดสีจนผมร้องอื้ออึง จบจากนี้คงเป็นรอยแดงเป็นแน่ แต่เหมือนแฟนหนุ่มจะไม่สนใจ เพราะริมฝีปากเปียกชื้นเลื้อยมาขบติ่งหูแถมใช้ไรหนวดถูไถที่ซอกคอจนผมเผลอแหวกขาสองข้างปล่อยให้ร่างใหญ่แทรกกลางจนได้ แรงดูดดึงไหลเลื่อยจงไปจรดที่แผงอก เสียงจ๊วบจ๊าบดูดดุนรุนแรงกว่าเก่าหลายต่อหลายจุด ร่างสูงโน้มต่ำลงจนกลายเป็นนั่ง ผมก้มมองใบหน้าหล่อเหลาที่เงยมาบรรจบ แววตาหื่นดูเร่าร้อนทำให้สติขาดผึง ปากสวยอ้าครอบความแข็งแกร่งอย่างไม่รอช้า

    “ย่ะ อย่า อ๊า พ่ะ พี่ยังไม่ได้ล้าง มัน อื้อ เหม็น” ผมพยายามประท้วง แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับนอกจากแรงดูดกลืนที่แรงขึ้น ลิ้นอุ่นร้อนโลมเลียที่ส่วนปลายจนเสียวซ่านเนื้อตัวกระตุก สายน้ำไหลถูกปิดอย่างไม่ตั้งใจด้วยแรงบิดของร่างกาย สองมือผมเคลื่อนไหวสะเปะสะปะ แผ่นหลังเสียดสีไปมากับผนังห้องน้ำ แรงรูดคลึงดูดเฟ้นเข้าออกเป็นจังหวะรุนแรงมากขึ้น นิ้วยาวใหญ่ที่ไหลลื่นจิ้มที่ปากทางด้านหลังจนผมสะดุ้งวาบก่อนจะปล่อยให้ความแน่นไหลคืบไปด้านในช้าๆ ริมฝีปากคุณต่อทำงานอย่างแข็งขัน ผมปล่อยกายและใจอย่างหลงลืมความเขินอาย มีเพียงเสียงที่เกิดจากการเคลื่อนไหวอย่างลามก ใบหน้าผมร้อนระอุ หน้าท้องบิดมวนเพราะใกล้ถึงจุดสุดยอด สองมือเปลี่ยนไปจับผมดกดำกระชากอย่างไม่เกรงว่าจะร่วงหล่น คล้ายจะรู้ว่าผมจะถึงที่หมาย คุณต่อดูดดุนรูดเฟ้นหนักหน่วงกว่าเก่า เนื้อตัวผมบิดเร่าลมหายใจหอบหนักคล้ายคนจะเป็นลมก่อนที่แรงกระตุกจากท่อนเนื้อคาคับในปากจะปลดปล่อยความสุขสมล้นทะลัก แฟนหนุ่มไม่ถอยปากออกในทันทีแต่กลับคาไว้ก่อนจะดูดกลืนของเหลวนั้นจนเกลี้ยง ปากสวยรูดออกช้าๆแต่กลับรุกรานไม่ลดละ ลิ้นสากเลียกระหวัดตรงส่วนปลายเปิด

    “อ๊า ไม่เอา เสียว อ๊า มันเสียว อ๊า” ผมบิดตัวแทบจะทรุด เวลาที่ผู้ชายปลดปล่อยออกมาแล้ว ส่วนปลายหัวของแท่งเนื้อจะอ่อนไหวเป็นพิเศษ ยิ่งถูกจับหรือดูดเฟ้นจะเสียวมากจนแทบล้มทั้งยืน และเวลานี้ผมก็กำลังโดนมนุษย์แฟนแกล้งอย่างหนัก

    “บทลงโทษของคนเสน่ห์แรง” คุณต่อลุกมาสบตาก่อนจะพูดความในใจ ผมรู้แหละว่าหึง แต่ตอนนี้ไร้เรี่ยวแรงจะต่อสู้หรืออธิบายอะไรได้ ปล่อยให้เขาพลิกร่างให้อกแนบกับผนังห้องน้ำแทน

    “คะ คุณต่อ อื้อ” ร่างของผมถูกจัดท่าให้ยืนโก้งโค้ง บั้นท้ายลอยเด่นโดยมีสองแขนดันกำแพง นิ้วยาวใหญ่ที่หลุดออกกลับมาควานคว้านภายในอีกครั้ง

    “พี่เอก ให้ผมเข้าไปหน่อยสิครับ” นิ้วที่สองพยายามเข้ามา แต่ความแน่นมันมีมากกว่า ปากทางเลยขมิบไม่ให้เข้ามาโดยง่าย

    “อ๊ะ อื้อ” ผมร้อง

    “เจ็บเหรอครับ”

