หลังจากที่หงอ้ายกับย่าฟางเอาของไปส่งให้คุณนายตำรวจแล้วก็ไม่ได้ออกไปขายของอีก ตอนนี้หงอ้ายสามารถเอาของออกมาให้ทุกคนในบ้านกินใช้ได้อย่างเปิดเผย นอกจากนมสดที่มีให้ดื่มทุกวันในตอนเช้ากับตอนเย็นแล้ว ตอนบ่ายก็จะมีผลไม้กับขนมต่างๆ ที่มีอยู่ในระบบเกมฟาร์มผลัดเปลี่ยนให้ทุกคนได้ลิ้มลอง นับได้ว่าชีวิตในตอนนี้ของคนบ้านฟางดีขึ้นเป็อย่างมาก ได้กินอิ่มนอนหลับหน้าตาผิวพรรณสดใสกันทุกคน
และถ้ามีใครในหมู่บ้านสงสัยถึงการกินดีอยู่ดีของคนบ้านฟาง นางหวังซื่อก็จะให้คำตอบกลับไปว่าปีนี้บุตรชายคนเล็กเอาคูปองและเงินกลับมาให้ที่บ้านเป็จำนวนมาก ซึ่งพอคนอื่นๆ ได้ยินแบบนี้ก็ได้แต่อิจฉาคนบ้านฟาง แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาหาเื่ เพราะบุตรชายคนที่สามของครอบครัวฟางเป็ทหาร และยังมีรูปร่างสูงใหญ่กว่าผู้ชายคนอื่นมาก แม้แต่นางจางกับบุตรชายที่ชอบค่อนแคะบ้านฟางอยู่บ่อยๆ ก็ยังยอมเก็บปากเก็บคำของตนเอง
่เวลาสิ้นปีและเดือนแรกของการขึ้นปีใหม่ก็ค่อยๆ ผ่านไปอย่างสงบ แต่ก็มีบางวันที่หงอ้ายกับย่าฟางต้องเข้าอำเภอเพื่อไปหาซื้อของกัน หรือบางครั้งก็ไปเยี่ยมอาฟางม่านกับสามีที่บ้านพักในอำเภอ ซึ่งพวกเธอก็ขนเอาข้าวของไปให้มากมายเช่นกัน และได้เห็นสีหน้าของอาสาวยิ้มแย้มแจ่มใส ที่บ่งบอกได้ว่าอีกฝ่ายมีความสุขดี ย่าฟางก็กลับบ้านด้วยความสบายใจและวางใจลงได้
"อ๊ะ!! นั่นใช่คุณป้าฟางหรือเปล่าคะ" เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นที่ด้านหลัง ในตอนที่หงอ้ายกับย่าฟางกำลังจะเดินออกจากสหกรณ์หลังจากที่ซื้อของเสร็จแล้ว ซึ่งวันนี้ก็เป็อีกวันที่สองย่าหลานขี่จักรยานเข้าอำเภอเพื่อมาหาซื้อของ และมาสอบถามเื่ราคาของวัสดุสร้างบ้านด้วย
"อ้าว คุณนายกง สบายดีนะคะ" นางหวังซื่อหันไปเห็นว่าใครเป็คนเอ่ยเรียกก็พาหลานสาวให้หยุดเดินและหันไปทักทายอีกฝ่ายที่รีบเดินเข้ามาหาด้วยท่าทางดีใจเป็อย่างมากที่เจอพวกเธอ
"สบายดีค่ะ คุณป้ากับหนูหงอ้ายละคะ เป็ยังไงบ้าง แล้ววันนี้เข้าอำเภอมาทำอะไรหรือคะ" สุ่ยหงเหมยหรือคุณนายกงเอ่ยตอบกลับไปด้วยท่าทางเป็กันเอง และคำถามในตอนท้ายก็ไม่ลืมจะลดเสียงให้เบาลงพอให้ได้ยินกันแค่สามคนเท่านั้น
