ฉัวะ!
กระบี่ยาวฟันลงมา ทว่าสิ่งที่ร่วงหล่นสู่พื้นกลับไม่ใช่ศีรษะของซีเซ่ง แต่เป็เชือกที่มัดตัวเขาไว้
สีหน้าของฮวาหมู่หลานเปลี่ยนไป ห้วนกุ๋ยหยุดเคี้ยวอาหาร ทุกคนในกระโจมต่างมองไปยังโตซางด้วยความประหลาดใจ ไม่เข้าใจว่าเหตุใดนายท่านของพวกเขาถึงไม่ฆ่าโจรทะเลผู้นั้น แต่กลับช่วยตัดเชือกให้
ซีเซ่งที่คิดว่าตนเองต้องตายแน่แล้วลืมตาขึ้น มองโตซางด้วยความสงสัยและประหลาดใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความมึนงง
"ใต้หล้าโกลาหล เป็เวลาที่คนรุ่นข้าจะสร้างผลงานและชื่อเสียง เ้าซีเซ่งก็นับว่าเป็ลูกผู้ชายคนหนึ่ง หากต้องมาตายเพื่อตระกูลบิเช่นนี้ มันคุ้มกันหรือ?" โตซางย้อนถามด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
ร่างกายของซีเซ่งสั่นสะท้านเล็กน้อย เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะขมวดคิ้วกล่าวว่า "โตซาง เ้า้าอะไรกันแน่?"
"ฆ่าเ้านั้นง่าย ข้าเพียงอยากถามว่า เ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดตระกูลบิถึงจ้างเ้ามาฆ่าข้า" โตซางโยนกระบี่คืนให้ฮวาหมู่หลาน แล้วกลับไปนั่งที่ตำแหน่งประธานตามเดิม
ซีเซ่งนวดข้อมือพลางแค่นเสียงเย็น "ข้าซีเซ่งมีหน้าที่แค่ฆ่าคน เื่อื่นข้าไม่สนใจ"
โตซางยิ้มและกล่าวเรียบ ๆ ว่า "ไม่รู้สินะ เช่นนั้นข้าจะบอกเ้า ตอนที่บิดาข้ายังมีชีวิตอยู่ ตระกูลบิ้าผูกสัมพันธ์กับตระกูลโตของข้า จึงเสนอการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ บัดนี้บิดาข้าเพิ่งล่วงลับไปไม่นาน ตระกูลบิเพื่อที่จะประจบประแจงนายใหม่คือเล่าปี่ ถึงกับคิดทรยศต่อคำสัญญา ้าฉีกสัญญาการแต่งงานนี้ทิ้ง ข้าโตซางไม่ยอมรับความอัปยศจึงปฏิเสธอย่างเด็ดขาด ตระกูลบิโกรธแค้นจนหน้ามืดตามัว จึงจ้างโจรทะเลอย่างเ้า โดยไม่สนว่าจะทำให้ชาวบ้านในเมืองไห่ซีต้องเดือดร้อน เพียงเพื่อจะกำจัดข้าให้พ้นทาง"
ทุกคำพูดของโตซางดังกังวานราวกับเสียงสายฟ้า เต็มไปด้วยความโกรธแค้น บอกเล่าถึงเหตุและผลทั้งหมด
ความอาฆาตบนใบหน้าของซีเซ่งค่อย ๆ จางหายไป ในแววตาที่เคยเด็ดเดี่ยวกลับมีความตกตะลึงพาดผ่าน
เห็นได้ชัดว่า ซีเซ่งเพียงแค่คิดว่าบิฮอง้าฆ่าเขาเพราะถูกโตซางดูิ่ แต่ไม่คาดคิดว่าเหตุผลที่แท้จริงคือการที่โตซางไม่ยอมยกเลิกสัญญาหมั้นหมาย
"ข้าได้ยินมานานแล้วว่าเ้าซีเซ่งเป็ผู้มีน้ำใจนักเลง การออกทะเลเป็โจรทะเลก็เพียงเพราะความจำเป็เพื่อเลี้ยงดูสหายของเ้า ข้าจึงอยากถามว่า การที่เ้ามาฆ่าข้าเพื่อตระกูลบิที่ทรยศต่อคำสัญญานั้น มันคู่ควรกับหัวใจนักเลงของเ้าหรือไม่?" โตซางซักไซ้ด้วยน้ำเสียงที่ดุดันยิ่งขึ้น