    “อื้อ” ไม่มีคำปฏิเสธ ผมไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ถูกกระทำเช่นนี้ ช่องทางแคบมันขยายได้แต่ไม่ใช่ว่าจะขยายในทันทีที่ต้องการ คุณต่อใจเย็นเช่นเคยพยายามโลมเล้าแผ่นหลังจนผมเสียววูบ มือหนึ่งกระชับบั้นท้ายเริ่มออกแรงแหวก รอยจีบที่ถูกนิ้วขยี้อยู่เจ็บเกร็งปนเปกับความจุกแน่น เจลหล่อลื่นที่อยู่ประจำในห้องน้ำถูกชะโลมมากขึ้น แต่ก็ไม่อาจช่วยให้นิ้วอื่นเข้ามาได้

    “อื้อๆๆๆๆๆๆๆๆ” คุณต่อขยับนิ้วที่คาข้างในขึ้นลงไปมาเป็นจังหวะเขย่า ผมครางลั่นเพราะมันจุก แรงดูดเฟ้นที่บั้นท้ายหนักหน่วงเพื่อประท้วงให้อีกฝ่ายหยุด

    “ผมไม่ไหวแล้วพี่เอก พี่เอกเซ็กซี่เกินไป”

    “พะ พี่ อื้อ....” ริมฝีปากคนข้างหลังหันมาบดเบียดจนเรี่ยวแรงผมเหือดหาย

    “ให้ผมเข้าไปนะ” ผมไม่ตอบ มีแค่การพยักหน้าเชื่องช้าเป็นคำตอบ รู้สึกหวิวโหวงเมื่อบั้นท้ายถูกจัดท่าให้อยู่ในระดับพอดีกับแกนกลางของคนซ้อนหลัง ในใจหวาดหวั่นเพราะความใหญ่โตที่จดจ่อปากทางพร้อมจะเข้ามาบดขยี้ มันมีไม่กี่ครั้งที่คุณต่อจะใช้นิ้วเบิกทางมาก่อนได้เกิน 1 นิ้ว เพราะรูเล็กของผมมันแคบและแน่นจนเกินไป เวลาโดนนิ้วที่สองตามมาก็เหมือนมีตะขอมาเกี่ยวให้เจ็บจนตัวงอ ระยะหลังมานี้เลยต้องอาศัยความใจกล้า ใช้แค่นิ้วเดียวให้ภายในผมพอจะรับรู้ก่อนว่าหลังจากนี้จะมีอะไรที่ใหญ่กว่าตามมาเหมือนเช่นตอนนี้

    “ผมจะค่อยๆนะครับ” เสียงกระเส่าเอื้อนเอ่ย ผมหลับตาแน่นเมื่อความเย็นเยือกของส่วนบานกดมา บั้นท้ายผมขยับหนีแต่ถูกรั้งไว้ด้วยมือหนาแถมถูกดึงร่นให้ประชิดกับความใหญ่โตนั้นอย่างช้าๆ

    “อื้อพี่เอก ปล่อยให้ผมเข้าไปนะ” ผมกัดปากแน่น แค่ส่วนหัวยังไม่เข้ายังแน่นจุก สองขาผมสั่นแต่ก็ใจสู้มากพอที่จะแยกมันให้กว้างขึ้นอีกหน่อย

    “อุ๊ก!!” ผมจุกจนสะดุ้ง ความใหญ่ส่วนแรกแทรกกายแน่นหนึบมาภายใน หูรูดน้อยร้อนฉ่าเหมือนถูกไฟลวก ความเจ็บแล่นจี๊ดถึงสมอง ขาที่สั่นเทาเริ่มอ่อนแรง ยังดีที่คนข้างหลังเรี่ยวแรงเหลือช่วยประคอง

    “ผมรักพี่เอกนะ พี่เอกเป็นของผม ของผมคนเดียว” เสียงอ่อนหวานปนกับหอบพร่าของแฟนหนุ่มทำให้ผมปล่อยตัวแรงดันมหาศาลไหลผ่านร่องแคบจนหน้ามืด ความเจ็บยังมีอยู่ แถมพ่วงความจุกหน่วงแถวท้องน้อยจนแทบหมดลม

    “จะหมดแล้ว อดทนนะครับคนดี”

    “อื้อ อ๊า” ผมไม่ตอบ ไม่รู้ว่าเรี่ยวแรงหายไปไหนหมด มันจุกหอบจนเจ็บทั่วทรวงอก ความใหญ่โตที่ไม่เคยชินคาคับในตัวจนแนบแน่น เนื้อในร้อนระอุโอบรัดสิ่งแปลกปลอมแน่นขนัดจนใบหน้าหล่อบิดเบ้ ความเสียวกระสันเล่นงานอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง คุณต่อซี๊ดปาก