"สบายดีค่ะ วันนี้เห็นว่าอากาศไม่ค่อยหนาวแล้ว เลยเข้ามาหาซื้อพวกของใช้ในครัวกันค่ะ" นางหวังซื่อเข้าใจความนัยของอีกฝ่าย และเอ่ยตอบกลับไปตามความจริง วันนี้นางกับหลานสาวเข้ามาหาซื้อพวกเครื่องปรุงเครื่องสมุนไพรไว้ไปใช้ทำอาหารเท่านั้น
"ถ้าอย่างนั้นไม่ทราบว่าตอนนี้คุณป้าฟางพอจะมีเวลาไหมคะ คือฉันมีเื่ที่อยากคุยด้วยนะคะ" สุ่ยหงเหมยเอ่ยถามสองย่าหลาน ด้วยท่าทางเกรงใจเพราะตนเองอาจจะมารบกวนเวลาของผู้อื่น
"ว่างค่ะ ได้ของครบหมดแล้วไม่ได้ทำอะไรอีก" นางหวังซื่อเอ่ยปากรับคำในทันที นางเข้าอำเภอมาวันนี้ก็ไม่ได้มีธุระอะไรเป็พิเศษอยู่แล้ว
จากนั้นคุณนายกงก็พาพวกเธอสองย่าหลาน เดินไปยังสวนที่อยู่ไม่ไกลจากสหกรณ์มากนัก และแถวนี้มีเก้าอี้ไม้ตั้งไว้ให้ผู้คนมานั่งพักผ่อนได้อีกด้วย
"คืออย่างนี้ค่ะ ของที่ฉันได้มาเมื่อคราวที่แล้วมีคนสนใจกันมาก ฉันเลยอยากได้เพิ่มไม่ทราบว่าคุณป้าพอจะหาให้อีกได้ไหม" สุ่ยหงเหมยเอ่ยถามถึงสิ่งที่้าทันที เพราะไม่อยากรบกวนเวลาของทั้งสองคนมากนัก และเธอเองก็ค่อนข้างร้อนใจด้วย เพราะตอนนี้มีหลายคนที่เคยซื้อไปใช้แล้วถูกใจจนอยากได้เพิ่ม
"คุณนายอยากได้อะไรบ้าง แล้วจำนวนเท่าไรคะ" นางหวังซื่อหันไปมองหลานสาวเห็นอีกฝ่ายส่งยิ้มมาให้ ก็รู้ได้ทันทีว่าหลานสาวอยากทำการค้าครั้งนี้จึงเอ่ยถามออกไป
"ฉันอยากได้สบู่ 200 ก้อน ยาสระผม 100 ขวด และโลชั่นทาตัว 50 ขวดค่ะ พอจะหาให้ได้ไหมคะ" สุ่ยหงเหมยได้ยินคำถามก็รีบเอ่ยตอบกลับไป เพราะเธอคิดมาแล้วว่าถ้ามีโอกาสได้สั่งของอีกครั้งจะ้าอย่างละเท่าไรบ้าง
"กำหนดส่งของขอเป็วันจันทร์หน้าได้ไหมคะ ของค่อนข้างจำนวนเยอะคงต้องใช้เวลาหน่อย แล้วก็ยาสระผมกับโลชั่นราคาปรับขึ้นเป็ขวดละ 10 หยวนนะคะ ไม่ทราบว่าคุณนายจะรับราคานี้ไหวไหม" หงอ้ายพอได้ฟังจำนวนที่ลูกค้าสาวสั่งก็ตาลุกวาว ของพวกนี้เธอมีอยู่ในระบบเกมฟาร์มครบหมดแล้ว เพียงแต่ว่าต้องถ่วงเวลาให้นานสักหน่อยเพื่อความสมจริง ซึ่งวันนี้เป็วันอังคารนัดหมายวันจันทร์หน้าก็นับว่าเหมาะสม และเธอยังขอปรับขึ้นราคาของไปด้วย
"ขึ้นเป็ 10 หยวนอย่างนั้นหรือ ตกลงจ้ะ ฉันขอบอกตามจริงเลยนะ ยาสระผมกับโลชั่นทาตัวที่ซื้อส่งมาจากปักกิ่งก็ราคาขวดละ 15 หยวนแล้ว และคุณภาพก็ไม่ดีเท่ากับของหนูเลยด้วย" สุ่ยหงเหมยเอ่ยตอบกลับสองย่าหลาน ส่วนราคาที่เพิ่มขึ้นมาก็ไม่เป็ปัญหา เพราะเธอเองก็ขายเท่ากับราคาของที่ส่งมาจากปักกิ่งอยู่แล้ว อย่างไรก็ยังได้กำไรอยู่ดี