ซีเซ่งเงียบไป สีหน้าหม่นลง และเริ่มมีความละอายใจปรากฏออกมา
การแสดงออกของเขาเป็ไปตามที่โตซางคาดการณ์ไว้ เพราะก่อนหน้านี้โตซางได้สืบประวัติของซีเซ่งอย่างละเอียด จนเข้าใจนิสัยใจคอของเขาอย่างทะลุปรุโปร่ง มิเช่นนั้นคงไม่คิดที่จะชักชวนให้มาสวามิภักดิ์
เมื่อเห็นว่าซีเซ่งเริ่มหวั่นไหว โตซางจึงกล่าวว่า "ตอนบิดาข้ายังมีชีวิตอยู่ เคยกล่าวว่าเ้าซีเซ่งเป็ผู้มีพร์ในการเป็ขุนพล หากมีโอกาสในภายหน้าควรชักชวนมาใช้งาน แม้บิดาจะล่วงลับไปแล้ว แต่คำพูดของท่านข้าไม่กล้าลืม ซีเซ่ง บัดนี้ข้าขอชวนเ้ามาสวามิภักดิ์ ให้เ้ามาเป็แขนซ้ายแขนขวาของข้า ช่วยข้ายึดซีจิ๋วคืนมา และสร้างความยิ่งใหญ่ในยุคนี้ เ้าเต็มใจหรือไม่"
หลังจากปูทางมาพักหนึ่ง ในที่สุดโตซางก็ยื่นข้อเสนอ ส่วนเื่ที่ว่า ‘บิดาเคยกล่าวไว้’ นั้น แน่นอนว่าเป็เื่ที่เขาแต่งขึ้นเอง หากโตเกี๋ยมมีความสามารถในการมองคนขนาดนั้นจริง คงไม่ถูกโจโฉรังแกจนอยู่ในสภาพน่าสมเพชเช่นนั้น *[1]
ซีเซ่งเงยหน้าขึ้นทันที มองโตซางด้วยความประหลาดใจ ราวกับไม่เชื่อว่าโตซางไม่เพียงแต่ไม่ฆ่าเขา แต่ยัง้าชักชวนให้เขามารับใช้
ความใจกว้างเช่นนี้ พร้อมกับคำประกาศกร้าวถึงความทะเยอทะยานที่จะสร้างความยิ่งใหญ่ ได้สั่นะเืใจซีเซ่งอย่างมาก จนเขาแทบไม่เชื่อว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะเป็คุณชายใหญ่ตระกูลโตที่ชาวซีจิ๋วร่ำลือกันว่าไร้ความสามารถ
ความคิดหมุนวน แววตาเปลี่ยนไป ซีเซ่งตกอยู่ในสภาวะต่อสู้ทางความคิดอย่างรุนแรง
โตซางรู้ดีถึงความสับสนในใจของเขา เพราะแม้แต่ดวงิญญาที่เรียกออกมายังมีทางความคิดและนิสัยเป็ของตนเอง นับประสาอะไรกับมนุษย์ที่มีเืเนื้ออย่างซีเซ่ง
"สวามิภักดิ์ต่อข้า เราจะเป็สหายที่ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ หากไม่ยอมสวามิภักดิ์ก็คือตาย ถ้าเป็ลูกผู้ชายก็จงตอบมาให้ชัดเจน!" โตซางตวาดเร่ง
ร่างกายของซีเซ่งสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ราวกับว่าเสียงตวาดของโตซางได้ทำลายความลังเลที่หลงเหลืออยู่จนหมดสิ้น เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ในแววตามีเพียงความเด็ดเดี่ยว
ซีเซ่งสูดลมหายใจเข้าลึก ประสานมือแล้วกล่าวอย่างองอาจว่า "ข้าซีเซ่งเป็เพียงโจรทะเล ขอบพระคุณคุณชายที่เห็นค่าในตัวข้า ข้ายินดีสวามิภักดิ์ต่อนายท่าน นับจากนี้ไปจะยอมบุกน้ำลุยไฟเพื่อนายท่าน โดยไม่ปฎิเสธ"
พูดจบ ซีเซ่งก็คุกเข่าลงข้างหนึ่ง ทำความเคารพตามธรรมเนียมระหว่างนายและข้ารับใช้
สำเร็จจริง ๆ ด้วย!