    “ให้ผมขยับนะครับ คนดี ซี๊ด พะ พี่เอกตอดแน่นเกินไป” ร่างสูงประท้วง ผมได้แต่อ้ำอึ้งเพราะยังปรับสภาพไม่ได้ จะเปล่งเสียงก็มีแต่ลมและความจุกเสียด แท่งเนื้อที่ไหลครูดเคลื่อนตัวออกช้าๆก่อนจะกลับมาที่เดิมเป็นจังหวะพอให้ผ่อนคลาย ใครบอกว่าโดนบ่อยๆจะชิน ผมล่ะเถียงขาดใจ ความเจ็บ ความจุกมันยาวนานจนแทบกลั้นใจตายตรงนั้น กว่าจะเจอความเสียวซ่านก็เล่นเอาหน้ามืด

    “อื้อ อื้อ” ผมพยายามประท้วงให้เขาแช่ไว้ก่อน แต่กลายเป็นเหมือนร้องครางเชื้อชวนมากกว่า คนตัวใหญ่จึงสาวกายสุดจังหวะความยาวก่อนจ้วงสุดโคน

    ป๊าบ!!!

    “อื้ออออออออออออออออออออออ” ผมหลับตาแน่น มันจุกๆเสียวๆแปลกๆ เห็นดาววูบวาบที่หางตาจนแข้งขาไร้เรี่ยวแรงทรุดลงจนคนก่อเรื่องต้องหิ้วปีกไว้

                 ร่างของพวกเราเคลื่อนที่อย่างทุลักทุเล คงเพราะเรี่ยวปแรงผมหายไปหมดแล้ว คุณต่อจึงซ้อนหลังจะดันให้ไปจบที่อ่างอาบน้ำที่แห้งสนิท ผมถูกเร่งให้ยกขาก้าวไปทั้งๆที่พลังงานแข็งขืนยังบดเบียดในร่างอยู่ พอนั่งลงก็กลายเป็นว่าผมหันหลังและนั่งทับหน้าตักแฟนหนุ่มที่กำลังออกแรงสอยผมให้ร่วงเหมือนเร่งทำคะแนน

    “ที่รัก หันมาทางผมนะ” เสียงชวนฝันพูดผมยังไม่ทันตอบก็ถูกหมุนตัวทั้งๆที่ของแข็งยังไม่หลุด

    “อ๊าๆๆๆๆ เจ๊บ” ในที่สุดผมก็แหกปากออกมาได้ หน้าตาคงแดงก่ำไปหมดแน่ คุณต่อเหมือนไม่ทะนุถนอมผมเท่าไหร่เลยวันนี้

    “มะ ไม่เอาแล้ว ฮือ พี่เจ็บ” มันเจ็บจริงๆนะครับ ไอ้ที่เคยอ่านในนิยายเกย์ว่าฝ่ายรุกเอี้ยวมาขยับฝ่ายรับโดยที่ยังสอดแทรกกายทำให้เสียวมากน่ะ นิยายหลอกเด็กชัดๆ เพราะความใหญ่แน่นมันคาอยู่ แถมร่องแคบของผมก็ยังปรับสภาพไม่ค่อยได้ ตอนนี้เลยได้แต่ทรุดตัวแนบหน้ากับอกแดงช้ำของคนที่ทำร้าย

    “คุณต่อโกรธ แต่อย่าทำแบบนี้กับพี่สิ อือ...” แล้วน้ำตามันก็ไหลออกมา คงเพราะทั้งเจ็บและเสียใจแหละที่แฟนทำรุนแรงเหมือนเราเป็นสิ่งของ ผมพยายามนิ่งแต่คนข้างล่างน่าจะรู้เพราะน้ำตาอุ่นหยดกระทบยอดอก

    “พี่เอก ผมขอโทษ ผมขอโทษ” เหมือนเขาจะได้สติกลับมาดึงร่างผมไปกอด ผมไม่ได้สะอื้นเหมือนหญิงสาวแรกแย้ม พยายามกัดฟันไว้เพราะไม่อยากเผยมุมอ่อนแอ โดนกระทำไม่ว่า แต่รุนแรงแบบนี้เอกภพก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ

    “คุณต่อ...” ผมไม่รู้จะพูดอะไร มันเจ็บจุกไปหมดทั้งร่างกายและจิตใจ

    “ผมไม่ดีเอง ผมหึงมากไปหน่อย ผม...ขอโทษ” น้ำเสียงแผ่วเบาเหมือนสำนึกผิดได้จริงๆ

    “พี่ไม่เคยมีใคร ไม่เคยคิดจะมีใคร นอกจากคุณต่อนะครับ” ผมย้ายซบที่ไหล่

    “ผม...อื้อออออออ...ผมแม่งเชี่ย” จริงๆคุณต่อสบถออกมาเป็นตัว ห นะครับ ไม่ใช่ ช (แต่กลัวโดนแบน)