หงอ้ายพยักหน้ารับตามที่คุณนายกงพูด เพราะเธอกับย่าก็ไปสอบถามราคามาแล้วเช่นกันว่าของทั้งสองอย่างที่ส่งมาจากปักกิ่งมีราคาสูงถึงขวดละ 15 หยวนเลย แต่ขนาดก็เท่ากับของที่เธอเอาออกมาขายคือ 250 กับ 300 มิลลิลิตรเท่านั้น
"ดีใจที่คุณนายชอบนะคะ ของพวกนี้เป็ของที่สกัดมาจากผักผลไม้ธรรมชาติ ไม่ได้ใส่สารเคมีเหมือนที่ขายอยู่ในสหกรณ์หรอกค่ะ" หงอ้ายเมื่อมีโอกาสก็รีบโฆษณาสินค้าของตนเองออกไปในทันที และก็ไม่ใช่เื่โกหกเพราะของในระบบเกมฟาร์มมีแต่ของที่ผลิตขึ้นมาจากพืชผักที่ปลูกอยู่ในระบบเกมทั้งนั้น
"ถึงว่าของที่ได้ไปมีคุณภาพดีมาก กลิ่นก็หอม พี่สะใภ้ของฉันเป็พวกแพ้พวกสารเคมีใช้ของที่ขายในสหกรณ์ไม่ได้เลย แต่พอลองใช้ของที่ได้มาจากหนูหงอ้ายก็ไม่มีอาการแพ้เลย นี่ก็ฝากให้ซื้อส่งไปเพิ่มด้วย ส่วนนี่เป็เงินมัดจำจำนวนห้าร้อยหยวนจ้ะ" สุ่ยหงเหมยเอ่ยขึ้น และดีใจในความโชคดีของตนเองที่ได้เจอกับย่าหลานคู่นี้และได้สินค้าคุณภาพดีมาใช้ ถึงแม้ตอนนี้รัฐบาลจะเข้มงวดและมีคำสั่งห้ามการค้าขายเก็งกำไรมากแค่ไหน แต่ของที่ต้องกินต้องใช้ก็ยังหลับตาข้างลืมตาข้างอยู่บ้าง เพราะภรรยาของคนพวกนั้นก็เที่ยวสรรหาข้าวของต่างๆ มาใช้ดูแลตัวเองด้วยเหมือนกัน
"ของที่สั่งทั้งหมด 2700 หยวน มัดจำมา 500 หยวน จ่ายตอนวันรับสินค้าอีก 2200 หยวนนะคะ นี่ใบสั่งของค่ะ" หงอ้ายรับเงินมัดจำมาและก้มลงเขียนใบสั่งสินค้า พร้อมกับเอ่ยบอกจำนวนเงินให้อีกฝ่ายรับรู้ไปด้วย
"คิดเงินได้เร็วเหมือนเคยเลย" สุ่ยหงเหมยรับใบรายการสินค้ามาเก็บไว้ และไม่ลืมเอ่ยชมเด็กหญิงไปด้วย ขนาดเธอเองที่จบถึงชั้นมัธยมปลายก็ยังคิดเลขได้ไม่เร็วเท่าอีกฝ่ายเลย
"คุณนายกงคะ คือว่าวันที่นัดกันฉันอาจจะให้ลูกชายช่วยขนของมาส่งด้วยนะคะ" นางหวังซื่อเอ่ยบอกลูกค้าสาว เพราะของที่สั่งครั้งนี้ค่อนข้างเยอะ ถ้าให้พวกเธอแบกตะกร้ากันมาเพียงสองคนย่าหลานก็จะดูน่าสงสัยเกินไป จึงคิดจะให้บุตรชายมาช่วยเพิ่มอีกสักคน
"ไม่มีปัญหาค่ะ จริงด้วยฉันยังไม่ได้บอกข่าวคุณป้าฟางเลย คือว่าพวกยุวชนแดงถูกส่งตัวกลับไปเกือบหมดแล้วนะคะ เหลือแค่ที่ประจำสำนักงานไม่กี่คนเท่านั้น พอดีมีทหารระดับนายพลย้ายมาประจำที่นี่ พวกนั้นเลยต้องย้ายไปที่อื่นกัน" สุ่ยหงเหมยรับคำ และไม่ลืมเอ่ยบอกเื่ที่เกิดขึ้นในอำเภอ เป็เพราะมีนายทหารยศใหญ่ย้ายมาประจำอยู่ในพื้นที่แล้ว พวกยุวชนแดงจึงถูกส่งตัวออกจากพื้นที่ไปจนเกือบหมด เหลือแค่พวกที่ต้องอยู่เฝ้าสำนักงานไม่ถึงสิบคน
"ดีจริงๆ เลยค่ะ ไม่ปิดบังคุณนาย เมื่อวันที่ฉันมาส่งของครั้งแรก เจอพวกทหารแดงมาค้นด้วยค่ะ แต่ดีว่าวันนั้นฉันเอามาแค่ของที่คุณสั่งไม่ได้เอามาขายด้วยไม่อย่างนั้นคงแย่ไปแล้ว" นางหวังซื่อพอได้ยินว่าพวกทหารแดงถูกส่งตัวออกไปหมดแล้วก็รู้สึกโล่งใจ และเอ่ยบอกเื่ที่ตนเองเจอมาให้อีกฝ่ายฟัง
"จริงหรือคะ เอาแบบนี้ถ้าคราวหน้าคุณป้าเจอใครมาตรวจค้นอีก ให้บอกไปว่าเป็ของจากบ้านท่านนายพลสุ่ยได้เลยค่ะ นายพลที่ย้ายมาประจำที่นี่เป็พี่ชายของฉันเอง ถ้าถูกถามก็บอกไปเลยว่ารู้จักกับฉัน" สุ่ยหงเหมยได้ฟังว่าอีกฝ่ายเกือบเดือดร้อนก็ใ พร้อมกับเอ่ยแนะนำให้อีกฝ่ายอ้างชื่อพี่ชายของเธอได้ แล้วเดี๋ยวเธอจะไปบอกพี่สะใภ้ให้รู้เอาไว้
"อุ๊ย แบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ จะไปรบกวนคุณนายได้ยังไง" นางหวังซื่อพอได้ยินว่าอีกฝ่ายให้ความช่วยเหลือด้วยการให้อ้างชื่อท่านนายพลก็รู้สึกทั้งใและขอบคุณไปพร้อมกัน คนไม่ได้รู้จักสนิทสนมกัน แต่ยินยอมให้ความช่วยเหลือนางมากถึงขนาดนี้
"ไม่รบกวนเลยค่ะ และเราก็รู้จักกันจริงๆ เพราะฉะนั้นเื่แค่นี้จะเรียกว่ารบกวนได้ยังไงคะ" สุ่ยหงเหมยเอ่ยตอบกลับไปด้วยความภูมิใจว่าตนเองมองคนไม่ผิดจริงๆ ถ้าเป็คนอื่นคงยิ้มรับไปแล้ว ไม่มาคิดว่าจะเป็การรบกวนคนที่เพิ่งรู้จักกันแบบนี้แน่นอน
"ขอบคุณมากค่ะ แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ ถ้าไม่จำเป็จริงๆ พวกฉันไม่มีทางทำให้คุณนายต้องเดือดร้อนแน่นอน" นางหวังซื่อพอได้ฟังคำตอบของอีกฝ่ายก็รู้สึกขอบคุณจากใจ และไม่คิดจะนำชื่อของอีกฝ่ายไปใช้เป็อันขาด ถ้าไม่จวนตัวหรือว่าจำเป็จริงๆ
"ไม่ต้องเกรงใจค่ะ อย่างที่เคยบอกว่าฉันถูกชะตาคุณป้ากับหนูหงอ้ายมาก และฉันเชื่อว่าเรายังต้องได้ทำการค้าด้วยกันอีกนานเลยล่ะค่ะ ดูซิรบกวนเวลาของคุณป้ากับหนูหงอ้ายมานานแล้ว ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ" สุ่ยหงเหมยเอ่ยตอบกลับไปและพอมองเวลาแล้วก็เอ่ยขอตัวกับสองย่าหลาน
"ขอบคุณมากค่ะ ถ้าอย่างนั้นเจอกันวันจันทร์ที่เดิมนะคะ" นางหวังซื่อได้ยินคำตอบของอีกฝ่ายก็สบายใจ เอ่ยลาและยืนรอให้อีกฝ่ายเดินออกไปก่อน
"คุณนายเธอไม่ถือตัวดีนะคะย่า" หงอ้ายที่พอเห็นลูกค้าสาวเดินไปแล้วก็หันมาคุยกับย่า
"ไม่หรอก ย่าคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะถูกชะตากับเราสองคนมากจริงๆ ถึงได้ยอมพูดคุยสนิทสนมด้วยแบบนี้ ตอนนั้นย่าเคยเห็นเธอคุยกับคนอื่นก็ไม่ได้มีท่าทางแบบนี้นะ ค่อนข้างจะถือตัวเลยล่ะ" นางหวังซื่อเอ่ยตอบหลานสาว
"ขอแค่เธอซื้อของกับเราเยอะๆ แบบนี้ ต่อให้เธอจะถือตัวหนูก็ไม่ถือค่ะ คิกๆ" หงอ้ายเอ่ยตอบกลับย่าฟางพร้อมกับหัวเราะคิกคักด้วยความดีใจไปด้วย เพราะหลังจากที่หยุดออกมาขายของเธอก็ไม่มีรายได้เข้ากระเป๋าอีกเลย แต่วันนี้กลับขายของได้มากถึงสองพันหยวน
"ไปเถอะกลับบ้านกัน เดี๋ยวย่าต้องไปคุยกับอาเล็กของหลานหน่อย ไม่รู้ว่ายังอยากจะกลับไปเป็ทหารอีกหรือเปล่า" นางหวังซื่อลูบหัวหลานสาวด้วยความรักใคร่ ยิ่งเห็นท่าทางดีใจก็ได้แต่ยิ้มเอ็นดู
เมื่อกลับมาถึงบ้านใน่บ่ายทุกคนก็กลับมาจากลงงานแล้วเช่นกัน เพราะหลังจากการปลูกข้าวฤดูหนาวเสร็จสิ้นแล้ว ่นี้ก็ไม่มีงานอะไรมากนอกจากเดินตรวจตราแปลงนากับถอนพวกวัชพืชแค่นั้น ส่วนพวกผักป่าก็มีให้เก็บไม่มากนักเพราะอากาศที่หนาวเย็น
"วันนี้ฉันเข้าเมืองไปกับหงอ้าย แล้วไปเจอคุณนายตำรวจเข้าเธอเลยสั่งของมาเยอะเลย ไว้วันจันทร์เ้ารองก็ช่วยแม่ขนของไปส่งด้วยก็แล้วกัน" นางหวังซื่อเอ่ยขึ้นเมื่อทุกคนมานั่งล้อมวงกินผลไม้ที่หลานสาวเอาออกมา ซึ่งเป็ลูกเฉ่าเหมยสีแดงสดลูกโตแบบที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน และยังมีกลิ่นหอมและหวานมากอีกด้วย (สตรอว์เบอร์รี)
"ได้ครับ" ฟางไป่เอ่ยรับคำมารดา พร้อมกับหยิบผลไม้สีแดงสดลูกใหญ่เข้าปาก และหลับตาพริ้มซึมซับรสชาติที่หอมอบอวลอยู่ในปาก
**********
ไรต์ : กำลังกินเฉ่าเหมยอยู่เลยแอบเขียนใส่เข้าไปด้วย ซื้อมาตอนไปในเมืองลูกใหญ่กว่าที่ตลาดแถวบ้าน แต่เสียดายกล่องนิดเดียวราคาเกือบ 200 บาท แถมยังเปรี้ยวมากกว่าหวานอีกต่างหาก เสียใจ…
ปล. ขอเปลี่ยนชื่อคุณนายกงจาก ตงหงเหมย เป็ สุ่ยหงเหมย เพราะผู้เขียนงงเอง ฮ่าๆ
แจ้งอีกครั้ง!! ั้แ่ตอนที่ 21 เป็ต้นไป จะทำการติดเหรียญถาวรจำนวนคำต่อตอนอยู่ที่ 2200 คำขึ้นไป ขอกราบแนบอกค่ะ