โตซางรู้สึกยินดีอย่างยิ่ง รีบลุกขึ้นพยุงซีเซ่งให้ลุกขึ้น พร้อมกับหัวเราะเสียงดัง "ดี ดี ดี! มีเ้าซีเซ่งเป็แขนซ้ายแขนขวา ข้าไม่ต้องกังวลว่าความยิ่งใหญ่จะไม่สำเร็จ นับจากนี้ไป เราจะร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ ฝ่าฟันเพื่อสร้างโลกใบใหม่ขึ้นมา"
ซีเซ่งรู้สึกตื่นเต้นและถูกปลุกเร้าด้วยความห้าวหาญของโตซาง จึงหัวเราะออกมาเสียงดังเช่นกัน
ส่วนฮวาหมู่หลานและเหล่าขุนพลเดิมที่อยู่รอบ ๆ ต่างพากันอ้าปากค้าง ไม่มีใครเชื่อว่านายท่านของตนจะใช้คำพูดเพียงไม่กี่คำ เปลี่ยนโจรทะเลที่พร้อมตายเมื่อครู่ ให้ยอมสวามิภักดิ์ได้อย่างเต็มใจ
[ติ๊ง... ระบบตรวจพบว่าห้วนกุ๋ยและฮวาหมู่หลานเกิดความเลื่อมใสในตัวนายท่าน ค่าความจงรักภักดีเพิ่มขึ้น…]
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนในหัว โตซางก็ยิ่งดีใจ ไม่นึกเลยว่าการชักชวนซีเซ่งจะช่วยเพิ่มค่าความจงรักภักดีให้กับขุนพลิญญาทั้งสองคนด้วย ช่างเป็การยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวจริง ๆ
ขณะที่กำลังตื่นเต้นอยู่นั้น ซีเซ่งก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงรีบประสานมือกล่าวว่า "สหายของข้าส่วนใหญ่หนีไปที่ทะเลแล้ว หากนายท่านเชื่อใจข้า โปรดตามข้าไปที่ทะเลสักรอบ เพื่อเรียกสหายเหล่านี้มาสวามิภักดิ์ จะช่วยเพิ่มทหารฝีมือดีให้นายท่านได้อีกหลายร้อยนาย อีกทั้งบิฮองก็ยังอยู่บนเรือ ผู้น้อยจะนำตัวมันมามอบให้นายท่าน เพื่อเป็ของขวัญในการสวามิภักดิ์ขอรับ"
การที่ซีเซ่งเสนอเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าเป็การทดสอบความไว้วางใจที่โตซางมีต่อเขา อีกทั้งทหารฝีมือดีหลายร้อยนายสำหรับโตซางที่กำลังขาดแคลนทหารนั้น เปรียบเสมือนการส่งถ่านในวันที่หิมะตก มีหรือที่จะไม่รับไว้
ยิ่งกว่านั้น ยังมีบิฮองที่เป็ผู้บงการอยู่เื้ั ผลประโยชน์มากมายขนาดนี้ โตซางไม่อาจปฏิเสธได้
"จิติญญาแห่งระบบ สแกนค่าความจงรักภักดีของซีเซ่งให้ข้าเดี๋ยวนี้" โตซางสั่งการด้วยจิต เขาไม่ได้โง่ขนาดนั้น หากซีเซ่งแสร้งสวามิภักดิ์แล้วพาเขาไปที่ทะเล มิเท่ากับส่งตัวเองไปตายหรือ
ในยุคสมัยนี้ การระแวดระวังคนเป็เื่ที่ขาดไม่ได้
[ติ๊ง... ระบบตรวจพบว่าค่าความจงรักภักดีของซีเซ่งในขณะนี้คือ 10]
ค่าความจงรักภักดี 10 ถือว่าค่อนข้างสูง ตราบใดที่ไม่เป็ค่าลบก็ไม่มีความเสี่ยงที่จะทรยศ หมายความว่าการตามเขาไปที่ทะเลนั้นไม่มีอันตราย
คราวนี้โตซางจึงมั่นใจ และตอบตกลงอย่างยินดี "เช่นนั้นข้าจะตามเ้าไปสักรอบ"
สิ้นคำพูด เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นในหัวทันที [ติ๊ง... ระบบตรวจพบว่าซีเซ่งเกิดความเคารพต่อนายท่าน ค่าความจงรักภักดีเพิ่มขึ้นเป็ 15]
เป็อย่างที่คิด ซีเซ่งััได้ถึงความไว้วางใจของโตซาง จึงรู้สึกยินดี ค่าความจงรักภักดีจึงเพิ่มขึ้นทันที
โตซางรู้สึกตื่นเต้นอีกครั้ง จึงสั่งให้ห้วนกุ๋ยเฝ้าค่าย ส่วนตนเองพาเพียงฮวาหมู่หลานและทหารคนสนิทไม่กี่นาย ตามซีเซ่งไปยังสะพานท่าเรือ
เมื่อถึงชายทะเล ซีเซ่งขึ้นเรือไปก่อน
ขณะที่โตซางกำลังจะขึ้นเรือ ฮวาหมู่หลานกลับดึงแขนเขาไว้และเตือนเสียงเบาว่า "นายท่าน ซีเซ่งผู้นี้สวามิภักดิ์จริงหรือหลอก บัดนี้ยังยากจะตัดสิน นายท่านบุ่มบ่ามตามเขาไปที่ทะเลเช่นนี้ หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นจะทำอย่างไรเ้าคะ"
ฮวาหมู่หลานไม่รู้ความจริง ย่อมต้องระวังตัวเป็ธรรมดา
โตซางไม่สะดวกที่จะบอกความจริง จึงยิ้มแล้วกล่าวว่า "วางใจเถอะ ข้ายังมีสายตาในการมองคนอยู่บ้าง เอาอย่างนี้ หากหมู่หลานไม่สบายใจ ก็จงรออยู่ที่ฝั่งเถิด"
"จะทำเช่นนั้นได้อย่างไรเ้าคะ!" ฮวาหมู่หลานขมวดคิ้วสวย และกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว "ข้าจะปล่อยให้นายท่านเผชิญอันตรายเพียงลำพังได้อย่างไร ต่อให้การเดินทางครั้งนี้จะเป็ถ้ำเสือหรือบ่อจระเข้ ข้าก็จะขอติดตามนายท่านไปด้วยเ้าค่ะ"
คำพูดของฮวาหมู่หลานทำให้โตซางรู้สึกตื้นตันใจ จึงกล่าวอย่างยินดีว่า "มีคำพูดนี้ของหมู่หลานก็เพียงพอแล้ว เราจะร่วมเป็ร่วมตายไปด้วยกัน"
พูดจบ โตซางก็กุมมือฮวาหมู่หลานและจูงนางขึ้นเรือเล็ก
หากเป็เวลาปกติ การที่โตซาง ‘ัั’ ร่างกายของฮวาหมู่หลานเช่นนี้ นางจะต้องโกรธแน่นอน แต่ในเวลาพิเศษนี้ นางกลับไม่มีความโกรธเคืองแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน หัวใจของนางกลับรู้สึกอุ่นวาบ และยอมให้โตซางจูงมือไปแต่โดยดี
ทั้งสองขึ้นเรือเล็ก ซีเซ่งสั่งให้ฝีพายพายเรือออกไป ส่วนโตซางและฮวาหมู่หลานยืนเคียงข้างกันที่หัวเรือ
เรือรบเคลื่อนออกจากท่า มุ่งหน้าไปยังเรือลำใหญ่ที่จอดทอดสมออยู่ห่างออกไปหลายร้อยก้าว ที่นั่นมีโจรทะเลหลายร้อยคนที่หนีขึ้นเรือมา กำลังตกอยู่ในสภาวะไร้ผู้นำและทำตัวไม่ถูก
"หมู่หลาน การไปครั้งนี้อันตรายยากจะคาดเดา หากเราสามารถกลับมาได้อย่างปลอดภัย เ้าช่วยรับปากข้าเื่หนึ่งได้หรือไม่?" โตซางมองไปยังผิวน้ำ น้ำเสียงพลันเคร่งขรึมขึ้น
"นายท่าน้าให้ข้ารับปากเื่ใดเ้าคะ?" ฮวาหมู่หลานมองเขาด้วยความสงสัย
โตซางกระแอมไอสองสามครั้ง แล้วกล่าวอย่างเป็งานเป็การว่า "ความจริงเื่นี้ง่ายมาก หากเรากลับมาได้อย่างปลอดภัย เ้าจงตกลงแต่งงานเป็ภรรยาของข้า เ้าเห็นว่าเป็อย่างไร?"
สิ้นคำพูดนี้ ฮวาหมู่หลานชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นใบหน้าสวยก็เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ ใบหูร้อนผ่าว เกิดความเขินอายขึ้นมาทันที นางจึงดุเบา ๆ ว่า "นายท่าน ถึงเวลาเช่นนี้แล้ว ท่านยังเอาเื่ข้ามาล้อเล่นอีก ฐานะเราแตกต่างกัน ข้าจะแต่งงานกับนายท่านได้อย่างไรเ้าคะ"
ขณะที่ฮวาหมู่หลานตอบ โตซางถึงกับเหงื่อซึมที่ฝ่ามือ เพราะเกรงว่าจะทำให้นางโกรธจนค่าความจงรักภักดีลดลง
แต่เมื่อเห็นท่าทางเขินอาย แม้สีหน้าจะดูเหมือนตำหนิ แต่น้ำเสียงกลับไม่มีความโกรธเคือง เห็นได้ชัดว่าหลังจากค่าเสน่ห์ของโตซางเพิ่มขึ้น ทำให้นางไม่โกรธง่าย และค่าความจงรักภักดีไม่ลดลงง่าย ๆ
โตซางลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก และตัดสินใจตีเหล็กขณะยังร้อน จึงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า "หมู่หลาน เ้าเคยช่วยชีวิตข้า บัดนี้ยังยอมร่วมเป็ร่วมตายกับข้า เพียงเพราะน้ำใจที่เ้ามีต่อข้า ในสายตาของข้า เ้าสูงส่งกว่าสตรีใด ๆ ข้าพูดจริง ไม่ได้ล้อเล่นแม้แต่น้อย"
คำพูดนี้ออกมาจากใจจริงของเขา แม้ว่าจุดประสงค์หลักในการแต่งงานกับฮวาหมู่หลานคือการใช้การแต่งงานเพื่อทำให้ค่าความจงรักภักดีของนางทะลุร้อยอย่างถาวร แต่การได้ใช้เวลาร่วมกันใน่ที่ผ่านมา ก็ทำให้โตซางเกิดความรู้สึกดีต่อนางจริง ๆ
ฮวาหมู่หลานฟังแล้วร่างกายสั่นสะท้าน ใบหน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นรัวตามไปด้วย การหายใจที่ถี่ขึ้นทำให้ทรวงอกกระเพื่อมไหว ภายใต้แสงจันทร์ ยิ่งเพิ่มความงามที่ชวนให้ใจสั่น จนโตซางรู้สึกใจเต้นแรง
ท่าทางของนางชัดเจนว่าถูกโตซางทำให้หวั่นไหว เพียงแต่นิสัยที่เด็ดเดี่ยวทำให้พูดไม่ออก ได้แต่ใช้ฟันขาวกัดริมฝีปากแดงระเรื่อ ไม่ยอมปริปากพูดเสียที
"หมู่หลาน ข้าจะนับหนึ่งถึงสาม หากเ้าไม่ปฏิเสธ ให้ถือว่าตกลง" โตซางกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
ฮวาหมู่หลานยังคงเงียบ
โตซางจึงเริ่มนับ "สาม... สอง... หนึ่ง"
พอคำว่า ‘หนึ่ง’ หลุดจากปากและฮวาหมู่หลานไม่ได้ปฏิเสธ การไม่ปฏิเสธย่อมหมายถึงการยอมรับโดยปริยาย
โตซางรู้สึกยินดีอย่างยิ่ง รีบโอบเอวบางของฮวาหมู่หลานและดึงนางเข้ามากอดในอ้อมอกอย่างแรง
"อื้อ..." ฮวาหมู่หลานส่งเสียงเบา ๆ ในลำคอ แต่นางไม่ได้ขัดขืน กลับเอนกายพิงอกของโตซางตามแรงดึง
ช่างสบายเหลือเกิน…
"ในเมื่อหมู่หลานตกลงแล้ว เช่นนั้นเ้าก็คือคู่หมั้นของข้า มาเถิด ให้ว่าที่สามีคนนี้จุมพิตเ้าสักที" โตซางได้ใจ ยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ แล้วเลื่อนริมฝีปากเข้าไปใกล้ริมฝีปากแดงระเรื่อของนางทันที
[1] โตเกี๋ยมวางแผนสังหารโจโก๋พ่อของโจโฉและครอบครัวจนทำให้โจโฉแค้นและยกทัพบุกหมายจะตีเมืองซีจิ๋ว