    “ผมขอโทษ ขอโทษนะครับ” ใบหน้าผมถูกจับไปอยู่ในระดับเดียวกัน แววตาสำนึกผิดทำผมใจอ่อนอีกจนได้ ความตึงหน่วงที่บั้นท้ายกลับมาแน่นหนึบอีกครั้ง

    “จูบพี่หน่อย” ผมร้องขอ “ช่วยให้พี่หายเจ็บหน่อยได้ไหม” ใบหน้าหล่อไม่ตอบ มีเพียงรอยยิ้มและแรงประทับของสองเราส่งผ่านความรักไปมาจนเรือนร่างผมซ่านกระสัน ขนกายลุกชูชันตามแรงขับเคลื่อนที่แสนวาบหวาม ความใหญ่โตโอ่อาเบื้องล่างขยับไปมาโดยมีสองมือบังคับบั้นเอวผมให้ขึ้นลงเป็นจังหวะ แรงเสียดสีจี้จุดภายในเริ่มปรับสภาพได้ ความหน่วงผ่อนปรนไปเยอะ ความจริงมันไม่หายเจ็บหรอก แต่เพราะรสจูบที่อ่อนโยนซาบซ่านนี่ต่างหากที่กระตุ้นให้ร่างกายผมรับรู้ถึงความสุขสมล้นปรี่ที่ขับเคลื่อนเข้าออก แรงปะทะหนักหน่วงและรุนแรง ผมเหลียวมองภาพในกระจกอย่างกระดากอายเมื่อความใหญ่โตสอดผ่านล้วงเอาเนื้อสดภายในไหลรูดเผยมาด้วย ยิ่งดูสติก็ยิ่งกระเจิดกระเจิง แรงบดขยี้รุนแรงและป่าเถื่อนกว่าเก่า แต่ผมกลับรู้สึกดีที่ถูกกระทำ ยินยอมให้ความใหญ่โตสอดทะยานล้วงลึกจนด้านในชาดิก แรงเคลื่อนไหวกระทุ้งกระแทกเข้าไปจนผมหวีดหวิว ปากร้อนดูดเฟ้นที่เนินอกผมอย่างหิวหื่นแรงขบหัวนมแข็งกระตุ้นความต้องการที่หยาบโลนให้โพยพุ่ง ผมขยับบั้นท้ายขึ้นลงด้วยตัวเองอย่างโหยหาท่อนเนื้อแข็งแกร่งที่สอดประสานเป็นจังหวะเดียวกัน แรงกดทับดังปึงปังทั่วห้องน้ำ เหงื่อไหลย้อยหยดปนเปกับเรือนร่างแฟนหนุ่มก่อนไหลตกไปที่อ่างอาบน้ำเป็นทาง

                 แรงกระตุ้นหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆจนผมลืมเลือนความเจ็บปวด แรงดูดดึงที่แผ่นอกจนเป็นรอยแดงทำให้ลอยละล่อง ร่างกายที่เคยขัดขืนแปรเปลี่ยนเป็นโรมรันอย่างไม่รู้จักพอ เสียงลมหายใจเหนื่อยหอบผสานกันไปมา บั้นท้ายที่หย่อนขึ้นลงเป็นฟองมีหยาดหยดของเหลวข้นไหลเยิ้ม บั้นท้ายของคนที่อยู่เบื้องล่างเคลื่อนไหวรุนแรง หัวบานครูดชนเนื้อภายในจนหวิวไหว ผมกรีดร้องอย่างหนักเมื่อจังหวะสอดแช่กระทบกับความสุขล้นที่ซุกซ่อนอยู่ แรงบดขยี้จุดเดิมซ้ำไปมาทำให้แก่นกายที่อ่อนยวบกลับมาผงาดอีกครั้ง จังหวะกระแทกเข้าออกสุดความยาวทำให้ผมจิกนิ้วกับแผ่นหลังขาวเนียนอย่างหนัก ของคุณต่อใหญ่โตเกินไป มันยิ่งทำให้สองขาต้องแหวกกว้างไปอีก แรงเร่งเร้าจุดหรรษาทำให้ผมหน้ามืด ความเสียวหน่วงท้องน้อยบิดมวนรุนแรงจนต้องสูดลมหายใจยาว คุณต่อส่งแก่นกายมิดสอดประสานความต้องการที่ห่างหายไปร่วมเดือนอย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าเหยเหเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและร่องรอยความต้องการชวนให้ผมเคลิบเคลิ้ม แรงกดแนบชิดจนถึงส่วนที่ลึกที่สุด ผมผวาตัวสั่นเทิ้มเมื่อความสุขสมขยับมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ....